"ไม่ต้องพูดอะไรแล้ว... ตามครูมาห้องพักครูพวกเธอด้วยทั้งหมดเลย" อาจาร์ยคนนี้มีชื่อว่าครูเดือน ครูเดือนพูดขึ้นมา
พร้อมกับเดินนำไปยังห้องพักครูทันที
ภายในห้องพักครู่....
"จากที่นายสมชายเล่นมาป็นความจริงใช่ไหม?" เมื่อมาถึงอาจารย์เดือนก็ถามออกมา โดยไม่รอให้พวกกันต์ได้นั่ง
"ไม่ใช่ค่ะพวกเขามาหาเื่เราก่อน" แจนเป็คนพูดขึ้นเมื่อเห็นว่าอาจารย์เดือนเริ่มสอบถาม
"แล้วพวกเธอเป็คนลงก่อนใช่ไหม?" อาจารย์เดือนถามขึ้นอีกครั้ง
"ก็พวกเขาจะเข้ามาทำร้ายเพื่อนผมก่อน" เม้งและกายพูดขึ้นแทบจะพร้อมกันทั้งคู่ หลังจากเริ่มเห็นว่าอาจารย์เดือน
เหมือนจะฟังความข้างเดียว
"อ่าวน้องพูดยังงี้ได้ไง!! พวกน้องตีเพื่อนพี่สลบไปยังไม่ฟื้นเลยนะ" คนที่ชื่อสมชายเหมือนจะยังไม่ยอมและเถียงกลับมา
"พอไม่ต้องเถียงกัน เดี๋ยวครูจะส่งจดหมายไปให้ผู้ปกครองและพักการเรียนพวกเธอคนละ3วัน"
แจนที่ได้ฟังแบบนั้นก็ค่อนข้างจะไม่พอใจ สุดท้ายก็เถียงอาจาร์ยเดือนไม่ได้ วันนี้ทั้ง4คนเลยต้องกลับบ้านั้แ่เช้าเพราะโดนพักการเรียนั้แ่วันนี้ ทั้ง4คนต่างก็หงุดหงิดเป็อย่างมากแต่สุดท้ายก็ไม่สามารถทำอะไรไม่ได้
.....
"ไม่เป็ไรเหรอก ถือว่าได้พักเล่นเกมกันยาวๆไป" กายที่เห็นเพื่อนๆกำลังเศร้าจึงเอ่ยขึ้นมาเพื่อทำให้ทุกคนสบายใจขึ้น
"ไอ้นี้ก็เด็กติดเกมอีกคน" เม้งพอเห็นเพื่อนพูดถึงเื่เกมหน่อยก็จะอดไม่ได้ที่จะแซว และว่าให้เขาไปทั่ว
"แปปนะมือถือหาย.."
ในขณะที่ทั้งสี่กำลังเดินออกมาจนถึงบริเวณหน้าโรงเรียน กันต์กลับพบว่ามือถือของเขานั้นได้หายไป
"ตกตอนมีเื่กันตะกี้หรือเปล่าน่ะ? พวกนายรอแปปหนึ่งนะเดี๋ยวเราวิ่งกลับไปดูหน่อย"
เม้งทำท่าเหมือนจะตามไป แต่พอคิดได้ว่าคงไม่เป็ไรเพราะกันต์น่าจะเก่งกว่าตัวเขาอีก จึงได้พากันนั่งรอกันต์ที่ป้ายรถประจำทางที่หน้าโรงเรียน ในขณะเดียวกันเมื่อเพื่อนร่วมชั้นในห้องม.5/1เห็นกันต์ พวกที่เคยแกล้งกันต์ไว้เหมือนจะหวาดกลัวจนต้องก้มหน้าลงด้วยความละอาย
"กันต์นี้โทรศัพท์นายใช่ไหม? พอดีมันเปิดไม่ติดเลยไม่สามารถค้นหาเบอร์โทรข้างในได้ เลยไม่รู้ว่าเป็ของใคร"
เพื่อนร่วมห้องคนหนึ่งที่เก็บมือถือได้จึงลองเดินเข้ามาถามกันต์ดู เพราะว่าตนได้ถามคนในห้องจนทั่วแล้วแต่กลับยังหาเ้าของไม่เจอ
"ใช่แล้วเฟิร์นกำลังหาอยู่พอดีขอบใจมากนะ"
หลายๆเห็นกันต์ที่คุยกับเฟิร์นได้อย่างปกติ คนอื่นๆในห้องก็ต่างพากันรุมล้อมกันต์สอบถามเื่ที่เกิดในห้องพักครูเป็การใหญ่ กว่าจะออกมาได้ก็เสียเวลาไปนานทีเดียว ระหว่างที่กันต์กำลังเดินลงบันไดมาชั้นล่างก็ได้ยินเสียงคนคุยกันที่ด้านข้างของตึกอาคารเรียน
......
