เข้าสู่เดือนสุดท้ายก่อนถึงกำหนดคลอด ด้วยขนาดท้องที่ใหญ่โตจะเดินจะเหินก็ค่อนข้างลำบาก แถม่นี้อลาโน่ก็เริ่มเจ็บท้องอยู่บ่อย ๆ เป็สัญญาณบ่งบอกว่าใกล้จะถึงกำหนดคลอดเต็มทีแล้ว มือบางลูบหน้าท้องที่โอบอุ้มเ้าตัวน้อยเอาไว้พลางมองเหม่อไปยังนอกหน้าต่าง
หากนับั้แ่วันที่อามันโด้ออกเดินทาง นี่ก็เข้าสู่เดือนที่สี่แล้ว ยังคงไร้วี่แววข่าวสารจากทางนั้นเื่กำหนดวันที่จะได้กลับบ้าน ผู้เป็ภรรยาจึงทำได้แต่เฝ้ารอคอยอย่างใจจดใจจ่อ
“ดัชเชสคะ โต๊ะน้ำชาตั้งเสร็จเรียบร้อยแล้วค่ะ” เสียงจากสาวใช้ทำให้อลาโน่หลุดจากภวังค์
“อื้ม ไปกัน” ยันตัวเองลุกจากเก้าอี้อย่างยากลำบาก โดยมีสาวใช้ช่วยประคองไปยังสวนหย่อม
“คุณชายเรียนเสร็จหรือยัง?” ร่างตุ้ยนุ้ยของอลาโน่รีบจ้ำอ้าว กลัวจะไปไม่ทันตามแผนที่ตัวเองวางเอาไว้
“ใกล้แล้วค่ะ ดัชเชสอย่ารีบเดินสิคะ มันอันตราย…” สาวใช้บ่นอุบ กับความตื่นเต้นจนเกินเหตุของคนท้อง
แม้ทุกคนจะรู้สึกดีใจที่ดัชเชสคนใหม่ทั้งใจดี มีเมตตา และไม่ถือตัว แถมยังเอาใจใส่ทุกคนในบ้าน แต่ก็มักจะชอบทำอะไรเกินตัวจนโดนปรามอยู่บ่อย ๆ
อย่างเช่นครั้งนี้ ขนาดท้องก็โตมากแล้ว เดินเพียงไม่กี่ก้าวก็ขาบวมจนต้องประคบร้อน ยังอุตส่าห์จัดเตรียมงานให้คุณหนูโดยไม่บ่นเหนื่อยเลยสักคำ
“มาหรือยังครับ?” ถามด้วยความตื่นเต้น
“เดินมาทางนี้แล้วค่ะ!” สาวใช้ที่รับหน้าที่ดูต้นทางรีบเดินมาบอก อลาโน่จึงให้สัญญาณแก่ทุกคนยืนเรียงหน้ากระดานรอเ้าของงาน
ไม่นานก็ปรากฏร่างของสองเพื่อนซี้ที่เดินคุยกันมาแต่ไกล
“ว้าว นี่บ้านนายเลี้ยงฉลองเื่อะไรหรือ? ดูน่าสนุกจัง” เป็แกสตอนที่โพล่งขึ้นก่อน ลูเซียสจึงหันมองตาม และได้พบกับโต๊ะน้ำชาที่เต็มไป ด้วยสีสันของขนมหลากรูปแบบ อีกทั้งยังตั้งอยู่ท่ามกลางสวนดอกไม้ของดัชเชสคนก่อน ซึ่งตอนนี้อลาโน่เปลี่ยนให้มันกลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง
“เอ่อ ไม่รู้สิ” ทั้งคู่เดินเข้ามาหาอลาโน่ที่ยืนรออยู่ด้วยความสงสัย
“ยินดีต้อนรับนะเด็ก ๆ วันนี้เป็วันพิเศษมาก ๆ เราต้องเลี้ยงฉลองกัน” แย้มยิ้มอย่างมีเลศนัย
“เกิดอะไรขึ้นหรือครับ? หรือว่าคุณพ่อกลับมาแล้ว” ลูเซียสถามอย่างแปลกใจ
“ไม่ใช่หรอกครับ ก็วันนี้เป็วันเกิดคุณชายยังไงล่ะครับ” ยิ้มกว้างอย่างตื่นเต้น
“วันเกิดแล้วต้องฉลองด้วยหรือครับ?” ั้แ่เกิดมาเขาไม่เคยเห็นใครให้ความสำคัญกับเื่นี้เสียเท่าไหร่ จึงไม่รู้ว่ามันพิเศษยังไง
“ต้องฉลองสิครับ คุณชายก็เห็นนี่นา กว่าเด็กคนหนึ่งจะเกิดขึ้นมาได้ยากมากแค่ไหน?” ว่าพลางลูบท้องของตัวเอง
“...”
