เหยียนจื่อแกว่งกระบี่ไปมาอีกครั้ง เขาไม่รู้ว่ากระบี่นี้อยู่ระดับใด เขาคาดว่ามันน่าจะอยู่ในระดับมนุษย์แน่นอนเพราะปู่ของตนไม่มีทางเอากระบี่ธรรมดาๆมาให้เขาแน่ เหยียนจื่อถือกระบี่ออกมากห้องพร้อมล็อคประตูเขาเดินไปยังสนามฝึกของคฤหาสน์อย่างรวดเร็วตอนนี้เขาตื่นเต้นเป็อย่างมาก สนามฝึกนี้กว้างแต่ก็ไม่มาก พื้นเรียบมีหญ้าขึ้นทำให้สนามนี้มีชีวิตชีวาขึ้นไม่แห้งแลง มีต้นไม้อยู่รอบๆสนามให้ร่มเงา มีบ่อปลาหนึ่งบ่อน้ำใส่เห็นตัวปลา มีดอกไม้สวยงามประดับอยู่ด้วยสนามนี้ถูกตกแต่งราวกับว่าสถานที่แห่งนี้ไม่ใช่สนามฝึกแต่เป็สวนหย่อม เมื่อเหยียนจื่อมาถึงเขาปักกระบี่ลงพื้นตั้งตรงตระหง่าน
“เอาหละเริ่มจากทักษะเคลื่นที่ก่อนก็แล้วกัน”
เหยียนจื่อเดินไปตรงกลางของสนามเขาสูดหายใจเข้าลึกๆก่อนหลับตาลงแล้วโคจรพลังปราณในร่างกายตามที่ทักษะเมฆาไร้เงาบอกไว้ เมื่อโคจรพลังปราณตามที่เขาจำได้เหยียนจื่อจึงลองเคลื่อนที่ไปข้างหน้า เมื่อเเคลื่อนที่ออกไปได้สองก้้าวความพลังปราณที่เขารวบรวมไว้ไม่มั่นคงและสลายไปความเร็วนั้นจึงหายไป ที่หน้าฝากของเหยียนจื่อมีเหงื่อเม็ดโตผุดออกมาประกอบด้วยตอนนี้เป็ตอนบ่ายแล้วแส่งแดดเจิดจ้าร้อนแรง เขาฝึกอยู่อย่างนั้นไปเรื่อยๆจนพลังปราณของเขาเหิดแห้งจึงเดินไปพักใต้ต้นไม้ข้างสนาม สายลมโชมมาผมสีเงินปริ้วไสวเข้าหลับตาดูดซักพลังปราณเพื่อฟื้นฟูพลังพร้อมทำความเข้าใจหลังฝึกได้สักระยะหนึ่ง
เวลาผ่านไปครึ่งชั่วโมงเหยียนจื่อลืมตาขึ้นดวงตาเปร่งประกาย เขาออกไปฝึกอีกครั้งเป็แบบนี้อยู่นานจนถึงตอนเย็น เขายืนอยู่กลางสนาม สภาพของเขาตอนนี้ผมยุ่งเล็กน้อยอาภรณ์ชุ่มไปด้วยเหงื่อเขาหลับตาลงโคจรพลังปราณคราวนี้แตกต่างจากครั้งที่เเล้วๆมา พลังปราณคราวนี้ดูนิ่งสงบไม่ปั่นป่วน เขาเคลื่อนไหวไปข้างหน้าเวลานั้นเองที่ที่เขายืนอยู่นั้นเหลือแค่ความว่างเปล่า เสี้ยวพริกตานั้นเหยียนจื่อก็ไปอยู่อีกที่หนึ่ง ไม่เห็นแม้แต่เงาของเขา
“ในที่ข้าก็สำเร็จขั้นแรกของเมฆาไร้เงาแล้ว”
เหยี่ยนจื่อะโโลดเต้นอย่างดีใจ ความเหนื่อนล้าที่มีนั้นหายไปทันที เขาใช้ทักษะอีกครั้งและอีกครั้งทุกครั้งที่ใช้เงาจะหายไปเสี้ยวพริบตาก็ไปอยู่อีกจุดหนึ่งแล้ว เขากลับไปนั่งใต้ต้นไม่เพื่อฟื้นฟูกำลังการที่เขาใช้พลังปราณไปจำนวนมากนั้นทำให้ตอนนี้ระดับการบ่มเพาะเขาพัฒนาขึ้นมากถึงแม้จะยังไม่บรรลุระดับของขั้นสร้างรากฐานระดับปลาย แต่ก็อีกไม่ไกล เมื่อฟื้นฟูพลังปราณเสร็จเขาเดินไปหากระบี่แล้วดึงมันขึ้นมา ตอนนี้เป็ตอนเย็นแล้วเขาแกว่งกระบี่ได้ไม่นานก็ฟ้าก็มืดแล้ว เขากลับไปยังห้องของต้น เขาวางกระบี่ลงบนโต๊ะและนั้งเปิดตำราทักษะหมัดตะวันทบทวนอย่างจริงจังเพื่อพัฒนาความแข็งแกร่ง นั่งทบทวนได้ไม่นานก็ดึกแล้ว
