บทที่ 6: มะปรางกับละครเวที
หญิงสาวที่เดินเข้ามาในห้องชมรม หยุดยืนอยู่กลางห้องเพียงครู่เดียว ก่อนจะเดินไปยังโซฟาที่อยู่มุมห้องโดยไม่ได้พูดอะไร เธอทิ้งตัวลงนอนแผ่อย่างหมดแรง พร้อมกับหลับตาเหมือนไม่สนใจสิ่งรอบตัว
เสื้อครอปสีขาวแนบเนื้อเผยให้เห็นส่วนโค้งส่วนเว้าอย่างชัดเจน กระโปรงยีนส์สั้นที่เลิกขึ้นเล็กน้อยจากการนอนเอนตัวเผยให้เห็นเรียวขาเรียวยาว
กรที่เดินตามเข้ามายืนอยู่ที่มุมห้อง เขามองภาพเบื้องหน้าอย่างอดไม่ได้ ร่างเพรียวบางนั้นดูเหมือนหลุดมาจากนิตยสารแฟชั่นจริง ๆ
อิงฟ้าที่นั่งอยู่หัวโต๊ะประชุมหันมามองเธอ ก่อนจะเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบ ๆ
“งานเสร็จแล้วเหรอ ถึงเข้ามาที่ชมรมได้?”
หญิงสาวที่นอนหลับตาอยู่ตอบเสียงเบาโดยไม่ขยับตัว “เสร็จแล้ว…”
กรที่ยืนอยู่ตรงประตูมองเธอด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความทึ่ง ร่างกายของเธอมีเสน่ห์จนเขาไม่สามารถละสายตาได้
อิงฟ้าหันไปยิ้มให้กร “นี่ไงล่ะ คำตอบที่นายถามเมื่อเช้า ว่าสมาชิกในชมรมยังมีคนอื่นอีกไหม”
กรเบิกตากว้าง “สมาชิกชมรม? งั้นแปลว่าพี่คนนี้ก็…”
อรที่นั่งอยู่ข้าง ๆ หัวเราะก่อนจะพูดแทรกขึ้น “ก็เป็เหมือนพวกเราไงล่ะ! เป็ไงล่ะ จ้องซะตาค้างเลยนะ”
เสียงเรียบๆ ดังขึ้นจากคนที่ยังคงนอนหลับตาอยู่ “เลิกลวนลามฉันด้วยสายตาได้แล้ว นายอ่ะ”
กรรีบหลบสายตาอย่างอาย ๆ ใบหน้าของเขาเริ่มแดงเรื่อ
“ผมไม่ได้ลวนลามนะครับ!” กรรีบแก้ตัว แต่ในใจเขาก็อดคิดไม่ได้ว่าเขาเผลอจ้องเธอนานเกินไปจริง ๆ
มะปรางยิ้มมุมปากโดยที่ยังไม่ลืมตา “เรียกฉันว่ามะปรางก็พอ ชื่อผู้ชายของฉันไม่ต้องไปรู้มันหรอก”
กรพยักหน้าหงึก ๆ “ครับ… พี่มะปราง”
“นี่ถ้าไปเจอข้างนอก ไม่มีทางรู้ได้เลยว่าพี่คนนี้เป็ไม่ใช่ผู้หญิงจริง ๆ” เขาคิดในใจ
หลังจากแนะนำตัวกันเสร็จ ทุกคนกลับมาที่โต๊ะประชุม อิงฟ้าเปิดการสนทนาอีกครั้งเกี่ยวกับแผนการแสดงที่ต้องจัดขึ้นในงานมหาวิทยาลัย
“เราต้องคิดให้ได้ว่าจะโชว์อะไรดีที่จะเหมาะกับชมรมของเรา”
พี่อรยกมือขึ้นพูดทันที “ฉันยังยืนยันไอเดียเดิมนะ เต้นโคโยตี้! รับรองว่าคนมุงตรึม!”
อิงฟ้าส่ายหน้า “ฉันว่าเราเคยคุยกันแล้วว่าโชว์แบบนั้นไม่เหมาะกับงานมหาวิทยาลัยนะ”
อรยักไหล่ “ก็มันสนุกนี่นา~”
กรที่นั่งเงียบมาตลอดพยายามคิดไอเดียใหม่ แต่ในหัวของเขากลับยังว่างเปล่า
“แล้วมะปรางล่ะ? มีไอเดียอะไรไหม?” อิงฟ้าหันไปถาม
แต่แทนที่จะได้รับคำตอบ ทุกคนกลับได้ยินเสียงที่ดังขึ้นอย่างไม่คาดคิด
“กรรรรรน….”
เสียงกรนดังต่ำและหนักราวกับเสียงผู้ชายตัวโตดังขึ้นทั่วห้อง ทุกคนชะงักไปทันที
กรมองไปที่มะปรางที่นอนอยู่บนโซฟา ดวงตาของเขาเบิกกว้าง
“นั่น… เสียงกรนเหรอครับ?”
“ใช่” อรพูดพร้อมกับกลั้นหัวเราะ “เป็ไงล่ะ เข้ากับร่างสวย ๆ แบบนั้นสุด ๆ ไปเลยใช่ไหมล่ะ?”
กรกลืนน้ำลาย รู้สึกสับสนและแปลกใจ “พี่คนนี้… ทำไมถึง…”
อิงฟ้าหัวเราะเบา ๆ ก่อนจะพูดขึ้น “ก็ช่วยไม่ได้นี่ มะปรางทำงานหนักทั้งเรียน ทั้งกิจกรรม ไหนจะต้องไปเดินแบบ ถ่ายแบบข้างนอกอีก ไม่ค่อยได้พักเลย”
กรพยักหน้าเบา ๆ ในใจเขารู้สึกทึ่งกับสิ่งที่พี่มะปรางทำ
หลังจากพูดคุยกันอีกพักใหญ่ การประชุมจบลงใน่เย็น ทุกคนลงความเห็นกันว่าจะจัดการแสดงละครเวทีเล็ก ๆ เพื่อให้เหมาะกับชื่อชมรม
“ละครเวทีเล็ก ๆ น่าจะเหมาะที่สุด” อิงฟ้าสรุป “แต่ปัญหาคือคนของเราไม่พอ”
“จริงด้วย” อรพยักหน้า “แค่สมาชิกในชมรมเราคงไม่พอสำหรับการแสดงแน่”
“คงต้องขอให้ชมรมอื่น ๆ มาช่วยแล้วล่ะ” อิงฟ้าพูด ก่อนจะหันมามองกร “นายน่าจะช่วยติดต่อเด็กปี 1 คนอื่น ๆ ได้ใช่ไหม?”
กรพยักหน้า “ได้ครับ ผมจะลองดู”
“ดีมาก!” อิงฟ้าพูดพร้อมกับยิ้ม “ถ้างั้นก็แยกย้ายกันได้แล้วล่ะ พรุ่งนี้เราค่อยมาคุยกันต่อ”