"หากไม่ได้รับความรักอย่างล้นเหลือจากผู้ให้กำเนิด ก็คงไม่ได้มีโอกาสลืมตาดูโลกใบนี้เป็แน่"
"..."
“เพราะฉะนั้นวันที่คุณชายเกิด จึงเป็วันที่พิเศษมากๆ สำหรับพวกเรา”
“...”
“ขอบคุณที่เกิดมานะครับ” อลาโน่ไม่พูดเปล่า มือบางประคองใบหน้าของลูกเลี้ยง ก่อนจะจุมพิตที่หน้าผาเป็การอวยพรในวันเกิด เช่นเดียวกับที่คุณพ่อและคุณแม่มักจะทำในวันเกิดของอลาโน่
ลูเซียสอึ้งจนพูดอะไรไม่ออก ความรู้สึกขณะนั้นราวกับเวลาหยุดเดินไปชั่วครู่ ทั้งรอยยิ้ม สายตา ความเย็นของลมที่พัดผ่านกระทบใบหน้า และกลิ่นหอมของดอกไม้ เหมือนตัวของเขากำลังร่องรอยอยู่ในความฝัน
ั้แ่จำความได้ เขาเกลียดวันเกิดของตัวเองมาโดยตลอด และพยายามลืมมันในที่สุด
แต่พอมาวันนี้ คำพูดของอลาโน่ทำให้หัวใจของเขาเหมือนได้รับการให้อภัย มันมีความรู้สึกมากมายเหมือนได้กลับมามีชีวิตอีกครั้ง
"ไปทานขนมกันเถอะเด็ก ๆ" อลาโน่จูงมือเด็กทั้งสองเดินไปยังโต๊ะน้ำชาที่จัดเตรียมไว้ และพูดคุยอย่างสนุกสนาน
"ลูเซียส วันเกิดนายนี่สุดยอดจริง ๆ ถ้าคุณพ่อจัดงานให้ฉันแบบนี้บ้างก็คงเยี่ยมไปเลย ง่ำ" แกสตอนเอ่ยชมเพื่อนสนิท พลางเคี้ยวขนมจนแก้มตุ่ย
"ค่อย ๆ ทานนะครับคุณชาย เดี๋ยวจะสำลักเอา" อลาโน่พูดไปยิ้มไป อีกทั้งยังคอยเช็ดเศษขนมที่เลอะมุมปากให้
"เรียกผมว่าแกสตอนเฉย ๆ เถอะครับ ดัชเชส" เ้าเด็กแก้มตุ่ยยังพูดต่อไม่หยุด
"งั้นก็เรียกผมว่าอลันก็พอครับ แกสตอน" ทั้งคู่คุยไปยิ้มไป จนเกือบลืมผู้ร่วมวงสนทนาที่เป็ถึงเ้าของงานในวันนี้
"..." ชายเสื้อของอลาโน่ถูกกระตุกเบา ๆ จนต้องหันมาหาคนเรียก
"มีอะไรหรือครับคุณชาย?"
