คำว่า "ใช่" ของระบบมิติ ทำให้เธอถึงกับร้องไห้น้ำตาไหลออกมาเธอจำได้ว่าั้แ่ลืมตาดูโลก จนอายุ 120 ปี ชีวิตก็เป็เหมือนเครื่องมือที่องค์กรใช้แสวงหาผลประโยชน์เท่านั้น เวลาเธอออกไปปฏิบัติภารกิจข้างนอกก็แอบแวะเที่ยวข้างนอกบ้าง วันหนึ่งบังเอิญเจอเด็กผู้หญิงอายุราวๆ 10 ปี ยืนรอใครบางคนมารับหลังจากเลิกเรียน เธอไม่เข้าใจว่าเหตุใดเด็กผู้หญิงคนนี้ถึงไม่เดิน หรือ นั่งแท็กซี่กลับเองด้วยความสงสัยเลยเดินเข้าไปถามคำตอบของเด็กคนนั้นคำตอบที่ได้ ทำให้เธอถึงกับช็อก
เด็กคนนั้นตอบกลับเธอว่า: " ปกติคุณพ่อและคุณแม่ก็ต้องมารับลูกๆของตัวเองหลังเลิกเรียนอยู่แล้ว พวกเขาเป็ห่วงกลัวว่าจะเจอคนไม่ดี อีกอย่างพวกท่านก็ยังบอกอีกว่าหนูยังเป็เด็กอายุแค่ 10 ขวบเองนะ ต้องอยู่ในความดูแลของผู้ปกครอง "
เอ๋?
"พ่อกับแม่ของพี่สาวไม่เคยมารับกลับบ้านตอนที่พี่ยังเป็เด็กหรือคะ"
หมายเลข 1 เซถอยหลังไป 2-3 ก้าว เด็กน้อยรีบวิ่งเข้าไปช่วยประคองเธอไว้ทันที
เธอจึงถามเด็กน้อยว่า: " อะไรคือพ่อแม่หรือ "
ทีแรกเด็กน้อยคนนั้นก็งงๆ แต่ยังคงฝืนอดทนอธิบายทุกอย่างให้เธอฟัง หมายเลข1 จึงได้รู้ว่าความรักจากคนในครอบครัวและสิ่งที่เรียกว่า พ่อแม่ นั้นเป็สิ่งที่เธอโหยหามาทั้งชีวิต
จางซื่อ กลัวว่าเสียงร้องไห้ของเด็กทารกคนนี้ จะทำให้ผู้ที่เดินผ่านไปผ่านมาแถวนี้รับรู้ได้ จึงเอาผ้าอุดปากนางไว้
หมายเลข 1 โดนการกระทำของจางซื่อปลุกให้ตื่นจากภวังค์แห่งความคิด นางหรี่ตาแคบลงแฝงด้วยความเ็า
"หญิงชั่วคนนี้หากเป็เธอในศตวรรษที่ 23 ล่ะก็…เธอจะทำการเชือดปาดคอทันที…"
แต่ตอนนี้แม้แต่แรงจะขยับตัวก็ยังไม่มีเลย
ในรถม้าหรูหราคันหนึ่ง ที่กำลังวิ่งหน้าตรงอย่างรวดเร็วเข้าสู่เมืองหลวง ฮูหยินสาววัย 16 ปี รูปโฉมงดงามจนสะท้านฟ้าะเืแผ่นดินเอ่ยออกมาอย่างอ่อนแรง
"แม่นมมู่ ข้า้าอุ้มบุตรสาว"
แม่นมมู่ มองไปที่คุณหนูของตนก็พลันให้ปวดใจสภาพนางในตอนนี้ดูอ่อนแอและย่ำแย่ยิ่งนัก
"ฮูหยินอีกแค่ 1 เค่อ (หรือประมาณ 15 นาที) ก็ถึงเมืองหลวงแล้ว ไว้ตอนนั้นบ่าวจะนำคุณหนูน้อยมาไว้ที่ข้างกายฮูหยินตลอดเวลาเลยเ้าค่ะ…อดทนอีกนิดนะเ้าคะ"
หวังซื่อ: " ไม่ข้าอยากเห็นหน้าลูก "
หวังฟางหรูหรือหวังซื่อเอ่ยออกมาอย่างไม่ยอมอ่อนข้อ แม่นมมู่เห็นดังนั้นเลยสั่งให้บ่าวหยุดรถม้าและวิ่งไปอุ้มทารกน้อยที่เอาแต่ร้องไห้ งอแง มาตลอดทาง แม่นมมู่กลัวว่าจะเป็การรบกวนการพักผ่อนของฮูหยินที่อ่อนเพลียเลยจ้างแม่นมอีกคนให้นั่งรถม้าอีกคันเพื่อดูแลคุณหนูน้อยแทน
แม่นมมู่: " มาแล้วเ้าค่ะ "
แม่นมมู่ยื่นทารกให้ฮูหยินอุ้ม
หวังซื่อ รับทารกน้อยมาด้วยความอ่อนโยนพอกวาดตามองเห็นใบหน้าของทารกน้อยที่อยู่ในอ้อมแขนชัดๆแล้วรอยยิ้มที่ปรากฏอยู่บนใบหน้าก็พลันหายไปในชั่วพริบตา
สัญชาตญาณของคนเป็แม่นั้นแม่นยำเสมอ นี่ไม่ใช่ลูกของนาง!!!
