หอสูงมีรูปทรงคล้ายเจดีย์ มีทั้งสิ้นเจ็ดชั้นด้วยกัน หอนี้เป็ที่ทดสอบสำหรับศิษย์ชั้นนอกที่จะเข้าเป็ศิษย์ชั้นกลาง มีชื่อว่า "หอเจ็ดมหาธาตุ"
ด้านหน้าหอมีป้ายขนาดใหญ่ที่ถูกสร้างขึ้นโดยแกนเวทย์ชนิดหนึ่งซึ่งจะแสดงลำดับศิษย์ที่เข้าทดสอบและทำคะแนนสอบได้ดีที่สุดทั้งหมดห้าสิบลำดับอยู่
ไทก้าและบียืนมองดูอยู่ครู่หนึ่ง ในที่นี้ดูเหมือนจะมีชื่อที่ไทก้าคุ้นเคยอยู่เพียงสองชื่อเท่านั้นนั่นก็คือ จิน อารีนอยู่ลำดับที่เจ็ด ส่วนอีกคนนั้นคือ เฟนนิค เรย์ ญาติของบีนั่นเองอยู่ที่ลำดับเก้า ซึ่งศิษย์ที่ติดอันดับหนึ่งในสิบจะได้รางวัลเป็ ยาเลื่อนระดับพลังจิตหนึ่งเม็ด ถ้าหากเข้าสู่ห้าอันดับจะได้รางวัลเป็ยาบำรุงจิต และอาวุธระดับกลาง และหากอยู่สามอันดับแรกจะได้ทั้งยา อาวุธระดับกลาง และตำราฝึกอาคมระดับกลางหนึ่งเล่มตามความถนัดของธาตุที่ตัวเองเลือก ส่วนอันดับหนึ่งนั้นจะได้เป็รางวัลพิเศษซึ่งไม่มีใครทราบว่าเป็รางวัลแบบไหน เพราะ่เวลาที่ผ่านมามีเพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่ขึ้นไปยังอันดับหนึ่ง และในตอนนี้ชื่อที่ปรากฏขึ้นอันดับหนึ่ง้าสุดก็คือ คีริน
"คีรินงั้นรึ?"ไทก้าอุทานเบาๆ
"ข้าเคยได้ยินมาว่า คีริน เป็อัจฉริยะที่หาตัวจับได้ยากเลยหล่ะ สามารถผ่านการทำสอบเป็อันดับหนึ่งได้ และตอนนี้ยังเป็ศิษย์สายในอันดับห้าอีกด้วย"บีอธิบายให้กับไทก้าฟัง
ทั้งสองเดินมายังจุดลงทะเบียนทดสอบ ที่นี่มีศิษย์ชั้นนอกที่เข้ามาทำการทดสอบมากมาย บางคนสอบผ่านแบบฉิวเฉียด บางคนสอบตก แต่ว่ามีเพียงส่วนน้อยเท่านั้นที่ติดลำดับห้าสิบลำดับแรก
ในขณะที่ลงทะเบียนผู้าุโดูแลหอจะบอกกฏการสอบให้กับทุกคนที่เข้ามาทดสอบ โดยผู้ที่จะสอบผ่านได้ต้องผ่านสามชั้นของหอไปเท่านั้นถึงจะได้เข้าเป็ศิษย์ชั้นกลาง
การเข้าไปสอบนั้นเพียงแค่ใช้ป้ายที่ได้รับมา เปิดห้องภายในหอชั้นแรก ห้องใดห้องหนึ่ง เมื่ออาคมภายในที่ตั้งไว้ทำงานจะส่งร่างมายาของผู้เข้าทดสอบไปภายในหอทันที ซึ่งหมายความว่าระดับพลังและร่างกายจะเหมือนกับร่างจริงทุกตารางนิ้วเพียงแต่หากเกิดเสียชีวิตก็เป็เพียงแค่ภาพมายาเท่านั้น หากผู้ทดสอบตายลงจะถือว่าสิ้นสุดการทดสอบทันที
หลังจากฟังกฏเสร็จทั้งคู่ก็เข้ามายังด้านในหอชั้นหนึ่งและเลือกห้องของแต่ละคน
"หลังสอบเสร็จข้าจะรอที่ป้ายรายชื่อก็แล้วกันนะไทก้า"บีบอกกับไทก้า
"อื้อได้สิ ไว้สอบเสร็จแล้วเจอกัน"ไทก้าตอบกลับ