"หลุยส์ เรียกแค่หลุยส์ก็พอครับ" หนุ่มน้อยพูดอย่างเขินอาย เมื่อเห็นเพื่อนมีท่าทีสนิทกับแม่เลี้ยง ตัวเขาก็อยากเป็คนที่สนิทได้มากกว่า
"ครับหลุยส์ อยากทานอะไรครับ? เดี๋ยวผมตักให้" อลาโน่ยิ้มอย่างปลื้มปริ่มที่ความสัมพันธ์ของเขากับลูกเลี้ยงดีขึ้นอีกในระดับหนึ่ง
"หลุยส์! นายลองกิน-" ไม่ทันจบประโยคก็ถูกเ้าของชื่อขัดขึ้นเสียก่อน
"นายห้ามเรียก! เรียกลูเซียสเหมือนเดิมดีแล้ว" ตวัดสายตาดุราวกับจะกินเืกินเนื้อกัน
"แหม ๆ ห่วงแม้กระทั่งชื่อเรียกเลยนะ" แกสตอนประชดและเบ้ปากใส่ ก่อนจะหันกลับไปสนใจขนมตรงหน้าดังเดิม
"ผมอยากทานอันนั้นครับ" ลูเซียสเองก็ไม่สนใจ และหันมาคุยกับอลาโน่ต่อ
"ได้สิครับ" คนท้องลูกขึ้นไปตักเค้กหน้าผลไม้ที่อยู่กลางโต๊ะให้ทันที แต่เ้าตัวกลับลืมสรีระร่างกายของตัวเองไปชั่วคราว เป็ผลให้หน้าท้องนูนชนเข้ากับแก้วน้ำองุ่นหกกระเด็นเลอะเสื้อของลูเซียสพอดี
"แย่แล้ว ขอโทษนะ" อลาโน่รีบวางเค้กที่ตัก ก่อนจะใช้ผ้ากันเปื้อนเช็ดให้
"ไม่เป็ไรครับ นิดหน่อยเอง" มือเล็กััมือของอลาโน่อย่างอ่อนโยนพร้อมยิ้มให้
"แต่ชุดเลอะหมดเลย ไปเปลี่ยนชุดก่อนไหมครับ?"
"ไม่ครับ เด็ก ๆ ก็ต้องมีเลอะเทอะกันบ้างไม่ใช่หรือครับ"
"^_^"
"อีกอย่างวันนี้ก็เป็วันของผม ผมขอตามใจตัวเองแล้วกันนะครับ" รอยยิ้มที่ดูสมวัยและไร้ความกังวลทำให้อลาโน่เบาใจ เมื่อนึกถึงครั้งแรกที่เจอกัน
ด้วยความคาดหวังของการเป็ว่าที่ดยุกคนต่อไป คงจะรู้สึกกดดันและไม่ค่อยได้เล่นสนุกนัก จึงรู้สึกเสียดาย่วัยที่ควรสดใสแบบนี้
"โอ๊ะ! โอ๊ย" แต่แล้วจู่ ๆ ความเ็ปก็แล่นผ่านหน้าท้องจนต้องงอตัว
"เป็อะไรครับ!?" ทุกคนต่างใรีบเข้ามาดูอาการดัชเชส
"โอ๊ย ผมปะ ปวดท้อง!" มือบางจับหน้าท้องที่รู้สึกบีบรัดเป็ระยะและถี่ขึ้นเรื่อย ๆ กอบกับช่องทางด้านหลังเริ่มเปียกชื้นมากเกินจนผิดสังเกต เมื่อเห็นท่าไม่ดีคนดูแลจึงเข้าช่วยเหลือ เมื่อตรวจดูอาการคร่าว ๆ จึงได้ความว่า
"ไปตามหมอมาเร็ว ดัชเชสจะคลอดแล้ว!" หัวหน้าแม่บ้านสั่งลูกน้อง ก่อนคนที่เหลือจะช่วยประคองอลาโน่ให้รีบกลับเข้าบ้าน
"กะ เกิดอะไรขึ้นหรือ!?" แกสตอนที่วุ่นอยู่กับของอร่อยก็ใกับเหตุการณ์ชุลมุนตรงหน้า จึงเอ่ยถามเพื่อนสนิทที่มีสีหน้าเป็กังวลเช่นกัน
"อลันกำลังจะคลอดน้อง" ลูเซียสอธิบายด้วยเสียงเรียบ
"ก็เป็ข่าวดีน่ะสิ แล้วนายจะร้องไห้ทำไมล่ะ?" สงสัยที่จู่ ๆ เพื่อนก็มีน้ำตาคลอ
เ้าคนเ็าก็ร้องไห้เป็ด้วยหรือเนี่ย? แกสตอนนึกในใจ
"ฮึก ฉันไม่รู้" ลูเซียสก็ไม่เข้าใจตัวเองเช่นกัน ตอนนี้เขาแค่กำลังรู้สึกกลัวเอามาก ๆ
"..."
"คงเพราะตอนฉันเกิด ฉันทำให้คุณแม่ตาย ฮึก" แม้ว่าเื่นี้จะถูกเก็บเป็ความลับ และไม่มีใครกล้าบอกกับเขาโดยตรง แต่เขาก็ยังคงรู้สึกผิดอยู่ในใจเสมอั้แ่จำความได้
"..."
