“ตกลง แกจะพูดกับผู้หญิงไม่ได้จริงๆ ใช่มั้ย ยานนี้นอกจากช่างแล้วก็มีเ้าหน้าที่ห้องบังคับการอีก 2 คนเท่านั้นที่เป็ผู้ชายนะเว้ย” ...เอคิจิถามจิมมี่
“ท่าจะใช้ชีวิตบนยานลำบากแล้วว่ะไอ้จิมมี่เนี่ย .... ตะกี้ขนาดไปต่อคิวรับถาดอาหารจากป้าเจสสิกา มันยังไม่กล้าพูดเลยว่าขออะไรบ้าง แกเลยใส่แต่ของที่มันไม่กินมาให้” ...แมกซ์ชี้ไปยังป้าแม่ครัวที่อยู่ตรงช่องรับอาหาร
เจสสิกา บัลเดิล แม่ครัวอายุ 40 หน้าบึ้งตึง แต่จริงๆ ใจดี
“โฮ่ ... ขนาดป้าเจส มันยังไม่กล้าคุย แต่กับฉันมันตอบ มันคุย .... งั้นแสดงว่าฉันไม่ใช่ผู้หญิงสินะ” ... ร้อยเอกบนชูเดินถือถาดอาหารมา
พวกแมกซ์รีบเขยิบให้
“อ้อ ไม่ต้องล่ะ ตามสบาย ฉันไปกินด้วยพวกนายจะเกร็งเอาเปล่าๆ” พูดแล้วบนชูนั่งโต๊ะข้างๆ แทน แต่ยังคุยกันถึง
“กินให้เยอะๆพวกนายต้องไปรู้ระเบียบการปฏิบัติของทหารจริงๆ แล้วจากนั้นจะได้พัก” ...ร้อยเอกบนชูพูดไปกัดขนมปังดื่มนมไป
“แล้ว ...เราพักได้กี่ชั่วโมงครับ เป็กะหรือว่ามีเวลาเฉพาะ?” ... เอคิจิถาม
“ยานรบประจัญบานแบบนี้ ไพลอตต้องพร้อมตอลดเวลา นั่นหมายความว่าพวกนานสามารถพักได้ทันทีที่กลับเข้ายานลงจากคอกพิทหากไม่โดนผู้บังคับบัญชาเรียกพบ”
“แล้วปกติทหารที่ขับหุ่นรบเค้าพักกันยังไงครับ?” ... แมกซ์ถามบ้าง
“ส่วนมากก็จะนอนเอาแรงนอนให้มากที่สุด ถ้านอนอิ่มแล้วหรือไม่เพลียก็จะออกกำลังกายในยิม”
“ล...แล้ว ...ผู้กองทำอะไรครับเวลาพัก?” ... จิมมี่ถาม
“เห็นมะ ทีกับฉันมันดันกล้าพุด ตกลงฉันไม่ใช่ผู้หญิงจริงๆ ใช่มั้ย.......” ...ร้อยเอกบนชูชี้ส้อมมาทางจิมมี่แล้วบ่น
จิมมี่ทำปากจู๋ก้มหน้า
“ก็ .... ฉันจะฝึกทวนข้อมุลการรบ ประเมินข้าศึกที่เพิ่งฆ่าไป และพวกที่สร้างความเสียหายให้ฝั่งเราหนักๆเรียกว่าทำการบ้านน่ะนะ ...ฉันเรียนรู้ความผิดพลาดและความสำเร็จของทั้งฝั่งเราและศัตรู แม้แต่กับพวกนาย ฉันก็เอามาเรียนรู้และประเมิน”... ร้อยเอกพูดไปหยิบส้อมที่แทงไส้กรอกขึ้นมามอง พูดจบแล้วค่อยกิน
“แล้ว ...ประเมินพวกเราไว้ว่าไงมั่งครับ?” ... แมกซ์อยากรู้
“ก็ .... สู้ได้แปลกดี ถ้าศัตรูไม่ประมาท พวกนายจะตายเอานะ ยังไงยังต้องฝึกอีกเยอะ ถ้าสนใจจะเข้าซิมูเลเตอร์บนยานนี้ฉันจะฝึกให้ หรือจะฝึกจริงในอวกาศเลยก็ได้”
พวกแมกซ์ก้มหน้า
“แต่ ... ฉันก็เลือกจะชมพวกนายอยู่ดี”
พวกแมกซ์เงยหน้าขึ้นมาอีก
“ที่ผ่านมาศัตรูมันก็ประมาททหารฝั่งเรามาตลอดนั่นแหล่ะ แต่ไอ้พวกบ้านั่นก็ตายคาสนามรบกันเรื่อยๆมาตอลดเช่นกัน แพ้ทั้งๆที่ศัตรูมันประมาทนั่นแหล่ะ ส่วนพวกนายกลับเอาชนะทหารในหน่วยของโลแกนมันมาได้ ... ไม่พากันตายแม้แค่คนเดียว เก่งแล้ว...”
