“กลับมาแล้วเหรอไฮด์” เสียงร้องทักของใครบางคนร้องขึ้นมา
“อ่า กลับมาแล้ว” เด็กผู้ชายผิวขาว ผมสีดำตอบกลับเสียงเด็กสาวที่ร้องถามตนเอง
“เป็ไงที่ตลาด ได้อะไรกลับมาบ้าง” เด็กสาว วัยสิบแปด ผมสีฟ้า ริมฝีปากสีชมพูอ่อนถามต่อ
“ก็ได้มาแค่คัมภีร์ธาตุดินมาเล่มนึงเอง”
“เธอละ ได้อะไรกลับมาบ้างเรนา” ไฮด์ตอบคำถามก่อนหันไปถามเรนาต่อ
“ก็ได้ถุงมือ กับเสื้อคลุมน่ะ”
“งั้นเหรอ งั้นไปที่โรงเรียนเวทย์กันเถอะ” ไฮด์หันไปชวนเรนา และเรนาก็ตกลงก่อนจะเดินออกไป
ภายในโรงเรียนสอนเวทย์มนต์มอเทรียซึ่งประกอบไปด้วยตัวอาคารสามชั้นที่แต่ละอาคารเชื่อมติดกันด้วยทางเดินมีลักษณะเป็อาคารสีขาว สว่างไสว โดยตัวอาคารตั้งเรียงกันเป็ครึ่งวงกลมล้อมรอบบ่อน้ำพุที่ตั้งอยู่ตรงใจกลางอาคารเรียนอีกทั้งเมื่อมองภายใต้อาคารเรียนก็พบว่ามีเหล่านักเรียนเวทย์มนต์ที่เดินเตร็ดเตร่กันเต็มไปหมดบ้างก็นั่งกินอาหารอยู่ใต้อาคารซึ่งเป็โรงอาหารของโรงเรียน
“ประกาศสำหรับนักเรียนที่พึ่งเข้ามาเรียนใหม่ให้มารวมตัวตรงที่บ่อน้ำพุด้วยนะครับ” เสียงประกาศดังขึ้นทั้งโรงเรียนผ่านโทรโข่งเวทย์มนต์ที่ลอยอยู่ในอากาศโดยมีปิดติดอยู่ทั้งสองข้างซึ่งช่วยให้โทรโข่งบินไปมากลางอากาศได้และแล้วเหล่านักเรียนที่มาใหม่ก็ทยอยมารวมตัวกันที่บ่อน้ำพุหน้าโรงเรียนกันจนคนเริ่มแน่นขึ้นเรื่อยๆ และเริ่มมีเสียงพูดคุยจ้อแจ้ดังขึ้นเรื่อย ๆก่อนที่จะมีอาจารย์ท่านหนึ่งเดินก้าวออกมาพร้อมประกาศว่า
“ขอให้นักเรียนทุกท่านอยู่ในความสงบ” แล้วพลันสิ้นสุดเสียงอาจารย์นักเรียนทุกคนต่างเงียบกันราวกับถูกบางอย่างปิดปากไว้ไม่ให้พูดออกมาได้
“เพื่อไม่ให้เป็การเสียเวลาเราจะทำการทดสอบพลังเวทย์ เพื่อทำการเลือกห้องที่เหมาะสมแก่ตัวนักเรียน”
“ขอให้นักเรียนทุกคนเข้าแถวไปรับแกรนดิไซต์”
“แกรนดิไซต์ คือ อะไรครับ” จู่ ๆ ก็มีนักเรียนคนหนึ่งยกมือขึ้นมาถาม
“นั้นสินะครับ บางคนอาจจะยังไม่รู้จัก แกรนดิไซต์คืออุปกรณ์ทดสอบพลังเวทย์ที่มีอยู่ในตัวของผู้ใช้เวทย์” อาจารย์ใหญ่ประจำโรงเรียนมอเทรียตอบกลับนักเรียนเพื่อไขข้อสงสัยให้กระจ่าง
“นักเรียนทุกคนเคยทดสอบพลังเวทย์มากับหินทดสอบแล้วใช่ไหมครับ”อาจารย์ใหญ่กล่าว
“ใช่ครับ/ค่ะ” นักเรียนทุกคนตอบอย่างพร้อมเพรียงกัน
