ตอนที่ 1 หวนคืน (2)
เมื่อซย่าเสี่ยวฉานยกโถใส่ข้าวต้มออกมา ตอนนี้ในห้องโถงรับประทานอาหาร คนตระกูลซย่าตื่นกันหมดแล้ว และกำลังล้อมโต๊ะรอซย่าเสี่ยวฉานยกอาหารมาจัดวาง
ซย่าเสี่ยวฉานอยู่ลำดับสี่ของบ้านสาม[1]ของตระกูลซย่า ตระกูลซย่าให้ความสำคัญกับชายมากกว่าหญิง ั้แ่เล็กจนโต ซย่าเสี่ยวฉานถ้าไม่ถูกทุบตีก็โดนด่าทอ ลำดับ้าของซย่าเสี่ยวฉานนั้นยังมีพี่สาวอยู่หนึ่งคน ทว่าน่าสงสารยิ่งนัก เพื่อให้ซย่าต้าหู่พี่ชายคนโตของนางได้แต่งภรรยา ฝางซื่อให้ซย่าเสี่ยวหงพี่สาวของนางออกเรือนไปยังพื้นที่หลังเขาซึ่งห่างไกลความเจริญและอัตคัดยิ่งกว่าตระกูลซย่าเสียอีก ได้ยินว่าคนตระกูลนั้นให้มาสิบตำลึง แม้ว่าชายตระกูลนั้นจะอายุสามสิบกว่าเข้าไปแล้ว แต่ตระกูลซย่าก็ยังให้ซย่าเสี่ยวหงที่อายุสิบสี่ปีแต่งออกไป
อันที่จริงกล่าวให้ไพเราะสักหน่อยก็คือแต่งงาน หากกล่าวอย่างไม่รื่นหูนัก แท้จริงแล้วตระกูลซย่าขายลูกสาว
ขายลูกสาวของตัวเองทิ้ง เพียงเพื่อให้ลูกชายไปสู่ขอลูกสาวเถ้าแก่ร้านขายของชำในเมืองเล็กๆ แต่งงาน
หากซย่าต้าหู่ยินยอมแต่งงานกับเสี่ยวฮวาที่อยู่ในหมู่บ้านเดียวกัน อันที่จริงใช้แค่สองตำลึงก็เพียงพอแล้ว และสองตำลึงนี้ตระกูลซย่าก็สามารถจ่ายได้ แต่ว่าหากพูดถึงตอนที่ให้ซย่าเสี่ยวหงแต่งออกไป แม้จะรู้สถานภาพของชายผู้นั้นอยู่แก่ใจ แต่คนตระกูลซย่าต่างไม่มีข้อโต้แย้ง
ความทุกข์ระทมของบุตรสาวตระกูลซย่า ดูเหมือนเกิดมาเพื่อให้คนตระกูลซย่าใช้งานเหมือนวัวเหมือนม้า
ซย่าเสี่ยวฉานเคยพบชายที่ขอซย่าเสี่ยวหงแต่งงานผู้นั้น รูปร่างสูงใหญ่บึกบึน ดวงตาทั้งสองดุร้าย เพียงมองก็รับรู้ได้ว่าเป็คนฉุนเฉียว
ใบหน้าที่เต็มไปด้วยรอยกระของชายผู้นั้นยิ่งทำให้ซย่าเสี่ยวฉานมีภาพจำที่ลึกซึ้งชัดเจน นางบอกได้คำเดียว อัปลักษณ์!
หลังจากเห็นใบหน้าคนผู้นั้นแล้ว นึกภาพว่าซย่าเสี่ยวหงต้องใช้ชีวิตร่วมกับคนเช่นนั้นไปทั้งชีวิต ซย่าเสี่ยวฉานก็มักจะตัวสั่นเทาอยู่ในฝัน คนคนนั้นมีดวงตาทรงสามเหลี่ยมที่ทั้งดูลามกและอึมครึม จมูกมอมแมม ผมเหนียวเกรอะกรัง ทั้งตัวคละคลุ้งไปด้วยกลิ่นเหม็นสาบ และรอยกระทุกๆ จุดทำให้ใบหน้าของเขาปรากฏแรงกระตุ้นอันน่าหวาดผวาบางอย่าง ทำให้นึกถึงสิ่งมีชีวิตบางชนิด ผี!
