บทที่ 17 การเจรจาระหว่างพี่หกและน้องเจ็ดล้มเหลว!
กู้ไป๋เหยี่ยยืนขึ้น และบุ้ยใบชี้คางไปทางโม่เชียน
“มากับฉัน”
พอพูดจบ เขาก็รีบเดินไปยังมุมของบันได
ส่วนทางโม่เชียน พอได้ยินในสิ่งที่เขาพูด ใจของเธอกลับปราศจากความกังวลโดยสิ้นเชิง หญิงสาวยังคงกอดแผ่นทองคำไว้ในอ้อมแขน จากนั้นค่อยตามเขาไป
เมื่อกู้ไป๋เหยี่ยเห็นท่าทางเชื่องช้าของเธอ ความหงุดหงิดในร่างกายของเขาก็ทำท่าจะะเิออกมาอีกรอบ
ชายหนุ่มพุ่งเข้าไปคว้าแขนเสื้อของโม่เชียน แล้วดึงเธอมาหยุดไว้ข้างหน้าตนเอง
กู้ไป๋เหยี่ยพูดเข้าประเด็นทันที “บอกฉัน เราจะหาฝูเสวี่ยเจอได้ยังไง”
โม่เชียนยืนอยู่ตรงหน้ากู้ไป๋เหยี่ย ด้วยหัวที่เล็กสั้นกว่า แถมส่วนสูงยังน้อยกว่าอยู่โข ภาพลักษณ์ของเธอจึงดูราวกับเด็กน้อยไปโดยปริยาย
ในตอนนี้ พี่ชายของเธอกังวลจนิญญาแทบจะหลุดลอยออกจากร่างอยู่แล้ว
แต่โม่เชียนไม่ได้ใส่ใจเดือดร้อนไปกับประเด็นพวกนั้นเลย “ฉันพูดไปแล้วว่าเธอสบายดี ดังนั้นมันก็ไม่มีอะไรมากไปกว่านั้น เธอสบายดี”
กู้ไป๋เหยี่ยเกือบจะตบเธอเข้าแล้ว ตอนที่ได้ยินหญิงสาวพูดถึงเื่เลื่อนลอยไร้สาระนี้อีกครั้ง
ถ้าไม่เห็นว่าเธอน่าสงสาร เขาคงไม่ปล่อยให้เธออวดดีได้นานถึงขนาดนี้!
กู้ไป๋เหยี่ยระงับความร้อนของอารมณ์ตัวเอง และพยายามอธิบายให้อีกฝ่ายฟังอีกรอบว่า “ตอนนี้ตำรวจกำลังเร่งตามหาฝูเสวี่ย หากพวกเขาหาหล่อนไม่พบ พวกเขาจะกล่าวหาว่าหล่อนหลบหนีเพราะกลัวคดีความอาชญากรรม นี่มันไม่ต่างจากว่าเธอกำลังทำร้ายฝูเสวี่ยนะ! ”
“ถ้างั้นก็ปล่อยให้พวกตำรวจตามหาเธอจนเจอสิ” โม่เชียนตอบด้วยสีหน้าผ่อนคลาย
“...”
กู้ไป๋เหยี่ยกัดฟันด้วยความเหลืออดเหลือทน
ให้ออกไปสู้กับเสือยังดีกว่ามาพูดกับคนไร้สมองพูดจาไม่รู้เื่อย่างโม่เชียน แม้แต่คำเดียวเขาก็ยอมแลก
ผู้หญิงคนนี้กำลังทำให้ความอดทนทั้งหมดที่เขามีหมดลง
“ฉันจะให้เธอสามล้าน! แล้วมาช่วยฉันตามหาฝูเสวี่ยซะ” เขาใช้อำนาจเงินแก้ไขโดยตรง
ตามคตินิยมที่ดีในแบบฉบับของตระกูลกู้ การใช้เงินเพื่อแก้ปัญหานี่แหละง่ายที่สุดแล้ว
แต่โชคร้าย
โม่เชียนไม่เห็นด้วยกับข้อเสนอของเขา
“ฉันจะเอาแค่ทองคำเท่านั้น” โม่เชียนกล่าว พร้อมจูบทองคำในมือของตนเองด้วยท่าทางสนิทเสน่หา
“...”