"ถ้าน้องทำให้อลันตะ-" ไม่ทันจบประโยคเพื่อนสนิทก็แผดเสียงแทรกขึ้นทันที พร้อมเอาขนมที่อยู่ในมือยัดปากอีกคน
"อย่าพูดนะ! นายจะบ้าไปแล้วหรือ? เป็ห่วงก็ไปอยู่ข้างเขาสิ"
"ฮึก" ได้แต่สะอื้น
"ไหนนายเคยบอกว่าน้ำตาไม่ช่วยแก้ปัญหาไง ไปกับฉันเดี๋ยวนี้เลย" แกสตอนยอมวางขนมในมือ ก่อนจะจูงมือเพื่อนสนิทขี้แยให้ตามอลาโน่ไป
...
ภายในห้องที่ถูกจัดเตรียมไว้สำหรับคลอดบุตรกำลังวุ่นวายกันใหญ่โต เนื่องจากอลาโน่เป็โอเมก้าเพศชาย การให้กำเนิดจึงมีวิธีการที่ต่างออกไป เขาจำเป็จะต้องถูกผ่าคลอด ซึ่งอันตรายกว่ามากในยุคสมัยที่การแพทย์เพิ่งเริ่มต้นพัฒนาเช่นนี้
"อ๊ากกก ปะ ปวดท้อง ฮือ ผมปวดท้องเหลือเกิน" เหงื่อไคลผุดขึ้นรอบกรอบหน้าจนชุ่ม แขนขาของอลาโน่กำลังถูกตรึงเข้ากับมุมเตียงทั้งสี่ด้าน เพื่อไม่ให้เกิดการขยับตัวที่ส่งผลต่อการผ่าตัด
ไม่นานหมอฝีมือดีก็มาถึง เขาจัดแจงให้คนท้องดมยาลดความเ็ป และตรวจดูความพร้อมของการให้กำเนิด ซึ่งไม่มีอะไรน่าเป็ห่วง ต่อจากนี้ก็จะขึ้นอยู่กับความเร็วของหมอ และความอดทนของอลาโน่ เพราะเขาจะรู้สึกตัวตลอดเวลาที่ถูกผ่าตัด
"ยังเข้าไม่ได้นะคะคุณชาย! คุณหมอ้าสมาธิค่ะ" สาวใช้รีบห้ามคุณชายทั้งสองที่วิ่งมาแต่ไกล
"แต่ผมอยากอยู่ข้างอลัน" ลูเซียสมีสีหน้าเป็กังวล
"เข้าใจค่ะ แต่คุณหมอสั่งห้าม คุณชายนั่งรอที่ด้านหน้าดีกว่านะคะ"
"แต่..."
"ดิฉันจะแง้มประตูไว้ให้ คุณชายจะได้คลายกังวล"
"ขอบใจนะ" ลูเซียสยอมนั่งรอแต่โดยดี ใจจดจ่อฟังเสียงครวญครางของอลาโน่ที่ดังขึ้นไม่ขาดสาย มือเล็กกุมมือขึ้นสวดภาวนาต่อพระเ้า ขอให้ทั้งคู่ปลอดภัย
"คุณแม่ครับ ช่วยอลันด้วยนะ ได้โปรด..." และภาวนาถึงมารดาที่จากไป
ผมขอร้อง...อย่าเพิ่งทวงความอบอุ่นไปจากผมเลย
เวลาผ่านไปนานนับชั่วโมง เสียงร้องแห่งความเ็ปก็หยุดลง แทนที่ด้วยเสียงร้องไห้ของทารกแรกเกิด
"อุแว้..." สัญญาณแห่งชีวิตใหม่เริ่มต้นขึ้น
ลูเซียสพุ่งตัวเข้ามาดูอาการในห้องทันที เห็นสาวใช้กำลังเช็ดทำความสะอาดร่างกายให้กับทารกน้อย
บนเตียงนั้นเต็มไปด้วยเศษเสี้ยวความทุกข์ทรมารจากการให้กำเนิดสีแดงฉาน เปรอะเปื้อนร่างกายส่วนกลางไปจนถึงล่าง ทำให้คนที่ได้พบเห็นนั้นรู้สึกใจคอไม่ดี
"คุณชาย!" สาวใช้โพล่งอย่างใ ที่คุณชายทั้งสองพุ่งเข้ามา
เนื่องจากการทำความสะอาดยังไม่เสร็จสิ้น พวกเขายังไม่ควรเห็นภาพน่ากลัวแบบนี้ และใช่! มันน่ากลัวเกินกว่าเด็กน้อยจะรับได้
