ตอนที่ 6: เกราะที่ไม่แตกสลาย
บรรยากาศในลานประลอง "ศิลาขาว" บัดนี้ดุเดือดเืพล่านยิ่งกว่าเดิม เมื่อการแข่งขันดำเนินมาถึงรอบรองชนะเลิศ เหลือเพียง 4 คนสุดท้ายที่จะมาชิงความเป็หนึ่ง
เยี่ยหลางนั่งหอบหายใจอยู่ที่มุมพักนักกีฬา สภาพของเขาดูไม่ได้เลย ร่างกายเต็มไปด้วยรอยฟกช้ำดำเขียว เสื้อผ้าขาดวิ่นจนแทบไม่เหลือชิ้นดี
"ศิษย์พี่เยี่ย... แขนท่านบวมมากเลย" ต้าหมางพูดเสียงสั่น ขณะพยายามทายาสมุนไพรเหม็นหืนลงบนท่อนแขนของเยี่ยหลาง
"เบามือหน่อยเ้าบ้า! ข้าไม่ได้หนังเหนียวเหมือนฟายอย่างเ้านะ" เยี่ยหลางร้องซี้ดปาก ความเ็ปแล่นริ้วไปถึงกระดูก
นี่คือข้อเสียเปรียบที่สุดของ "ผู้ไร้ปราณ" ในขณะที่จอมยุทธ์คนอื่นสามารถโคจรลมปราณเพื่อรักษาอาการาเ็และฟื้นฟูพละกำลังได้ภายในชั่วก้านธูป แต่เยี่ยหลางต้องใช้ร่างกายเนื้อล้วนๆ รับภาระทั้งหมด ความเหนื่อยล้าสะสมและการาเ็ของกล้ามเนื้อคือศัตรูที่แท้จริงที่กำลังกัดกินเขาอย่างช้าๆ
"เยี่ยหลาง..."
เสียงเ็าดังขึ้น หลิวซืออินเดินเข้ามาหยุดอยู่ตรงหน้าเขา สายตาของนางไม่ได้มองด้วยความดูแคลนอีกต่อไป แต่เต็มไปด้วยความสงสัยใคร่รู้
"เ้าาเ็หนักขนาดนี้ ยังจะฝืนลงแข่งรอบต่อไปอีกรึ? คู่ต่อสู้คนต่อไปของเ้าคือ 'ต้วนเทียน'... เ้าคงรู้จักฉายาของเขาดี"
เยี่ยหลางเงยหน้าขึ้นมอง ยิ้มมุมปากทั้งที่ตายังปรือ "ต้วนเทียน... 'ป้อมปราการมนุษย์' ผู้สำเร็จวิชา 'ระฆังทองคุ้มกาย' ขั้นที่ห้า... ข้ารู้จักดี"
"เขายืนให้ศิษย์พี่สามคนรุมฟันแทงโดยไม่ขยับเลยแม้แต่ก้าวเดียว กระบี่หักสะบั้นแต่ิัเขาไร้รอยขีดข่วน" หลิวซืออินเตือนเสียงเครียด "วิชาล็อกของเ้าอาจจะได้ผลกับคนทั่วไป แต่กับคนที่มีร่างกายดุจเหล็กไหล... การบิดข้อต่อหรือรัดคออาจไร้ผล เ้าจะเอาอะไรไปสู้?"
เยี่ยหลางหัวเราะในลำคอ พยายามยันกายลุกขึ้นโดยใช้ท่อนเหล็กดำต่างไม้เท้า "ศิษย์พี่หญิง... ท่านเคยได้ยินเื่ 'ไข่ไก่กระทบหิน' ไหม?"
"เ้าจะบอกว่าเ้าเป็ไข่ไก่งั้นรึ?"
"เปล่า..." แววตาของเยี่ยหลางวาวโรจน์ขึ้นวูบหนึ่ง "ข้าจะบอกว่า ต่อให้หินแข็งแกร่งแค่ไหน... ถ้ามันถูกบีบอัดด้วยแรงดันที่มากพอ มันก็แตกละเอียดได้เหมือนกัน"
...
"รอบรองชนะเลิศ คู่ที่หนึ่ง... เยี่ยหลาง ปะทะ ต้วนเทียน!"
เมื่อเยี่ยหลางลากสังขารขึ้นมาบนเวที เขาต้องเงยหน้ามองคู่ต่อสู้ 'ต้วนเทียน' ไม่ได้ตัวใหญ่ั์เหมือนกู่ซาน แต่ร่างกายหนาตัน ิัมีสีทองแดงจางๆ เคลือบอยู่ตลอดเวลา กล้ามเนื้อคอหนาเตอะจนแทบมองไม่เห็นคาง นี่คือลักษณะของผู้ฝึกวิชาระฆังทองจนถึงขั้นสูง
"เ้าหนู..." ต้วนเทียนพูดเสียงทุ้มต่ำราวกับเสียงระฆัง "ข้าเห็นวิธีการต่อสู้ของเ้าแล้ว เ้าชอบเล่นงานข้อต่อและจุดอ่อน... แต่น่าเสียดาย ร่างกายข้าไม่มีจุดอ่อน"
ต้วนเทียนกางแขนออก ยืนนิ่งเป็เป้านิ่ง "เข้ามาเลย ข้าจะไม่ขยับแม้แต่ก้าวเดียว... ทำให้ข้าเจ็บให้ได้สิ"
เยี่ยหลางไม่รอช้า เขาพุ่งตัวเข้าใส่ทันที ท่อนเหล็กดำในมือถูกเหวี่ยงฟาดเข้าที่ชายโครงของต้วนเทียนเต็มแรง
เคร้ง!
