บทที่ 18 วิชาเฉพาะ
เฉิงซินยืนอึ้งและนิ่งงัน นางนึกว่าตัวเองกำลังอยู่ในความฝัน พี่ชายนางกลายเป็คนทรงอิทธิพลตอนไหน พี่ชายนางกลายเป็คนยิ่งใหญ่แบบนี้ได้อย่างไร นางยิ่งคิดยิ่งไม่เข้าใจทุกที
ลูกสมุนระดับยอดฝีมือ!
เมื่อเฉิงมู่มองดูปฏิกิริยาน้องสาว มันยิ้มเล็กน้อย มันคาดเดาล่วงหน้าแล้ว หากน้องสาวรู้ว่าเหล่ายอดฝีมือมีระดับปราณเซียน ปราณจักรพรรดิ มันแทบไม่ต้องเสียเวลาคาดเดาให้มากความเลย น้องสาวจะต้องตกตะลึงกว่านี้แน่
"ท่านพี่ทำได้อย่างไร?" ในที่สุดเฉิงซินตัดสินใจถามให้หายสงสัย แม้นางจะรู้ว่าพี่ชายนางไม่ธรรมดา แต่นางไม่สามารถหาคำตอบเื่นี้ได้จริงๆ
เฉิงมู่เกาแก้มเล็กน้อย "เื่ราวมันยาว เอาเป็ตอนนี้เ้ารู้แค่ว่าพวกนี้คือเหล่าลูกสมุนที่เชื่อถือได้ของพี่ก็พอ"
เฉิงซินที่ยังคงคาใจอยู่บ้าง แต่นางไม่คิดเซ้าซี้อีกต่อไป นางรู้ว่าถ้าพี่ชายอยากบอกเดียวจะเล่าออกมาให้ฟังเอง
"ท่านพี่ตกลงในถ้ำมีอะไรเกิดขึ้นกันแน่ ทำไมท่านพี่ถึงสลบไปแบบนั้น?" เฉิงซินหยุดสนใจเื่ของโครงกระดูกและหันไปถามเหตุการณ์ในถ้ำแทน
เฉิงมู่ครุ่นคิดและตอบ "ข้าเจอท่านพ่อท่านแม่และได้พูดคุยกับพวกท่านหลายเื่"
"ท่านพ่อท่านแม่? " เฉิงซินเอียงคอเล็กน้อย "ท่านพ่อท่านแม่มาเมื่อไหร่ ทำไมพวกท่านไม่มาทักทายข้าด้วย?"
เฉิงซินคิดว่าเป็เฉิงม่อกับไป่ฉิง
เฉิงมู่ยิ้มเล็กน้อย "ข้าหมายถึง ท่านพ่อท่านแม่ที่แท้จริงของตัวข้าน่ะ"
"พ่อแม่ที่แท้จริงของท่านพี่! " เฉิงซินใ "ทำไมข้าไม่รู้เลยว่ามีคนอยู่ด้วย"
เฉิงมู่ตอบ "แน่นอนว่าเ้าต้องไม่รู้สึกตัวและการคงอยู่ของพวกท่านได้ เพราะพวกท่านปรากฏในจิตสำนึกข้า"
"จิตสำนึก! " เฉิงซินตกตะลึง
วันนี้เฉิงซินได้ฟังเื่ประหลาดใจและเหลือเชื่อมามากมาย นางเกือบตามไม่ทันและรับไม่ไหว ทุกอย่างแปลกประหลาดและเปิดโลกใหม่ให้กับนาง โลกนี้ยังมีอะไรประหลาดใจอีกมาก
สำหรับเฉิงมู่ที่พบเจอเหตุการณ์ทั้งหมดด้วยตัวเอง มันมีความรู้สึกตื่นตะลึงมากกว่าน้องสาว แต่โชคดีที่มันปรับตัวได้ไวและยอมรับมันได้ง่ายกว่า
ตอนนี้มันรู้แล้วว่าดินแดนนี้เล็กเกินไป
เฉิงมู่เงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้า มันมองเห็นดวงตะวันคล้อยต่ำลง แสงอาทิตย์ร้อนแรงเปลี่ยนเป็แสงอัศดง
เฉิงมู่เอ่ยปาก "กลับกันเถอะ"
เหล่าสมุนทั้งสิบสามหายไป ทั้งหมดกลับเข้าไปในจี้ห้อยคอตามเดิม
เฉิงซินมองดูจี้ห้อยคอเหมือนอุปกรณ์มิติชนิดนึง สายตานางเห็นทั้งสิบสามหายเข้าไปในจี้ห้อยคออย่างชัดเจน
นางตาโตและปากกว้าง "ท่านพี่ นั้นคือจี้ห้อยคอมิติใช่ไหม!?" เฉิงมู่พยักหน้า
สิ่งของประเภทมิติ ไม่ว่าจะเป็ แหวน จี้ กระเป๋า ฯลฯ ล้วนไว้ใช้เก็บสิ่งของต่างๆ ไม่ว่าจะมีรูปลักษณ์แบบไหน แต่ทั้งหมดต่างกันเพียงขนาดพื้นที่ของมิติภายใน ยิ่งเป็อุปกรณ์มิติที่มีคุณภาพสูง มีขนาดพื้นที่ใหญ่ รูปลักษณ์พกพาสะดวก พวกมันราคาแพงเสียดฟ้า
เนื่องจากราคาและความยากในการผลิต อุปกรณ์มิตินับเป็สิ่งของที่หายากและยากจะมีไว้ในการ ผู้ที่มีอุปกรณ์มิติล้วนต้องมีสถานะไม่ธรรมดา แม้แต่ตระกูลเฉิงมีเพียงาุโไม่กี่คนเท่านั้นที่ได้
นอกจากนี้อุปกรณ์มิติไว้ใช้สำหรับเก็บสิ่งของ แต่เฉิงซินไม่เคยได้ยินว่ามันสามารถเก็บสิ่งมีชีวิตได้ด้วย นางเห็นว่าโครงกระดูกทั้งสิบสามมีการตอบสนองกับพี่ชายนางราวกับมีจิตสำนึก
แสดงว่าพวกมันต้องนับว่าเป็สิ่งมีชีวิตรูปแบบนึง แต่กับสามารถเข้าไปในอุปกรณ์มิติได้อย่างง่ายดาย นางแทบไม่อยากเชื่อสายตาของตัวเอง
เฉิงมู่ตอบ "พวกนั้นเป็ุ์น่ะ"
"ุ์! ุ์ที่ไม่จำเป็ต้องหายใจ ต้องกินต้องดื่มหรือ? " เฉิงซินเริ่มคิดทบทวนกับรูปลักษณ์ทั้งสิบสาม
ทั้งหมดประกอบไปด้วยโครงกระดูกสีขาวั้แ่หัวจรดเท้า!