พวกแมกพยักหน้ามองหน้ากันเองยิ้ม
“สิ่งที่ฉันไม่สบายใจคือ...เราต้องลากเด็กสาวอายุแค่นั้นมาลงสนามรบด้วย แต่พอคุยถามข้อมูลมา...ฉันไปรื้อดู ประวัติพ่อยัยนั่นเป็ทหารเก่ามีฝีมือ ส่วนแม่เป็ผู้ก่อการร้ายที่กลับใจร่วมมือรับรัฐบาลสหพันธมิตรบนโลก ข้อมูลคำบอกเล่าของคุณเคท ยัยนั่นยิงคนฆ่าคนแบบ ... นิ่งมาก ...เพราะงั้นความกังวลของฉันคงต้องยกเว้นล่ะนะ” ... ร้อยเอกกินหมดจานแล้วลุกไปที่เคาน์ตอร์อีก
“จะกินอีกเหรอครับ?” ... แมกซ์ถาม
“เสบียงบนยานเยอะมากนะพวกเราตายไปเยอะก่อนจะออกยาน ทำให้อาหารเหลือมากเกิน บางอย่างจะหมดอายุก่อนถ้าไม่รีบกิน ยังมีชีวิตอยู่ก็กินให้มากเข้าไว้ เวลารบจะได้มีพลังเต็มที่ อ้อ ... ขับถ่ายให้หมดก่อนออกรบด้วยนะ มันโคตรทรมานและน่าอนาถมากเวลาปวกขี้บนคอกพิท”
“พูดแบบนี้แสดงว่าเคยสินะครับ” ...เอคิจิถาม
“ก็เออสิ ดีว่าอั้นไว้ได้”
......................
หลักงจากงานวุ่นๆ ต่างๆ จบลงคนที่ควรพักก็แยกไปพัก
ห้องพักลูกเรือค่อยข้างจะแคบ แต่ในสนามรบห้องมีกว้างไปก็ไม่ได้ใช้งานอยู่
แมกซ์มาห้องพยาบาล
พันจ่าโท เพนนี ชิราคาว่า เ้าหน้าที่ห้องพยาบาลอายุ29 ปี พยาบาลทหารประจำยานซิกนัส
เธอทายานวดให้มือของแมกซ์ แล้วจัดยาให้
“พักผ่อนมากๆ นะจ้ะหนุ่มน้อย เธอทำได้เยี่ยมมากวันนี้” ... พันจ่าโท เพนนียิ้มคุยด้วย
“อ่า...ค ..ครับ ..คุณชิราคาว่าใจดีจัง” ... แมกซ์ยิ้มหน้าแดง
“ก็ฉันเป็พยาบาลนี่จ้ะ” ... พันจ่าโทเพนนีเอียงคอตอบแล้วยิ้ม
แมกซ์กลับห้องมาเพื่อจะนอนเพราะล้ามาก
แต่เขานอนไม่หลับ มันงุ่นง่านมาก แท่งของเขาแข็งจนนอนไม่ได้
สุดท้ายจบที่ลุกขึ้นมาแล้วใช้มือรูด พลางนึกถึง เคท จูลลี่ และเพนนี้ แล้วก็ตแกออกมาใส่ห่อทิชชู่ จากนั้นทิ้งลงถัง เมื่อระบานเสร็จก็ค่อยนอน
ความเพลียทำให้หลับไป
..........
“หืม...คัสตอมวาสเชอร์สีขาวให้แกร่งกว่านี้?” ... เคทหันมาถามร้อยเอกบนชู
“ใช่ค่ะ ฉันไม่อยากให้แค่เพิ่มพลังมัน ขีดจำกัดเ้านี่คัสตอมให้ถึงจุดที่ขยี้เสมอภาคกับดัสเทลได้มั้ย?”