"เวลานี้แล้วหรือเนี้ย ไว้จังแฮะ"
เหยียนจื่อมองออกไปข้างนอกหน้าต่าง ก็เห็นดวงจันทร์เต็มดวงให้แสงสว่างยามค่ำคืนมีดวงดาวมากมายรายร้อมมันเอาไว้ สายลมยามค่ำคืนพัดผ่านให้ความรู้สึกเย็นสบาย เขาปิดตำราลงเขาเดินไปที่เตียงแล้วหลับไปเพราะความเหนื่อยล้าทันที วันต่อมาเหยียนจื่ิอตื่นสายมากเขาตื่นใน่บ่ายของอีกวัน เขาหยิบกระบี่ที่วางอยู่บนโต๊ะเดินออกจากห้องไปยังสนามฝึกซ้อมเหมือนเดิม เขาฝึกแกว่งกระบี่ในมือซ้ำแบบนี้ไปสองวัน จนถึงวันนี้เป็วันที่ห้าของการถูกกักบริเวณแล้ว ตอนนี้เขาคุ้นเคยกับกระบี่แล้วพร้อมกับฝึกกระบวนท่าพื้นฐานจนสำเร็จภายในสองวันกว่าๆ ถ้าหากมีคนรู้ว่าเขาฝึกแกว่งกระบี่กับฝึกกระบวนท่าพื้นฐานสำเร็จพร้อมกันภายในสองวันกว่าๆพวกเขาคงกระอักเืด้วยความอับอายเป็แน่
เวลานี้เป็ตอนเย็นแล้วได้มีสาวใช้เดินเข้ามาหาเหยียนจื่อ นางเดินเข้าไปหาเหยียนจื่ออย่างเบาๆนางกลัวว่าจะไปรบกวนการฝึกของเขา ถึงแม้ว่านางจะเดินเข้ามาเบาๆแต่ประสาทัันั้นเฉียบคมเป็พิเศษ
“มีอะไรงั้นหรือ”
เมื่อได้ยินคำพูดของเหยียนจื่อ นางถึงกับสะดุ้งและหยุดเดินก้มหน้าลงทันที เหยียนจื่อหันไปมองนางด้วยความสงสัย
“คือ ผู้าุโสูงสุดออกจากการเก็บตัวบ่มเพาะแล้วเ้าค่ะ”
“ท่านฝากข้ามาเชิญนายน้อยให้ไปพบที่ห้องโถงเ้าค่ะ”
“ท่านปู่ออกจากการเก็บตัวแล้วหรือ”
สาวใช้นางพยักหน้าตอบเป็การยืนยันคำพูด
“เดี๋ยวข้าตามไป”
สาวใช้เดินจากไปและทำงานของตนเองต่อทันทีเมื่อบอกเขาเสร็จ เหยียนจื่อบัดฝุ่นที่เกาะติดอาภรณ์เล็กน้อยก่อนจะถือกระบี่เดินไปเดินไปยังห้องโถง เมื่อมาถึงก็เห็นปู่ของตนนั่งรออยู่แล้วที่ห้องโถงแล้ว เขาสวมอาภรณ์สีขาวนั่งจิบชารออยู่ ผมสีขาวยาวใบหน้าเหี่ยวย่น เคราดูยุ่งเล็กน้อย เหยียนจื่อคุมมือทำคาราวะ แล้วเดินไปนั่งทันที ชายชราว่างแก้วน้ำชาลงแล้วลืมตาขึ้นมองดูเหยียนจื่อ เขารู้สึกว่าบรรยากาศรอบๆตัวของเหยียนจื่อนั้นเปลี่ยนไป บรรยากาศนี้มีความแหลมคมของกระบี่อยู่ เหยียนจื่อไม่รู้ตัวเลยว่าตนนั้นปล่อยปลดปล่อยบรรยากาศแหลมคมของกระบี่ออกมา
“เ้าฝึกกระบวนท่าพื้นฐานของกระบี่สำเสร็จแล้วหรือ”
“ใช่ขอรับ ข้าพึ่่งจะสำเร็จพื้นฐานก่อนหน้านี้นี่เอง”
ชายชราตกตะลึก เ้าหลานคนนี้ทำเขาตกตะลึกไปแล้วไม่รู้กี่รอบแล้ว พร์บ้าๆนี้มันคืออะไร
“ทำไมท่านปู่ถึงออกจากการเก็บตัวเร็วจังเลยหละขอรับ”
“มีการเรียกประชุมผู้าุโระดับสูงในวันพรุ่งนี้หนะสิ”
“ประชุมเื่อะไรหรือขอรับ”
“ข้าเองก็ไม่รู้แต่มันต้องเป็เื่สำคัญมาก”
เหยียนจื่อไม่ได้ถามเจาะลึกเื่นี้มาก เขาอยากจะรู้เื่ของกระบี่ที่และอยากรู้ว่าปู่ของตนอยู่ในของเขตไหนของการฝึกกระบี่