การที่ยอดฝีมือสูงส่งยินยอมมาเป็ข้ารับใช้พี่ชาย หากไม่ใช่ทั้งหมดตายไปแล้ว พวกมันไม่มีทางกลายสภาพเป็โครงกระดูกและเป็สมุนพี่ชายได้
แต่นางยังไม่เข้าใจว่าพี่ชายทำอย่างไรถึงสามารถควบคุมเหล่าุ์โครงกระดูกที่มีพลังสูงส่งมาเป็ลูกสมุนได้ด้วยวิธีไหนกันแน่ "ท่านพี่ตกลงควบคุมพวกนั้นได้อย่างไร? "
เฉิงมู่ยิ้มและส่ายหน้า "แม้ข้าบอก แต่เ้าไม่มีทางใช้วิชานั้นได้หรอก"
"ทำไมละท่านพี่? " เฉิงซินสงสัย นางรู้ว่ามีวิชามากมายบนโลก แต่นางไม่เชื่อว่าจะไม่สามารถเรียนรู้ฝึกฝนได้
เฉิงมู่มองเด็กสาวและยิ้ม มันเข้าใจดีว่าน้องสาวได้รับการยกย่องว่าเป็คนที่มีพร์แต่กำเนิด คนประเภทนี้ไม่ว่าจะเป็วิชาอะไร แบบไหน ล้วนไม่ต้องใช้ความพยายามในการเรียนรู้ฝึกฝนมากนัก แตกต่างจากคนไร้พร์ที่มีอยู่เกลื่อนกลาดมากมายก่ายกอง
"มันเป็วิชาเฉพาะธาตุมืด" เฉิงซินได้ฟังคำตอบ นางเข้าใจขึ้นมาโดยพลัน
วิชาเฉพาะธาตุเป็วิชาพิเศษ ผู้ที่มีชีพจรปราณธาตุเหมาะสมเท่านั้นถึงสามารถเรียนรู้ฝึกฝนวิชาเฉพาะได้
โฮก
"แย่แล้ว!" ในขณะที่เฉิงมู่สนทนากับน้องสาว ทั้งสองสะดุ้งตื่นกะทันหัน
เฉิงซินตื่นตระหนกยิ่งกว่าพี่ชายและหันมองเด็กชาย "ท่านพี่ เสียงนี้..."
เฉิงมู่สีหน้าเคร่ง มันพยักหน้าหนัก "ใช่ มันคือเสียงร้องของสัตว์อสูร"
"ทำอย่างไรดีท่านพี่? " เฉิงซินเกาะแขนของพี่ชายแแ่ นางระส่ำระสายและกระวนกระวายใจ
เฉิงมู่กวาดตามองบริเวณโดยรอบอย่างไว "นั่นมันสิงโตเขาเหล็ก"
สิงโตขนเงิน ขนาดตัวใหญ่กว่าสองเมตร เขาเหล็กกลางหน้าผากอันเป็เอกลักษณ์บ่งบอกถึงนามมัน เท้าสี่ข้างกระแทบพื้นจนเกิดหลุมรูปฝ่าเท้าแสดงออกถึงพละกำลังอันมหาศาล
ร่างสิงโตเขาเหล็กพุ่งเหมือนลูกศร สายตาดุร้ายจ้องมองเหยื่อตรงหน้า
เป้าหมายคืุ์ชายหญิงคู่หนึ่ง
เด็กสาววิตกกังวลที่เห็นสิงโตเขาเหล็กกำลังเข้าใกล้เข้ามามากขึ้น ต่อให้คิดอยากหลบหนีก็หนีไม่ทันแล้ว "ข้าเคยได้ยินท่านพ่อเล่าว่า มันเป็าาสัตว์อสูรของพื้นที่นี้ พวกเราจะทำอย่างไรดีท่านพี่"
เฉิงมู่ตอบอย่างใจเย็น "ไม่ต้องกลัว" สีหน้าท่าทางมันสงบนิ่งอย่างผิดคาด มันมองสิงโตเขาเหล็กเหมือนมองเหยื่อ
ตอนนี้คนกับสัตว์ได้ประจันหน้ากัน!