ก่อนที่นางจะเป็ลมสลบไปหลังคลอด นางได้เห็นหน้าลูกน้อยของตนแล้วทั้งน่ารักน่าชัง ผิวขาวราวกับกระเบื้องเคลือบเงาแถมยังมีใบหน้าที่ละหม้ายคล้ายคลึงนางเป็อย่างมาก
แม่นมมู่ สังเกตเห็นสิ่งผิดปกติจากการขมวดคิ้วบนใบหน้าของ ฮูหยิน ก็พลันเอะใจขึ้นมา
แม่นมมู่: "เกิดอะไรขึ้นกับคุณหนูน้อยหรือเ้าคะฮูหยิน"
หวังซื่อเอ่ยอย่างเ็า: "เด็กคนนี้ไม่ใช่ลูกของข้า"
แม่นมมู่ ใจนทำอะไรไม่ถูก รีบเอามือยกขึ้นมาปิดปาก นางจำได้ตอนที่อาบน้ำให้คุณหนูน้อย คุณหนูน้อยไม่ได้มีหน้าตาเช่นนี้
ใครกันที่บังอาจสับเปลี่ยนลักพาตัวของคุณหนูน้อยไป!
หวังซื่อ: "กลับรถเดี๋ยวนี้"
เสียงร้องตวาดของหวังซื่อดังสนั่น
ฮี้……!!!
เสียงม้าที่ถูกหยุดกะทันหัน 2 กีบเท้าหน้ายกขึ้นชี้ฟ้า จนฝุ่นตลบ
แม่นมมู่ รีบคุกเข่าโขกศีรษะยอมรับความผิดแต่หวังซื่อนางไม่มีเวลามาสนใจ ตอนนี้นางรู้สึกกังวลเกี่ยวกับลูกสาวที่แท้จริงของตนเป็อย่างมาก
แม่นมมู่: " ฮูหยินเ้าคะ อีกนิดเดียวก็ถึงจวนแล้ว พวกเรารีบกลับไปรายงานเื่ที่เกิดขึ้นให้กับนายท่านทราบก่อน จะได้ช่วยตามหาคุณหนูน้อยให้พบเร็วขึ้นเ้าค่ะ"
หวังซื่อ เห็นด้วยกับความคิดของแม่นมมู่แต่เื่นี้จะให้สามีของนางรับรู้ไม่ได้โดยเด็ดขาดหากเขารู้ นายท่านผู้เฒ่ากับฮูหยินผู้เฒ่าก็ต้องรับรู้ด้วยเช่นกัน จะไม่เป็ผลดีต่อลูกสาวที่เพิ่งคลอดของนาง
เพราะฮูหยินผู้เฒ่าเอาแต่เข้าข้างลำเอียงไปทางติงอี๋เหนียงอยู่ฝ่ายเดียวตระกูลหวังทางฝั่งบิดามารดาของนางนั้น เป็ไม้เบื่อไม้เมากับตระกูลติงมาโดยตลอด นาง้าส่งคนของตัวเองเท่านั้นเพื่อไปตามหาบุตรสาว
หวังซื่อ : " โถ่…..บุตรสาวที่น่าสงสารของข้า"
ฮือ ฮือ ฮือ…
นางเอามือทั้งสองยกขึ้นมาปิดหน้าร้องไห้อย่างโศกเศร้า
ณ หมู่บ้านชนบท อันห่างไกลจากเมืองหลวงจางซื่ออุ้มเด็กทารกที่หออยู่ในผ้าเก่าๆ เข้าไปในเรือนตระกูลไป๋เอ่ยปากเรียก
"ท่านพ่อ ท่านแม่"
สองผู้เฒ่าหันมาจ้องมองนางจางซื่อสังเกตเห็นห่อผ้าที่อุ้มอยู่ในมือของนางดวงตาก็พลันเบิกกว้าง
นี่เ้าคลอดลูกแล้วหรือ?