เสียงดังสนั่นเหมือนเหล็กกระทบเหล็ก ท่อนเหล็กเด้งสะท้อนกลับมาจนมือเยี่ยหลางชาดิก ต้วนเทียนไม่สะดุ้งเลยแม้แต่น้อย ิับริเวณที่ถูกตีมีเพียงรอยขาวจางๆ
"เปล่าประโยชน์" ต้วนเทียนกล่าวเรียบๆ
เยี่ยหลางกัดฟัน เขาเปลี่ยนเป้าหมาย ทิ้งท่อนเหล็กแล้วพุ่งเข้าประชิดตัว พยายามใช้ท่า 'รัดคอจากด้านหลัง' (Rear Naked Choke) ท่อนแขนของเขารัดเข้าที่ลำคอหนาเตอะของต้วนเทียน ออกแรงบีบสุดชีวิต
แต่ทว่า... "ฮึ!" ต้วนเทียนเกร็งลำคอ กล้ามเนื้อคอแข็งเกร็งดุจหินผา เส้นเืปูดโปนต้านทานแรงบีบของเยี่ยหลางได้อย่างสมบูรณ์ ไม่เพียงแค่นั้น ลมปราณคุ้มกายยังดีดสะท้อนแรงบีบกลับมา ทำให้แขนของเยี่ยหลางเ็ปราวกับกำลังบีบลูกเม่น
"ตัวเ้า... อ่อนแอเกินไป" ต้วนเทียนเพียงแค่สะบัดไหล่เบาๆ (Shoulder Check) ตูม! ร่างของเยี่ยหลางปลิวละลิ่วกระเด็นไปไกลเกือบตกเวที เขาไถลไปกับพื้น กระอักเืออกมาคำโต
"อึก..." เยี่ยหลางยันตัวขึ้นมาอย่างยากลำบาก สายตาเริ่มพร่ามัว เสียงโห่ร้องของผู้ชมเริ่มดังขึ้น "เห็นไหม! ในที่สุดเ้าขยะก็เจอของจริง!" "วิชาปาหี่ใช้กับระฆังทองไม่ได้ผลหรอก!"
เยี่ยหลางปาดเืที่มุมปาก มองดูต้วนเทียนที่ยังยืนนิ่งอยู่ที่เดิม 'การโจมตีทางกายภาพ (Impact) ถูกดูดซับ... แรงบีบ (Compression) ถูกต้านทานด้วยความแข็งแกร่งของกล้ามเนื้อ...'
เขาเหลือบไปเห็น 'ท่อนเหล็กดำ' ที่ตกอยู่กลางเวที
'วิชาระฆังทองทำให้ิัและกล้ามเนื้อแข็งแกร่งดุจเหล็ก... แต่มันมีสิ่งหนึ่งที่เปลี่ยนไม่ได้' เยี่ยหลางแสยะยิ้มที่เปื้อนเื 'นั่นคือ... โครงสร้างทางชีวภาพ (Biological Structure)'
เยี่ยหลางลุกขึ้น เดินโซเซไปหยิบท่อนเหล็ก "ยังไม่เข็ดอีกรึ?" ต้วนเทียนถาม
"ข้าแค่อยากลองดูอีกสักครั้ง..." เยี่ยหลางเดินวนรอบตัวต้วนเทียน ท่าทางเหมือนหมาป่าที่กำลังหาช่องว่าง ต้วนเทียนยังคงยืนกอดอกมั่นใจ หันหน้าตามเยี่ยหลางช้าๆ
ทันใดนั้น เยี่ยหลางก็พุ่งตัว! แต่เขาไม่ได้พุ่งเข้าหาตัว เขาพุ่งไปที่ 'ด้านหลังเข่า' แล้วทิ้งตัวนอนลงกับพื้น!
