ปกป้องข้าที ข้าอ่อนแอ!
10 คอลเลกชั่นฤดูใบไม้ร่วง
ผ่านจากงานเลี้ยงไปหลายวัน สถานการณ์เริ่มกลับมาเรียบเรื่อยอีกครั้ง ข่าวลือต่างๆเื่ทั้งในและนอกจวนก็เริ่มแว่วเข้าหูลู่เว่ยหลงเข้ามาบ้าง คนเล่าให้เขาฟังก็ไม่ใช่ใครที่ไหน จิ้นฝานน้อยคนนี้นี่เอง
“เพราะชิงชิงรึ?”
ลู่เว่ยหลงถามโดยไม่หันไปมอง มือของเขากำลังแกะสลักลวดลายลงบนด้ามพู่กันเรียบๆที่ซื้อมาจากตลาดครั้งนั้น
“ขอรับ เห็นว่าสาวใช้คนนั้นเป็คนขัดขาสาวใช้อีกคนให้สะดุด คิดจะให้ล้มทับคุณชายขอรับ แต่มีเพียงสุราที่กระฉอกไปเท่านั้น”
“หืม... เ้าคิดเ้าแค้นจริงนะ”
ลู่เว่ยหลงพูดแบบไม่ใคร่ใส่ใจ ตามประสาคนไม่คิดมาก จิ้นฝานจึงเสริมขึ้นมา
“ในโรงครัวต่างก็ซุบซิบกัน เห็นว่าระยะนี้ชิงชิงขี้หงุดหงิด อารมณ์ร้ายยิ่งนัก คนอื่นๆต่างไม่อยากคบหาด้วยแล้ว เหตุผลคงเป็เพราะ.. เอ้อ..”
จิ้นฝานอึกอักหยุดพูด เด็กน้อยหน้าแดงซ่าน ลู่เว่ยหลงเหลือบตาขึ้นมอง
“เพราะ?”
“เอ่อ.. ว่ากันว่าั้แ่สามหนาวก่อนหน้านี้ ชิงชิงได้เปลี่ยนจากสาวใช้ให้ไปเป็หญิงรับใช้อุ่นเตียงให้กับคุณชายใหญ่ แต่คุณชายใหญ่มักไม่ค่อยให้ความสนใจนาง ครานี้คุณชายใหญ่กลับมาจากการเดินทางหลายเดือน นางจึงหมายจะไป..ผะ..ผ่อนคลายให้ั้แ่วันแรกที่มาถึง แต่ว่าั้แ่วันนั้นจนถึงวันนี้ ก็โดนไล่กลับเรือนคนใช้ทุกค่ำคืนเลยขอรับ”
เด็กน้อยพูดอย่างกระดากพรวดเดียว หอบแฮ่กๆ
“ดังนั้นจึงคาดเดากันว่า ชิงชิงคงหงุดหงิดที่คุณชายใหญ่ไม่สนใจขอรับ”
ลู่เว่ยหลงเลิกคิ้ว สงสัยจะหงุดหงิดเพราะของขาดอย่างที่ว่า คนนิสัยเช่นนางน่าจะความอดทนต่ำ จะหันมากลั่นแกล้งคุณชายหงอๆอย่างเขาเพื่อให้ตนรู้สึกดีขึ้นก็ไม่แปลก
แต่เื่นี้ไม่เกี่ยวกับเขา
มือขาวผ่องยังคงสลักลายลงบนพู่กันอย่างตั้งใจ จิ้นฝานยังคงเล่าโน่นเล่านี่ให้เขาฟังเรื่อยๆ ทำตนเป็กระดานข่าวหน้าฟีดของเฟสบุ๊คได้เป็อย่างดี
“เรียบร้อยแล้ว คอลเลกชั่นบรูโน่ที่แสนภาคภูมิใจ วู้ฮู้ว”