“หลักการทำงานมันก็คล้าย ๆกันกับหินทดสอบพลังเวทย์นั้นแหละแต่จะต่างตรงที่ความละเอียดในการแสดงพลังเวทย์ของผู้ใช้ว่ามีความสามารถทางใดซึ่งจะช่วยให้ผู้ใช้เวทย์สามารถพัฒนาพลังเวทย์ของตัวเองได้อย่างก้าวะโ”
หลังจากที่อาจารย์ได้อธิบายเสร็จจึงได้ให้นักเรียนแต่ละคนรับแกรนดิไซต์ไปคนละอันซึ่งมีลักษณะเป็แท่งเหล็กทรงกลม ที่มีลวดลายอักขละอาคมเวทย์มนต์จาลึกไว้รอบ ๆเมื่อนักเรียนทุกคนได้รับแกรนดิไซต์กันครบหมดทุกคนแล้วอาจารย์จึงประกาศให้ทุกคนปล่อยพลังเวทย์ของตนเข้าไปในแกรนดิไซต์ที่ถืออยู่
ทันใดนั้นก็ปรากฏแสงวูบวาบภายในแกรนดิไซต์ของบรรดาเหล่านักเรียน ทำให้รอบบ่อน้ำพุมีแสงเรืองรองสว่างไสวราวกับแสงดวงอาทิตย์ที่ทอแสงใหม่ในยามเช้าตรู่
“เมื่อนักเรียนทุกคนทำการทดสอบเสร็จเรียบร้อยแล้ว”
“ขอให้นักเรียนทุกคนที่คุณสมบัติธาตุแต่ละธาตุไปรวมที่อาจารย์แต่ละคนที่ยืนอยู่”อาจารย์เริ่มประกาศอีกครั้งเมื่อเห็นว่าเหล่านักเรียนได้ทำการทดสอบพลังเวทย์ของตนกันเสร็จแล้ว
“เริ่มจากซ้ายมืออาจารย์ประจำธาตุดินเอิร์น”
“ต่อมาอาจารย์ประจำธาตุน้ำเซบู”
“อาจารย์ประจำธาตุลมวินด์ และอาจารย์ประจำธาตุไฟอัคนี”หลังจากที่สิ้นสุดเสียงประกาศเด็กนักเรียนต่างแยกย้ายกันไปรวมกลุ่มกับอาจารย์ประจำธาตุของตนเองกันก่อนที่อาจารย์จะประกาศอีกครั้ง
“หลังจากนี้อาจารย์ที่อยู่ตรงหน้าพวกเธอจะเป็ที่ปรึกษาให้พวกเธอไปจนจบการศึกษา”
“ถ้ามีอะไรที่สงสัยก็สามารถสอบถามอาจารย์ของพวกเธอได้ตลอด”
“เอาละ ตอนนี้เชิญอาจารย์แต่ละท่านพานักเรียนแยกย้ายไปกันได้แล้วครับ”หลังจากกล่าวเสร็จอาจารย์ใหญ่ก็เดินหายเข้าไปในตัวอาคารก่อนที่อาจารย์ที่ปรึกษาแต่ละท่านจะพานักเรียนแยกย้ายกันไปชั้นเรียนของตัวเอง
ณห้องเรียนแห่งหนึ่งของโรงเรียนสอนเวทย์มนต์มอเทรียแม้ภายนอกจะดูเหมือนห้องเรียนขนาดธรรมดาแต่เมื่อเข้ามาภายในห้องเรียนกลับพบว่าขนาดห้องจริงๆ แล้วนั้นกว้างขนาดครึ่งสนามฟุตบอลได้ มีทั้งโต๊ะเก้าอี้ เหมือนห้องเรียนปกติแต่สิ่งที่ต่างออกไปคือภายในห้องเรียนก็ยังมีห้องซ้อนอยู่อีกหลายห้องด้วยกันมีทั้งห้องเก็บอุปกรณ์ ห้องหนังสือ หรือแม้แต่ห้องนั่งเล่นก็มีด้วยอีกทั้งอากาศภายในห้องก็เย็นสบายต่างจากอากาศด้านนอก
“เอาละนักเรียนทุกคน นั่งเข้าที่ให้เรียบร้อย”อาจารย์สาวพูดขึ้นมาทำให้เหล่านักเรียนใหม่เข้านั่งที่กันอย่างเรียบร้อย
“เมื่อตอนหน้าน้ำพุอาจารย์ใหญ่ได้แนะนำตัวอาจารย์ไปบ้างแล้ว”