จากนั้นทั้งสองจึงเข้าไปในห้องของตนเองที่เลือกไว้ทันที
เมื่อปิดประตูห้องเข้ามา ไทก้าก็ได้ยินเสียงเหมือนกับคนชราคนหนึ่งพูดขึ้นในอากาศ"จงแจ้งชื่อของเ้า และนั่งสมาธิลง หลับตาเพื่อเข้าสู่การทดสอบ"
"โฟล์ก ไทก้า ขอรับ"พูดจบไทก้าก็นั่งสมาธิลงหลับตา
"เริ่มการทดสอบ"
หลังเสียงจบ ไทก้ารู้สึกว่าร่างกายตนเองจมลึกลงไป จากนั้นก็หยุดลง ไทก้าลืมตาขึ้นมาพบว่าตัวเองอยู่ในห้องขนาดใหญ่และกว้างมาก ไม่มีประตูหรือหน้าต่างใดๆ ทั้งสิ้น
"นี่เหมือนกับเทคโนโลยีเมตาเวิร์สเลย สุดยอดจริงๆ" ไทก้ามองดูร่างกายซึ่งมันเหมือนกับร่างจริงมากๆ ทั้งความรู้สึกการขยับ และพละกำลัง
เมื่อมองไปด้านหน้าไทก้าก็เห็นสิ่งคุ้นตาเข้า เป็หมาป่าขนสีเงินตัวหนึ่ง แต่ท่าทีของมันดุร้ายเป็อย่างมาก ดวงตาเป็สีแดง แตกต่างจากที่ไทก้าเคยพบเจอมา
"หมาป่าขนเงินงั้นเหรอ แต่ดูเหมือนจะไม่มีจิตใจนะ"
พูดยังไม่ทันขาดคำหมาป่าขนเงินก็กระโจนเข้าหาไทก้าพร้อมใช้กรงเล็บเข้าโจมตีทันที
กรรจ์!
ไทก้าะโหลบพร้อมใช้หมัดชกเข้าไปที่ส่วนท้องของมันจนกระเด็นไป
เปี้ยง!
ตุบๆ
หมาป่ายังคงลุกขึ้นมาได้พร้อมกับแยกเขี้ยวใช้ฟันของมันพุ่งเข้าจู่โจมไทก้าอีกครั้ง
กรรจ์!
ไทก้าไม่รอช้าเรียกอาคมดินออกมาป้องกัน จากนั้นจึงใช้ อาคมดินเสาแห่งความโกฬาหลกระแทกทะลุออกไป
ตู้ม!
จากนั้นหมาป่าเงินก็สลายหายไป....
"จบแล้ว?"
"หือ?"
ไม่นานก็ปรากกฏเป็กอลิล่าสองตัว มีขนสีแดง ร่างกายกำยำ ทั้งสองตัวใช้อาคมลมทำการโจมตีพร้อมกัน
วีดดด บู้มมมมมม !
อาคมลมจากกอลิล่าทั้งสองหลอมรวมกันจากนั้นยิงออกไปไม่ต่างจากลูกปืนใหญ่ พุ่งเข้าหาไทก้า
"อาคมดินกำแพงพสุธา"
ครืนนนนน!
ไทก้าเรียกกำแพงพสุธาขึ้นมาป้องกันไว้ทันที
ครื่นนนนนน!
อาคมลมอัดแข้าปะทะกำแพง
ตู้ม !
แค่ก กึกๆ
แม้ว่าอาคมดินจะแข็งแกร่งแต่เมื่อกอลิล่าสองตัวโจมตีพร้อมกัน กำแพงดินก็เกิดรอยร้าวขึ้นมาเล็กน้อยแต่ไม่ได้พังทลายลงไป
ไทก้าไม่รอช้าใช้อาคมหอกพสุธาแยกออกเป็สองมือ ขว้างใส่กอลิล่าทั้งสองตัวทะลุออกไปด้านหลัง
ฟุบ ฟุบ ฉั๊วะ!
เมื่อจัดการได้เสร็จสิ้นไทก้าก็มองหาทางขึ้นไป้า แต่ยังไม่ทันได้พักเหนื่อย ก็ปรากฏเป็เสือดำสามตัวโผล่ขึ้นมา
"มาไม่หยุดเลยแฮะ นี่แค่ชั้นแรกนะเนี่ย จะมาอีกกี่ชุดกัน เพิ่มขึ้นเรื่อยๆเลย หรือว่า สู้ไปก็ไม่ได้อะไร ต้องหาประตูขึ้นไปรึป่าวนะ"พูดจบไทก้าก็ใช้การเคลื่อนไหวที่เอเทนสอนมาหลบหลีกเสือสามตัวที่พุ่งเข้ามา "ท่วงท่าย่นระยะทาง"
ฟุบ ฟุบ ฟุบ !