“ท่านปู่ท่านบอกข้าได้หรือไม่ว่ากระบี่เล่มนี้อยู่ในระดับใด”
“ระดับมนุษย์ขั้นกลาง”
“แล้วท่านปู่อยู่ในขอบเขตไหนของการฝึกกระบี่หรือขอรับ”
“ไร้กระบวนท่า”
คำตอบของชายชราทำให้เหยียนจื่อดวงตาลุกวาวกระบี่ระดับมนุษย์ขั้นกลางเขาและปู่ของตนยังอยู่ขอบเขตไร้กระบวนท่าของการฝึกกระบี่อีก
“ท่านปู่ ท่านช่วยชี้แนะทักษะและกระบวนท่าในการฝึกกระบี่ให้ข้าได้ไหมขอรับ”
“โอ้ เ้า้าให้ข้าชี้แนะหรือ ได้สิ แต่เ้าต้องฝึกทักษะทั้งสองให้สำเร็จก่อน”
ชายชรายิ้มออกมาเมื่อพูดจบถ้าเขาไม่ช่วยชี้แนะหลานของตนเองจะให้เขาไปชี้แนะใครอีก เหยียนจื่อตื่นเต้นมากเขาอยากจะฝึกให้มันสำเร็จไว้ๆ แต่ตอนนี้มืดแล้วเขาจึงกินข้าวกับปู่ของตนก่อนจะกลับห้องเพื่อพักผ่อน รุ่งเช้าเหยียนจื่อตื่นขึ้นมาด้วยพลังงานเต็มที่ เขาพรเอมที่จะฝึกทั้งสองทักษะของกระบี่แล้ว เขาไปที่สนามฝึกกแสงแดดยามเช้าส่่องสว่างให้ความอบอุ่นแก่สิ่งมีชีวิตทั้งมวล เหยี่ยนจื่อเดินไปกลางสนามฝึกพร้อมกระบี่ในมือ เขาจะเริ่มฝึกทักษะสะบั่นหมอกก่อน เหยียนจื่อโคจรพลังปราณทั่วร่างกายไปยังกระบี่ กระบี่เริ่มสั่นไหวมือที่ถือด้ามเริ่มอุ่นขึ้น เขาฟันมันออกไปแต่กลับไม่เกิดอะไรขึ้น
อีกครั้ง อีกครั้ง อีกครั้ง
เหยียนจื่อฝึกอย่างนั้นอีกสี่ถึงห้าครั้งจึงหยุด เขานึกถึงบันทึกที่เขียนอธิบายทักษะไว้มันเขียนถึงภาพลวงตาของหมอกก่อนจะลงกระบี่ฟันศัตรู เหยีนนจื่อลองพลังไปยังกระบี่อีกครั้งพร้อมแผ่พลังปราณไปรอบตัวก่อนที่จะฟัน เขาลองผิดลองถูกอยุู่นาน การฝึกของเขาดำเนินมาถึงยามราตรีตอนนี้เหงื่อท่วมกายเขา เขาเหนื่อยมาก ความเข้าใจในวิชาของเขาเข้าใกล้ความสำเร็จมากขึ้นเหลื่ออีกไม่กี่ก้าวเท่านั้น เขาหลับตาพลังสมาธิของเขาตอนนนี้พุ่งถึงจุดสูงสุด เขาได้ยินเสียงรอบข้างชัดเจนมากขึ้น ประสาทััเฉียบคมแผ่กระจายออกมา เขาจมดำดิ่งเข้าสู่เบื้องลึกของจิตสำนึก พลังปราณเฉียบแหลมแผ่กระจาดออกมารอบตัว พลังปราณรอบตัวของเขาควบแนนจนกลายเป็หมอกกระจายออกไปเป็วงกว้างรอบตัวเขา เขาฟันกระบี่ออกไปข้างหน้าทันที ตอนนั้นเองพลังปราณรอบตัวของเขาควบแนนจนกลายเป็หมอกหนา เขาฟันกระบี่ออกไปหมอกที่อยู่ตรงหน้าของเขาก็ถูกผ่าครึ่งทันที กระบี่ที่ฟันออกไปปลายแหลมของมันได้ัักับพื้นหญ้าเล็กน้อย พลังในการโจมตีในครั้งนี้ทำให้พื้นดินแยกออกจากกันทันที รอยแยกนั้นมีกลิ่นอายของความแหลมคมอยู่ รอยนั้นกว้างสองเมตรแล้วลึกลงไปอีก หากมีคนหรือศัตรูโดนการโจมตีนี้เขาไปคงตัวขาดครึ่งทันที เหยียนจื่อลืมตาขึ้นใบหน้าของเขาซีดขาวไร้เื พลังปราณของเขาเหือดแห้งเขาล้มลงไปกับพื้นแล้วหมดสติไปทันที