“แต่อาจารย์จะขอแนะนำตัวอีกครั้งก็แล้วกัน อาจารย์ชื่อ เอิร์นเป็อาจารย์ประจำธาตุดิน”
“หลังจากนี้จนจบการศึกษาพวกเธอจะมีอาจารย์คอยเป็ที่ปรึกษาดังนั้นมีอะไรก็สามารถบอกอาจารย์ได้นะ”
“ครับ/ค่ะ” เหล่านักเรียนหน้าใหม่ตอบโดยพร้อมเพรียงกัน
“เอาละเพื่อไม่ให้เสียเวลาเรามาเริ่มเรียนกันเลยแล้วกัน”เอิร์นกล่าวขึ้นมา
“แต่นี่วันแรกเองนะครับแถมพวกเรายังไม่รู้จักเพื่อนร่วมชั้นเลยซักคนนะครับ” เด็กผู้ชายคนหนึ่งร้องขึ้นมา
“ถ้าเธอคิดว่าที่นี้เรามาเพื่อเล่นเพื่อน เธอคิดผิดแล้ว”
“เพราะนับจากนี้หน้าที่ของอาจารย์คือสอนให้พวกเธอใช้เวทย์มนต์ได้เก่งกาจเพื่อให้พวกเธอเป็ผู้ใช้เวทย์มนต์ที่แข็งแกร่งสามารถเลี้ยงดูตัวเองและเป็ประโยชน์ต่อประเทศนี้ได้” คำตอบของอาจารย์ทำเอาพวกนักเรียนแต่ละคนหน้าเหว่อกันไปตามๆ กัน ก่อนที่เธอจะหันหลังให้นักเรียนแล้วขีดเขียนบทเรียนลงในอากาศด้วยใบหน้าที่ไม่สนใจพวกเรียนที่ตอนนี้ยังตะลึงกับคำตอบของเธอเลยแม้แต่น้อย
และแล้วเวลาล่วงเลยมาถึง่เย็นของวันเหล่าเด็กนักเรียนเดินออกจากตัวอาคารเรียนกันเต็มถนนหนทาง
“ไฮด์” เสียงะโเรียกมาแต่ไกลของแม่สาวแก่นแก้วเรนาดังขึ้นทำให้คนที่ถูกเรียกหันกลับไปดู
“เรนาจะกลับบ้านเหรอ” ไฮด์หันไปถามเรนาที่ตอนนี้มาเดินด้วยกันระหว่างทางออกทางโรงเรียน
“ใช่ วันนี้เรียนเป็ไงบ้าง” เรนาชวนพูดคุยระหว่างถาม
“เริ่มต้นก็หนักแล้ว” ไฮด์หันมาถอนหายใจก่อนจะตอบเพื่อนสาวออกไป
“อ้าว ทำไมเป็งั้นละ” เรนาถามต่อ
“ก็เจออาจารย์ที่ปรึกษาโหดนะสิแถมเริ่มสอนั้แ่ชั่วโมงแรกจนหมดวันเลย” ไฮด์เริ่มสาธยายให้ฟัง
“โห้ เครียดตายเลย ไฮด์ได้อาจารย์ที่ปรึกษาเป็ใครนะ” เรนาถามต่ออีก
“อาจารย์เอิร์นนะ แล้วของเรนาละ” ไฮด์ถามเรนากลับไปบ้าง
“ของเราได้อาจารย์เซบูที่เป็ที่ปรึกษานะ” เรนาหันไปตอบเพื่อนหนุ่มที่เดินหน้ามุ๋ยอยู่ในตอนนี้
“แล้วอาจารย์เซบูสอนเป็ยังไงบ้าง” ไฮด์ถามเรนาต่อบ้าง
“แกก็สอนดีนะ เข้าใจง่าย แล้วก็ไม่ได้กดดันด้วยแต่ของไฮด์น่าจะจับได้ไม้สั้นเลยนะ” เรนาตอบพลางหัวเราะคิกคัก
“อ่า ก็ต้องอยู่ด้วยกันกับแกไปจนจบการศึกษาเลย” ไฮด์พูดจบก็ถอนหายใจอีกครั้ง
“มันต้องมีเื่ดี ๆ บ้างละ เอางี้เราไปหาอะไรกินกันดีกว่าถือว่าฉลองเข้าเรียนที่ใหม่นะ”
“แบบนั้นก็ดีจะได้เปลี่ยนบรรยากาศบ้าง” ไฮด์ตอบรับคำชวนของเรนาก่อนทั้งสองจะเดินออกจากโรงเรียนไปด้วยกัน