“ไม่ไหวหรอก แต่ฉันมีวิธีทีดีกว่านั้น”
“?”
“อะไหล่สำรองและอะไหล่ชุดทดสอบของหุ่น G•I•R•L ไทป์ ฉันจะให้ช่างประกอบมันและจูนปรับคัสตอมมันจากจุดนั้น และเตาพลังงานสำรองทดสอบของหุ่น G•I•R•L ไทป์ มาติดตั้ง ปรับค่าอีกหน่อยที่เหลือก็ลองขับทดสอบ คิดว่าศัตรูจะบุกมาทันมั้ย?”
“มันเสียหายหนักขนาดนั้น ไม่น่าจะมาในเร็ววันนี้อีกอย่างเราเร่งกำลังเครื่องเดินทาง ยานพวกมันน่าจะตามเราไม่ทัน ถ้ามาอีกทีมันคงจัดฟอร์มรบขนกำลังมากะถล่มเรามากกว่าครั้งแรกมากนั้น เพราะงั้นเ้าตัวคัสตอมนี้จำเป็มาก”
“เข้าใจค่ะ ฉันจะเริ่มดำเนินการเลย”
“ขอบคุณค่ะ ให้ฉันช่วยอะไรได้บ้างก็เรียกได้เลยนะคะ”
คุยเสร็จร้อยเอกบนชูเงยไปเห็นคอกพิทเจมินีเปิดอยู่
“อ้อเด็กนั่นคุยงานกับพวกเราและเช็คระบบปรับค่าให้เข้ากับการขับของตัวเองน่ะค่ะ ....แล้วก็นั่งคุยกับ AI ของหุ่นไปด้วย” … เคทหันมาบอก
ร้อยเอกบนชูดีดตัวลอยขึ้นไปที่บนคอกพิท เห็นอิงฟ้าฟุบหลักคาคอลโซลของเครื่องคอกพิท บนชูยิ้มถอนหายใจพลิกตัวออกมา อิงฟ้าหลับอาปากหวอ บนชูอุ้มขึ้นมา
<ฉันไล่เค้าไปนอนตั้งนานแล้ว แต่เค้าไม่ไปซะทีค่ะ จนหลับไป รบกวนคุณพาเขาไปนอนที>
“อ..อ่อ...เอคงเป็เจมินี่ ได้...ฉันจะพาเค้าไปนอนเอง เธอก็พักตัวเองบ้างล่ะ”
<ค่ะ>
บนชูอุ้มอิงฟ้าไปยังห้องพักที่จัดไว้ให้ แล้วพาเข้าไปนอน ห่มผ้าให้ ในห้องจะมีการปรับแรงดันแรงโน้มถ่วง แม้ไม่มากเท่าโลก แต่อย่างน้อยผ้าห่มก็ไม่ลอย เช่นเดียวกับครัว ห้องอาหาร ห้องส้วมรวม
“ถ้าเกิร์ลไทป์ไม่แกร่งขนาดนี้ ฉันไม่มีทางยอมให้เธอเข้าสนามรบหรอก สาวน้อย” ... บนชูลูบหัวแล้วหยิกแก้มอิงฟ้าเบาๆก่อนจะปิดไฟแล้วออกไปจากห้อง
อิงฟ้าหรี่ตามาดู เธอได้สติั้แ่ตอนโดนอุ้มแต่ด้วยความเพลียและััได้ว่าคนที่อุ้มไม่มีจิตมุ่งร้าย จึงนอนต่อ แล้วได้ยินบนชู คิดแมนพูดก็อมยิ้มขึ้นมาแล้วผลอยหลับไป
..................................
