ดาวเคราะห์สีน้ำตาลดวงหนึ่งในระบบดาวฤกษ์คู่ที่อยู่ในส่วนลึกของเขตชายแดนที่หนึ่ง
หญิงสาวอายุราวยี่สิบปี ผมสีเงินยาวถึงกลางหลังบางส่วนของผมเป็นเปียเล็กๆ ใบหน้างดงามเย็นชาดุจน้ำแข็ง ดวงตาสีเขียวราวกับเป็นมรกตจริงๆกำลังจับจ้องไปที่สเปคระดับองครักษ์หลายตนที่ล้อมเธออยู่
เธอคนนี้ไม่ใช่ใครที่ไหนแต่เป็นเมรี หญิงสาวผู้หลงรักโจจนโงหัวไม่ขึ้น
“ระดับนายพันอีกแล้ว!!” สเปคตนหนึ่งพูดอย่างเคร่งเครียด ข่าวเรื่องมีระดับนายพันหลายร้อยคนปรากฏได้สั่นสะเทือนชายแดนเขตหนึ่งจนพวกมันทำได้เพียงถอย
“ถึงนางจะเป็นระดับนายพัน แต่พวกเรามีมากกว่าหากเข้าโจมตีพร้อมกันก็ไม่แน่ว่านางจะต้านทานพวกเราไหว” สเปคอีกตนหรี่ตามองสนับมือสีเงินบนมือเมรี
สนับมือที่เมรีสวมใส่อยู่เป็นอาวุธประดิษฐ์ของเธอ
ฟุ่บ!!
เมรีเคลื่อนที่ด้วยความเร็วสูงเห็นเป็นเงาไปโผล่หลังสเปคตนหนึ่งที่ไม่ทันระวังตัว ด้วยระดับที่ห่างชั้นทำให้มันตามความเร็วของเธอไม่ทัน
วี๊ดดด!!
เสียงกลไกในสนับมือส่งเสียงกรีดร้อง สเปคตนนั้นรู้สึกเสียวสันหลังวาบแต่พอรู้ตัวอีกทีก็เป็นตอนที่รู้สึกเจ็บที่หลัง
ปัง!
ไม่น่าเชื่อว่ามือเล็กๆของสาวบอบบางอย่างเมรีจะทำให้สเปคที่ถูกเธอต่อยปลิวเป็นกระสุนปืนเข้าไปฝังในหินยักษ์
“เสร็จข้าล่ะ” สเปคที่เหลือลอบเข้ามาใกล้ๆตอนทื่เมรีโจมตีใส่สเปคตนนั้น สเปคที่ลอบเข้ามาด้านหลังแสยะยิ้มและโจมตีเมรีด้วยหนามแหลมที่งอกออกมาจากฝ่ามือ
ฉึบ!
หนามแหลมแทงทะลุร่างของสาวน้อยจนปลายหนามโผล่มาด้านหน้า พวกสเปคพากันหัวเราะที่สามารถฆ่าเธอได้
ทว่าเสียงหัวเราะชะงักค้างเมื่อร่างของเมรีแตกสลายกลายเป็นดอกไม้สีขาวมากมาย มันเป็นดอกไม้ที่ให้ความรู้สึกบริสุทธิ์
ปัง!