"ทำไมละป้า!! ทำไมถึงต้องพักการเรียนพวกผมไปด้วย?"
กันต์ที่เดินลงมาถึงชั้นล่างพอได้ยินเสียงที่ไม่ค่อยพอใจ ของนักเรียนชายคนหนึ่งดังออกมาจากด้านข้างๆตึกเรียนจึงแอบฟังอยู่ตรงข้างบันไดอย่างเงียบๆ
"ให้ป้าทำยังไงได้คนเห็นเหตุการณ์เยอะขนาดนั้น ถ้ารอให้อาจาร์ยคนอื่นมาดูแลเื่นี้แทนป้า หลานและพวกจะไม่โดนแค่พักการเรียนแค่นี้เหรอกนะ"
เสียงที่ดังตามขึ้นมาเป็เสียงของหญิงวัยกลางคนๆหนึ่ง ใช่แล้ว..จริงๆแล้วครูเดือนก็คือป้าแท้ๆของเด็กม.6ที่ชื่อบอยและที่บอยชอบทำตัวใหญ่โตหาเื่คนอื่นไปทั่ว ก็เพราะว่ามีป้าที่คอยให้ท้ายเสมอ และเหตุการณ์ในครั้งนี้ก็เช่นกัน
"แต่ว่าป้าน่าจะพักการเรียนพวกมันให้นานกว่าพวกผมสิ พวกมันตีผมจนสลบไปเลยนะ"
"พอได้แล้วบอยเื่นี้หลานไม่ต้องมาเถียงกลับบ้านได้แล้ว" บอยที่เหมือนจะไม่ยอมสุดท้ายก็เดินจากไปกับพวกเพื่อนๆทางด้านประตูหลังโรงเรียนอย่างเซ็งๆ
"อ่อที่แท้ก็แบบนี้ๆเอง... มิน่าถึงได้ตัดสินพักการเรียนเร็วขนาดนี้..."
กันต์แอบฟังอยู่นานจนจับใจความสำคัญได้ และก็น่าเสียดายมากที่มือถือเปิดไม่ติดทำให้บันทึกเสียงไม่ได้ซึ่งกันต์คิดว่าสาเหตุน่าจะเกิดจากการตกกระแทกลงพื้น ตอนทะเลาะกันก่อนหน้านี้ กันต์จึงทำได้เพียงส่ายหน้าและเดินลงมามาหาเพื่อนๆ และเมื่อมาถึงก็ไม่ได้เล่าสิ่งที่พบเจอระหว่างทางให้ฟัง เพราะกลัวเพื่อนๆจะโมโหและวิ่งไปหาเื่อาจารย์เดือนเนื่องจากเห็นว่าอารมณ์ของทั้ง3คนยังไม่ดีนัก ไว้รอบอกตอนที่พวกเขากลับมาเจอกันที่โรงเรียนอีกครั้งก็ยังไม่สาย
ทั้ง4คนต่างแยกย้ายกลับบ้านเพราะเม้ง,กาย,แจนก็ต้องหาข้อแก้ตัวเมื่อกลับไปถึงบ้านส่วนกันต์ยังไม่ยากกลับบ้านตอนนี้เลยแยกย้ายกันตรงหน้าโรงเรียน กันต์จึงนั่งรถเข้าไปในเมืองต่อ
"ต้องหาฟิตเนสดีๆซักทีแล้วเรา ร่างกายอ่อนแอเหลือเกินตะกี้ตอนที่พุ่งไปเราแทบจะล้มหน้าทิ่ม"
กันต์เดินหาฟิตเนสจนทั่วก็เจอแต่ที่แพงๆ ถูกสุดที่เขาเจอก็เดือนละ3,000 ซึ่งมันมากเกินไปสำหรับเขาในตอนนี้เขามองหาอยู่นานจนเกือบเที่ยงวันก็หาไม่ได้ซักที่ จึงตัดสินใจเดินไปร้านขายรองเท้า เพื่อหาชื้อรองเท้าวิ่งคู่ใหม่เพราะรองเท้านักเรียนคู่เก่งมันทำให้เขาปวดเท้าตอนวิ่ง