“ก็อย่างที่รายงานไปครับ หุ่นรุ่นใหม่ของมัน เราไม่สามารถทำอะไรมันได้เลย ความเสียหายเรามากมายเกินไป ผมขอยกเลิกภารกิจทำลายมันครับ”
พันโท โลแกน แพทริครายงานผลการโจมตีโคโลนีไซด์ 9 ให้พลโท ราเชส ซานโตส อายุ 52 ปี .. นายพลของโคราเชียฟังที่หน้าจอหอบังคับการยานของตน
“แม้กระทั่งคุณก็ทำอะไรมันไม่ได้ แล้วอะไรที่ทำให้คุณคิดว่าควรปล่อยให้ตัวอันตรายระดับนี้เข้าสู้สมรภูมิรบหลัก ห๊า..? ..ผู้พันแพทริค” ... พลโทราเชสบ่น
“แต่ท่านครับ มันเป็หุ่นรุ่นใหม่ก็จริง แต่ถ้าเรารีบรุกคืบในสมรภูมิหลักที่ไม่มีไอ้เ้าหุ่นเอ่อ.. ตามข้อมูลน่าจะเรียกว่าเกิร์ลไทป์ ...หากรุกคืบในสมรภูมิที่ไม่มีหุ่นเกิร์ลไทป์ เราน่าจะสร้างความเสียหายให้ศัตรูได้มากกว่าเอากองกำลังมาจมกับการปราบมันแค่ตัวเดียวนะครับ” … พันโทโลแกนแย้งเสนอ
“จะบอกว่าผมตัดสินใจพลาดเหรอ?!” ... พลโทราเชสไม่พอใจ
“หามิได้ครับ แต่หุ่นรบตัวเดียวไม่น่าเปลี่ยนผลการรบได้มากเพราะมันยังไม่พร้อมลงสนามหลักเลย กว่ามันจะไปยังจุดนัดพบส่งมอบให้กองทัพหลักของกองกำลังสหพันธมิตร ก็ใช้เวลาพักใหญ่ เราเอากำลังส่วนนี้ไปทำอะไรได้อีกเยอะนะครับ”
“พอแล้ว ผมตัดสินใจไปแล้ว พวกคุณมีหน้าที่รับผิดชอบในการติดตามทำลายมัน เป็ไปได้ก็ยึดมันมา”
“ครับ ... เข้าใจแล้วครับ รับทราบ”... พันโทโลแกนเซ็ง
“แต่ผมจะมีคนไปช่วย ให้คุณช่วยดูแลเขาหน่อย .... ร้อยเอก โรดี้ แมกซิมิเลียน ... รู้ใช่มั้ยพ่อแม่เขาเป็ใคร ยังไงก็อย่าให้ออกแนวหน้าล่ะ เป็อะไรมาเราจะเดือดร้อน” ...พลโทราเชส กำชับ
“เดี๋ยวครับ ถ้าสำคัญขนาดนั้นทำไมมาฝากพวกผมล่ะ ก็ท่านเพิ่งจะดึงดันให้เราไปจัดการกับเ้ารุ่นใหม่นั้นและยานซิกนัส พวกเราอาจจะโดนจมยานได้นะครับ ไม่มีอะไรรับประกันได้ว่าอยู่ในยานแล้วจะปลอดภัย ผมส่งบันทึกการโจมตีของศัตรูไปให้แล้ว ท่านก็น่าจะเห็น”
“ฮึ่ย ... คิดว่าอยากเอามาเหรอไง? ... แต่บางกองบัญชาการกลางผลักภาระมาให้เราไงล่ะ รู้แล้วก็รับเขาด้วย ตามกำหนดการน่าจะใกล้ไปถึงแล้วด้วยยานขนส่งเล็ก”... พลโทราเชสบ่นหน้าขมวดคิ้ว
บี๊บ....
สัญญาณตัดไป
“งานช้างกว่าจมยานซิกนัสอีกนะ” ...พันโทโลแกนบ่นกับพันจ่าโท เดฟ
“คนสำคัญเหรอครับ?” ... พันจ่าโท เดฟถาม
“คนสำคัญ? หึ.. ไม่หรอก แต่พ่อแม่เขาต่างหากสำคัญ คนพ่อคือ พลเอก เดรค แมกซิมิเลียน รองผู้บัญชาการกองทัพโคราเชียคงเดาได้แล้วนะว่าแม่เขาเป็ใคร”
“พลเอก .....เดรค .....? ..... งั้นแม่เขาก็คือ ... ไมร่า แมกซิมิเลียน .. นายกรัฐมนตรีของเรา?! บ้านผมทั้งบ้านกาเลือกเธอกันหมดเลยครับ... สุดยอด...เอ ..เดี๋ยว ....ชิปล่ะ งานช้างจริงๆ ด้วย!!”... พันจ่าโท เดฟ อ้าปากค้าง
“อืม...เอ..จากข้อมูล....เขาจอมาพร้อมกับหุ่นรุ่นใหม่ ที่ไม่มีประจำการในกองทัพ ...โฮ่ น่าสน รุ่นใหม่ จัดการกับรุ่นใหม่” ... พันโทโลแกนยืนกุมคางดูบอร์ดแทบเลตข้อมูล
“แต่สีหน้าผู้พันไม่บอกว่าเป็เื่ดีเลยนะครับ”
“จะดีได้ไงล่ะ เครื่องของเด็กเส้น ถ้าต้องเอาออกไปสู้กับทางนั้น คิดว่าใครจะขับออกไปล่ะ ... มันก็ไม่พ้นเป็เ้าหนูนั่นใช่มั้ยล่ะ”... พันโทโลแกนถอนหายใจ
“หวังว่าหุ่นตัวใหม่กับฝีมือเ้าหนูนั่นจะเจ๋งพอนะครับ ไม่งั้นเรางานเข้ากันจริงๆ” ... พันจ่าโท เดฟถอนหายใจบ้าง
“พวกเราในหอบังคับการและเ้าหน้าที่ยานนี้อาจโดนย้าย ส่วนเดฟ .. คุณนายคงโดนไปดองที่ไหนสักที่ไกลๆส่วนฉันคงต้องหางานใหม่” ... พันโทโลแกนเอียงคอยิ้ม
แต่เ้าหน้าที่หอบังคับการพากันมองหน้ากันเองด้วยความขยาด
......................................