ตึ้ง! ร่างกลมของหนุ่มน้อยผิวสีช็อกจนเป็ลมล้มพับไปทันที ต่างจากคุณชายลูเซียโน่ที่ไม่มีการใแม้แต่น้อยกับภาพที่น่าสยดสยองตรงหน้า
"พาคุณชายกับคุณหนูไปพักอีกห้องไป" หัวหน้าสาวใช้สั่ง ก่อนจะพาทารกน้อยและคุณชายแกสตอนไปยังห้องพัก
"อลันเป็ยังไงบ้าง?" ลูเซียสเดินเข้าไปหาร่างที่ถูกตรึงเข้ากับหัวเตียง
"ดัชเชสปลอดภัยดีครับ แต่ยัง้าพักผ่อนอีกสักระยะ" เป็คุณหมอที่ตอบคำถามแทน
"ช่วยแก้มัดทีครับ"
"..." คุณหมอพยักหน้าให้สาวใช้ช่วยกันแก้มัด ก่อนที่ตัวคุณหมอจะใช้ผ้าชุบน้ำเช็ดทำความสะอาดคราบเืให้คนไข้
"ผมขอทำเองครับ" ลูเซียสยื่นมือไปรับผ้า ไม่อยากให้คุณหมอได้ััร่างกายขาวที่นอนอยู่
"อย่าเลยครับ กลิ่นคาวเืยากที่จะล้างออกง่ายๆ" ด้วยความหวังดีจากคุณหมอ แต่สำหรับลูเซียสนั้นกลิ่นคาวน้อยนิดกว่ากลิ่นโอเมก้าที่เขาััได้ ยิ่งพอคลอดลูกออกมาแล้ว กลับรู้สึกว่าร่างกายนั้นกำลังบริสุทธิ์อีกครั้ง
"แต่ผมจะทำ!" น้ำเสียงดุดันออกคำสั่ง พร้อมจ้องมองอย่างไม่วางตา
"อึก! คุณชาย" กลิ่นฟีโรโมนถูกปล่อยฟุ้งกระจายทั่วห้องอย่างรวดเร็ว ความกดดันแผ่ซ่านจนคุณหมอไม่อาจปฏิเสธได้คำขอได้ แม้จะเป็เบต้าแต่ยังรู้สึกได้ถึงผลกระทบที่รุนแรง
"ขะ คุณชายหยุดปล่อยฟีโรโมนก่อน ไม่อย่างนั้นดัชเชสที่ร่างกายอ่อนแอจะพลอยมีผลกระทบไปด้วย" จบประโยคลูเซียสก็เหมือนได้สติทันที ชั่วครู่เขาไม่รู้ตัวเลยว่าทำอะไรลงไป
"ขอโทษครับ แต่ผมขอดูแลอลันเองนะ" เปลี่ยนท่าทีอ่อนลง เมื่อเห็นสีหน้าเหยเกของอลาโน่
"ได้ครับ แต่ผมจะสอนให้ก่อน คุณชายจะได้ทำถูกวิธี" ลูเซียสยอมฟังแต่โดยดี และทำตามขั้นตอนอย่างละเอียด
นี่คงเป็คุณสมบัติเด่นอย่างหนึ่งของอัลฟ่าสินะ จิตใจแข็งแกร่ง ไม่เกรงกลัว และความสามารถโดดเด่นทุกด้าน ราวกับพระเ้าอำนวยพร
แต่ฟีโรโมนที่แรงขนาดนั้น...บางที อาจเป็อะไรที่เหนือขั้นขึ้นไปอีก?
"อาการของดัชเชสไม่มีอะไรน่าเป็ห่วงแล้ว หากทำตามขั้นตอนที่ผมแนะนำก็จะอาการดีขึ้นเรื่อยๆ ครับ" คุณหมอพูดบอกกับลูเซียสและคนดูแลทุกคน
"ขอบคุณครับ คุณหมอ" ลูเซียสโค้งให้อย่างสุภาพ ก่อนจะไปคุณหมอพูดกับลูเซียสด้วยน้ำเสียงจริงจังอีกครั้งว่า
"หากพอมีเวลาว่าง ผมอยากให้คุณชายมาตรวจสุขภาพกับผมดูสักครั้งนะครับ" คุณหมอเอ่ยบอกด้วยความเป็ห่วง
"ผมจะหาเวลาไปครับ ขอบคุณสำหรับทุกอย่าง" หลังจากส่งคุณหมอเสร็จ ทุกคนก็แยกย้ายไปดูแลดัชเชสและสมาชิกใหม่ต่อ
...