กู้ไป๋เหยี่ยกลอกตา ใจรู้สึกรังเกียจ
อย่างน้อย ๆ ขอแค่มีสมอง ใครต่อใครล้วนทราบดีว่าเพียงมีเงิน คุณจะสามารถซื้ออะไรก็ได้ตามใจปรารถนา ทว่าตัดภาพกลับมายังโม่เชียนสิ เห็นได้ชัดว่าเ้าหล่อนไม่มีหัวคิดเลย
ด้วยเหตุนี้เขาจึงพยายามยื่นข้อเสนออีกครั้ง “ทองคำ 100 แท่ง... แล้วมาตามหาคนให้ฉัน! ”
คราวนี้โม่เชียนเริ่มลังเล
ผ่านไปสักพักเธอก็เลิกลังเล เพราะกลัวตนเองจะพลาดทำทองคำ 100 แท่งหลุดมือ
แต่เธอสัญญากับฝูเสวี่ยเอาไว้แล้ว
โม่เชียนกระชับทองคำในอ้อมแขนแล้วพูด “ฉันจะช่วยคุณ พาภรรยาของคุณกลับมา แต่ฉันจะไม่ยอมให้พวกคุณทั้ง 2 คนหย่าร้างกันเด็ดขาด ค่าจ้างคือทองคำ 100 แท่ง”
เมื่อกู้ไป๋เหยี่ยได้ยินสิ่งนี้ เขาพลันโกรธขึ้นมาทันที “นังเด็กบ้า แล้วทำไมฉันต้องทำตามคำสั่งของแกด้วย! ”
ความอดทนของเขาหมดลงแล้วและเสียงทุกคำพูดต่อจากนั้นก็ดังเป็อย่างมาก
ได้ยินแบบนี้ โม่เชียนจึงเงยหน้าขึ้นทันที “คุณพูดจาหยาบคาย ขอโทษฉันซะ”
กู้ไป๋เหยี่ยพ่นลมหายใจออกมาอย่างเ็า
ให้เขาขอโทษ?
สาวน้อยคนนี้คิดว่าตัวเองเป็ใครกัน?
เขาเลิกคิ้ว ถามด้วยความคุกคาม “สรุปจะช่วยตามหาคนให้ฉันไหม?”
เมื่อโม่เชียนได้ยินเสียงน้ำเสียงข่มขู่ เธอหันหน้าไปทางอื่นทันที แสดงออกอย่างชัดเจน ว่าเธอไม่้าคุยกับเขาอีกต่อไป
เดิมกู้ไป๋เหยี่ยก็มีรอยแผลจากการาเ็บริเวณหน้าผากอยู่แล้ว ปัจจุบันศีรษะของเขาจึงมีเสียงวิ้งดังอยู่ตลอด หากเขายังต้องมาฉุนเฉียวกับสาวน้อยจอมอกตัญญูคนนี้อีก เส้นผมบนศีรษะของเขาคงลุกเป็ไฟไปแล้ว
เขามองไปยังแผ่นหลังที่แสดงความดื้อรั้นของโม่เชียนออกมาอย่างโจ่งแจ้ง ก่อนจะพ่นลมหายใจระบายอารมณ์ร้อนของตนเองออกมา
แล้วเดินผ่านเธอกลับเข้าไปยังห้องนั่งเล่น
การเจรจาล้มเหลวมาเป็ท่า
และเขาก็ไม่อยากฝืนอ้อนวอนสาวน้อยตัวเหม็นคนนี้อีกต่อไป!
ทว่าชายหนุ่มคงไม่ทราบ หากมีคนบังเอิญมาได้ยินบทสนทนาระหว่างเขากับโม่เชียนเข้า ยากนักที่ผู้ฟังจะมองว่านี่คือการกระทำในเชิง ‘อ้อนวอน’ หรือ ‘ขอร้อง’ ให้มอบความช่วยเหลือ
กู้ไป๋เหยี่ยเดินไปที่ห้องนั่งเล่น เรียกหาบอดี้การ์ดอีกสองคนที่ไม่ได้รับาเ็มา และพาพวกเขาออกจากคฤหาสน์ของตระกูลเฉียว แม้ว่าฝนจะกำลังตกหนัก
เขากระโจนเข้าสู่ความอันตรายในหมู่บ้านต้าต้าวอีกครั้ง
โม่เชียนกอดทองคำไว้ในอ้อมแขนของเธอ ยืนดูอยู่ที่นั่นเป็เวลา 5 นาที ก่อนจะเดินกลับไปที่ห้องนั่งเล่นอย่างเชื่องช้า
เธอเดินไปหาเฉียวเหอ ถามอย่างสับสนออกมา
“ถ้าพวกตำรวจหาคนที่้าจับกุมตัวไม่เจอ พวกเขาจะทำยังไงต่อ? ”