สัญญาณปลุกเรียกเตือน แมกซ์หยิบแว่นมาใส่แล้วลุกจากเตียงมากดรับสัญญาณจากมอนิเตอร์ในห้อง
“ครับ?”
“โทษทีนะที่ปลุก แต่ช่วยเตรียมตัวให้ฉันหน่อยแล้วกัน ให้เวลาไม่เกิน 15 นาที ล้างหน้าล้างตัวสักหน่อยก็ได้จะได้สดชื่น ฉันเรียกเอคิจิ กับ จิมมี่แล้ว” ... ในจอภาพคือร้อยเอกบนชูคิดแมน
15 นาทีต่อมา
“เอ้าสวมชุดไพลอตซะ” ... พันจ่าเอกนิยมโยนชุดนอมอลสูทของไพลอตให้ทั้ง 3 คน
ทั้งสามคนใส่นอมอลสูท
“คุณนิยมครับ ... ผู้กองคิดแมนเรียกเรามาทำไมครับ มีศัตรูบุกเหรอ?” ... แมกซ์ถาม
พันจ่าเอก นิยมเอียงคอชีนิ้วโป้งไปทางที่หุ่นยืนเรียงกัน
เอคิจิกับจิมมี่ที่ยังสวมชุดค้างไว้ไม่เสร็จยืมมองหุ่นตัวนี้
หุ่นวาสเชอร์สีขาวที่บางจุดต่างจากเดิมนิดหน่อย แต่ที่ต่างไม่หน่อยคือส่วนหัว มันคือใบหน้าเด็กสาวที่สวมเกราะแบบวาสเชอร์และมีแว่นกระจก
“G•I•R•L” ...แมกซ์พูดขึ้นมา
“จะว่าใช่ก็ใช่ แต่จะว่าไม่ใช่ก็ได้ ....เ้านี่คือชุดปรับปรุงจากชุดอะไหล่สำรองและอะไหล่สำหรับทดสอบของเจมินี่ G•I•R•L ไทป์ตัวจริง เกราะไม่ใช่เหล็กหนาแบบวาสเชอร์แล้ว แต่เป็ไททาเนียมแทน” ... พันจ่าเอก นิยมท้าวเอวอธิบาย
“จะเรียกว่า G•vascher (จีวาสเชอร์) ก็ได้” ... เคทเดินมา
“ไม่กี่วันเอง ...ได้หุ่นตัวใหม่แล้วเหรอครับ?” ... เอคิจิถาม
“ก็เล่นเอาอดนอนเหมือนกัน ส่วนช่างก็พากันหมดสภาพ” ...เคทชี้นิ้วไปให้ดูช่างที่นอนอืดหมดสภาพกันไปหลายคน
แล้วหันมามองจีวาสเชอร์
“ให้ตายเหอะ ผู้หญิงอะไรเอาแต่ใจชะมัด” ...เคทยิ้มแล้วเดินไปที่คอลโซลส่วนของช่าวแล้วเสียบไมค์หูฟัง
“ปรับแต่งตามที่้าเสร็จแล้วบอกด้วย เ้าพวกนี้กำลังจะขึ้นเครื่องของตัวเอง” ...เคทพูดกับร้อยเอกบนชูที่อยู่บนจีวาสเชอร์แล้ว
“กำลังจะขึ้นบ้าอะไร พวกมันยังสวมชุดได้แค่ครึ่งตัวอยู่เลย” ...เสียงเคทดังออกมาจากเครื่องกระจายเสียงของหุ่น
ทั้ง 3รีบสวมชุดแล้วขึ้นเครื่องของตัวเอง
“จะให้ช่วยทำการทดสอบแม่หนูนี่หน่อยบน่ะ รบกวนเวลาพักโทษทีนะ” ...ร้อยเอกบนชูขับหุ่นเดินไปยังคาตาพัลท์ออกตัว
“จีวาสเชอร์ คาตาพัลท์พร้อม เกตพร้อม ซิสเต็มออลกรีน เชิญออกตัวครับ”... จ่าเอก โลคัสแจ้งมา
ส่วนจ่าโท เอมี่ ไปพัก
“จีวาสเชอร์ ... บนชู คิดแมน ไปล่ะ!!”