รูปร่างหน้าตาเป็เช่นนี้แล้ว ได้ยินว่านิสัยยังดุร้าย มิน่าเล่า อายุสามสิบกว่าแล้วยังแต่งเมียไม่ได้เสียที
และซย่าเสี่ยวหงที่ออกเรือนไปเมื่อปีก่อน ลองจินตนาการดูว่าการใช้ชีวิตในสถานที่ไร้ซึ่งความเจริญและยากจนยิ่งกว่าหมู่บ้านของตระกูลซย่านั้นจะมีจุดจบเป็อย่างไร
ในอดีตชาติ จนถึงตอนซย่าเสี่ยวหงตายไปแล้วก็ยังไม่ได้กลับมาตระกูลซย่าเลยสักครั้ง ได้ยินว่าชายตระกูลนั้นเกียจคร้านและโมโหร้าย แม่สามีก็ป่าเถื่อนไร้ปรานี ซย่าเสี่ยวหงถูกทรมานจนตายอย่างแท้จริง
ระหว่างที่ซย่าเสี่ยวฉานครุ่นคิดอยู่นั้นก็ตักข้าวต้มใส่ชามแต่ละใบจนเสร็จ
และขณะที่ซย่าเสี่ยวฉานจะตักข้าวให้ตนเอง พี่สะใภ้เฉินซื่อ[2]ก็ลูบท้องของตนและเอ่ยขึ้นว่า “ท่านแม่ ข้าเป็หญิงตั้งครรภ์ กินข้าวต้มแค่ชามเดียว หลานท่านร้องหิวอยู่ในท้องนะเ้าคะ”
หลังจากที่ฝางซื่อได้ฟัง ดวงตาก็ฉายวาบคราหนึ่ง มองดูคนสองสามคนบนโต๊ะอาหาร สุดท้ายดวงตาของนางก็จ้องไปทางซย่าเสี่ยวฉานและพูดออกมาอย่างโหดร้าย “ซย่าเสี่ยวฉาน แบ่งข้าวต้มของเ้าให้พี่สะใภ้ของเ้ากินครึ่งหนึ่ง นางตัวี้เี อย่างไรก็เป็สินค้าสำหรับชดเชยค่าเลี้ยงดู กินน้อยลงไปครึ่งชาม เ้าจะได้ี้เีน้อยลงหน่อย!”
ระหว่างที่พูด ฝางซื่อพลันคว้าชามข้าวของซย่าเสี่ยวฉานมาเทข้าวต้มออกครึ่งชามและส่งให้เฉินซื่อที่อยู่ด้านข้าง ซย่าซื่อคังผู้เป็บิดาและพี่น้องตระกูลซย่าทั้งสามไม่ส่งเสียงใดๆ เพียงทำเป็ไม่เห็นการกระทำนี้ของฝางซื่อ
หากเป็ชาติก่อน ซย่าเสี่ยวฉานต้องก่อเื่ในทันทีเป็แน่ ถึงอย่างไรตนเองก็ลำบากตื่นมาต้มข้าวต้มแต่เช้าตรู่ มีเพียงน้ำข้าวต้มใส่ใบผักป่าอันน้อยนิด เป็ใครใครก็ไม่ยินดีทั้งนั้น
แต่ในความเป็จริง ผลลัพธ์ที่ซย่าเสี่ยวฉานก่อเื่ในชาติก่อนนั้น คือฝางซื่อคว้าไม้ข้างๆ ที่หนาเท่าปากชามท่อนหนึ่งขึ้นมา แล้วฟาดไปบนร่างของซย่าเสี่ยวฉานอย่างเอาตาย ความเ็ปใจแล่นเข้ามาบนกายของนางโดยพลัน ไม่เพียงเท่านั้น ฝางซื่อยังบังคับให้นางคุกเข่ายอมรับผิด หากไม่ยอมรับก็จะตีต่อไป ตีไปเรื่อยๆ
เชิงอรรถ
^ บ้านสาม บ้านลำดับที่สามของตระกูลซย่าโดยเรียงจากลำดับพี่น้อง^ เฉินซื่อ (สตรีสกุลเฉิน) ซื่อ แปลว่านามสกุล ใช้เรียกต่อท้ายสกุลเดิมของหญิงที่แต่งงานแล้ว บางครั้งอาจเรียกสกุลของสามีนำหน้าสกุลเดิมของภรรยาด้วย