สเปคที่ใช้หนามแหลมโจมตีใส่เมรีหัวของมันระเบิดเป็นชิ้นๆก่อนที่ร่างของมันจะแตกสลายกลายเป็นฝุ่น
พวกสเปคที่เหลือตกใจที่จู่ๆพวกของมันก็ตายลงและปรากฏร่างของเมรีที่ด้านหลังเพื่อนพวกมัน
“เป็นไปได้ยังไงกัน!!” พวกมันพากันอุทานด้วยความตกตะลึง ก็เห็นกันชัดๆว่าเธอถูกหนามแหลมแทงจนทะลุแต่ทำไมถึงกลายเป็นดอกไม้ไปได้ล่ะ? ถ้าเป็นภาพลวงตาอย่างน้อยพวกมันก็ต้องรู้สึกถึงความผิดปกติแต่เมื่อครู่พวกมันสามารถรู้สึกถึงพลังชีวิตของร่างเมรีที่ถูกแทง
เมรีใช้ความสับสนของพวกสเปคเข้าโจมตีและจัดการไปอีกหนึ่งตน
“หนีเร็ว!” พวกสเปคเริ่มหนีกันอย่างรวดเร็ว ตอนแรกพวกมันมีกันเกือบสิบตนแต่ถูกจัดการไปสามแล้วในเวลาเพียงไม่ถึงหนึ่งนาที และยังเจอกับพลังแปลกๆของเมรีที่ถูกหนามแทงแล้วยังไม่ตายอีก ถ้าจะให้หาจุดอ่อนพลังของสาวน้อยพวกมันคงตายกันหมดก่อน ดังนั้นการหนีคือทางเลือกที่ดีที่สุด
เมรีไม่ได้ไล่ตามต่อ สายตาเย็นชาเมื่อครู่กลายเป็นเศร้าโศก เธอมองขึ้นไปบนท้องฟ้าสีดำ ขอบตาของเธอคล้ำลงเล็กน้อยเหมือนร้องไห้มาอย่างยาวนาน
“คนใจร้าย…ไปอยู่ไหนกันนะ”
หนึ่งปีแล้วตั้งแต่ที่โจหายตัวไป เธอไม่เคยได้หลับเต็มตื่นสักครั้งตั้งแต่วันที่โจหายไป ในหัวได้แต่คิดถึงเรื่องของเขา ช่วงเวลาหนึ่งปีที่ยาวนานเธอออกตามหาเขาแต่ก็ไม่พบ เธอใช้เวลาครึ่งปีตามหาโจในชายแดนเขตหนึ่งจนเธอเข้ามาลึกมากๆแต่ก็ยังไม่พบโจ ทว่าแม้จะเศร้าเพียงใดเธอก็ไม่เคยคิดยอมแพ้
เธอกดปุ่มกำไลข้อมือ จากนั้นร่างกายของเธอก็เรืองแสงและแตกสลายไป เมรีปรากฏตัวอีกทีในยานอวกาศที่ลอยเหนือดาวเคราะห์สีน้ำตาล จากนั้นเธอก็ขับยานอวกาศของตนเข้าสู่สภาวะความเร็วเหนือแสงและหายไปท่ามกลางความมืดมิดของอวกาศ
……
……
ดาวเคราะห์ดวงหนึ่งที่อยู่ห่างไกลจากดาวฤกษ์จนแสงเดินทางมาไม่ถึง ดาวดวงนี้มืดสนิทไม่มีแสงสว่างใดๆ
พวกสเปคระดับองครักษ์หลายตนถือลูกแก้วส่องแสงกวาดไปรอบๆราวกับพยายามมองหาอะไรบางอย่าง สีหน้าของพวกมันเต็มไปด้วยความจริงจังและเคร่งเครียด
สเปคตนที่อยู่หลังสุดก็ทำแบบตนอื่นๆ กวาดลูกแก้วในมือไปรอบๆเช่นกัน ทว่า ณ เวลานั้นได้มีเงาบางอย่างปรากฏที่หลังของมัน ในตอนที่เงาปรากฏมันก็เพิ่งรู้ตัวว่ามีพลังชีวิตปรากฏขึ้นที่ด้านหลังของมัน ทว่าไม่ทันที่มันจะหันกลับไปก็รู้สึกเจ็บที่คอ มันพยายามส่งเสียงแต่คอถูกแทงจนมันไม่สามารถเปล่งเสียงออกมาได้
