“กลับมาแล้วเ้าค่ะท่านแม่”เสียงใสที่ดังมาก่อนตัวเช่นนี้มีอยู่คนเดียวหลิวลี่หงละมือจากผ้าเช็ดหน้าที่ตั้งใจปักให้บุตรสาวเงยหน้ามองไปยังนอกศาลากลางสวน เห็นร่างขาวอวบวิ่งดุ๊กดิ๊กเข้ามาหา
“ท่านแม่ดูนี่สิเ้าคะ อาหงได้ของกินมาฝากท่านแม่เยอะแยะเลย” เด็กน้อยโอ้อวดพร้อมชูเฉ่าเหมยในมือให้มารดาดู
“ค่อยๆ เดิน ประเดี๋ยวล้ม”
“อาหงไม่ล้มหรอกเ้าค่ะท่านแม่อาหงแข็งแรงมาก ท่านแม่! ท่านดูเฉ่าเหมยที่อาหงเก็บมาสิเ้าคะน่ากินใช่หรือไม่” เด็กน้อยไม่อยากให้มารดาดุเื่ที่นางวิ่งมาจึงเปลี่ยนไปคุยเื่เฉ่าเหมยเเทน
หลิวลี่หงส่ายหน้าระอาใจด้วยรู้เท่าทันบุตรสาวแต่ไม่คิดเปิดโปง หญิงสาวรับผ้าเช็ดหน้าที่ชุบน้ำแล้วจากสาวใช้ข้างกายเช็ดใบหน้าอวบอิ่มของบุตรสาวสุดที่รักอย่างทะนุถนอม
“หน้าเ้าแดงนักวันนี้ไม่ต้องทำอะไรแล้วนะลูกรัก”
“เ้าค่ะอาหงี้เีแล้ว อิอิ”
“แล้วนี่พ่อเ้าไม่ตามมาด้วยเล่า”
“ท่านพ่อยืนคุมพวกพี่ๆ บ่าวจัดเก็บผลผลิตที่พวกลูกไปเก็บมาเ้าค่ะ”
“หืม?ไม่ได้มีเพียงเฉ่าเหมยที่เ้าเก็บมานี้หรือ” หลิวลี่หงเเปลกใจกับคำพูดของบุตรสาวคิดว่าได้เพียงเฉ่าเหมยป่ามาเสียอีก
“ท่านแม่ท่านดูถูกอาหงเกินไปแล้ว!” เ้าตัวเล็กกอดอกเชิดใบหน้าบึ้งตึงที่คำพูดของมารดาบ่งบอกว่าไม่เชื่อในตัวนาง
ท่านแม่นะท่านแม่ไม่เชื่อใจนางบ้างเลย อุตส่าห์บอกก่อนไปแล้วว่าจะเก็บของกินมาเยอะ ๆ ฮึ่ม!