"เฮ้อ...กลับบ้านก่อนละกัน ่นี้ทนวิ่งไปก่อน"
กันต์กลับมาถึงบ้านดูเหมือนว่าพ่อจะรู้แล้ว เพราะทางโรงเรียนได้โทรมาแจ้งกับทางผู้ปกครอง รวมไปถึงพวกเม้งและแจนก็โทรมาเล่าเื่ที่เกิดขึ้นให้พ่อของกันต์ฟังแล้วเหมือนกัน เพราะทุกๆคนกลัวว่าพ่อของกันต์จะโกรธเพราะรู้เื่แบบผิดๆมา กันต์เดินก้มหน้ามาหาพ่อของของเขา และพร้อมจะอธิบายเกี่ยวกับสิ่งที่เกิดขึ้นวันนี้ แต่..พ่อของเขาก็พูดขึ้นมาก่อน
"ไม่ต้องคิดมากเหรอกกันต์พ่อรู้เื่หมดแล้ว ถ้าคราวหน้ายังมีเื่แบบนี้เกิดขึ้นอีกพ่อนี้เหละจะไปถึงโรงเรียนเลยคอยดู"กันต์ได้แต่ยืนยิ้มๆและรู้สึกขอบคุณ ที่พ่อเชื่อในตัวของเขาโดยที่ไม่ได้ถามอะไรเลย
พอถึงบ่ายเม้งและกายโทรมาชวนกันต์ไปเล่นเกม เพราะทางเกมได้เปิดให้บริการแล้ว กันต์จึงเข้าไปที่เวบไซต์ของเกมเพราะในทีวีเหมือนจะดูไม่ทันแล้วต้องรอดูย้อนหลัง แล้วกันต์ก็ดูตรงโพส์ของทีมงานเหมือนเดิม
GM : ตอนนี้เกม การกำเนิดของผู้กล้า ได้ทำการเปิดให้บริการตามปกติแล้วค่ะ และเนื่องจากการปิดปรับปรุงในครั้งนี้ ทางเราได้ทำการอัพเดตระบบเพิ่มเติมลงไปดังนี้ค่ะ
อัพเดต ระบบฉายา: ฉายาจะสามารถเพิ่มค่าโบนัส ด้านสเตตัส หรือ สกิลพิเศษ
อัตเดต ระบบการจัดอันดับหอคอยแห่งเกียรติยศ ผู้เล่นสามารถเข้าร่วมการจัดอันดับ เพื่อที่จะได้รับ ฉายา
"อืม... ระบบฉายามาแล้วสินะ งี้การเปลี่ยนอาชีพคงง่ายขึ้นเยอะ"
กันต์อาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าเพื่อเตรียมเล่นเกม เขาเปิดหน้าต่างทิ้งไว้แล้วจึงลงไปนอนในเครื่อง กดปุ่มเปิดเครื่องเหมือนเดิม ใช้เวลาไม่นานกันต์มาโผล่ที่ห้องสีดำสนิท ทำให้กันต์แปลกใจมากเพราะปกติแทนที่จะเป็ห้องสีขาว
กันต์เลื่อนสายตาไปหยุดที่ตรงกลางห้อง มีร่างเขาอีกคนลอยนิ่งๆอยู่กลางอากาศ ทั่วทั้งร่างปกคลุมไปด้วยเพลิงสีดำเข้ม ผมเผ้ากลายเป็สีขาว ดวงตาทั้งสองข้างหลับสนิท ตามตัวมีเกล็ดสีดำขึ้นเต็มทั่วทั้งร่าง