มีดสีดำโค้งงอดูน่าขนลุกแทงทะลุคอของมัน มันพยายามดิ้นแต่ก็ไม่สำเร็จและร่างกายของมันก็สลายกลายเป็นฝุ่นจากนั้นลูกแก้วส่องแสงก็ร่วงลงพื้นจนเกิดเสียงทำให้สเปคตนอื่นๆหันมาและพบกับลูกแก้วส่องแสงที่กลิ้งอยู่บนพื้น
“ระวัง…นางอยู่ที่นี่” สเปคที่มีระดับสูงสุดในกลุ่มเอ่ยร้องเตือน ทุกตนหันหลังชนกันพยายามปิดช่องโหว่จากด้านหลัง
ทว่าก็เท่านั้นเมื่ออยู่ๆเงาก็ปรากฏที่ตรงกลางด้านหลังของพวกมันและหนึ่งในนั้นก็หัวหลุดร่างกายสลายเป็นฝุ่น
“เวรเอ้ย เข้ามาใกล้ๆกันอีก” หัวหน้ากลุ่มสเปคตะโกน พวกมันก็ถอยหลังจนหนามที่หลังแทงทะลุใส่กัน
“โอ๊ย แกจะมาชนข้าทำไม”
“แกนั่นแหละ”
สเปคที่หลังถูกหนามแทงใส่กันก็ตะโกนใส่กันเอง จนไม่ทันระวังหัวของพวกมันก็หลุดและสลายหายไป
“หนีกลับไปที่สสารทมิฬ!!” หัวหน้ากลุ่มเห็นท่าไม่ดีแล้วจึงออกคำสั่งถอยจากนั้นทุกตนก็รีบวิ่งกลับไปที่สสารทมิฬที่อยู่ห่างออกไปสองสามกิโล
ในขณะที่พวกมันกำลังถอยก็ได้มีบางตนตายอีกครั้ง พวกมันหวาดผวากับความตายที่กำลังคืบคลานเข้ามา
พวกมันหนีกันได้สักพักเงานั่นก็เลิกไล่ตามพวกมันหลังจากฆ่าไปอีกสองสามตน เงานั่นก็เข้ามาใกล้ๆลูกแก้วส่องแสงที่ตกอยู่บนพื้นจากนั้นก็หยิบมันขึ้นมา เมื่อแสงกระทบกับส่วนหัวก็เห็นใบหน้าขาวเนียนของหญิงสาว
เธอคือริน หญิงสาวที่เคยขี้อายแต่ตอนนี้ความขี้อายของเธอได้หายไป สีหน้าของเธอไร้ความรู้สึกราวกับการไล่ฆ่าพวกสเปคเมื่อครู่เป็นเรื่องธรรมดา
เธอเองก็ออกตามหาโจ เธอคิดว่าโจอาจจะอยู่ดาวเคราะห์ที่เงียบๆและห่างไกลเธอจึงมักจะไปที่ดาวเคราะห์ที่อยู่ห่างไกลจากดาวฤกษ์และส่วนใหญ่ก็เป็นดาวมืด อย่างไรก็ตามเธอก็หาเขาไม่พบไม่ว่าจะไปที่ดาวดวงไหนก็ตาม
เธอยังคงคิดถึงโจแม้ว่าจะเป็นช่วงเวลาสั้นๆที่ได้อยู่กับเขา เธอรู้ตัวดีว่าการที่เธอมายืนอยู่จุดนี้ได้ก็เพราะเขา แข็งแกร่งขึ้นก็เพราะเขา แม้ว่าหลังจากที่มาสหพันธ์โจจะไม่ได้สอนอะไรอีกแต่ตอนที่อยู่บนโลก โจได้ให้ความกล้าแก่เธอและสอนเธอมากมาย
เธอไม่รู้ว่านี่คือความรู้สึกของความรักหรือความเคารพนับถือกันแน่ แต่ไม่ว่าอย่างไหนก็ไม่สำคัญเพราะเธอต้องการตามหาเขาให้พบ