ตอนที่สิบเอ็ด Beyond the journey end 11
ที่แต่ละคนชอบมาอิเซไคในยุคทองราชวงศ์ถังของหลี่ซื่อิ่เพราะเป็ยุคสมัยที่เปิดกว้าง
แม้แต่เด็กรับใช้ยังมีความหยิ่งในศักดิ์ศรีฮ่องเต้ที่หมายมั่นปกครองแผ่นดินนั้นเทิดทูนวิชาบู๊ ทหารได้รับการให้เกียรตินักบู๊ได้รับการเคารพ
ดังนั้นผมที่เตรียมอาวุธเช่นหอกเลยไม่มีปัญหาอะไรหาก้าออกนอกเมืองแค่เพียงพันเอาไว้ให้เรียบร้อยก็พอ
แม้จะเป็อาวุธเช่นธนูก็เช่นกันแต่หน้าไม้กลนั้นอยู่ในความควบคุมของราชสำนักซึ่งก็เป็ผลมาจากที่นางเอกแนะนำวิธีการผลิตหน้าไม้ขงเบ้งให้กับราชสำนักเช่นกัน
ทำให้ราชสำนักค่อนข้าง
“ใจกว้าง”
มีความผ่อนปรนต่อประชาราษฎร์ที่เทคโนโลยีทางการทหารต่ำกว่าที่มีคันธนูหน้าไม้ธรรมดา
กระบี่นั้นจะเรียกว่าเป็ข้อห้ามแต่ก็ลืมตาข้ามหลับตาข้างแม้แต่ในวังก็ยังมีขุนพลที่สามารถพกกระบี่ต่อหน้าพระพักตร์ได้
ด้วยบรรยากาศที่้าสนับสนุนทหารเพื่อการควบรวมแผ่นดินทั้งแดนจงหยวนและทุ่งหญ้า้าเป็ทั้งข่าน์และฮ่องเต้ของหลี่ซื่อหมินทำให้มีการให้ความสำคัญต่อผู้ฝึกวิชาบู๊
แน่นอนสิ่งดีดีเ่าั้กำลังจะหายไปในโลกที่ถูกปกครองโดยฮ่องเต้องค์ใหม่คลั่งรักหลี่เค่อและนางเอกของเรานั่นเอง
แต่ท่าทางพวกนักบู๊จอมยุทธต่างๆยังไม่ได้เมโมโนติซเื่นี้
พวกเขาเลยทำท่า
หลังตรงดั่งทวน
ไม่ถ่อมตนไม่เย่อหยิ่ง
คำนับแบบจอมยุทธแบบเสียไม่ได้นิดหน่อย
แสดงถึงศักดิ์ศรีของต้าถังยิ่งนัก
มีลักษณะแตกต่างอย่างสิ้นเชิงต่อช่างฝีมือแรงงานที่เป็ชนชั้นบ่าวทาสตามสายตาของวีรบุรุษผู้กล้าพวกนี้
แน่นอนตามสายตาของผมจะรักษาพวกช่างฝีมือเอาไว้ในการเดินทางครั้งนี้รองจากชีวิตของผมเลยทีเดียว
แต่เนื่องจากตอนนี้อยู่ในภาวะวิกฤติผมทำท่านอบน้อมแทบจะโค้งเกินกว่า40 องศา
“ขอบคุณท่านผู้กล้าหาญที่มาช่วยส่งฟืนไฟกลางหิมะในครั้งนี้วีรกรรมความกล้าหาญของทุกท่านในครั้งนี้จะได้บันทึกในสมุดจดความดีความชอบของสกุลเย่เราพวกท่านจะเป็สหายของสกุลเย่ตลอดกาลประตูเรือนชานของสกุลเย่จะเปิดรับพวกท่านเป็แขกอาคันตุกะผู้ทรงเกียรติเสมอหากข้าผิดคำสาบานต่อฟากฟ้าเช่นนี้ขอให้ฟ้าดินผ่าข้าเป็ผุยผง”
ผมยกมือสาบานด้วยถ้อยคำสาหัสและหลั่งน้ำตาออกมา
พวกบรรดาผู้กล้าหาญนั้นมองหน้ากันไปมาจากท่าทางเย่อหยิ่งในทีแรกเพราะพวกนี้แพ้น้ำตาและการทำท่าทางให้เกียรติ
บรรดาจอมยุทธทำท่าคารวะจริงใจกว่าเดิม
“นายน้อยกล่าวนักเกินไปแล้วทางนายผู้เฒ่ามีบุญคุณต่อข้าล้นเหลือบุตรหลานของท่านมีภัยพวกข้าจะนิ่งดูดายได้อย่างไร”
บรรดาจอมยุทธที่ท่าทางมีอายุกล่าวเช่นนั้น
พวกเขายังติดนิสัยเรียกเย่ชิวว่านายน้อย
แม้จะยังไม่เรียกว่ายอมรับในตัวเย่ชิวแต่นี่ก็เรียกว่าบารมีบรรพชนปกปักษ์สามชั่วรุ่น
พวกมีฝีมือและคนเก่าแก่ยังพอเห็นน้ำใจแก่เก่าก่อนอยู่บ้างในการยอมมาตามคำเชิญขอความคุ้มกันกลับบ้านเกิดในครั้งนี้