แต่ที่ทำให้เขาแปลกใจคือ เขาทั้งสองข้างที่โผล่ออกมากจากหน้าผาก และปีกขนาดใหญ่ทั้งสองข้างที่งอกออกมาจากด้านหลังของเขา และยังมีหางขนาดใหญ่โผล่ออกมาจากบริเวณก้นกบ เขา,ปีก,หาง และร่างกายส่วนอื่นๆกลายเป็สีดำไปหมด เขานั่งคิดอยู่นานแต่ก็ไม่รู้ว่าเป็เพราะอะไร กันต์ตวัดมือลงหน้าจอโปรงใสก็ปรากฏขึ้นมาด้านหน้า เขากดปุ่มติดต่อเ้าหน้าที่ทันที
"สวัสดีครับ ไม่ทราบว่าคุณผู้เล่น้าสอบถามปัญหาด้านไหนครับ"
"เอ่อ...คือว่าผมเพิ่งจะล็อคอินเข้ามา แล้วผมมาโผล่ในห้องสีดำ.. ตรงกลางห้องมีตัวละครผมที่กำลังลอยอยู่ครับ"
กันต์พยายามจะเล่าออกมาเท่าที่จะทำได้ เพราะเขาเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่ามันเกิดอะไรขึ้นกันแน่
"ครับก็เื่ปกติครับ คุณผู้เล่นไม่ได้ออฟไลน์ในโรงแรม เวลาออนไลน์เข้ามาก็จะมาโผล่ในห้องสีขาวนี้แหละครับเอ๊ะสีขาว? ซักครู่ระครับ" เสียงปลายสายเงียบอยู่ค่อนข้างนานก่อนที่เสียงผู้ชายอีกคนจะดังขึ้นมาแทนที่
"สวัสดีครับผมนนท์ รองหัวหน้าGMครับ"
กันต์ค่อนข้างแปลกใจ เพราะเวลาตัวเองติดต่อไปทีไรมีกจะเจอบุคคลสำคัญเสมอ คราวก่อนเจอระดับหัวหน้าGMตอนนี้ก็เจอรองGM เกมนี้พวกระดับสูงมันว่างกันขนาดนี้เลยเหรอ กันต์ได้แต่เก็บความสงสัยเอาไว้ในใจ
"ฟังจากที่คุณกันต์เล่ามา.. นี้ก็ไม่ถือว่าผิดพลาดหรือติดบัคนะครับ ตัวละครของคุณกำลังทำพันธะสัญญาอยู่ครับปกติจะใช้เวลาไม่นานแต่ของคุณจะพิเศษตรงที่มอสเตอร์มีระดับที่มากกว่าคุณมากๆดังนั้น จึงใช้เวลาค่อนข้างมาก ในการปรับร่างกายของคุณ เพื่อให้พร้อมที่จะรองรับพลังของคู่หูคุณครับ"
กันต์ได้ยินแบบนั้นก็อดสงสัยไม่ได้จึงถามต่อไปว่า
"อ่อ ถึงจะถามแปลกๆ ต่อพอจะบอกได้ไหมครับว่าสัตว์อสูรที่ทำพันธะสัญญากับผมอยู่ระดับชั้นไหน"
รองGM นนท์เงียบไปซักพักเหมือน้าตรวจสอบข้อมูลบางอย่าง และเพียงไม่นานเสียงปลายสายที่ฟังดูตื่นเต้นแปลกใจและกังวล ก็พลันดังขั้นมาอีกครั้ง
"ได้ครับเพราะมอสเตอร์เป็ของคุณดังนั้นจึงไม่ถือว่าผิดกฏ มอสเตอร์ที่ทำสัญญากับคุณอยู่ในระดับาาครับ"
กันต์ได้ยินแบบนั้นก็แอบดีใจเงียบๆอยู่คนเดียว
"แล้วต้องใช้เวลาอีกนานแค่ไหนครับ ถึงจะทำพันธะสัญญาเสร็จ"
"อันนี้ทางเราก็ไม่รู้เวลาที่แน่นอนครับ อย่างเร็วก็ก่อนเที่ยงคืนวันนี้ อย่างช้าก็พรุ่งนี้เช้าครับ" รองGMพูดขึ้น
