เช้าแรกในรอบหลายเดือนที่เขากลับมาอยู่บ้านหลังจากอยู่โรงเรียนประจำมาตลอดเทอม แทนที่จะเป็การนอนหลับอย่างเป็สุข กลายเป็ว่ากว่าเขาจะข่มตาหลับลงได้ก็ปาไปเกือบเช้า เมื่อคืนเขามีเื่ให้ต้องคิดจนนอนไม่หลับ แต่พอจะหลับก็นอนไม่ได้ เขาจำได้ว่าตีสามยังตาสว่าง น่าจะหลับไปตอนตีสี่ ตื่นมาอีกทีตอนตีห้าเพราะเสียงไก่ ไก่บ้านั่น! บ้านเขามีไก่ั้แ่เมื่อไหร่นะ? หรือว่าจะเป็ไก่ข้างบ้าน แทนที่จะนอนเดาหาคำตอบ ออกไปดูหน่อยดีกว่า ...นั่นไงไก่! ไก่แจ้ตัวน้อยกำลังขันอย่างเอาเป็เอาตาย ให้ตายเถอะบ้านเขามีไก่ ไก่จริง ๆ ตัวเป็ ๆ เลย ข้าง ๆ ไก่บ้านั่น เด็กผู้หญิง!!!เห้ย! บ้านเขามีเด็กผู้หญิง ั้แ่เมื่อไหร่กัน ? เมื่อวาน ? อ้อ... เด็กคนนั้นนั่นเองนึกออกแล้ว ดู ๆ แล้วเด็กนั่นน่าจะอ่อนกว่าเขาสัก สองสามปี ตัวเล็กนิดเดียว เอ้? หรือจะอ่อนกว่าหลายปีกันนะ ฮึ! คงเป็ลูกติดของยายป้าปากแดงคนนั้น เด็กคนนั้นกำลังหัวเราะพลางเดินไปอุ้มเ้าไก่ปีศาจที่ขันปลุกเขาจากการนอนหลับ
“ฉันนอนไปได้ชั่วโมงเดียวเองนะ” เรียกไก่ปีศาจน่ะเหมาะสมกับแกแล้วล่ะ ว่าแล้วนพคุณก็สาวเท้าออกจากห้องนอนตัวเองตรงไปที่สวนหลังบ้านทันที
“ไอ้ไก่ปีศาจบ้านี่ของเธอเหรอ?” นพคุณยิงคำถามทันทีที่เดินลงไปถึงตัวต้นเหตุ ทั้งคนทั้งสัตว์นั่นแหละ ต้องโดนทั้งคู่! เด็กหญิงกำลังง่วนอยู่กับการลูบขนลูบหางไก่น้อยของหล่อน ไก่ตัวนี้แม่หล่อนสั่งซื้อมาจากออนไลน์
“มาจากฟาร์มเลยนะ” แม่หล่อนนำเสนอ
“แม่ F มาเมื่อวาน ไม่น่าเชื่อวันนี้มาส่งถึงบ้านจริง ๆ แฮะ” ภารดีปลาบปลื้มที่ได้ไก่มาสมใจ
“แม่เห็นในยูทูป เค้าเลี้ยงกันน่ารักดี มีคลิปแข่งไก่ด้วยนะ ที่แม่แท็กลูกในเฟสไง จำได้ไม๊ ? ลูกชอบรึเปล่า?”