“โอ๋ๆ บรรพบุรุษตัวน้อยของแม่ แม่ขอโทษ อย่าโกรธแม่เลยนะ”
เห็นมารดารีบง้อเด็กอ้วนจึงยิ้มกว้างพร้อมหลุดหัวเราะออกมา“อาหงไม่โกรธท่านแม่หรอกเ้าค่ะ ท่านแม่ ท่านกินเฉ่าเหมยนี่สิเ้าคะถึงจะเป็เฉ่าเหมยป่าแต่อร่อยมากนะเ้าคะท่านแม่เสียดายที่มีไม่เยอะด้วยหมดฤดูกาลของมันแล้ว”
หลิวลี่หงอ้าปากรับเฉ่าเหมยที่บุตรสาวป้อนอย่างว่าง่ายหลังลิ้มชิมรสชาติหวานอมเปรี้ยวกำจายอยู่ในปาก นางอดเผยยิ้มพอใจออกมาไม่ได้
“อร่อยมากขอบน้ำใจเ้า ลำบากอาหงแล้ว”
“คิกคิกอาหงไม่ลำบากเลยสักนิด เหมือนไปเล่นซ่อนหามากกว่า เพียงแต่ป่าเป็คนซ่อนอาหงเป็คนหา สนุกมากเ้าค่ะท่านแม่ ว่าแต่ท่านแม่ชอบหรือไม่เ้าคะ”
“ชอบสิชอบมาก”
เด็กน้อยยิ้มกว้างที่มารดาชอบเฉ่าเหมยที่นางเก็บมา“ท่านแม่ชอบอาหงก็ดีใจเ้าค่ะ”
จากนั้นปากน้อยๆ ช่างจำนรรจาเริ่มเล่ารายละเอียดที่ไปผจญภัยในป่าวันนี้ให้มารดาฟัง นางเจอใครบ้างเจอพืชผักผลไม้ชนิดใดบ้างจนหลิวลี่หงอดทึ่งไม่ได้ที่บุตรสาวของนางเก่งกล้ามากความสามารถถึงเพียงนี้
พืชผักที่ผู้อื่นไม่รู้ว่าสามารถนำมากินได้บุตรสาวนางกลับรู้ทั้งนี้ต้องขอบคุณ์ที่ประทานดวงเนตร์ให้บุตรสาวนาง หาไม่แล้ว วันนี้คงไม่ได้อะไรกลับมาเป็แน่
ระหว่างที่สองแม่ลูกพูดคุยกันอยู่นั้นนายท่านผู้เฒ่าและฮูหยินผู้เฒ่าเว่ยทราบข่าวจากบ่าวคนสนิท ว่าบุตรหลานกลับมาถึงจวนแล้วพร้อมด้วยผลผลิตมากมายก็เร่งเดินมาหาทันที โดยนายท่านผู้เฒ่าเว่ยไปหาบุตรชายและหลานชายส่วนฮูหยินผู้เฒ่าตรงเข้ามาหาลูกสะใภ้และหลานสาว
เพียงเดินใกล้เข้ามายังศาลากลางสวนเสียงใสที่ส่งเสียงหัวเราะของหลานสาวคนเดียวพลันดังออกมาให้ได้ยินหลินซือเหยายิ้มในหน้า แววตาอ่อนโยนยิ่ง นางค่อย ๆ เดินเข้าไปใกล้อย่างช้า ๆก่อนเห็นหลานสาวป้อนเฉ่าเหมยป่าสีแดงสดให้ลูกสะใภ้ กลิ่นอายความรักและความอบอุ่นตลบอบอวลฮูหยินผู้เฒ่าหยุดยิ้มมองภาพนั้นอยู่นาน
“อ๊ะ! ท่านย่า ท่านย่ามาแล้ว”เว่ยซือหงหันไปเห็นท่านย่าของตนจึงผละออกจากอ้อมกอดของท่านแม่วิ่งเข้ามากอดต้นขาผู้เป็ย่าอย่างรวดเร็วมือน้อยยื่นไปกอบกุมมือผู้สูงวัยกว่าพร้อมเดินนำเข้ามายังศาลา
“ท่านย่าท่านย่าดูสิเ้าคะ อาหงมีของฝากท่านย่าด้วยเ้าค่ะ ท่านย่ากินเฉ่าเหมยป่านี่สิเ้าคะอร่อยมากอาหงรับรอง”
