“ขะ...ขอโทษด้วยนะคะ... พะ พอดีรู้สึกปลอดภัยมาก กะ ก็เลย...”
นั่นคือคำพูดของดัชเชสแลนสลอตบนโต๊ะอาหารในเช้าวันถัดมา
คำพูดแบบนี้ไม่ได้หมายความว่าผมเป็ผู้ชายที่ดูพึ่งพาได้มากใช่ไหม? ไม่สิจุดที่น่าสงสัยก็คือคำพูดต่างหาก พูดแบบนี้แสดงว่าดยุก แลนสลอตไม่ปลอดภัยน่ะสิ!
ผมมองเธอด้วยความเห็นใจ...ลืมคิดไปเลยว่าถ้าลูกเป็ SMแล้วพ่อจะต่างกันได้อย่างไร? ของแบบนี้มันสืบมาจากสายเื!จากการเสี้ยมสอน!
ดูจากปฏิกิริยาสาวชาวบ้านสั่นเป็เ้าเข้า...หมายถึง สั่นเป็ลูกนกแล้วผมว่าบางทีดยุกแลนสลอตเวลาอยู่บนเตียงคงถือโซ่ แส้กุญแจมือ น้ำตาเทียนและส่งเสียงหัวเราะ 'โฮะ โฮะ โฮะ!'... ไม่สินั่นมันมาดราชินี!
ผลัวะ!
“กินข้าว”
กลับสู่โลกความจริงด้วยฝ่ามือเดียว
ผมงับข้าวเข้าปากอย่างเรียบร้อยขณะที่พยายามสังเกตโต๊ะอาหารไปด้วยตอนนี้ที่นั่งอยู่มีเพียงดยุก ดัชเชส ฮาเรฟและผม ความสัมพันธ์ของบ้านนี้เองก็...ค่อนข้างแปลก ๆ นะ?
เริ่มจากดัชเชสที่สั่นอย่างกับองค์ลงยิ่งเวลาที่ดยุกแลนสลอตหันไปยิ้มหล่อให้ประหนึ่งว่าจะสร้างบรรยากาศโลกนี้มีแค่สองเราเธอก็ยิ่งสั่นจัดจนผมคาดหวัง... หวังว่าเธอจะให้เลขเด็ด
แต่น่าเสียดายชะมัดเพราะเธอแค่สั่น...เฮ้อ
หลังจากการกินอาหารเสร็จทุกคนก็ต่างแยกย้ายดัชเชสแลนสลอตนี่แทบจะบินออกจากห้องนี้ส่วนดยุกแลนสลอตก็ออกไปทำงานข้างนอกเหลือแค่ผมกับฮาเรฟที่นั่งอยู่ในห้องอาหารกันสองคน
“นายพาผมมานอนค้างบ้านนายทำไมเหรอฮาเรฟ?”ผมถามขณะเดินตามฮาเรฟออกจากห้องอาหารอ้อมไปยังปีกซ้ายของคฤหาสน์“หรืออยากให้มาเจอท่านแม่ของนาย?”
“นายอยากคุยกับไนเจลไม่ใช่หรือไง?”ตาสีรุ้งเหลือบมามอง “ปกติทุกเช้าวันศุกร์ไนเจลจะมาหาฉันอยู่แล้ว...”
“...”
นี่คือการเกทับของนางร้ายใช่ไหม? บอกเลยว่าร้ายมาก!
ความจริงแล้วคู่แข่งของผมไม่ใช่แคสแต่อาจจะเป็ฮาเรฟก็เป็ได้
“นายหมายความว่า...”ผมเหลือบตาขึ้นไปมอง ถ้ามีผ้าเช็ดหน้าคงควักมากัดให้ดูว่ารู้ 'ฉันหมั่นไส้เธอเหลือเกิน!' แน่...
“นายอยากคุยฉันก็จะสร้างโอกาสให้ได้คุย...แต่ฉันไม่รู้หรอกนะว่าไนเจลจะอยากคุยกับนายหรือเปล่า” ฮาเรฟโบกมือ“นายสามารถจี้ในสิ่งที่นายอยากรู้ได้แค่ตอนนี้เท่านั้นกิลเบิร์ตเบดิเวียร์ และหลังจากนี้มันจะมีเพียงสองทางเลือกที่จะเกิดขึ้น...”