เด็กหญิงกำลังงงกับไก่แจ้แสนสวยตัวน้อย ที่ตอนนี้บินมาเกาะอยู่บนไหล่ของหล่อน พลางไซร้ขนตัวเองอย่างเมามัน
“ชอบค่ะ” เด็กหญิงตอบได้ทันที
“แหม ไอ้เ้านี่ รู้จักประจบด้วยนะดูมันสิ น่าเอ็นดู” คุณนพรักษ์ เดินเข้ามาร่วมวงด้วยอีกคน
“แล้วหนูจะตั้งชื่อมันว่าอะไร” คุณนพรักษ์ถามยิ้ม ๆ
“อืม ...คิดไม่ทันค่ะ คุณลุงช่วยคิดหน่อย”
“นพคุณเป็ไง? แปลว่าทอง ไก่ของหนูก็สีสวยเหมือนทองคำเลย” คุณลุงที่มีศักดิ์เป็พ่อเลี้ยงของหล่อนเสนอ แววตาขบขัน
“คุณนพรักษ์!” ภารดีปรามสามี เมื่อเห็นท่าว่าเขาจะแกล้งอำลูกสาวหล่อนเข้าเสียแล้ว
“ลูกแก้วชอบชื่อนี้ค่ะ ความหมายดีจัง ดูสิคะนพคุณก็ชอบ” เอาแล้วไง คุณนพรักษ์เหลือบมองเด็กหญิงสลับกับไก่ เด็กหญิงมองมาแววตาสดใส ส่วนไก่แจ้แสนสวยที่ตอนแรกง่วนอยู่กับการไซร้ขนตัวเอง...ตอนนี้กลับยืนนิ่งบนไหล่มองตอบกลับมาอย่างตั้งใจราวกับว่ามันเข้าใจทุกอย่าง และสุดท้ายกลายเป็ว่าไก่ตัวนั้นได้ชื่อ “นพคุณ” ไปโดยปริยาย และดูท่าว่ามันจะชอบชื่อนั้นมากซะด้วย ขนาดเขาแอบเรียกมันด้วยชื่ออื่น ๆ มันไม่เคยสนใจ แต่ถ้าเรียกนพคุณเมื่อไหร่มันจะวิ่งปรี่มาหาเขาทันที และจากคลิปที่ภารดีส่งให้ลูกสาวดูนั้นกลายเป็ที่มาของการฝึกไก่อย่างจริงจังของพริมา ทุก ๆ เช้าหล่อนจะฝึกไก่แจ้ตัวน้อยให้ขัน และวันนี้ก็เช่นกัน
เมื่อยิงคำถามแล้ว เป็ครั้งแรกที่นพคุณเห็นหน้าเด็กผู้หญิงคนนั้นอย่างชัดเจน ลูกครึ่ง? เด็กนี่เป็ลูกครึ่งนี่นา ผิวขาว ผมสีน้ำตาลเข้ม แต่ที่โดดเด่นที่สุดคงจะเป็ตา... ตาสีแปลก ถ้าหล่อนเป็ฝรั่งคงจะตาสีเขียวแน่ ๆ แต่พอเป็ลูกครึ่งที่ผสมระหว่างคนเอเชียกับคนต่างชาติ สีตาสีผมจึงเข้มขึ้น ตาของเด็กหญิงจากสีเขียวจึงกลายเป็สีนี้ ... สีน้ำตาลปนเขียว แต่ตัวเล็กนิดเดียว เหอะ! จะเป็ฝรั่งทั้งทีดันไม่เอาส่วนสูงมาด้วย สงสัยพ่อจะเตี้ย เพราะแม่หล่อนเองก็ตัวเล็กนิดเดียวส่วนสูง 160 ซ.ม. จะถึงรึเปล่า หน้าตา... อืม ถ้าไม่อคติเกินไปนักก็ถือว่าพอไปวัดไปวาได้
ไอ้ไก่ปีศาจบ้า...ใครนะช่างคิดคำเรียกแบบนี้ได้ เป็ไก่ เป็ปีศาจ และเป็บ้า รวมอยู่ในสิ่งเดียว เด็กหญิงสงสารไก่น้อยของตนจับใจ แค่เป็ไก่...เกิดเป็สัตว์ก็น่าสงสารพออยู่แล้ว คนใจร้ายคนนั้นยังสรรหาคำมาว่าไก่ของหล่อนอีก
“ไม่ใช่ไก่ ไม่ใช่ปีศาจ ไม่ใช่บ้า เอ้อ เป็ไก่แต่ไม่เป็ปีศาจและไม่บ้าค่ะ” เด็กหญิงเถียงน้ำตาคลอ
“พูดอะไรของเธอ?” เจอคำพูดประหลาดพร้อมท่าทางของเด็กผู้หญิงตรงหน้า ถ้าสังเกตให้ดีก็จะเห็นว่านพคุณแทบกลั้นขำไว้ไม่อยู่ แต่ชั่วพริบตาเด็กหนุ่มก็ปรับสีหน้าได้อย่างรวดเร็ว
“ก็ไอ้ไก่บ้านี่แหละมันขันั้แ่ตีห้ายันหกโมง ขันไม่หยุด ขันมาเป็ชุด ขันได้ยาวนานแบบนี้มันต้องเป็ไก่ปีศาจ!”