ฮูหยินผู้เฒ่าอ้าปากรับผลเฉ่าเหมยที่หลานสาวป้อนแต่โดยดีครั้นเมื่อรสหวานอมเปรี้ยวกำจายในปากปฏิกิริยาของนางไม่ได้ต่างไปจากลูกสะใภ้เมื่อก่อนหน้านี้นัก
เว่ยซือหงเห็นปฏิกิริยานั้นพลันยิ้มกว้างหัวเราะคิกคักถูกใจ“ชอบใช่หรือไม่เ้าคะ”
“อืมย่าชอบมาก ขอบน้ำใจเ้า”
“ท่านย่าชอบอาหงก็ดีใจเ้าค่ะ”
ฮูหยินผู้เฒ่ายิ้มบางมองหลานสาวด้วยความรักฝ่ามือมีริ้วรอยคงแก่วัยยกขึ้นลูบหัวหลานสาวพลางถาม “เหนื่อยหรือไม่”
“ไม่เหนื่อยเ้าค่ะอาหงมีความสุขและสนุกมาก ขอบคุณท่านย่า ท่านแม่ขอบคุณทุกคนที่อนุญาตให้อาหงเข้าป่าเ้าค่ะ”เด็กน้อยยืนยันว่าตนเองมีความสุขด้วยการวาดแขนทั้งสองข้างออกจนสุดแขนเป็เครื่องหมายว่านางมีความสุขมาก ๆ จริง ๆไหนจะรอยยิ้มเจิดจ้าบนใบหน้าอวบอิ่มของเ้าตัวนั่นอีก พลอยให้หญิงต่างวัยทั้งสองยิ้มหัวเราะไปกับท่าทางของเ้าตัวน้อยอย่างอดใจไม่ไหว
สตรีสามนางหัวเราะมีความสุขด้านบุรุษของจวนก็กำลังตื่นเต้นไม่แพ้กัน นายท่านผู้เฒ่าเว่ยถึงกับเบิกตากว้างเมื่อเห็นผลผลิตที่บุตรหลานเก็บกลับมาจากป่าบางครั้งถึงกับโห่ร้องไปกับจำนวนที่ถูกถ่ายเทออกจากแหวนมิติของบุตรชาย
“มากถึงเพียงนี้!”
“ขอรับท่านพ่อนี่พวกข้าเก็บมาจากป่าชั้นนอกเท่านั้นนะขอรับยังไม่ได้เดินเข้าป่าชั้นกลางเลยแม้แต่น้อย” เว่ยซือซานกล่าวตอบบิดา
เว่ยซือหลิวก้มมองพืชที่มีลักษณะคล้ายมันเทศด้วยความสงสัย“นี่เรียกว่าอันใด”
“มันเทศนี่แหละขอรับท่านพ่อเพียงแต่ต่างสายพันธุ์จากที่เรารู้จักและนิยมกินกัน”
“มันเทศต่างสายพันธุ์หรือ”
“ขอรับท่านปู่มีทั้งสีม่วง สีส้มเลยขอรับ” เว่ยซือเหลียงเอ่ยตอบผู้เป็ปู่ด้วยตัวเอง
“แล้วนั่นล่ะ”ปลายนิ้วชี้ไปยังกองมันฝรั่ง ด้วยไม่เคยเห็นมันเทศรูปลักษณ์กลม ๆ แบบนี้มาก่อน
“มันฝรั่งขอรับเป็มันอีกประเภทหนึ่งคนละชนิดกับมันเทศขอรับท่านพ่อ แต่กินได้เช่นเดียวกันเห็นองหงบอกว่าเย็นนี้จะทำอาหารจากเ้าสิ่งนี้ด้วยขอรับ”
นายท่านผู้เฒ่าเว่ยพยักหน้ารับก่อนสายตาจะไปสะดุดกับพืชบางอย่างที่ภายนอกมีลักษณะคล้ายกับมันเทศ“แล้วนั่นมันเทศเหมือนกันใช่หรือไม่”
“กองนั้นไม่ใช่ขอรับท่านปู่กองนี้คือบัวหิมะ”