"ขอบคุณมากครับ"
แล้วกันต์ก็ออกจากเกมมาช่วยพ่อด้านล่าง จนเวลาล่วงเลยไปถึง่เย็น กันต์จึงขอตัวหยุดช่วยงานพ่อ เพื่อจะออกไปวิ่ง กันต์ในตอนนี้กำลังพยามจะวิ่งเช้า-เย็นทุกวัน เพราะไม่มีเงินไปเข้าฟิตเนสดังนั้นการวิ่งจึงเป็ตัวเลือกที่ดีที่สุดกันต์สวมเสื้อยืดสีขาวลายการ์ตูน กางเกงขายาวสีดำ พร้อมรองเท้าวิ่งคู่ใหม่สีดำและผ้าเช็ดหน้าสีขาวพาดไว้ที่ไหล่
"พ่อกันต์ไปวิ่งละนะ" พ่อหันหน้ามามองลูกชายตัวเองก่อนจะพูดว่า
"อย่ากลับค่ำละลูก ่นี้แถวสวนสุขภาพมันมีข่าวด้วย"กันต์ยังสงสัยเกี่ยวกับคำพูดของพ่อ แต่เขาก็วิ่งมาจนถึงสวนสุขภาพในที่สุด กันต์อ่านป้ายด้านหน้าทางเข้าที่เขียนไว้ว่า สวนสุขภาพแห่งที่2 ก่อนจะวิ่งเข้าสวนสุขภาพไป
"รองเท้าใหม่นี้นุ่มดีจริงๆ อย่างนี้คงวิ่งได้อีกไกล" กันต์ที่กำลังเพลินกับรองเท้าคู่ใหม่ เขาวิ่งๆจนไม่ได้ทันรู้สึกตัวเลยว่าท้องฟ้าได้มืดลงทุกทีๆ
"อืมชิงช้า พวกนี้สีสดใสดีแหะไว้วิ่งเสร็จค่อยมานั่งเล่นดีกว่า.."
กันต์วิ่งผ่านชิงช้าไปได้ไม่ไกล เอี้ยด.... เอี้ยด....... เอี้ยด... กันต์ถึงกับหยุดวิ่งแล้วหันขวับกลับไปมองตรงบริเวณชิงช้าอย่างรวดเร็วและภาพที่เห็นคือ.. ก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้น ชิงช้ายังคงอยู่นิ่งๆเหมือนเดิมไม่เคลื่อนไหว แต่..พอได้หยุดวิ่งแม้จะเพียงเสี้ยววิมันก็ทำให้กันต์ได้สังเกตุสิ่งต่างๆรอบตัวว่า ท้องฟ้าสีครามมันใกล้จะมืดมิดแล้ว
"อ่าวค่ำขนาดนี้แล้วเหรอเนี้ย.. สงสัยวันนี้จะวิ่งเพลินไปหน่อยกลับก่อนดีกว่าเดี๋ยวพ่อเป็ห่วง"
กันต์วิ่งตรงมายังทางออกของสวนสุขภาพแห่งที่2ก่อนจะถึงประตูประมาณ100เมตร ที่ๆมีต้นไม้ขนาดใหญ่ลำต้นมีสีดำยืนต้นอยู่ จู่ๆกันต์ก็พูดขึ้นมาว่า
"หืม...กลิ่นอะไรหอมๆ....." กันต์พยายามมองหาอยู่นานก็ไม่เจออะไร จึงตัดสินใจวิ่งต่อ
"กลับบ้านดีกว่าเดี๋ยวพอเป็ห่วง"
พอออกมาจากสวนสุขภาพ กันต์เพิ่งสังเกตุว่าสวนสุขภาพแห่งนี้ไม่ค่อยมีคนมาออกกำลังกายเท่าไหร่นัก ตอนมาก็เจออยู่แค่ไม่กี่คน กันต์ที่วิ่งมาตามถนนสายหลักท้องฟ้าก็เริ่มมืดลงๆทุกที โคมไฟถนนสีส้มๆก็เริ่มติดและส่องสว่างสาดส่องลงมายังพื้นถนนพอให้กันต์ได้มองเห็นทางข้างหน้า