ขาขวาของเยี่ยหลางเกี่ยวพันเข้าที่ขาซ้ายของต้วนเทียนจากด้านใน (Inside Leg Hook) ในขณะเดียวกัน มือของเขาจับท่อนเหล็กดำ สอดเข้าไปที่ 'ซอกข้อพับเข่า' ของต้วนเทียน
"จะทำอะไร...?" ต้วนเทียนงุนงง
เยี่ยหลางใช้ท่อนเหล็กเป็ 'จุดหมุน (Fulcrum)' คั่นอยู่ระหว่างน่องและต้นขาของต้วนเทียน จากนั้น... เขาใช้ขาทั้งสองข้างและแขนทั้งสองข้าง ออกแรงรัดและงัดขาของต้วนเทียนเข้ามาหาตัว
วิชาหักเข่าด้วยคานงัด: Calf Slicer (ฉบับประยุกต์ใช้อาวุธ)
หลักการคือ เมื่อมีวัตถุแข็ง (ท่อนเหล็ก) ขวางอยู่ที่ข้อพับ แล้วถูกแรงกดมหาศาลบีบเข้ามา... แรงกดนั้นไม่ได้กระทำต่อิัหรือกล้ามเนื้อ (ที่ระฆังทองป้องกันได้) แต่แรงกดนั้นกระทำต่อ 'ข้อต่อหัวเข่า' และ 'กระดูก' โดยตรง เพื่อพยายามแยกข้อต่อออกจากกัน!
"อึก!!" ใบหน้าของต้วนเทียนเปลี่ยนสีทันที ความเ็ปชนิดใหม่ที่เขาไม่เคยรู้จักแล่นพล่านขึ้นมาจากขา ระฆังทองคุ้มกัน 'ผิว' ไม่ให้ฉีกขาดได้... คุ้มกัน 'กล้ามเนื้อ' ไม่ให้ช้ำได้... แต่ไม่สามารถหยุด 'หลักการคานงัด' ที่กำลังง้างกระดูกข้อเข่าให้หลุดออกจากเบ้าได้!
"อ๊ากกกกกก!"
เสียงร้องโหยหวนของ 'ป้อมปราการมนุษย์' ดังลั่นไปทั่วหุบเขา ร่างที่เคยยืนตระหง่านเสียหลักล้มตึงลงพื้นเพราะขาข้างหนึ่งใช้การไม่ได้
"เกราะของเ้ากันกระบี่ได้..." เยี่ยหลางกัดฟันพูด ขณะออกแรงดึงท่อนเหล็กให้กินลึกเข้าไปในข้อพับเข่ามากขึ้น "แต่ข้าไม่เห็นว่ามันจะมีน็อตยึดข้อต่อไว้เลยนี่นา!"
กร๊อบ!
เสียงลั่นที่น่าสยดสยองดังออกมาจากเข่าของต้วนเทียน ไม่ใช่เสียงกระดูกหัก แต่เป็เสียงเอ็นฉีกขาดและข้อต่อเคลื่อน
"ยอม! ข้ายอมแล้ว! ขาข้า! ขาข้า!" ต้วนเทียนทุบพื้นรัวๆ น้ำตาไหลพราก ความเ็ปจากการถูกงัดข้อต่อนั้นทรมานยิ่งกว่าโดนมีดแทงหลายเท่า
เยี่ยหลางคลายแรงออกทันที เขาปล่อยท่อนเหล็ก แล้วนอนแผ่หราอยู่ข้างๆ คู่ต่อสู้ หอบหายใจอย่างหมดสภาพ
ความเงียบเข้าครอบงำลานประลองอีกครั้ง แต่คราวนี้... มันเป็ความเงียบที่เต็มไปด้วยความหวาดกลัว
ไม่มีใครหัวเราะเยี่ยหลางอีกต่อไป สายตาของศิษย์นับพันมองมาที่เขา ราวกับกำลังมองดูปีศาจ ปีศาจที่สามารถขยี้ 'ระฆังทอง' ได้ด้วยท่อนเหล็กโง่ๆ เพียงท่อนเดียว
บนอัฒจันทร์ หลิวซืออินยืนนิ่งงัน มือทาบอก "เขาไม่ได้ทำลายเกราะ... แต่เขา 'อ้อม' ผ่านเกราะเข้าไปทำลายแกนกลาง... นี่มัน... น่ากลัวเกินไปแล้ว"
เ้าสำนักกระบี่์ลุกขึ้นยืนช้าๆ แววตาเป็ประกาย "ประกาศผลผู้ชนะ... เยี่ยหลาง! เข้าสู่รอบชิงชนะเลิศ!"
เยี่ยหลางพยายามยันกายลุกขึ้น แต่ขาสั่นพับจนล้มลงไปอีกครั้ง ต้าหมางรีบวิ่งขึ้นมาพยุงเขา "ศิษย์พี่! ท่านทำได้!"
"เออ... ข้าทำได้..." เยี่ยหลางกระซิบเสียงแหบพร่า "แต่พาข้าไปห้องน้ำที... ข้าปวดฉี่จะราดอยู่แล้ว"
ชัยชนะที่แลกมาด้วยร่างกายที่กรอบเป็ข้าวเกรียบ... และด่านสุดท้ายที่รออยู่ คือ 'อัจฉริยะอันดับหนึ่ง' แห่งสำนักกระบี่์ ผู้ที่ไม่ใช่แค่มีพลังปราณ... แต่มีความแค้นส่วนตัวกับเขา