“บัวหิมะ!” เว่ยซือหลิวทวนคำ ก่อนชักสีหน้าไม่แน่ใจทั้งยังไม่อยากเชื่อด้วยตนเองรู้จักบัวหิมะเเละเคยเห็นมันมาแล้วหาได้มีลักษณะเป็หัวที่คล้ายมันเทศเช่นนี้ไม่ หากบัวหิมะกลับเป็ดอกที่ขึ้นอยู่บนูเาสูงภูมิอากาศเย็นจัดต่างหาก
เว่ยซือหลางเห็นสายตาคลางแคลงของท่านปู่จึงอธิบายทันที“บัวหิมะจริง ๆ ขอรับท่านปู่ แต่เป็บัวหิมะอีกประเภท น้องเล็กกล่าวว่าเป็บัวหิมะประเภทหัว กินสดเป็ผลไม้ก็ได้ หรือนำไปทำน้ำแกงกระดูกหมูก็ได้ขอรับสรรพคุณทางยาดีนักขอรับ”
“โอ้เช่นนั้นรึ ปู่คิดว่ามีแต่บัวหิมะที่เป็ดอกขึ้นทางตอนเหนือของแคว้นเราเสียอีก”
“จริงขอรับตอนแรกพวกข้าก็แปลกใจแต่พอได้ฟังคำอธิบายของน้องเล็กก็หายสงสัยไปเอง ท่านปู่อยากลองหน่อยหรือไม่ขอรับ”
“เอาสิ”รับคำหลานชายคนโตอย่างง่าย ๆ ด้วยสงสัยรสชาติของมัน
“หืม”ทว่าพอบัวหิมะถูกปอกเปลือกนอกออกไป ยิ่งทำให้เขาประหลาดใจมากกว่าเดิมกับเนื้อในสีส้มอมเหลืองแต่กลับใสฉ่ำน้ำยิ่ง
“ท่านปู่ลองชิมดูสิขอรับอร่อยมาก ข้าชอบมากขอรับ” เว่ยซือเหลียงกล่าวเร่งท่านปู่ให้ลองชิม
เว่ยซือหลิวลังเลเล็กน้อยก่อนตัดสินใจเอาเข้าปากกร๊อบ! เสียงความกรอบของบัวหิมะที่ถูกกัดได้ยินกันทั่วนายท่านผู้เฒ่าหลับตาพริ้มลิ้มชิมรสหวานฉ่ำน้ำด้วยความชอบใจ
“อร่อยมาก! นี่ นี่เป็ผลไม้ที่อร่อยยิ่งนัก พ่อไม่เคยกินมาก่อนเลย”
เว่ยซือซานหัวเราะออกมาพลางว่า“อย่าว่าแต่ท่านพ่อเลยขอรับที่ไม่เคยกินแม้แต่ฝ่าาก็ยังไม่เคยกินแน่ขอรับข้ามั่นใจ”
“เช่นนั้นก็มีเพียงพวกเราที่ลิ้มรสคนแรกต้องขอบน้ำใจอาหง ขอบคุณ์ที่เมตตาบุตรหลานของเราขอบคุณที่ประทานนางให้เกิดในจวนตระกูลเว่ย”
เว่ยซือหลิวเอ่ยออกมาด้วยความปีติยินดีเขามองผลผลิตที่เก็บจากป่ามาได้ด้วยสายตาครุ่นคิดยามนี้ทั่วทุกแขนงไม่ว่าแว่นแคว้นทวีปใดล้วนขาดแคลนอาหาร หากสามารถมีของกินเพิ่มมาได้คงจะดีไม่น้อยอย่างน้อยก็ช่วยลดความยากลำบากและความหิวอาหารได้ โดยเฉพาะตะเข็บชายแดนต่าง ๆ
ด้วยเป็ตระกูลแม่ทัพแม้จะวางมือแล้วแต่ใจนึกเป็ห่วงทหารใต้อานัติและชาวบ้านชาวเมืองที่ตนต้องปกป้องดูแลอยู่ตลอดพลันนั้นเขาจึงตัดสินใจได้