แต่.. ในขณะที่กันต์กำลังวิ่งเกือบจะถึงปากซอยแล้ว จู่ๆเขาก็พลันได้ยินเสียงฝีเท้าของคน ที่ดูคล้ายจะพยายามวิ่งตามหลังตนเองอยู่ เสียงฝีเท้านี้เริ่มดังขึ้นมาั้แ่เริ่มวิ่งออกจากสวนสุขภาพแห่งที่2แล้ว และเสียงฝีเท้านั้นก็ใกล้เข้ามาๆเรื่อยๆ จนในที่สุดเสียงฝีเท้านั้นก็เงียบหายไป
กันต์ในตอนนี้รู้สึกได้เลยว่ามีใครบางคน.. กำลังยืนอยู่ที่ด้านหลังเขาในระยะประชิด ถึงขนาดที่ว่าสามารถััได้ถึงเสียงและลมหายใจอันเย็นะเืที่รดต้นคอ กันต์จึงรวบรวมความกล้า.. ในขณะที่หัวใจยังคงเต้นระรัว แล้วหันหลังกลับไปอย่างช้าๆ แต่ก็ไม่พบเจออะไรเช่นเคย
"เฮ้อ..สงสัยเราจะออกกำลังกายมากเกินไป" กันต์กล่าวปลอบใจตัวเอง และเริ่มวิ่งอีกครั้งจนมาถึงบ้านในที่สุด
"พ่อบอกอย่ากลับดึกๆ นี้ก็ค่ำแล้วนะกันต์"
"ไม่เป็ไรเหรอกพ่อ พอดีวิ่งเพลินไปหน่อยแหะๆ" พ่อของกันต์เห็นลูกชายเหมือนจะไม่ได้สนใจนัก จึงพูดขึ้นมาอีกครั้ง
"จะไม่มีได้ไงก็สวนสุขภาพนั้น วันก่อนก็มีคดีฆ่าคนตาย ผู้หญิงที่ไปวิ่งคนเดียวถูกอุ้มไปฆ่าด้านหลังต้นไม้ใหญ่สีดำๆตรงทางเข้าสวนสุขภาพนั้นไง"กันต์ที่พอได้ยินประโยคๆนี้ ก็ถึงกับสะดุ้งเฮือกขนลุกไปทั้งร่างทันที
"พะพะพ่อพูดจริงปะเนี้ย?"
กันต์ได้แต่ภาวนาให้สิ่งที่พ่อของตนพูดออกมาไม่ใช่ความจริง แต่สุดท้ายพ่อของกันต์ก็ยังคงยืนยันคำเดิม ทำให้กันต์ต้องเดินขึ้นไปบนห้องด้วยหัวใจที่สั่นระรัว และในขณะที่กำลังควานหาสวิทช์ไฟ จู่ๆหางตาเขาก็เหลือบไปเห็นผู้หญิงสวมชุดสีขาว ผมยาวปกคลุมใบหน้า ผิวสีขาวซีด กำลังยืนนิ่งๆอยู่ตรงบริเวณริมหน้าต่างในห้องนอนของเขา
กันต์ถึงกับใสดุ้งเฮือก ราวกับว่าหัวใจทั้งดวงได้ร่วงหล่นลงมาจนถึงฝ่าเท้า มือที่กำลังสั่นเทาด้วยความหวากลัวเผลอสบัดไปโดนปุ่มเปิดไฟในห้องพอดี พอไฟในห้องติดภาพที่เห็นก่อนหน้านี้ก็หายไป กันต์จึงรีบวิ่งลงมายังชั่นล่างเพื่อบอกเล่าเื่ที่เกิดขึ้นให้พ่อฟัง ส่วนพ่อของกันต์ก็ยอมรับฟังแล้วขึ้นไปดูก็ไม่พบเห็นอะไร จึงบอกกับกันต์ว่าพรุ่งนี้จะพาไปวัดเพื่อทำบุญ
....
