ระบบบรรพบุรุษหลังโลกาวินาศ 2 ยังมีหวัง
“นี่....”
[ชื่อ : คาลอส พีไรซ์
เพศ : ชาย
อายุ : 18 ปี
ตำแหน่ง : ทายาทรุ่นที่ 8
ระดับพลัง : อเวกระดับที่ 3...'คลิกเพื่อดูรายละเอียด'...
พร์ : สูง
พร์ด้านการฝึกฝน : สูง
พร์ด้านการค้าขาย : ปานกลาง
พร์ด้านการปกครอง : ปานกลาง...'คลิกเพื่อดูรายละเอียดเพิ่มเติม'...
ประวัติชีวิต : ...'คลิกเพื่อดูรายละเอียด'... ]
แววตาของจินลุกวาวขึ้นในทันใด ในที่สุดตระกูลของเขาก็มีความหวังขึ้นอีกครั้ง แม้ว่าเขาจะไม่อาจอยู่ดูแลลูกๆ แต่เืเนื้อเชื้อไขของเขายังคงอยู่ นี่อาจจะเป็สิ่งเดียวในชีวิตใหม่......ไม่สิ ในฐานะิญญาบรรพบุรุษ ที่พอจะคุ้นเคยมากที่สุดแล้ว
มันคือสายใยความสัมพันธ์ของเืเนื้อที่ไหลเวียนอยู่ในร่าง
ตอนนี้เขาไม่ได้คาดหวังแล้วว่าคนที่เขาเคยรู้จักจะยังมีชีวิตอยู่ แต่ลูกหลานที่อยู่ตรงหน้าเหล่านี้ คนแปลกหน้าที่คุ้นเคยกันดี...เขาจะต้องนำพาทุกคนให้เจริญรุ่งเรืองให้ได้ ตระกูลนี้...ฉันจะเป็คนสนับสนุนเอง!
[ติ๊ง!]
[แพ็คสำหรับมือใหม่ถูกส่งเข้าไปในช่องเก็บของเรียบร้อย]
ดวงตาของร่างิญญาโปร่งใสเหลือบขึ้นไปมองมุมขวาบนของหน้าต่างแสดงผล
มีปุ่มแจ้งเตือนแสดงให้เห็นว่ามีข้อความใหม่เข้ามาในระบบของเขา เมื่อทำตามขั้นตอน เขาก็สามารถเข้ามาในช่องเก็บของได้
[เปิดแพ็คสำหรับมือใหม่เลยหรือไม่?]
“อืม เปิดเลย”
[ขอแสดงความยินดี ท่านได้รับของขวัญสำหรับมือใหม่ : คัมภีร์บ่มเพาะ'ภูตอัสนี' x1]
[ได้รับ : เสื้อคลุมเคลื่อนคล้อยดารา x1]
[ได้รับ : กายเทียม (ระดับต่ำ) x1]
[ได้รับ : แต้มโชคอิสระ (สำหรับตระกูล) x30]
“หืม” จินเพ่งมองของที่ได้ทั้งหมด เอื้อมมือเข้าไปแตะที่คัมภีร์ภูตอัสนีก่อนเป็อันดับแรก
[้าเปิดใช้งานคัมภีร์เลยหรือไม่?]
“เปิดเลย” ร่างโปร่งใสพยักหน้าเบาๆ ทันใดนั้นความรู้ทุกอย่างเกี่ยวกับวิชาภูตอัสนีก็พุ่งเข้ามาในหัวของเขา
วิชานี้เหมาะสมในการฝึกฝนทางิญญามาก ตัวเขาเองที่อยู่ในสภาวะิญญาสามารถฝึกฝนและเลื่อนขั้นระดับพลังได้โดยง่าย ไม่ต่างไปจากมนุษย์ที่มีกายเนื้อเลย เผลอๆ จะดีกว่าวิชาที่เขาเคยฝึกฝนก่อนตายเสียด้วยซ้ำ
การเข้าใจวิชาที่ละเอียดอ่อนขนาดนี้ด้วยการแตะเพียงครั้งเดียวก็เป็เื่ที่บ้ามาก ขณะนี้ตัวของจินเองก็ยังอึ้งไม่หายกับความอัศจรรย์ของทักษะพิเศษที่ไม่เคยเปิดใช้งานได้เลยในตลอด่ที่ยังเป็มนุษย์
“โคตรสุดยอดเลย ไม่แปลกใจว่าทำไมมันเปิดใช้งานไม่ได้มาตลอดชีวิต แม้แต่ตอนที่ตายไปแล้ว ก็ต้องใช้กว่าสามร้อยปีกว่าจะเติมเต็มความ้าขั้นพื้นฐานของทักษะพิเศษนี้”
ดวงตาของร่างิญญาชายหนุ่มวาวโรจน์ รู้สึกได้ถึงอนาคตอันสดใสที่รออยู่