“ซือซานเ้าเอาเื่พืชผักใหม่ๆ พวกนี้ทูลถวายต่อฝ่าาเถอะ พระองค์จะได้ใช้อำนาจในมือในการเผยแพร่ความรู้ใหม่ ๆสู่ชาวบ้านชาวเมืองได้”
“ข้าก็คิดเช่นนั้นขอรับท่านพ่อแต่ว่าด้วยพืชผักพวกนี้เป็ชนิดใหม่ที่ไม่เคยมีใครค้นพบและกินมาก่อนดังนั้นเมื่อเราถวายฎีกาค้นพบพืชผักชนิดใหม่ที่สามารถเก็บไว้ได้นานและกินได้ฝ่าาต้องมอบรางวัลให้แน่ พวกเราจะรับเป็สิ่งใดดีขอรับ”
“ราชโองการเลือกคู่ครองเองได้ให้น้องเล็กดีหรือไม่ขอรับท่านพ่อท่านปู่ด้วยความพิเศษของอาหง หากคนนอกรับรู้มีหวังแม่สื่อมาบ้านพวกเราไม่เว้นวันแน่ขอรับ”
เว่ยซือเหลียงเอ่ยความคิดของตนขึ้นมาทันทีไม่ใช่เพราะหวงน้องสาวมากเกินไป เป็ความพิเศษของน้องสาวต่างหากที่เขากังวลหากคนภายนอกรู้เข้าคง้าเป็แน่ เขาไม่อยากให้ใครคิดใช้น้องสาวเขาเป็เครื่องมือสู่อำนาจการที่นางสามารถเลือกคู่ครองเองได้ถือเป็เื่ที่สมควรยิ่ง
“ตกลง”เว่ยซือหลิว เว่ยซือซานฟังแล้วเห็นสมควรจึงตกลงทันที
ณท้องพระโรงแคว้นโจว
ขุนนางน้อยใหญ่ต่างแตกตื่นที่แม่ทัพใหญ่ตระกูลเว่ยถวายฎีกาค้นพบพืชชนิดใหม่ที่สามารถกินและเก็บไว้ได้นาน
“แม่ทัพใหญ่จริงหรือไม่ที่เ้าพบพืชชนิดใหม่ที่สามารถกินได้และเก็บไว้ได้นาน”
“พ่ะย่ะค่ะฝ่าา”
“นำออกมาให้เจิ้นดู”
เว่ยซือซานไม่รอช้าวาดฝ่ามือออกไปเรียกพืชชนิดใหม่ทั้งสามที่เพิ่งค้นพบออกมาจากแหวนมิติทันที พร้อมทั้งอธิบายให้องค์เหนือหัวรวมทั้งขุนนางน้อยใหญ่ที่เข้าร่วมประชุมวันนี้ได้ฟัง
“โอ้มันเทศหลากสีที่เข้าใจว่าเป็พิษพวกนั้นที่แท้ก็แค่ต่างสายพันธุ์ ส่วนผลกลม ๆเรียกว่ามันฝรั่งหรอกรึ”
“พ่ะย่ะค่ะฝ่าา”
“แล้วไหนบัวหิมะเล่าเจิ้นยังไม่เห็นเลย”
“นั่นสิแม่ทัพเว่ยบัวหิมะจะเป็พืชชนิดใหม่ที่กินได้เช่นไรใครไม่รู้บ้างว่าบัวหิมะคือสมุนไพรล้ำค่า” จ้าวหยางมหาเสนาบดีกรมคลังเอ่ยขึ้นอย่างคลางแคลง หากเว่ยซือซานไม่โกรธเลยสักนิดด้วยเข้าใจเพราะตอนแรกเขาก็ไม่อยากจะเชื่อเช่นกัน
“ฝ่าามหาเสนาบดีจ้าว รวมถึงขุนนางทุกท่าน บัวหิมะที่ข้ากล่าวถึงคือบัวหิมะประเภทหัวพ่ะย่ะค่ะมิใช่บัวหิมะประเภทดอกที่เป็สมุนไพรที่เราเข้าใจและรู้จักกันดี”
“เป็เช่นนั้น”
“พ่ะย่ะค่ะฝ่าาบัวหิมะประเภทหัวนี้มีสรรพคุณหลากหลายและมีคุณประโยชน์ยิ่งนัก กินสดเป็ผลไม้ก็ได้หรือนำไปทำน้ำแกงก็ได้เช่นกันพ่ะย่ะค่ะ ผลมีลักษณะคล้ายมันเทศก็คือเ้านี่พ่ะย่ะค่ะฝ่าา”