หลังลงน้ำยาเคลือบเงาไม้เสร็จเรียบร้อย ลู่เว่ยหลงจึงนำพู่กันมาวางเรียงบนโต๊ะร่วมกับมีดสั้นพกพาเล่มเดิม ที่บัดนี้มันวาวเปล่งประกายสวยงาม อีกทั้งยังมีถุงผ้าใส่กระดาษยันต์ มีช่องเล็กๆไว้ใส่ตลับหมึก รวมถึงกระเป๋าอัดแข็งใส่อุปกรณ์เย็บผ้าและมีดแกะสลัก
ทั้งหมดมีลวดลายเป็แมว
เ้าบรูโน่ แมวสก็อตติชโฟลด์ขนฟูของน้องสาวเขา ในอากัปกริยาี้เีรูปแบบต่างๆ ถูกสลักถูกเย็บไว้ลงบนอุปกรณ์แต่ละชิ้น คุณชายลู่หยิบๆจับๆทุกชิ้นมาดูด้วยความปลาบปลื้ม
จิ้นฝานเห็นดังนั้นจึงยิ้มอ่อน นี่คงเป็อุปกรณ์เซียนแสนแพงที่ลวดลายพิศดารที่สุดบนโลกใบนี้แล้วก็เป็ได้ ปกติแล้วไม่มีใครลงลวดลายนอกเหนือไปจากลายประแจจีนและอักขระสำคัญๆ แต่นี่กลับเป็ลายแมวน้อยน่าเอ็นดู
น่าแปลกใจเสียกว่าที่ไอปราณที่อยู่ในอุปกรณ์เหล่านี้ไม่ต่างจากอุปกรณ์ปราณอื่นๆที่เขาเคยเห็นเลยสักนิด
สรุปแล้ว จะเป็ลวดลายอะไรก็ได้งั้นรึนี่!
เวลาล่วงเลยไปอีกหลายวัน ลู่เว่ยหลงไม่ค่อยได้เดินออกไปนอกเรือน จึงไม่ได้เจอคนตระกูลฉินคนอื่นๆมาสักพักแล้ว
ปกติตระกูลฉินจะมีธรรมเนียมการทานมื้อเย็นร่วมกันทุกคนที่เรือนใหญ่ทุกๆวัน แต่เขาบอกปฏิเสธไป โดยอ้างไปว่าเขาไม่ค่อยสบาย ทานในเรือนของตัวเองสะดวกกว่า ซึ่งประมุขฉินก็เอ่ยปากเสียดายแต่ก็ไม่อยากขัด
แต่ลู่เว่ยหลงคิดว่า แท้จริงแล้วประมุขฉินคงรู้ทันว่าเขาแค่ไม่อยากสร้างความอึดอัดกับบรรยากาศบนโต๊ะเสียมากกว่า ไม่เช่นนั้นคงส่งทั้งคนดูแล ทั้งโอสถมาให้เขาแล้วแน่นอน
วันนี้แดดแรงทำให้อากาศอบอุ่น ลู่เว่ยหลงออกมาเดินเล่น เขาเดินเรื่อยไปจนใกล้ถึงลานฝึกกระบี่ พบว่าเหล่าลูกศิษย์สำนักต่างกำลังนั่งๆนอนๆ พักผ่อนจากการฝึกวิชาอยู่ด้วยท่าทางสบายๆ
“คุณชาย”
จางฉวน หนุ่มขาประจำรีบวิ่งโร่มาหาคุณชายลู่ ในมือกำกระบี่ที่เพิ่งฝึกเสร็จมาด้วย
“วันนี้คุณชายดูแปลกจากทุกที ดูงดงามกว่าครั้งไหนๆเลยขอรับ!”
