กระปุกเบือนหน้าหนีด้วยความหมั่นไส้ แล้วหันหน้ามองไปอีกด้านหนึ่ง ก็เห็นลุงคมสันต์ภารโรงเก่าแก่ของโรงเรียนเดินออกจากห้องพักไป กระปุกนึกถึงลุงคมสันต์อายุ 58 ปี ซึ่งคำนวณจากระยะเวลาที่เข้ามาทำงานในโรงเรียนนี้ น่าจะมีอายุรุ่นราวคราวเดียวกับอาจารย์วิชชา แต่ดูลุงคมสันต์แก่กว่ามากมาย อาจเป็เพราะสุขภาพทรุดโทรมกว่า เพราะลุงคมสันต์ทำงานใช้แรงงานมากกว่า อีกทั้งยังสูบบุหรี่จัด
ลุงคมสันต์มีรอยแผลเป็ใกล้คอ ตรงกลางระหว่างไหปลาร้า น่าจะเคยประสบอุบัติเหตุมาก่อน กระปุกเห็นลุงคมสันต์เดินดุ่ม ๆ เพื่อไปสูบบุหรี่ทางบริเวณโล่งหลังโรงอาหาร ซึ่งอยู่ฝั่งตรงข้ามที่ดินมูลนิธิ ที่ดินนี้ก็เป็ที่ดินวัดอีกแปลงหนึ่ง
ลุงคมสันต์มีลูกสาวบุญธรรมอยู่คนหนึ่ง อาศัยอยู่ที่บ้านสวัสดิการของโรงเรียนที่อยู่ในซอยฝั่งตรงข้าม ตัวลุงคมสันต์เองนอนประจำอยู่ที่โรงเรียน โดยมีตาชิด ภารโรงเกษียณอาศัยอยู่ห้องติดกัน
ตาชิดอายุ 85 ปี เกษียณไปนานแล้ว แต่แกตาบอด แล้วไม่มีญาติมิตร ทางโรงเรียนจึงอนุญาตให้อาศัยอยู่ ดังนั้น ที่โรงเรียนจึงมีลุงชิด ลุงคมสันต์อาศัยอยู่เป็เพื่อนอาจารย์วิชชา
กระปุกนั่งลงบนโต๊ะอาหารที่ยืนอยู่ใกล้ ๆ นั้น แล้วมองไปยังกลุ่มเพื่อนซึ่งยังส่งหญ้าเลี้ยงแพะอยู่ ทั้งคุยกันอย่างสนุกสนาน กระปุกยกนาฬิกาข้อมือดูเวลา ก่อนที่จะะโเรียกหวัน
“หวันจ๊ะ จะไปกันหรือยัง เรามีนัดกับอาจารย์นะ”
หวันได้ยินเสียงกระปุกเรียก ก็นึกขึ้นได้ จึงหยุดส่งหญ้าให้แพะกิน แล้วผละตัวกลับออกมา เดินไปหากระปุกซึ่งยืนหน้างอรออยู่ พวกแฮ็มกะแป็ง บุ๋นและอาเธอร์ก็เดินตามกลับมาด้วย
“จริงด้วย ขอโทษนะกระปุก ไปกันเถอะ ให้พวกผู้ชายกินข้าวกันต่อเถอะ”
กระปุกถอนใจลอบค้อนให้ ก่อนหิ้วกระเป๋าย่ามผ้าลายขึ้นไหล่แล้วลุกขึ้นเดินนำหวันออกไป กระปุกตัวสูงกว่าหวันเล็กน้อย แต่ผอมและผิวคล้ำกว่า จึงดูผอมเกร็งเมื่อเทียบกับหวันที่ผิวขาวผ่อง และมีรูปร่างสมส่วนกว่า
“ไปดึงหญ้าฝั่งโน้น เดี๋ยวงูโผล่มาฉกให้หรอก ไม่รู้มีตัวเงินตัวทองหรือเปล่า?” กระปุกมักพูดร้ายเกินจริงให้คนหวาดระแวง
หวันไม่ตอบ หันไปหันมา เห็นจานข้าวที่โต๊ะเก็บภาชนะมีข้าวเหลืออยู่ หาเจอแก้วพลาสติกใส่น้ำที่วางทิ้งไว้ หวันเทน้ำออก แล้วกวาดเศษข้าวลงในแก้วพลาสติกถือไปด้วย
“เราจะเอาไปให้หมาสองตัวที่หลงเข้ามาเมื่อวาน ไม่รู้มาได้ยังไง น่าจะเข้ามาทางประตูรั้วอันนี้แหละ เอ พวกน้องหมาน่าจะยังอยู่ที่หลังโรงเรียนนะ กระปุกไปเป็เพื่อนเราให้อาหารน้องหมานะ”
“ย่ะ ไร้สาระจริง ๆ จะไปก็รีบ ๆ ไป”