เขาค่อยๆ อ่านรายละเอียดของขวัญมือใหม่ที่เหลืออีกสามชิ้น
[เสื้อคลุมเคลื่อนคล้อยดารา] อาจจะเป็อุปกรณ์สวมใส่ที่ไม่สามารถช่วยปกป้องผู้สวมใส่ได้ดีนัก แต่สามารถช่วยให้ผู้สวมใส่เคลื่อนไหวได้เร็วขึ้นอย่างมาก ั้แ่การเคลื่อนที่ ไปจนถึงความเร็วในการโจมตี
จินมองชุดคลุมด้วยสายตานิ่งเฉย เพราะตัวเขาไม่สามารถสวมใส่มันได้เนื่องจากเป็ร่างิญญา จึงคิดว่าจะเก็บเอาไว้ให้ลูกหลานในตระกูลแทน
ส่วน [กายเทียม (ระดับต่ำ)] เป็ของที่ทำให้จินตาลุกวาวขึ้นมาในทันที เพราะมันเป็ของที่เหมาะกับเขามาก มันจะทำให้เขากลับมามีกายเนื้ออีกครั้ง สามารถออกไปเผชิญหน้ากับผู้คน ออกไปจัดการเื่ราวต่างๆ ได้ ถึงจะเป็แค่เพียงเวลาหนึ่งชั่วโมงก็ตาม
ทั้งนี้ระดับพลังของกายเทียมจะเป็ไปตามระดับพลังของิญญา กล่าวคือขณะนี้จินเป็ิญญาอเวกระดับที่หนึ่ง เมื่อสวมกายเทียมก็จะกลายเป็อเวกระดับที่หนึ่ง แต่ข้อจำกัดของมันคือไม่สามารถรองรับพลังที่เกินกว่าอเวกระดับที่เก้าได้
อย่างสุดท้าย [แต้มโชคอิสระ] มันสามารถนำไปเพิ่มโชคในด้านต่างๆ ของตระกูลได้อย่างอิสระ ไม่ว่าจะเป็เื่การฝึกฝน การค้าขาย ความรัก ฯลฯ
แน่นอน จินรีบกดเลือกเพิ่มโชคด้านการฝึกฝนในทันทีเมื่อคิดไปถึงระดับพลังของสมาชิกในตระกูลที่ต่ำตมเหลือแสน
หลังจากเรียนรู้และจัดการทุกอย่างเรียบร้อย ร่างิญญาโปร่งแสงก็ปิดหน้าต่างระบบลงไป แล้วเริ่มสำรวจสภาพแวดล้อมรอบข้าง
บรรยากาศค่อนข้างทึบทึม ด้านหลังเป็แท่นบูชาที่มีชื่อหลายชื่อสลักเอาไว้ ้าสุดเป็ชื่อของเขาเองที่ออกจะผิดเพี้ยนไปหน่อยแต่ก็พอจะเดาออก จากนั้นก็มีชื่อเรียงลงมาทีละรุ่น
ตรงข้ามกับแท่นบูชาเป็ประตูสีแดงเืนก ลงกลอนอย่างดีจากภายนอก จึงแทบไม่มีแสงสว่างส่องเข้ามาให้เห็นเลย
ร่างิญญาโปร่งใสหันมองรอบข้างก็พอจะเข้าใจได้ว่าตนเองอยู่ในสถานที่แบบไหน คงจะเป็สถานที่บูชาบรรพบุรุษของตระกูล
ต้องขอบคุณภรรยาของเขาที่เคร่งครัดในวัฒนธรรมเื่การอยู่กันเป็ครอบครัวใหญ่ ไม่อย่างนั้นเขาเองก็คงไม่รู้ว่าจะเติมเต็มเงื่อนไขของระบบบรรพบุรุษนี่ได้ครบหรือไม่
ขณะที่กำลังตกอยู่ในภวังค์ เสียงโหวกเหวกโวยวายด้านนอกก็ทำให้เขาต้องหันหน้าไปตามเสียงนั่น
มันดังมาจากด้านนอก เดาไม่ยากว่าคงจะเป็ลูกหลานของเขาเอง
“เกิดอะไรขึ้น....”
[แจ้งเตือน! ทายาทรุ่นที่เจ็ดตกอยู่ในอันตรายร้ายแรง โปรดช่วยเหลือโดยด่วน!]
เสียงของระบบและข้อความที่โผล่ขึ้นมาตรงหน้าทำเอาร่างิญญาผงะ เหม่อมองไปทางเสียงโหวกเหวกเมื่อครู่
ทันใดนั้นร่างทั้งร่างก็ทะยานออกจากที่เดิม ทะลุผ่านประตูบานสีแดงเืนกออกไปภายนอกด้วยความร้อนรน