พูดเสร็จก็ยิ้มแฉ่งไม่มีความอาย จิ้นฝานถึงกับสำลักน้ำลายกระแอมเสียยกใหญ่ ลู่เว่ยหลงแอบกลอกตาแต่ก็พูดยิ้มๆไปให้
“ขอบใจมาก แต่คงเป็เพราะเสื้อผ้าชุดนี้มากกว่า”
จางฉวนหลุบตาลงมองชุดพลิ้วสีเขียวอ่อนที่คุณชายสวมมาในวันนี้ และก็เห็นจะจริงอย่างคุณชายว่า
ร่างบางในชุดที่ออกแบบมาอย่างประณีต ทำให้รูปร่างดูเข้ารูปสง่างาม ต่างจากเสื้อผ้าหลายชั้นที่คุณชายสวมมาอย่างทุกที
“งดงามทั้งคนทั้งชุดเลยขอรับ การสรรสีจับคู่กันลงตัวมาก คุณชายตาถึงยิ่งนัก”
ลู่เว่ยหลงกระพริบตาปริบให้แก่คนปากหวาน งั้นรึ... แต่เขาไม่ได้เป็คนเลือกเองสักหน่อย
“คุณชายใหญ่เป็ผู้จัดหามาให้ข้า คนตาถึงที่ว่าคงเป็เขาแล้วกระมัง”
จางฉวนยิ้มๆทำหน้าตาไม่เชื่อ
“คุณชายอย่าล้อเล่นเช่นนี้ จะเป็ไปได้อย่างไร อ้างชื่อผู้ใดก็ได้แต่คงมิใช่ท่านรองประมุข” ส่งสายตารู้ทันมาทางลู่เว่ยหลง
ลู่เว่ยหลงยักไหล่
“มิได้ล้อเล่นเสียหน่อย เชื่อหรือไม่ก็สุดแล้วแต่เ้าเถิด เอาเป็ว่าข้าจะรับคำชมไว้แทนเขาแล้วกัน”
จางฉวนทำตาโต ตกลงแล้วมันจริงหรือไม่จริงกัน? แล้วจึงยิ้มแหะๆ หากว่าจริง... นี่เขาเพิ่งชมท่านรองประมุขไปหรอกหรือนี่ จากนั้นจึงนึกอะไรได้
“คุณชายขอรับ คุณชายได้ยินข่าวลือนี้มาบ้างหรือไม่?”
ตัวหนาขยับเข้ามาใกล้อีกเล็กน้อย มือป้องปากพูดเสียงกระซิบ ลู่เว่ยหลงเริ่มสนใจ
“ข่าวอะไรรึ?”
“มีคำร่ำลือจากเหล่าผู้มีวรยุทธิ์ที่ได้เข้าร่วมภารกิจระดับั์ครั้งนี้มาขอรับ พวกเขาต่างกล่าวกันว่า ในศึกครั้งนี้ ผู้ที่ได้ลงมือปลิดชีวิตสัตว์อสูรมากที่สุดเห็นจะเป็ท่านรองประมุขนี่แหละขอรับ”
ลู่เว่ยหลงพยักหน้าหงึกหงัก เื่นี้คงไม่แปลกอันใดกระมัง
“่ท้ายของภารกิจ สัตว์อสูรต่างกล้าแข็งยากต่อการทะลวง แต่จู่ๆท่านรองประมุขก็ฮึกเหิม บุกเข้าทลายรังสัตว์อสูรเสียจนราบ”
จางฉวนหันไปมองรอบๆ
“เห็นว่าบ้าคลั่งจนเหมือนสัตว์ร้ายออกล่าบดขยี้ศัตรู โลหิตท่วมร่างของท่านรองประมุขไม่เว้นแม้สักชุ่น บุคคลที่เห็นเหตุการณ์ตอนนี้ต่างก็เรียกท่านว่า ‘พยัคฆ์แดง’ กันขอรับ”
ลู่เว่ยหลงตาโต
คะ... โคตรเท่!!!
เท่จนอยากยืนท่าโจโจ้!* พยัคฆ์แดงงั้นรึ อ้อ สมญานามมันได้กันมาแบบนี้นี่เอง ลู่เว่ยหลงตาเป็ประกาย สมเป็ท่านรองประมุข ถ้ามีโอกาสก็อยากเห็นด้วยตาตัวเองสักครั้งจัง
แต่ทันทีที่นึกภาพว่า ‘ได้เห็นกับตาตัวเอง’ ร่างเ้ากรรมของคุณชายลู่ก็พลันสั่นขึ้นมา ขนลุกวูบไล่ขึ้นมาั้แ่หน้าแข้งมาจนถึงแก้ม
ลู่เว่ยหลงกลอกตา นึกแค่นี้ก็กลัวอีกแล้วเรอะ!