จางซื่อพยักหน้ารัวๆ เป็การตอบรับ สองผู้เฒ่าดีใจเป็อย่างมาก เมื่อได้ยินเช่นนั้นเพราะพวกเขามีลูกชายเพียงคนเดียว ก็คือไป๋ป๋อเหวิน สามีของจางซื่อ
จางซื่อแต่งเข้าตระกูลไป๋มาตั้งนานแล้ว แต่ก็ไม่ตั้งท้องสักทีจนอายุเกือบ 20 ปี ถึงได้ตั้งท้องและคลอดลูกออกมาในระหว่างการเดินทางไปสักการะขอพรพระพุทธองค์ที่วัดผิงอานใกล้ๆหมู่บ้านนี้
สองผู้เฒ่า รีบวิ่งไปดูทารกน้อยที่เพิ่งคลอดอย่างรวดเร็วปากก็เอ่ยถาม
เพศชายหรือเพศหญิง?
จางซื่อเม้มปากแน่นเอ่ย: "เป็เด็กผู้หญิงเ้าค่ะ"
สองผู้เฒ่าที่เพิ่งจะดีอกดีใจเมื่อสักครู่พลันชะงักค้าง หุบยิ้มลงทันที มือที่เอื้อมไปจะถึงตัวเด็กอยู่แล้ว ก็หดกลับมา
เหตุใดถึงไม่เป็ผู้ชายเล่า?
ฮูหยินผู้เฒ่า: " ฮือๆๆ...ไปๆ ไสหัวกลับไปที่ห้องของเ้าเสีย อย่ามาอยู่ให้เกะกะขวางลูกหูลูกตาข้า…"
ฮูหยินผู้เฒ่าเอ่ยปากไล่ลูกสะใภ้อย่างไร้ซึ่งความปราณี
จางซื่อก้มหน้าลงต่ำพลางคิดในใจว่าตนคิดถูกแล้วที่สลับสับเปลี่ยนตัวบุตรสาวของตนกลับบุตรสาวของฮูหยินน้อยที่ร่ำรวยผู้นั้นซึ่งดูก็รู้ว่าเป็ลูกผู้ดีมีชาติตระกูล หากบุตรสาวของนางได้เข้าไปอยู่ในตระกูลดีๆเช่นนี้แล้วล่ะก็….ชีวิตต้องสุขสบายเป็แน่
นางเหลือบมองทารกน้อยที่แสนจะน่ารักน่าชังในอ้อมอกของตน แววตาก็พลันปรากฏความ อิจฉา ริษยา ขึ้นมา
"เหตุใดคนเราถึงเกิดมาแล้วมีฐานะต่างกันได้มากขนาดนี้ เห็นแก่ที่เ้าใจกว้างยอมถอยให้กับลูกสาวของข้า งั้นก็ชื่อ"เจียอี"ก็แล้วกัน"
หมายเลข 1 ถลึงตาแมวอันร้ายกาจใส่นางจางซื่ออย่างโกรธแค้น
หมายเลย1:"ใครยอมถอยให้กับลูกสาวของเธอกัน รอให้ฉันโตกว่านี้อีกนิดสามารถขยับเขยื้อนร่างกายได้แล้ว ฉันจะแก้แค้นให้สาสมกับที่เธอทำในวันนี้อย่างแน่นอน"
จางซื่อ้าที่จะป้อนนมให้กับนางแต่เด็กทารกน้อยเอาแต่หันหน้าหนีไม่ยอมอ้าปากดื่มแถมยังใช้สายตาอาฆาตแค้นจ้องมองมาทางนาง
จางซื่อ: " ไม่กินก็อย่ากินทางที่ดีอดให้ตายๆไปเลยก็ดีเหมือนกัน"
หึ!
นางโมโหเดินกระทืบเท้าออกไป พอจางซื่อออกไปแล้ว เธอก็รีบหายตัวเข้าไปในมิติทันที เพื่อทำความเข้าใจระบบให้ดียิ่งขึ้นจึงได้รู้ว่าตอนนี้ระบบที่นางได้สร้างขึ้นมาเองกับมือนั้นบางอย่างก็ยังไม่สามารถเปิดใช้งานได้ ต้องรออัพเกรดเพิ่มเลเวลเสียก่อน เช่นการขุดเหมืองจะทำได้ก็ต่อเมื่อมีเลเวล ที่ 20 การสร้างอาวุธต้องมีเลเวลที่ 100 ตอนนี้ระบบอยู่ที่ เลเวล 10
หมายเลข 1 :" หิว...ทำไมหิวนมขนาดนี้ "
ติ๊ง! "นี่คือนมวัวที่ได้จากโรงงานเครื่องรีดนมวัว คุณสามารถดื่มได้"
เธอรีบรับเอานมวัว ที่บรรจุในขวดอย่างดีเปิดออกแล้วดื่มลงไปทันทีพอท้องอิ่มหนังตาก็เริ่มหย่อน เธอจึงรีบออกจากระบบมิติแล้วกลับมานอนหลับอย่างไร้กังวลบนเตียงนอนเก่าๆ