ไทก้าเคลื่อนไหวหลบหลีกไปมาเพื่อหาประตูหรือทางขึ้นไป้า
ก่อนหน้านี้ไทก้าไม่รู้ว่าทำไมเอเทนถึงให้ตนวิ่งหลายกิโลเมตรในทุกๆวัน แต่ในภายหลัง หลังจากที่ไทก้าเข้าสู่จิตระดับสองและสามารถใช้พลังจิตในการต่อสู้ได้ เอเทนจึงสอนการเคลื่อนไหวนี้ให้กับไทก้าซึ่งจะใช้พลังจิตในการเคลื่อนไหวน้อยมากๆ แต่จะใช้พลังกายที่เยอะพอสมควร แม้ว่าตอนนี้การเคลื่อนไหวจะยังอยู่ที่ความเร็วเพียงหนึ่งในสิบส่วนเท่านั้นแต่มันก็มากพอที่จะหลอกสายของคู่ต่อสู้ในระดับจิตขั้นต่ำ
หาทางขึ้นไปชั้นต่อไปอยู่สักพัก ไทก้ากลับยังไม่พบทางขึ้นใดๆ ไทก้าจึงหันมาต่อสู้กับเสือดำทั้งสามตัวแทน เพราะคิดว่าหากจัดการทั้งสามตัวเสร็จแล้วค่อยหาดูอีกทีเผื่อว่าทางขึ้นไปชั้นต่อไปนั้นอาจจะมีกลไกซ่อนอยู่ก็เป็ได้
"ถ้างั้นจัดการเสร็จก่อนแล้วค่อยว่ากัน"
"อาคมผสาน ร่างเทียมดิน"
ไทก้าสร้างร่างอีกสองร่างขึ้นมาหลอกล่อเสือดำสองตัวแรกให้ไปคนละทิศละทาง เพื่อทำการจัดการหนึ่งตัวก่อน
ฟุบๆ ตุ้ม !
เมื่อจัดการทั้งเสือดำทั้งสามตัวเสร็จก็มีหมีขนสีน้ำตาลสี่ตัวโผล่ขึ้นมา ไทก้าเริ่มสังเกตแล้วว่า ในทุกครั้งที่จัดการสัตว์อสูรจำแลงไปก็จะมีตัวใหม่โผล่ขึ้นมาทุกครั้งทั้งยังเพิ่มจำนวนขึ้นมาหนึ่งตัวทุกครั้ง
ในตอนนี้ไทก้ามีเพียงหนทางเดียวคือต้องคอยหลบหลีกและหาทางขึ้นไปยังชั้นบนให้ได้เพื่อผ่านการทำสอบ
"หรือว่าธาตุของข้าและห้องที่ข้าเลือกจะเป็ห้องที่ยากกันนะ"ไทก้าต่อสู้ไปด้วยทั้งยังค่อยๆคิดทบทวนไปด้วย
"ไม่หรอกมั้ง นี่แค่การทำสอบของศิษย์ชั้นนอกเองนะ"
เมื่อเป็เช่นนี้ไทก้าจึงเลิกคิดและค่อยๆหลบหลีกพร้อมทั้งจัดการสัตว์อสูรไปทีละตัว และหากลไกไปด้วย
ตัดมาที่ด้านนอก...
ในตอนนี้ทุกคนที่อยู่ด้านหน้าหอทดสอบต่างก็มองดูป้ายลำดับของศิษย์ที่เข้าทดสอบ ทั้งยังพูดคุยกันเื่ลำดับที่เริ่มมีการเปลี่ยนแปลง
"ดูนั่นสิ เ้าเฟนนิค บี คนไร้ประโยชน์ติดอันดับที่ยี่สิบแล้ว เป็ไปได้ยังไง มันพัฒนาพลังฝีมือขึ้นรึนี่ รีบไปบอก ท่านเรย์เื่นี้เร็วเข้า" เหล่าลูกน้องของ เฟนนิค เรย์ ที่กำลังจะเข้าทำการทำสอบเป็ศิษย์ระดับกลางพบเข้า จึงได้ให้เพื่อนที่อยู่ในกลุ่มเดียวกันไปรายงานเฟนนิค เรย์ ให้มาตรวจสอบในทันที
ไม่นาน เฟนนิค เรย์ ก็มาถึงหน้าหอเจ็ดมหาธาตุ ในตอนที่เรย์มาถึง บี ก็ขึ้นเป็ลำดับที่สิบห้าแล้ว
"เ้าบี มันเก่งขึ้นรึนี่ ชักน่าสนใจแฮะ" เรย์กล่าวขึ้นและยังมองไปยังป้ายลำดับ
"แต่มันคงข้ามข้าไปไม่ได้หรอก ฮ่าๆ" เรย์กล่าวขึ้นและยังหัวเราะพร้อมกับลูกน้องที่อยู่ข้างๆ แต่แล้วก็เหลือบไปเห็นชื่อหนึ่งเข้า
"หือ?"