จางฉวนเห็นคุณชายตัวสั่นก็หัวเราะขึ้นมาอย่างอดไม่อยู่
“คุณชายอย่ากลัวไปเลย ท่านรองประมุขจะโเี้แต่กับสัตว์อสูรพวกนั้นเท่านั้นแหละขอรับ”
จางฉวนยังคงหัวเราะ และนึกเื่สนุกขึ้นได้ เขายื่นด้ามของกระบี่ที่เขาถืออยู่ให้คุณชาย
“คุณชายลองใช้กระบี่ดูไหมขอรับ? เอาไว้ป้องกันตัว”
ลู่เว่ยหลงมองกระบี่ของจางฉวนด้วยตาลุกวาว จะว่าไปคุณชายลู่ไม่เคยฝึกปราณมาก่อน ยิ่งสิ่งที่สื่อถึงความรุนแรงเช่นกระบี่ยิ่งไม่เคยได้จับ ถ้าแค่กวัดแกว่งกระบี่ ไม่จำเป็ต้องฝึกปราณก็คงทำได้ทุกคนกระมัง
เมื่อมือขาวผ่องยื่นมาจับด้ามกระบี่ จางฉวนจึงปล่อยมือ
เคร้ง!
กระบี่พลันตกกระแทกพื้น ฉุดให้ลู่เว่ยหลงที่จับด้ามกระบี่อยู่ก้มต่ำลงไปด้วย ลู่เว่ยหลงยืนอึ้งมองกระบี่บนพื้นด้วยสีหน้าใ จางฉวนเงยหน้าหัวเราะเสียงดังก๊าก
คุณชายตกตะลึง เมื่อครู่นี้... ถ้าเขาเข้าใจไม่ผิด... กระบี่นี่มัน
หนักมาก!
ลู่เว่ยหลงก้มลงไปใช้สองมือดึงกระบี่ขึ้นมาจากบนพื้น
ฮึบ... ฮึบ... ฮึ้ยยยยยยย ยกไม่ขึ้น!
จางฉวนหัวร่องอหายจนปวดท้อง ยืนกระแด่วๆด้วยความทรมาน ศิษย์คนอื่นๆที่พักผ่อนอยู่ในบริเวณนั้นเริ่มมองมาให้ความสนใจ ลู่เว่ยหลงพยายามแงะกระบี่ที่อยู่บนพื้นขึ้นมาด้วยความยากลำบาก
กระบี่สำหรับผู้ฝึกวรยุทธ์หนักปานนี้เชียวรึนี่! แปลว่าคนธรรมดาก็ยกไม่ขึ้นน่ะสิ! เขาลองถ่ายปราณที่มีอยู่เพียงน้อยนิดของตนเองลงไปในกระบี่ มันผงกด้านหนึ่งขึ้นมาจากพื้นเพียงครึ่งแข้งเท่านั้น
เสียงหัวเราะดังลั่นของจางฉวนเงียบลงโดยฉับพลัน
ลู่เว่ยหลงหันไปหาจางฉวนด้วยความแปลกใจ จางฉวนยืนตรงแหน่วแขนแนบลำตัวหน้าซีดเผือดกระอักกระอ่วน สายตาหวาดผวามองไปทางด้านหลังของลู่เว่ยหลง
ใบหน้าหวานเหลียวมองตามสายตานั้นไป
“ทำสิ่งใดกัน”
น้ำเสียงทุ้มเยียบเย็นดังขึ้น สายตาเฉียบคมที่บ่งบอกอารมณ์ไม่ได้ตวัดมองคุณชายลู่และจางฉวนคนละที กระแสปราณรุนแรงแผ่ออกมาจากร่างคนพูด สรรพเสียงในบริเวณนั้นเงียบกริบจนแทบได้ยินเสียงหายใจของตนเอง
ลู่เว่ยหลงกลืนน้ำลาย
ไหนบอกว่าท่านรองประมุขจะโเี้แต่กับสัตว์อสูรพวกนั้นเท่านั้นไง!
*โจโจ้ หรือการ์ตูนเื่ โจโจ้ล่าข้ามศตวรรษ โด่งดังเื่สไตล์ที่แหวกแนวและท่ายืนที่เท่อย่างแปลกประหลาด สามารถหารูปดูเพื่อความอินได้บน google
—————
จางฉวนยอดนักโม้
จะแกล้งใครก็ได้ แต่อย่ามาแกล้งน้องของอิพี่!!! เข้าใจมั้ยยย (ฮา)
.