ฟ้าใสเมื่อรู้สึกความเย็นบนร่างกาย กว่าที่สติจะแตกกระเจิงไปกว่ากว่านี้ สติเธอก็กลับคืนมา ฟ้าใสใช้มือดันหน้าอกของคีตะขึ้น
“อย่า อย่าค่ะ” ฟ้าใสหายใจหอบ คีตะก็เช่นกัน เขาใช้สายตาเคลิบเคลิ้มมองมาที่เธอ
“อย่าทำร้ายฟ้าอีกเลย ขอร้อง” เท่านั้นแหละคีตะก็หยุดการกระทำทันที เขายกศรีษะมองลึกเข้าไปในดวงตาคู่สวย ก่อนที่เขาจะลุกขึ้นไปหยิบผ้าขนหนูพันรอบกายพร้อมกับหยิบบุหรี่ในหัวเตียงเดินออกไปที่ระเบียง
ฟ้าใสถอนหายใจ ทำไมน่ะ 4 ปีผ่านไปแล้ว แต่เธอกลับเหมือนรู้สึกตัวเองไม่ได้หนีจากตรงจุดนั้นเลย เธอรู้สึกว่าตนเองกำลังเดินวนกลับมาจุดเดิม
คีตะเดินกลับเข้ามาในห้องอีกครั้ง เขาไม่พบร่างของฟ้าใสแล้ว เขาเดินไปตรงที่เตียงแต่ก็โล่งอกที่ได้ยินเสียงน้ำไหลในห้องน้ำ เขาเดินไปนั่งที่ปลายเตียงและถอนหายใจออกมา เขาต้องข่มอารมณ์มากแค่ไหนเธอรู้บ้างไหม เธอจะรู้ไหมว่าเขาอารมณ์ค้าง
ฟ้าใสเดินออกมาจากห้องน้ำพร้อมเสื้อคลุม มองมาที่คีตะ คีตะลุกขึ้นเข้าห้องน้ำไปเช่นกัน พอออกมาก็ไม่พบฟ้าใสแล้ว เขารีบแต่งตัวแล้วเดินออกมา ก็พบหญิงสาวยืนมองทิวทัศน์อยู่ชานบ้าน
คีตะเดินมายืนข้างหลังเธอ ก่อนที่จะเดินเข้าไปสวมกอดเธอจากทางด้านหลัง
“ขออยู่แบบนี้สักพักน่ะ” เข้าก้มลงหอมที่ซอกคอเธอ สูดดมความหอมจากลำคอและเส้นผมของเธอ
“เรา เรามาเริ่มต้นกันไหม่ได้ไหม? อยู่ๆเขาก็เอ่ยถามคำถามที่ฟ้าใสไม่เคยคาดคิดออกมา ฟ้าใสยังเงียบ
“ มาเป็นผู้หญิงของพี่น่ะ คบกันน่ะ”
ฟ้าใสแทบหยุดหายใจ เธอขมวดคิ้ว เธอรู้สึกตัวเองเริ่มยืนไม่ไหว
“ไม่ต้องตอบตอนนี้ก็ได้ แต่ขอแค่ให้โอกาส ให้โอกาสพี่บ้าง” คีตะเหมือนรู้ความคิดเธอ จึงรีบพูดขึ้น เขากลัวว่าถ้าเร่งรัดเธอมากไปเธอจะปฏิเสธ
“ หิวยัง หืม ไปกินข้าวกันไป” คีตะพูดแล้วก็ก้มมาหอมแก้มฟ้าใสหนึ่งที ฟ้าใสไม่พูดอะไรปล่อยให้เขาเดินจูงมือมาที่รถ
“เดี๋ยวกินข้าวเสร็จพี่ไปส่งที่บ้าน โอเคน่ะ” เมื่อเข้าไปนั่งในรถ เขาก็ยื่นหน้ามองมาที่เธอ มือนึงฉวนจับที่มือเธอและขับรถออกไป
คีตะไม่วางใจเท่าไหร่ ถึงฟ้าใสจะไม่ขัดขืน แต่เธอก็เคยเป็นแบบนี้มาก่อน ไม่ขัดขืนแต่อยู่ๆก็จากเขาไป เขาไม่กล้าเสี่ยงทำร้ายจิตใจเธอ เขากลัวว่าคราวนี้เธอจะไปโดยไม่กลับมา
คีตะพาฟ้าใสมาส่งที่หน้าบ้าน รถจอดนิ่งเลยหน้าบ้านของเธอไปนิดนึง ฟ้าใสยังคงนิ่งเงียบไม่พูดอะไร คีตะรู้สึกบีบหัวใจเขาไม่รู้ว่าจะเริ่มยังไงอีก
“ขอบคุณน่ะคะ ที่มาส่ง”แล้วฟ้าใสก็พูดขึ้นมา
“ส่วนเรื่องที่คุณพูดที่บ้านชายเขา ฟ้าคงให้ไม่ได้” คีตะอึ้งไป ไม่คิดว่าเธอจะตัดสินใจโดยตัดโอกาสเขาแบบนี้
คัตะหันหน้ามองฟ้าใส
“ตลอดเวลาที่เราอยู่ด้วยกัน ไม่มีสักครั้งเลยหรอที่รักพี่บ้าง” คีตะถามคำถามที่บีบหัวใจทั้งเขาและเธอ น้ำเสียงที่เอ่ยถามเริ่มสั่นๆ
“ ไม่ค่ะ ไม่เลย” ฟ้าหันหน้ามาตอบเขา
“หึ ดี ดีมาก”คีตะรู้สึกเหมือนว่าโลกนี้กำลังทะล่มยังไงยังงั้น เขาหลับตาลงสูดหายใจเขาลึกๆ
“ลงไปเถอะ ถึงบ้านแล้ว”เขาก้มหน้าพูดกับฟ้าใสแค่นั้น
ร่างบางเดินหายไปในบ้านสักพักแล้ว คีตะรู้สึกว่าชีวิตเขาไม่เหลืออะไรอีกแล้ว เขาไม่เคยถูกปฏิเสธ เขารู้สึกว่า ความรู้สึกที่ฟ้าใสหายไปยังเทียบไม่ได้กับความรู้สึกสิ้นหวังในตอนนี้เลย ถึงได้พบหน้าแต่เหมือนกับว่าเขาไม่สามารถจับต้องเธอได้อีกแล้ว