“...”
“คือไนเจลเลือกที่จะเป็'เพื่อน' กับนายที่ไร้ประโยชน์หรือเลือกที่จะ 'มองข้าม' นายไปในฐานะกาเวนกันแน่”สายตาของฮาเรฟจริงจัง “เพราะไนเจลลังเลฉันเลยเปิดโอกาสให้นายและเพราะนายน่ารำคาญฉันถึงช่วยนาย... และไม่ว่าผลจะออกมาเป็แบบไหน
...รู้แค่ว่าฉันไม่คิดจะทิ้งพวกนายไปก็พอ...”
…
โห พระเอก...
ผมมองตาเป็ประกายแต่คิดไปคิดมา...ถ้าหากว่าผมปล่อยไปทั้งผมกับไนเจลก็ยังคลุมเครือกันอยู่ไม่ใช่หรืออย่างไร? แต่ถ้าเกิดตัดสินใจจี้เด็ดขาดเลยแบบนี้เกิดเขาไม่เลือกผมขึ้นมานี่มันก็... หรี่ตาลง... ร้ายนัก!
ไม่ได้การแหละ!แบบนี้ผมต้องหาวิธีอะไรบางอย่างที่เพิ่มความน่าสนใจให้กับตัวเอง!!
“เพราะงั้น... เดี๋ยวนั่นนายจะไปไหนกิลเบิร์ต?”
“ไปแต่งตัว!”
หน้าตาดีแค่ไหน ลองเจอการจัดเต็มของเด็ก(?) จากต่างโลกก่อน! แล้วจะรู้ว่า 'ไก่งามเพราะขนคนงามเพราะแต่ง' น่ะเป็อย่างไร!
ต่อให้เป็ฮาเรฟก็เถอะ!
คุณคิดว่าบรรยากาศยอดฮิตสำหรับการเพิ่มความสนิทสนมเป็อย่างไร?
ติดอยู่ในกระท่อมที่ฝนพร่างพรายกันสองต่อสองหรือหนีผู้ร้ายเข้าป่าไปด้วยกันเพื่อเผชิญหน้ากับความยากลำบากแล้วก่อเกิดเป็ความรู้สึกอันแแ่...
แต่เพราะนั่นคือละครและในชีวิตจริงมันไม่ได้โป๊ะเชะขนาดนั้นเราจึงต้องสร้างมันขึ้นมา!
หยิบกระดาษเขียนอันดับแรกคือติดอยู่ด้วยกันสองต่อสองในห้อง ไม่เอาในป่าลำบากชีวิต...
“ล็อกห้อง? แต่ถ้าเกิดว่าไนเจลเดินออกจากห้องขึ้นมาก็จับข้อมือแล้วดึงเข้ามาอยู่ในอ้อมอก!...” หน้าผมแดงระเรื่อก่อนจะเขียนลงไปในกระดาษไนเจลน่ารักมาก! ถ้ามองหน้าระยะใกล้แบบนั้นนี่มัน...
โอ้ย ฟิน...
“ร่ายเวทกักขังก็จบ...”
“แต่ถ้าไนเจลหนีไปได้?อ๊า! ขอร้องฮาเรฟแล้วกัน...เขาเวทสูงกว่าไนเจลด้วย...” ผมหลับตาลงก่อนจะนึกถึงฉากต่อไป “ฝนต้องตก! ฟ้าต้องผ่า! จากนั้น พะ พอเขากลัว... กะ ก็จะมาอยู่ใน อะ...อ้อมกอดผม...”
คิดภาพไนเจลที่น้ำตาเกาะอยู่ปรายตาแล้วช้อนตามองขึ้นมาเหมือนนางเอกที่อยู่ในอ้อมกอดพระเอกกัดปากน้อย ๆ ด้วยศักดิ์ศรีของความเป็กาเวนว่าที่หัวหน้าอัศวินโต๊ะกลมเลยไม่กล้าแสดงความอ่อนแอออกมา...
โอ้ย... ฟินหนักกว่าเก่า...