วิ้ววววฟ์
จีวาสเชอร์ออกตัวไปแล้ว
“พวกเธอ อุปกรณ์ต่อสู้เป็แบบะุซ้อมนะ มีดก็ด้วย ส่วนแมกะุกับมีดจริงติดไว้ในโล่เผื่อกรณีต้องรับมือการรบฉับพลัน” ...เคทบอกทั้งสาม
“ครับ”
“วาสเชอร์ คาตาพัลท์พร้อม เกตพร้อม ซิสเต็มออลกรีน เชิญออกตัวครับ”... จ่าเอก โลคัสแจ้งมา
“วาสเชอร์ ... แมกซ์ เบอร์นาร์ดไปล่ะครับ”
“วาสเชอร์ ... จิมมี่ อู๋ ไปล่ะครับ”
“เห้ย! รอกันด้วยดิวะ.... ว..วาสเชอร์ ... เอคิจิลอนโด ..ไปล่ะครับ”
ซูม.ม.มม.
“ให้ตายเหอะ เร็วเป็บ้า” ... จิมมี่อดทึ่งจีวาสเชอร์ไม่ได้
“เครื่องของพวกเธอ พลังอยู่ที่ 880 kw ส่วนวาสเชอร์สีขาวตัวเก่าของผู้กองคิดแมนอยู่ที่.....”
“1,130 kw ใช่มั้ยครับ” ... เอคิจิชิงตอบเคทที่ยังพูดไม่จบ
“อืม รู้ดีนี่ .... ส่วนเ้าสาวน้อยตัวใหม่นี่ ... 1,890 kw เชียวนะ” ... เคทตอบ
“โห เกือบจะเท่าดัสเทลเลย!!” ... แมกซ์พูดขึ้นมา
“เ้านี่จะเหนือกว่าดัสเทลเื่ปฏิกิริยาตอบสนองในการขยับ กับเวอร์เนียร์ ท่อขับดันเสริมพิเศษ เฉพาะของจีวาสเชอร์ที่ติดข้างเอว การขับเคลื่อนในอวกาศหรือแม้แต่บนพื้นโลกรับรองไม่แพ้เลกเซ่หรือกระทั่งดัสเทล”... เคทอธิบาย
ทั้ง 3 เข้าใจแล้ว จึงรีบทำการต่อสู้
ระหว่างที่สู้ เคทจะคอยถามบนชูเป็ระยะๆว่าระบบและตัวเครื่อง รวมไปถึงการขยับมีปัญหามั้ย
ทั้ง 3ฝึกการรบกับร้อยเอกบนชูไปในตัว
“เอ่อ ... ผู้กองคิดแมนครับ ทำไมไม่ลองปลุกน้องอิงฟ้ามาซ้อมล่ะครับ? ได้เครื่องระดับเกิร์ลไทป์มาซ้อมด้วยนี่ น่าจะช่วยให้ได้ใช้ประสิทธิภาพของจีวาสเชอร์ออกมาเต็มที่มากกว่านะครับ” ...เอคิจิถาม
“ไม่อ่ะ ให้พักแหล่ะดีแล้ว เด็กวัยกำลังโต ให้นอนเยอะๆ กินมากๆฝึกตามตารางว่างเป็ระบบ จะดีกับเขามากกว่า” ... ร้อยเอกบนชูตอบ
“เอ่อ คุณเคทครับ จเมินี่มีพลังที่เท่าไหร่ครับ?” ... แมกซ์อดถามไม่ได้
“4,750 kw”
“ห๊า!!” ... ทั้ง 3 อุทานพร้อมกัน
“เอาล่ะ วันนี้พอแค่นี้ ทุกคนกลับเข้ายานไปพักได้ ขอบคุณที่สละเวลามานะ” ...ร้อยเอกบนชูสั่งเลิกซ้อม
