“ท่านพ่อ ท่านแม่ อย่าทิ้งข้า อย่าทิ้งข้าไว้ที่นี่คนเดียว หากต้องตายก็ให้ข้าติดตามพวกท่าน” ดรุณีน้อยที่ยังไม่ถึงวัยปักปิ่นกอดแขนมารดาแน่น
“นับจากนี้ต่อให้เ้าต้องอยู่อย่างอดสูหรือไร้เกียรติ เ้าก็ต้องอดทน อดทนเพื่อมีชีวิตอยู่ต่อไป เข้าใจหรือไม่”
หญิงสาววัยกลางคนยกมือขึ้นปาดหยาดน้ำใสที่ปลายหางตาให้บุตรสาว ในดวงตากลมยังคงบริสุทธิ์ใสซื่อถึงเพียงนี้ ตัวนาง หัวใจของนาง จะหักห้ามความรู้สึกลาจากนี้ได้อย่างไร ในขณะที่กำลังหวั่นไหวภาพสะท้อนในดวงตาเล็กกลับเห็นตนและสามีที่ตอนนี้ไม่เหลือเค้าคหบดีใหญ่แห่งลั่วหยางนางตั้งสติได้ทันที หากยังรั้งรออยู่นานเช่นนี้แม้แต่ชีวิตบุตรสาวก็มิอาจรักษาไว้ได้
“แม่กับท่านพ่อของเ้าต้องไปแล้ว มู่ตานน้อยของแม่ โปรดจำคำแม่ไว้พวกเรารักเ้ามากกว่าสิ่งใด เพราะฉะนั้นชีวิตของเ้า เ้าต้องรักษาไว้อย่างดี!” นางดึงปิ่นทองดอกมู่ตานประดับทับทิมแดงจากศีรษะใส่ในอกเสื้อของบุตรสาวก่อนจะดึงเข้ามาสู่อ้อมกอดเป็ครั้งสุดท้าย
“ปิ่นนี้คือของแทนตัวแม่ ยามใดที่เ้าคิดถึงแม่แม่จะอยู่ข้างเ้าเสมอ”
เสียงกระบี่ดังใกล้เข้ามาเรื่อยๆ มารดาของเด็กน้อยไม่รอช้าเปิดประตูบนพื้นดันตัวบุตรสาวลงไปด้านล่างอย่างรวดเร็ว ก่อนจะดึงฟางข้าวมาปกคลุมอำพรางประตูไม้อย่างไม่ให้เห็นพิรุธ
“ไม่ว่าจะเกิดอะไร หรือเ้าจะได้ยินสิ่งใด หากไม่ใช่ท่านพ่อหรือแม่เรียก ห้ามออกมาเด็ดขาด!” ยังไมทันได้สั่งจนสิ้นประโยคดี ประตูโรงสีถูกถีบออก ลูกธนูสองดอกแหวกอากาศปักเข้าที่ตำแหน่งหัวใจของสองสามีภรรยาพอดิบพอดี สองร่างล้มพิงกันโลหิตไหลรินราวกับไม่มีวันแห่งเหือด สายตาเอื้ออารีที่มองมายังบุตรสาวผ่านช่องประตูน้อยๆ เหมือนจะบอกว่าพวกเขารักนางมากมายเพียงใด
“ท่านพ่อ ท่านแม่” ตันตันสะดุงตื่นยกมือขึ้นจับใบหน้า ไม่เข้าใจว่าตนหลั่งน้ำตามากมายขนาดนี้ออกมาได้อย่างไร ทันใดนั้นภาพซ้อนต่างๆ นานาของเด็กสาวนามมู่ตานก็ไหลบ่าเข้ามาในหัวราวทำนบแตก ั้แ่นางเกิด ฝึกเดิน ร่ำเรียนอักษรแลร่ายรำ ภาพสุดท้ายก่อนทุกอย่างจะสิ้นสุดคือแววตาเจ็บแค้นไม่ยินยอม ราวกับจะร้องขอความเป็ยุติธรรมต่อ์ผู้สร้างทุกสรรพสิ่งบนโลก
“นี่มันที่ไหน แล้วนี่มันชุดอะไร” ตันตันกำลังจะดันตัวลุกขึ้นก็ต้องแปลกใจกับสภาพแวดล้อมรอบตัว ยกแขนซ้าย ชูแขนขวา ยืนขึ้นเต็มความสูงเพื่อสำรวจตัวเองอีกครั้ง
“ฝันซ้อนฝันซ้อนฝันหรอเนี่ย โอ้ยยย ฉันอยากตื่นไปใช้เงินแล้วนะ!” นางนั่งลงหลับตา กลับมาลืมตา สวดมนต์ หมุนไปมาอยู่เป็นานสองนานภาพที่เห็นก็ยังไม่เปลี่ยนแปลง
“ตื่น ตื่น ตื่น ตื่นได้แล้ว อุแงงงง”
ทันใดนั้นเสียงเล็กๆ ร้องดังใกล้เข้ามา ตันตันมองร่างเด็กสาวตัวกระเปี๊ยกกำลังวิ่งหน้าตั้งตรงมาทางนี้
“ช่วยข้าด้วย ใครก็ได้ช่วยด้วย พี่สาวช่วยข้าด้วย ต่อ ต่อ ตัวต่อมันตามข้ามาแล้ว”
“อย่ามาทางนี้ วิ่งไปทางอื่น” นางบ่นพึมพำๆ พร้อมส่ายหน้าแต่ไม่ทันแล้ว ตอนนี้เด็กน้อยวิ่งกระโจนขึ้นมาบนตัวนาง ร่างกายของนางกอดตอบเด็กหญิงไว้โดยอัตโนมัติ ตัวต่อที่เหมือนโกรธใครมาแปดชาติก็กรูมาทางนี้จนได้ยินเสียงหึ่งๆ
“พี่สาว วิ่ง วิ่ง วิ่ง” เมื่อตันตันได้ยินดังนั้นขาสองข้างก็โกยแน่บไม่คิดชีวิต แต่วิ่งไปยังไม่ทันจะได้เท่าไรเรี่ยวแรงก็เหมือนจะหดหายขึ้นมาซะอย่างนั้น ทำไงดี จะทำยังไงดี
สมองแล่นเร็วรี่ ตอนนี้เธอวิ่งมาเกือบจะครึ่งก้านธูปแล้ว เหนื่อย เหนื่อยมาก ไม่มีแรงเลย ทำไมตัวต่อมันถึงไม่เลิกตามสักทีนะ ในขณะที่เหมือนจะถอดใจหูก็พลันได้ยินเสียงน้ำไหล
“น้ำ!”
“ใช่เ้าค่ะ ตรงไปข้างหน้าอีกนิดจะมีลำธารกับน้ำตกเล็กๆ”
“เรารอดแล้วแม่หนู” ตันตันกัดฟันยกเท้าก้าวไปข้างหน้าให้เร็วที่สุด เมื่อถึงลำธารเธออุ้มเด็กน้อยสูงขึ้นฝ่าสายน้ำเย็นไปยังด้านหลังของน้ำตก เธอเอาตัวเองบังสายน้ำไม่ให้กระทบโดนหนูน้อยมากนักก่อนจะนั่งลงรอเวลาให้เหล่าตัวต่อถอดใจจากไป