น้องชายสายขี้อ้อนก็น่ารักนะแต่พวกที่นาน ๆ ทีอ้อนมันชวนให้ความรู้สึกแรร์! ลิมิเต็ด! ทรงคุณค่า!และขยุกขยิกหัวใจ ทำให้ผมกระหายอยากจะเห็น! อุ... ถ้าผมเผลอฟัดแก้มเขาไปจะเป็อะไรไหมน้า...
อ้อ เป็เจอฮาเรฟฆ่าทิ้งแน่เซ็งเลย...
“วันนี้อากาศดี”
“นั่นสิ...ถ้างั้นขอร้องฮาเรฟเพิ่มอีกแล้วกันให้เขาหาอะไรมาคลุมหน้าต่างให้มืดหน่อยจากนั้นก็ใช้เวทแสงกับหน้าต่างให้สว่างคล้ายฟ้าผ่า”
“เหอะกรอกยาหลอนประสาทก็จบ”
“ถ้าเขาหลอนจนกลัวผมไปด้วยล่ะ?ไม่สิ วิธีนั้นมันอันตรายเกินไป” ใช้กับฮาเรฟได้แต่กับไนเจลที่ผมทะนุถนอมผมไม่ยอมหรอกนะ!
“ยุ่งยากชะมัดถ้างั้นอัญเชิญผีเป็ไง?”
“เกิดผมกลัวแทนล่ะ!อีกอย่างทำได้ที่ไหนกัน!” ผมตอบตัวเองกลับ... เดี๋ยวนะผมพูดกับตัวเองอยู่อย่างนั้นเหรอ แต่เสียงดูไม่ใช่เท่าไหร่นะ...
แต่การพูดนั่นมันดูคล้ายกับ 'ใครบางคน' ที่เพียงคิดถึงหัวใจก็สั่นไหว
คนที่ไม่ว่าอย่างไรผมก็ไม่มีวันจะได้พบอีก...ไม่มีวัน
คนนั้น...
...
“เหอะ อ่อนหัดเป็บ้า”
ที่ให้ตายผมก็ไม่ไปหามันอีก!
ซาลซาอัล เซคัลโน ดิ อาเธอร์ที่ควรถูกขังอยู่ที่ปรา...เอ๊?!
ผมกะพริบตา “ทำไม...”
อีกฝ่ายถลึงตาสีแดงกลับมามองผมเขายังคงเป็ซาลซาอัลคนเดิมที่ผมเคยเจอ ผู้ชายผมดำ ตาแดงและเต็มไปด้วยเครื่องประดับ ผิดอยู่อย่างคือเขายืน ไม่สิ ควรเรียกว่าเขา 'ลอย' ดีกว่า
...ในสภาพโปร่งใส
“นี่นายตายแล้วเหรอ?ในที่สุดก็โดนฆ่าเสียทีนะ...” รู้สึกไม่แปลกใจเลย
เหมือนหูได้ยินเสียงลมพัดผ่านผีกำลังอาละวาด โชคดีที่นี่บ้านฮาเรฟไม่ใช่บ้านผม “ผมจะสวดมนต์ที่วิหารไปหานายขอให้นายไปสู่สุคติที่ดีด้วยเถอะนะ” ถ้านายไม่ไปผมจะหานักบวชมาไล่ิญญานายเอง
มุมปากของผีซาลซาอัลกระตุกเป็รอยยิ้ม “ฉันแค่ออกจากร่างเพราะวันนี้เห็นว่าจะมีเื่'น่าสนุก' เกิดขึ้นเลยอุตส่าห์มาหานายแท้ ๆ เลยนะเบดิเวียร์...”
คิ้วผมกระตุกเื่น่าสนุกของนายมันคือลางร้ายชัด ๆ!!
“นายจะถูกไนเจลกาเวนปฏิเสธและทุกอย่างจะสิ้นสุดลง... แต่ไม่ต้องห่วงนะ...
เพราะฉันจะ-ช่วย-นาย-เอง... หึ ๆ...ฮ่า ๆ ฮ่า ๆ!!!”
น่าสนุกกับผีนายสิ...แค่เปิดปากมาน้ำตาผมก็เริ่มไหลแล้ว!
มาทางไหนก็กลับไปเลยนะเ้าิญญาชั่วร้าย!!