“ผู้กองครับ คือ... อิงฟ้าไม่ได้อยุ่ตอนขนย้านเจมินี่ ไพลอตเกิร์ลเจมินี่ ...คือผู้กองรึเปล่าครับ....” ... จิมมี่ถาม
“แหน่ะ ดูมัน ผู้หญิงคนอื่นมันไม่กล้าพูดด้วย ทีกับฉันมันล่ะพูด .... ฮ่ะๆ ...เอาเถอะ ... คือ ยังไม่กำหนดแน่นอนน่ะนะตอนนั้น แต่ไพลอตทดสอบน่ะมี เดิมทียัยเจมินี่เครื่องนั้นมีไพลอตทดสอบอยู่ แต่พอเหตุการณ์คับขัน มันอาจโดนขโมยได้ คุณเคทเขาถึงล้างระบบไพลอตทดสอบแล้วเซทค่าให้ยัยหนูอิงฟ้าเป็ไพลอตถาวรไปเลย ต้องตัดสินใจฉับพลันน่ะ อีกอย่า ยัยหนูนั่นก็มีคุณสมบัติในการรบ มุมมองของฉัน เจมินี่ได้ไพลอตถูกคนแล้วล่ะ”
ร้อยเอกบนชูตอบจิมมี่ และให้คนอื่นๆฟังระหว่างขับเครื่องกลับเข้ายาน
กึ่งงงงง
ครืด...ด.ด.ด
เครื่องของแมกซ์ลากขากับรันเวย์ปล่อยหุ่นตรงเกตทางเข้า
“เหวอ..อ..อ ฮึ่ย!...” ... แมกซ์ร้องอุทานออกมา
“ค่อยๆ ลงสิแมกซ์ นายนี่นะ ยิงแม่น ขยับคล่อง แต่แลนดิ้งกลับเข้ายานนี่ไม่ได้เื่ เอาเถอะ มันต่างจากเล่นในซิมูเลเตอร์ใช่มั้ยล่ะ? แรงเสียดทานกับแรงกระแทกของหุ่นรบจริงน่ะ” …ร้อยเอกบนชูถาม
“ค..ครับ...ขอโทษครับ” ...แมกซ์รีบขอโทษด้วยความลนลาน
“เอาเหอะ ค่อยๆ ฝึกไป อย่าลืมนะว่าพวกนายเพิ่งขับจริงๆ ครั้งที่ 2เองนะ ... ถ้าเทียบกับพวกที่ฝึกก่อนหน้านี้ที่ฉันเคยฝึกให้ พวกนายทำได้ดีมาก” ... ร้อยเอกบนชูให้กำลังใจ
“แล้วคนที่ฝึกมาก่อนหน้าไปไหนกันบ้างแล้วครับ”... จิมมี่ถาม
“ก็จบหลักศึตรก็แยกย้ายไปประจำการ เท่าที่ฉันได้ข่าว ก็ตายโหงตายห่าในสนามรบคาคอกพิทไปเยอะแล้ว” ...ร้อยเอกตอบ
“เยี่ยม .. ขับเองเก่งมาก แต่สอนคนนี่ เรียกว่าตายยกรุ่นสินะ เธอนี่มันอันตรายจริงๆผู้กองบนชู” ... เคทแหย่แทรกมา
“จิ๊ส์ เดี๋ยวเถอะคุณเคท ช่วยไม่ได้นี่ หลักสูตรเร่งรัดทั้งนั้น พวกนั้นเข้ามาฝึกร่างกาย ยุทธวิธีทางทฤษฎี แล้วก็ค่อยฝึกจำลองขับในซิมูเลเตอร์ ฝึกขับหุ่นจริงแป๊บเดียวเอง จะให้สอนอะไรมากมาย” ... ร้อยเอกบนชูตอบกึ่งหัวเราะ
ทุกคนแยกย้ายไปนอน ยานซิกนัสยังคงบินด้วยความเร็วสูงต่อไป