“ไม่ใช่! ลูกแก้วกำลังฝึกมัน เมื่อก่อนมันแทบไม่ขันเลยด้วยซ้ำ แต่เดี๋ยวนี้มันขันเก่ง เพราะลูกแก้วฝึกมันค่ะ”
“งั้นคนที่บ้ากว่าไก่ก็คือเธอสินะ”
“ลูกแก้วไม่ได้บ้านะคะ นพคุณก็ไม่บ้า!”
“ก็ไม่บ้าน่ะสิ นี่เธอว่าฉันบ้าเหรอ?” คราวนี้คนถามเริ่มมีน้ำเสียงโมโหขึ้นมาอีกรอบ มีอย่างที่ไหนยัยเด็กนี่เรียกชื่อเขาเฉย ๆ ไม่พอ ยังหาว่าเขาบ้าอีก
โอ้โห...ลูกคุณลุงเหรอเนี้ย น่าตาก็ดี แต่ทำไมขี้โมโหจัง เมื่อวานเจอกันครั้งแรกก็ะโเสียงดังลั่นบ้าน วันนี้ก็มาหาว่าไก่ของหล่อนทั้งเป็บ้าทั้งเป็ปีศาจ...ทำไมนิสัยร้ายกาจแบบนี้ ใจร้ายจัง ไม่ใจดีใจเย็นแบบพ่อเลย ั้แ่กลับมาถึงเมื่อวานก็วุ่นวายกันไปทั้งบ้าน
“ลูกแก้วไม่ได้ว่าคุณสักหน่อย มีแต่คุณนั่นแหละว่านพคุณอยู่ได้ ว่าบ้าบ้างล่ะ ว่าเป็ไก่ปีศาจบ้างล่ะ รู้ไหมว่านพคุณเป็ไก่ที่ฟังภาษาคนรู้เื่นะคะ มันได้ยินแบบนี้ต้องเสียใจมากแน่ ๆ ทำไมคุณใจร้ายจัง” ...นพคุณหรี่ตา ชัดแล้ว! ถ้าเดาไม่ผิด ไอ้ไก่บ้านั่นชื่อเดียวกับเขา
“อะไรนะ? ไก่บ้านี่ชื่ออะไร?” เด็กหนุ่มถามเสียงต่ำ
“นพคุณ” ตอบห้วน ๆ ก็แล้วไงล่ะ หล่อนเองก็เริ่มจะมีน้ำโหขึ้นมาบ้างเหมือนกัน
“นี่เธอตั้งชื่อไก่นี่ว่านพคุณเหรอ? เธอกวนประสาทฉันรึไง? ยัยฝรั่งแคระ” ไม่พูดเปล่า เขาจับแขนหล่อนออกแรงดึงนิดเดียวพริมาก็ปลิวมาติดตัวเขาแล้ว
“ปล่อยลูกแก้วนะ” เด็กหญิงใไม่คิดว่าตัวเองจะปลิวมาจากตรงที่ยืนได้ง่ายดายแบบนี้
“โอ้ย!” เด็กหนุ่มร้องเสียงหลง พลางหันไปมองที่นิ้วเท้าตัวเอง ไอ้ไก่ปีศาจที่เขาเรียกก่อนหน้านี้ กำลังตั้งใจจิกลงมาที่นิ้วก้อยเท้าข้างขวาของเขาอย่างเอาเป็เอาตาย นอกจากขันอย่างเอาเป็เอาตายแล้ว การจิกก็ทำได้จริงจังไม่แพ้การขันเลยทีเดียว
“นพคุณ อย่า!” เอาสิวะ นี่ห้ามกูหรือห้ามไก่? เด็กหนุ่มคิดในใจ ให้ตายเถอะ เขาไม่ใช่คนใจร้ายที่ชอบรังแกสัตว์ และก็ไม่ใช่คนที่ชอบรังแกเด็กด้วย แต่ไหงกลายเป็แบบนี้ไปได้ ก็แค่จะมาลองเชิงดูเฉย ๆ ว่าเด็กนี่จะเป็ยังไง ทำไมเหตุการณ์กลับชุลมุนวุ่นวายแบบนี้ นี่ถ้าไม่เพราะเด็กนี้กวนประสาทตั้งชื่อไก่เหมือนชื่อเขามีหรือเขาจะโกรธขนาดนี้ และไอ้ที่น่าโมโหมากไปกว่าเดิมนั่นก็คือหล่อนไม่มีความรู้สึกเลยด้วยซ้ำว่ามันเป็การเสียมารยาทแค่ไหนที่เอาชื่อคนอื่นมาตั้งชื่อสัตว์เลี้ยงของตัวเอง หรือเพราะพ่อแม่ไม่สั่งสอน นั่นไง! สุดท้ายก็คงจะเป็เพราะยายป้าปากแดงคนนั้นนั่นแหละ ลูกไม้หล่นไม่ไกลต้นจริง ๆ
“เอะอะอะไรกัน เสียงดังไปถึงข้างบนเลยตาคุณ” คุณนพรักษ์ ถามหน้าเครียดเมื่อเห็นลูกชายกับลูกเลี้ยงยืนเถียงกันหน้าดำหน้าแดง พักหลัง ๆ มานี้ เขาจะลงมาฝึกไก่กัพริมาทุกเช้า ั้แ่นพคุณไปอยู่โรงเรียน คุณอารีก็จากไปแล้ว ชีวิตของเขาก็เหงาเหลือเกิน แต่พอมีสองสาวแม่ลูกมาอยู่ด้วยกันที่บ้านชีวิตของเขาก็สดใสขึ้นมาก ไม่เหงาปล่าวเปลี่ยวเหมือนแต่ก่อน
“ว่าไงตาคุณ...เรามาหาเื่อะไรน้องถึงนี่ ?” ดูสิ แค่เพียงเวลาไม่กี่เดือน ดั่งคำสุภาษิตที่ว่า “สามวันจากนารีเป็อื่น” ไม่ใช่แค่นารีแต่นี่เป็พ่อ พ่อของเขาเอง อยู่กับแม่ลูกคู่นี้ไม่กี่เดือน แทนที่จะถามเขาว่าเื่ราวเป็อย่างไร กลับฟันธงไปแล้วว่าเขามาหาเื่
“คำถามของพ่อฟังดูยุติธรรมดีนะครับ เหมือนได้คำตอบอยู่แล้วแค่ถามพอเป็พิธี” คนสูงวัยที่สุดในนี้มีสีหน้าหนักใจ ส่วนคนอายุน้อยสุดก็ยืนกอดไก่ (ปีศาจ) แน่นก้มหน้ามองนิ้วเท้าตัวเอง ทำหน้าหยั่งกะจะมีนิ้วโป้งเท้างอกออกมาอีกนิ้วอย่างนั้นแหละ
“งั้นไหน ๆ ผมก็ผิดอยู่แล้ว ผมหาเื่พ่อก็ได้ พ่อรู้รึเปล่าครับว่าเด็กนี่เรียกไอ้ไก่บ้านี่ว่าอะไร ? ” หน้านิ่ง ๆ ของคนเป็พ่อมองเลยติ่งหูของเขาไป ปีกจมูกปิดเข้าเปิดออกเล็กน้อย อาการแบบนี้เขารู้
“พ่อ! ไม่ต้องมากลั้นขำนะครับ งั้นแสดงว่าพ่อรู้สินะครับ” รู้แล้วยอม...อันนี้น่าโมโหมากกว่า คุณนพรักษ์ คิดไว้อยู่แล้วถ้าลูกชายตัวดีรู้ชื่อไก่จะต้องโมโหแน่ ๆ ความคึกคะนองที่อยากแกล้งลูกเลี้ยงในตอนแรกกลับสร้างความวุ่นวายน่าปวดหัวในภายหลัง เขารู้ดี... ถ้าลำพังไก่นี่เป็ของเขาและเขาไม่ได้แต่งงานใหม่...ในบ้านมีแค่เขากับไก่ การตั้งชื่อไก่คงไม่เป็ปัญหาแบบนี้ และเขาเชื่ออีกด้วยว่านพคุณจะต้องชอบใจหรือขบขันแน่ที่พ่อเอาชื่อเขามาตั้งเป็ชื่อไก่