สำหรับคนอื่นอาจจะไม่ได้รู้จักเท่าใดนักเพียงแค่ดูเหมือนว่าจะเป็ศิษย์ที่เพิ่งเข้ามาใหม่หรืออาจจะเป็ศิษย์ชั้นนอกที่ฝึกมาหลายปีแล้วก็ได้ แต่สำหรับเฟนนิค เรย์ ชื่อนี้เข้าจำได้อย่างแม่นยำ มันคือคนที่อยู่กับบีเมื่อวันก่อน ชื่อว่า โฟล์ก ไทก้า และตอนนี้ชื่อของไทก้าอยู่ในอันดับที่ห้า และยังมีทีท่าว่าจะขยับต่อขึ้นไปเรื่อยๆ
"นี่มัน เป็ไปได้ยังไง เ้าคนที่อยู่กับเ้าไร้ประโยชน์นั่นจะเก่งขนาดนี้เลยหรือ" เรย์พึมพรำเบาๆ ทั้งยังกำหมันแน่นขึ้นด้วยความไม่อยากจะเชื่อเท่าใดนัก
รอบหอที่เฝ้าดูอยู่ เมื่อเห็นชื่อของไทก้าเปลี่ยนลำดับขึ้นเรื่อยๆ ก็พากันจ้องมองทั้งยังพูดคุยกันต่างๆนาๆ
"โฟล์ก ไทก้า เป็ใครกัน?"
"ไม่ทราบ เข้าเพิ่งเคยได้ยินเหมือนกัน"
"ลำดับของเ้านี่สูงขึ้นเรื่อยๆเลย ไม่แน่ว่าอาจจะเป็ศิษย์ชั้นนอกที่ฝึกมานานแล้วก็ได้"
"พวกเ้าเข้าใจผิดแล้ว เ้านี่เพิ่งเป็ศิษย์ชั้นนอกเมื่อวานนี้เอง"
มีศิษย์ที่อยู่ในเหตุการเมื่อวานนี้ และรู้เื่ของไทก้ากล่าวขึ้น
"จริงเหรอ เ้ารู้จักเขางั้นเหรอ" ศิษย์ที่อยู่รอบๆ ต่างถามเื่ของไทก้ากับศิษย์ที่กล่าวขึ้น
"ข้าไม่ได้รู้จักหรอกนะ เพียงแต่ว่าเมื่อวานนี้มีเหตุการณ์ศิลาสีรุ้งะเิ ก็เป็เ้าหมอนี่แหละที่เป็คนทำ"
"ห๊ะ เ้านี่เองรึ"
"ไม่คิดว่าเขาจะเก่งแบบนี้"
รอบด้าน หน้าหอทดสอบต่างเริ่มพูดคุยเื่ของไทก้าไปต่างๆนาๆ
ในตอนนี้ลำดับของไทก้ายังไต่ขึ้นเรื่อยๆ
"อันดับสามแล้ว"
ไม่นานชื่อของไทก้าก็เลื่อนขึ้นอีกขั้น
ตึง!
อันดับสอง!
ผู้คนที่อยู่รอบๆ ต่างเริ่มเงียบกัน แม้แต่เรย์ที่เฝ้ามองดูยังเงียบและได้แต่เฝ้าดูด้วยความคับข้องใจเท่านั้น
"เป็ไปไม่ได้ คนที่อยู่กับบีจะเก่งแบบนี้ได้ยังไงกัน" เรย์กำหมัดแน่น และไม่ได้สนใจอันดับของบีอีกต่อไป
แต่แล้ว
ตึง!
อันดับของบีเลื่อนขึ้นมาเป็อันดับแปด และอันดับของไทก้ากลับขึ้นมาเป็อันดับหนึ่ง พร้อมกัน
"ดูนั่นคนที่ชื่อบี อยู่อันดับแปดแล้ว"มีเสียงพูดคุยกันได้ไม่นานก็มีเสียงใอีกเสียงพูดขึ้น
"เป็ไปได้ยังไง อันดับหนึ่งแล้ว คนที่ชื่อ โฟล์ก ไทก้า ได้อันดับหนึ่งไปแล้ว"
ศิษย์หลายคนต่างพูดคุยกันด้วยเสียงฮือฮา