กระปุกพูดเบื่อ ๆ บางครั้งก็รู้สึกอิจฉาแกมหมั่นไส้อยู่ลึกๆ ที่หวันมีจิตใจเมตตาได้ตลอดเวลา เมื่อเปรียบเทียบกับตนแล้ว ตัวเองมีแต่คิดน้อยใจ ชอบคิดลบ จึงมักไม่ค่อยคิดไปทางดี ๆ สักเท่าไร
ยิ่งเวลาที่คนรอบข้างนิยมชมชอบในความน่ารักของหวันแล้ว กระปุกยิ่งรู้สึกน้อยใจที่ด้อยกว่าหวันทุกอย่าง ไม่ว่าจะรูปร่างหน้าตา ฐานะ ครอบครัว สติปัญญา ผลการเรียน และการเป็ที่รักของคนทั่วไป โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ตอนที่อาจารย์วิชชาให้ความสนับสนุนหวันไม่ว่าเื่ใด ๆ แล้ว กระปุกยิ่งรู้สึกอิจฉา
แต่อย่างน้อยกระปุกก็เหนือกว่าหวันเื่กีฬา
บ้านของกระปุกค่อนข้างลำบาก ทางบ้านขัดสนเงินทองเพราะพ่อของกระปุกเสียไปั้แ่กระปุกอายุไม่ถึง 4 ขวบ ทิ้งให้แม่ต้องทำงานดูแลลูกๆ อยู่คนเดียว กระปุกมีน้องสาวอายุน้อยกว่า 2 ปี ชื่อ “กระติ๊บ”
แม่ของกระปุกมีตึกแถวอยู่หนึ่งห้อง ซึ่งอยู่ฝั่งตรงข้ามโรงเรียน จึงเปิดเป็ร้านขายก๋วยเตี๋ยวเลี้ยงลูกสาวสองคน แม่เห็นกระปุกโตกว่าจึงปล่อยให้ช่วยเหลือตัวเอง และเอาเวลาไปดูแลน้องสาว
กระปุกต้องช่วยเหลือตัวเองั้แ่เล็ก ผลการเรียนก็ปานกลาง ทำให้กระปุกรู้สึกไม่เป็ที่สนใจของใครั้แ่เด็ก และต้องทำงานหนักกว่า ความรู้สึกเหล่านี้จึงกลายเป็ปมด้อยที่สั่งสมมากขึ้นเรื่อย ๆ กระปุกเป็คนน้อยใจเก่ง ขี้อิจฉา อยากเป็ที่หนึ่ง อยากชนะ
เมื่อครั้งกระปุกพบกับหวันเมื่อเข้ามาเรียนที่โรงเรียนพัฒนจิตฯ หวันเริ่มจากความสงสารที่กระปุกไม่ค่อยมีของดี ๆ ใช้ เช่นพวกเครื่องเขียน สมุดดินสอ หรือกระเป๋าใส่หนังสือ หวันก็เอื้อเฟื้อเสมอมา ไปไหนมาไหนด้วยกัน จนกลายเป็เพื่อนกันมาตลอด
“เดี๋ยวอาจารย์วิชชาจะไปพบแม่ที่บ้านแล้ว ตื่นเต้นไหมกระปุก?”
หวันเดินถือถ้วยพลาสติกที่ใส่เศษอาหารเดินนำไปด้านหลังตึกห้องสมุด พาเพื่อนเดินเดินผ่านตึกกิจกรรม แล้วเลี้ยวเข้าหลังตึกห้องสมุดตรงต้นหางนกยูงต้นใหญ่
ดอกหางนกยูงสีส้มแสดโปรยปรายทั่วพื้น กลิ่นหอมจากดอกกระดังงาที่อยู่ด้านหลังของโรงเรียนโชยตามลมมาเป็พัก ๆ
“ก็ไม่เห็นต้องตื่นเต้นอะไรนี่ บ้านเราเก่า ๆ ขายก๋วยเตี๋ยว กลิ่นก็เหม็นปลา กลัวจะสกปรกอายอาจารย์มากกว่าน่ะสิ”
กระปุกมักมองโลกเป็สีดำไปหมด บางเื่น่าจะรู้สึกดี กลับรู้สึกแย่ เช่นเื่ที่อาจารย์จะเยี่ยมที่บ้านในวันนี้เป็ต้น
“ไม่เห็นต้องอายอะไรเลย อาจารย์วิชชาก็ไปเยี่ยมบ้านของลูกศิษย์เป็ปกติ แล้วอาจารย์ไปเพื่อช่วยพูดให้กระปุกได้เป็ตัวแทนนักกีฬาว่ายน้ำของโรงเรียนเชียวนะ”