“พ่อรู้แล้วปล่อยให้เด็กนี่เอาชื่อผมไปตั้งชื่อไก่ปีศาจนี่เหรอครับ?” ได้ยินคำว่าปีศาจทั้งเ้าของไก่และไก่มีปฏิกิริยาพร้อมกันทีเดียว เด็กหญิงสูดลมหายใจเข้าแรง ๆ ส่วนไก่ ถ้าเขาตาไม่ฝาดมันถลึงตาใส่เขา
“เปล่า ๆ ลูกเข้าใจผิดแล้ว ลูกแก้วไม่ได้ตั้งชื่อไก่ พ่อเอง พ่อเป็คนตั้ง ตอนแรกก็ไม่ได้ตั้งใจใช้ชื่อนี้หรอกนะ...ไก่มันชอบ”
“ไก่มันชอบ!? พ่อพูดอะไรครับ”
“จริง ๆ นะ พ่อพยายามเปลี่ยนชื่อแล้ว แต่มันไม่ชอบ คือ ...เอ่อ ...เรียกแล้วก็ไม่มาด้วย”
“ไอ้ไก่นี่มันจะไปรู้อะไร มันเป็ไก่นะครับ มันจะชอบชื่อนั้นชื่อนี้เหมือนคนได้ยังไง....”
“เอิ้กกก!!!.” เหมือนเก็บกดมานาน นพคุณเวอร์ชั่นไก่ส่งเสียงแหลมบาดหู ถ้าทันสังเกตจะเห็นว่า ไก่ปีศาจของนพคุณมันมองจิกคนว่าจนตาแทบถลนออกจากเบ้า
“นพ เอ้ย..ไก่ตัวนี้มันฟังภาษาคนรู้เื่ค่ะ มันไม่ชอบให้ใครมาว่า” เด็กหญิงที่ยืนฟังพ่อลูกเถียงกันอยู่นานเอ่ยขึ้น ความจริงหล่อนไม่รู้มาก่อนเลยว่าลูกชายของพ่อเลี้ยงหล่อนนั้นมีชื่อว่าอะไร ไม่แน่ใจด้วยว่าพ่อเลี้ยงหล่อนเคยบอกแล้วหล่อนลืมหรือเปล่า แต่พอมารู้ว่าไก่ที่พ่อเลี้ยงหล่อนเป็คนตั้งชื่อให้นั้น ความจริงแล้วชื่อเดียวกับเขา หล่อนก็เริ่มจะเข้าใจว่าทำไมเขาต้องโกรธขนาดนี้ แต่ครั้นจะเปลี่ยนชื่อไก่แจ้ของหล่อนตอนนี้น่าจะไม่ทันเสียแล้ว แถมยังดูท่าว่าเ้าไก่ของหล่อนก็จะไม่ยอมให้เปลี่ยนเสียด้วย
“ลูกแก้วจะเปลี่ยนชื่อให้นพคุณ เอ้ย! ไก่ก็ได้ค่ะ” หล่อนปด กะว่าต่อหน้าเขาจะเรียกส่ง ๆ ไปก่อนแต่พอหลับหลังก็คงต้องใช้ชื่อ ”นพคุณ” เหมือนเดิม ก็จะให้ทำไงได้ล่ะ อย่างที่คุณลุงบอก ไก่มันชอบ!
“ฮึ!” เด็กหนุ่มไม่ตอบอะไรด้วยรู้ว่าถ้าพูดอะไรไปมีแต่จะเสีย...ยังไงพ่อก็ไม่เข้าข้างเขาอยู่แล้ว ใช่สิ! ตอนนี้เขาก็กลายเป็หมาหัวเน่าอย่างสมบูรณ์แบบ มีทั้งเมียใหม่ลูกใหม่แถมไก่ผีอีกตัวหนึ่ง อีกหน่อยลูกเก่าอย่างเขาคงไม่มีที่ยืนในบ้าน เผลอ ๆ เขาอาจจะต้องระเห็จมาอยู่เล้าไก่และไอ้ไก่ผีนี่มายึดห้องเขาแทนก็เป็ได้