"อุแว้ ๆ" ทารกน้อยที่เพิ่งได้ัักับโลกใบใหม่ ความไม่คุ้นเคยทำให้เกิดอาการงอแงและร้องไห้โยเย
"อื้อ เสียงดังจัง" เด็กชายผิวสีที่สลบไป เริ่มรู้สึกตัวจากเสียงร้องของทารกในเปล
"ตื่นได้แล้วหรือ?" และเสียงเพื่อนสนิทก็ดังขึ้นตามมา
"อ๊ะ โทษทีฉันใมากไปหน่อย" แกสตอนรีบดีดตัวลุกขึ้นทันทีที่นึกได้
"หึ" แต่ลูเซียสก็ไม่ได้ว่าอะไร
"อุแว้ ๆ" เสียงร้องไห้ยังคงเรียกความสนใจจากทั้งคู่
ลูเซียสที่ดูแลอลาโน่เสร็จจึงเดินมาดูน้องต่างแม่ของเขาต่อ เพราะพ่อฝากให้เขาดูแลทุกคน เขาจึงบกพร่องไม่ได้ ทั้งสองก้มดูทารกในเปลอย่างตื่นเต้น
"สวยจัง" แกสตอนเผลอเอ่ยชมทารกน้อยด้วยสัญชาตญาณ
"เป็ผู้หญิงน่ะ" ลูเซียสจึงเฉลยเพศให้กับเพื่อน
"โตมาต้องสวยเหมือนกับอลันแน่เลย"
"ห้ามนายชมน้องฉันแบบนี้อีกนะ กับอลันก็ด้วย!"
"ขี้หวงจังนะ? น้องคนสวยมีพี่ชายหน้าดุแบบนี้ น่าสงสารจังเลย เนอะๆ" แกล้งกวนประสาทเพื่อนก่อนจะใช้นิ้วเขี่ยแก้มกลมน่าหยิกนั้น
"นี่นาย!"
"โอ๊ะ!" แกสตอนอุทาน เมื่อนิ้วของเขาถูกอุ้มมือเล็กจับเอาไว้แน่น
"..."
"แข็งแรงจัง ถ้าเพศรองเป็อัลฟ่า คงหนีไม่พ้นตำแหน่งเพชรน้ำหนึ่งแน่ๆ เลย" พูดออกมาอย่างตื่นเต้น
"เพ้อเจ้อน่า นายกลับบ้านไปได้แล้ว ป่านนี้ท่านดยุกคงรอแย่" พี่ชายมือใหม่ออกปากไล่เพื่อนสนิทอีกรอบ
"วันนี้พ่อฉันไม่อยู่บ้าน" แกสตอนสวนกลับทันควันจนลูเซียสเริ่มขมวดคิ้ว
"แล้วพี่ชายนายล่ะ?"
"พี่ก็ (ทำท่าคิด) ...นี่นายจะเก็บไว้ดูคนเดียวเลยหรือไง!? ทั้งอลันทั้งน้องน่ะ"
"เออ รู้แล้วก็กลับไปได้ละ เรา้าเวลาส่วนตัว!"
"ชิ กลับก็ได้ จะหวงอะไรนักหนา" แกสตอนบ่นอุบ แต่ก็ยังไม่วายหยอกเพื่อนขี้หวงก่อนกลับ
"..."
"พรุ่งนี้เจอกันใหม่นะครับ น้องคนสวย"
"แกสตอน!!" ลูเซียสขมวดคิ้วจนแทบจะติดกัน ซึ่งตัวเขาเองก็ไม่รู้ว่าทำไมถึงหงุดหงิดแบบนี้ เมื่อมีคนมาชมน้องสาวและแม่เลี้ยงของเขา
คงเพราะคุณพ่อสั่งให้เขาคอยปกป้องอลันกับน้อง ดังนั้นแม้แต่คำพูดแทะโลมเขาก็จะไม่มีทางให้มันเกิดขึ้น!