เว่ยซือซานอธิบายพร้อมชี้ไปยังตะกร้าบัวหิมะทันทีเพื่อให้เห็นความแตกต่างมากขึ้นเขาจึงหยิบบัวหิมะมาปอกเปลือกต่อหน้าพระพักตร์รวมถึงข้าราชบริพารทุกคนทั้งยังแจกจ่ายให้ได้ชิมกันอย่างถ้วนหน้า
“รสชาติดียิ่งไม่คิดว่าจะมีผลไม้ที่ทั้งหวานกรอบและฉ่ำน้ำเช่นนี้ ท่านไปเจอได้อย่างไร” องค์ฮ่องเต้กล่าวถาม
เว่ยซือซานจึงเล่าเื่ที่เขาพาบุตรชายหญิงเข้าป่าให้พระองค์ได้ฟังหากไม่ลงลึกว่ารู้ได้เช่นไรว่าพืชผักชนิดใดกินได้ชนิดใดกินไม่ได้ แม้จะมีช่องโหว่ทว่าทุกคนย่อมมีความลับ องค์ฮ่องเต้จึงไม่ไถ่ถามให้อึดอัดใจเช่นไรแม่ทัพใหญ่ตระกูลเว่ยก็ไม่ใช่คนอื่นคนไกล ร่ำเรียนด้วยกันมาั้แ่เด็กนับเป็สหายสนิทคนหนึ่ง
พอทราบเื่ราวแล้วพระองค์จึงมีกระแสรับสั่งราชโองการกระจายความรู้สู่ชาวเมืองทุกคนให้ทราบโดยทั่วกันทันทีว่าบัดนี้แคว้นโจวค้นพบพืชชนิดใหม่ที่สามารถกินและเก็บไว้ได้นานแล้ว
“ด้วยแม่ทัพใหญ่มีความดีความชอบเจิ้นจะประทานรางวัลให้ ไม่ว่าแม่ทัพใหญ่จะขอสิ่งใด หากเจิ้นให้ได้เจิ้นจะให้ทันที”
จบคำท้องพระโรงพลันแตกตื่นเพราะนานมากแล้วที่องค์ฮ่องเต้ไม่พระราชทานรางวัลที่สามารถเลือกเองได้แบบนี้ทั้งยินดีและอิจฉาต่อแม่ทัพใหญ่ยิ่งนัก
“ขอบพระทัยฝ่าามีสิ่งเดียวที่ข้าน้อยประสงค์พ่ะย่ะค่ะ”
“สิ่งใดเล่า”
“กระหม่อมขอราชโองการเลือกคู่ครองเองได้ให้กับบุตรสาวของกระหม่อมเว่ยซือหงพ่ะย่ะค่ะ”
“ได้กงกง นำราชโองการมา”
วันเดียวกันนั้นเองที่เว่ยซือหงตัวน้อยต้องมาคุกเข่ารับราชโองการด้วยสีหน้าแปลกใจปนสงสัยเหตุใดตนถึงได้รับราชโองการจากฝ่าา กระนั้นก็รับไว้ด้วยความยินดี
ส่วนชาวบ้านชาวเมืองรวมถึงตระกูลต่างๆ ที่รู้ข่าวว่าแม่ทัพใหญ่ขอราชโองการเลือกคู่ครองเองได้ให้บุตรสาวต่างพากันคิดไปว่าแม่ทัพใหญ่ช่างหลงและหวงบุตรสาวยิ่งนัก ถึงกับกันท่าบรรดาแม่สื่อจากตระกูลต่าง ๆเช่นนี้ ทว่ามีหลายคนที่คิดว่าต้องมีอะไรมากกว่านั้น
ใครจะคิดเช่นไรเว่ยซือหงไม่สนใจเพราะตอนนี้นางมุ่งความสนใจทั้งหมดไปยังผักที่เพาะไว้ของนางมากกว่าอะไรจะมีความสุขไปกว่าการเห็นยอดผักน้อย ๆ ที่โผล่พ้นดินเล่า?