กันต์ค่อยๆเดินขึ้นมาบนห้องอย่างกล้าๆกลัวๆอีกครั้ง พอผ่านไปซักพักเมื่อเห็นไม่มีอะไรผิดปกติแล้วจึงเปิดทีวีทิ้งไว้แล้วเดินไปอาบน้ำ โดยที่ไม่รู้เลยว่า.. ผู้หญิงในชุดสีขาวคนนั้นกำลังยืนเฝ้าหน้าประตูห้องน้ำตัวเองอยู่อย่างเงียบงัน
กันต์ที่อาบน้ำเสร็จก็หันไปมองรอบๆห้องอีกครั้ง แต่แล้วก็ดูเหมือนว่าจะไม่พบเจออะไรจึงวางใจ และเดินตรงไปยังเครื่องเล่นเกมแต่..ก็เหมือนจะยังเล่นไม่ได้ จึงออฟไลน์ออกมานั่งอ่านข่าวสารในหน้าเวบไซต์เกมจนดึก แล้วจึงเผลอหลับไปในที่สุด
กลางดึก..ท่ามกลางความเงียบสงัด...
จู่ๆกันต์ได้ยินเสียงแววดังคล้ายผู้หญิงกำลังร้องไห้สะอื้น และเสียงเหมือนจะดังมาจากห้องนอนของเขา กันต์ค่อยๆลุกขึ้นพร้อมอาการสลึมสลือ แสงจากหลอดไฟหน้าบ้านสาดส่องลอดเข้ามาทางหน้าต่างทำให้เขาสามารถมองเห็นเงาตะคุ่มๆผู้หญิงชุดยาวสีขาว ที่เปรอะเปื้อนไปด้วยรอยเืและดินโคลน
ร่างของหญิงสาวคนนั้นกำลังนั่งอยู่ที่ปลายเตียง ใกล้ๆกับปลายเท้าของกันต์ ส่งกลิ่นเหม็นเน่าตลบอบอวนไปทั่วทั้งห้องน้ำเสียงร้องไห้อันเย็นเยือกยังคงดังก้องกังวาล แต่น่าแปลกที่พ่อของเขากลับไม่ได้ยินเสียงนี้เลย
ผีผู้หญิงคนนั้นเมื่อเห็นว่ากันต์กำลังจ้องตัวเอง จึงร้องไห้ด้วยเสียงที่ดังกว่าเดิม ร้องอย่างโหยหวนคล้ายจะขาดใจ น้ำตาใสๆไหลอาบแก้มเน่าๆที่เต็มไปด้วยน้ำหนองและหนอนตัวอ้วนๆ
กันต์ที่เห็บแบบนั้นก็พลันตาสว่างหายง่วง พร้อมกับร้องะโเสียงดังลั่นบ้าน จนพ่อของเขาต้องรีบวิ่งเข้ามาหาในห้องพร้อมกับมือที่ถือมีดไว้เพราะนึกว่าขโมยเข้าบ้าน
"เป็อะไรไปลูก เกิดอะไรขึ้น" แล้วกันย์ก็เล่าเื่ทั้งหมดให้พ่อเขาฟัง
"คราวหน้าคราวหลัง เวลาไปไหนกลางค่ำกลางคืน เจออะไร ได้กลิ่นอะไร อย่าไปทักอีกละ มันไม่ดีเข้าใจไหมกันต์"
จากนั้นกันต์ก็ย้ายไปนอนในห้องกับพ่อของเขาจนรุ่งเช้า จากนั้นสองพ่อลูกก็พากันเดินทางไปทำบุญที่วัด เพื่อทำบุญให้
กับผีสาวตนนั้น...