แม้โม่เชียนจะยืนอยู่ส่วนเขากำลังนั่ง แต่เพราะเฉียวเหอตัวสูงมาก ชายหนุ่มจึงไม่จำเป็ต้องเงยหน้าขึ้นเพื่อสบตากับเธอยามสนทนาเลยแม้แต่น้อย
เพียงประโยคเดียว เฉียวเหอก็เข้าใจความหมายของโม่เชียน
“ถ้าตำรวจหาฝูเสวี่ยไม่เจอ พวกเขาจะฟันธงเธอว่าเป็ผู้ต้องสงสัยคนสำคัญ”
เขาอธิบายให้เธอฟังอย่างมีน้ำอดน้ำทน
“อย่างไรเสีย ถ้าสุดท้ายพวกเขาไม่สามารถหาหลักฐานในการเอาผิดเธอเจอ พวกเขาก็จะล้างชื่อเปลี่ยนฐานะให้ฝูเสวี่ยกลายเป็ผู้บริสุทธิ์”
“แต่ว่าเื่นี้ได้แพร่กระจายไปทั่วอินเทอร์เน็ตแล้ว ชาวเน็ตเองก็ตัดสินแปะป้ายฝูเสวี่ยไปเรียบร้อยด้วย หากเธอไม่สามารถพิสูจน์ตัวเองได้ว่าบริสุทธิ์ปราศจากมลทินโดยแท้จริง อาชีพ หน้าที่การงานและชื่อเสียงของฝูเสวี่ยจะจบลงในไม่ช้า”
เสียงของเฉียวเหอทุ้มต่ำและลึก มีเสน่ห์เหลือล้น มันให้ความรู้สึกที่ดีเป็พิเศษยามได้ยินเขาพยายามอธิบายนั่นนี่ให้โม่เชียนฟัง
เมื่อเห็นรอยยับย่นบนจมูกเล็ก ๆ ของโม่เชียน เฉียวเหอก็หัวเราะเบา ๆ
“ถ้าคุณสามารถหาเธอเจอได้ก็ควรนำตัวเธอกลับมา เพราะถ้าฝูเสวี่ยรู้ว่าตำรวจกำลังตามหาเธอ เธอจะให้ความร่วมมืออย่างแข็งขันและไม่หนีไปไหนอีกแน่นอน”
“โอ้”
โม่เชียนกระจ่างแจ้ง
เธอกลับไปที่ห้อง สะพายกระเป๋าใบเล็กไว้บนหลัง หยิบทองคำในมือขึ้นมาแล้วยัดลงไปในนั้น ต่อมาค่อยขอร่มจากเฉียวเหอก่อนออกเดินทาง
เมื่อเฉียวเหอเห็นดังนั้นจึงรีบเรียกเธอทันที “เดี๋ยวก่อน ให้เยี่ยเฟยไปกับคุณ จะได้มีคนดูแลคุณด้วย”
เยี่ยเฟยงุนงง “???”
นายน้อย คุณไม่คำนึงถึงความรู้สึกของผมบ้างเหรอ?
เยี่ยเฟยยังเศร้าโศกจากการ ‘สูญเสียหยก’ ไม่หาย ดังนั้นการติดตามเทพเ้าแห่งโรคระบาดนี้ไปไหนต่อไหนจึงไม่ใช่สิ่งที่เขานึกอยากจะทำนัก
เขาลังเลแต่กลับไม่กล้าปฏิเสธ ได้แต่ทำหน้ามืดมนและไม่พูดอะไร
อย่างไรก็ตาม มีคนยื่นมือเข้ามาช่วยเขาไว้ได้ทันควัน
โม่เชียนส่ายหัว “เขาจะมาถ่วงแข้งถ่วงขาฉันเสียเปล่า ๆ ถ้าพกเขาออกไปด้วย ฉันคงต้องคอยปกป้องเขาอยู่ตลอดเวลา”
หลังจากกล่าวประโยคนั้นจบ เธอก็โบกมือให้เฉียวเหอแล้ววิ่งออกจากคฤหาสน์ไป ไม่แม้แต่จะหันมามองเยี่ยเฟยด้วยซ้ำ
คราวนี้เยี่ยเฟยรู้สึกงุนงงหนักกว่าเก่า “???”
คนอย่างเขา... จำเป็ต้องให้เด็กแบบนี้มาปกป้อง?
สาวน้อยคนนี้กำลังทำให้ตัวเองดูสูงส่งขึ้น โดยอาศัยใช้เขาเป็เครื่องมืออยู่หรือเปล่าเนี่ย?
...
โม่เชียนเดินออกจากคฤหาสน์แล้วนับนิ้ว
อุ๊ยตายจริง พี่หกคนโง่ เดินมาผิดทางอีกแล้ว
ด้วยต่อให้กู้ไป๋เหยี่ยจะเดินไปในทิศทางที่ถูกต้องอย่างไร สุดท้ายเขาก็ไม่มีทางเจอฝูเสวี่ยอยู่ดี