ตอนที่ 17 : นักเขียนนิทานปริศนา
หลังจากออกจากร้านมัทฉะคาเฟ่หลิวจือเซียก็พาไป่เหลียนเฉิงและซู่หนัวไปด้วยเพราะพวกเขา้าที่จะตามเขาและเสี่ยวเยว่เยว่ไปซื้อเสื้อผ้าก่อนที่จะกลับไปที่ห้องพัก
เสี่ยวเยว่เยว่เป็เด็กที่เชื่อฟังมากเมื่อกลับไปที่พักแล้ว เธอก็นั่งดูทีวีพร้อมกับตุ๊กตาในอ้อมแขนของเธอ
ขณะนี้หลิวจือเซียค่อนข้างกระวนกระวายใจตอนนี้เขามีสิ่งสำคัญที่จะต้องทำ และด้วยนิสัยของเขาเขาจะต้องทำให้เสร็จก่อนที่จะพักผ่อน ส่วนเื่เล่นและเื่อื่น ๆจะต้องเอาไว้ทีหลัง
เมื่อนั่งลงที่หน้าจอคอมพิวเตอร์หลิวจือเซียก็เริ่มทำการค้นหานิทานคลาสสิกบนโลกนี้อย่างเงียบ ๆ
ในโลกนี้มีนิทานคลาสสิกเพียงไม่กี่เื่เท่านั้น นิทานอื่น ๆส่วนใหญ่จะเป็นิทานที่ดำเนินเื่คล้ายกัน ตัวละครก็จะเป็สัตว์ไม่ก็พืชต่าง ๆมีนิทานไม่กี่เื่เท่านั้นที่มีตัวละครเป็ผู้คนและทุกเื่ก็ขาดความคิดสร้างสรรค์มาก
สิ่งที่หลิวจือเซียจะทำในตอนนี้ก็คือการแยกนิทานแต่ละหมวดหมู่ที่เขาเคยอ่านและเห็นบนโลกใบนี้จากนั้นเขาก็จะเลือกนิทานคลาสสิกบางเื่เพื่อรวบรวมเป็ตอน
สิ่งนี้ไม่เพียงแต่จะช่วยให้พี่สะใภ้มีอนาคตเท่านั้นแต่ยังรวมถึงการตีพิมพ์ นั้นหมายถึงการทำเงินอีกด้วย
หลิวจือเซียไม่ได้กังวลเลยว่าสำนักพิมพ์จะไม่ยอมตีพิมพ์ให้กับเขาสุดท้ายแล้วความสำเร็จของนิทานคลาสสิกเหล่านี้เพิ่งเกิดขึ้นกับโลกแห่งนี้เป็ครั้งแรก
เว้นเสียแต่ว่าเ้านายของหวางเสี่ยวถงนั้นจะเป็คนโง่ไม่เช่นนั้นอีกฝ่ายจะไม่มีวันพลาดโอกาสดี ๆ แบบนี้อย่างแน่นอน
“กริ๊ง กริ๊ง ! ”
ขณะที่หลิวจือเซียกำลังนั่งใช้สมาธิโทรศัพท์ของเขาก็ดังขึ้นมา
หลิวจือเซียเหลือบมองเบอร์แปลก ๆที่โชว์บนหน้าจอโทรศัพท์เล็กน้อย จากนั้นก็กดรับ “สวัสดี ? ”
“สวัสดีครับ นี่ใช่คุณหลิวจือเซียใช่ไหม? ” เมื่อหลิวจือเซียกดรับ อีกฝ่ายก็รีบพูดทักทายทันที
หลิวจือเซียตอบกลับ “ใช่ว่าแต่ใครกันที่โทรมาหาผม ? ”
“สวัสดีคุณหลิว”เสียงในโทรศัพท์ฟังดูมีความสุขเป็อย่างมาก “ผมคือหลางเวิ่นซิงเป็ตัวแทนของเวิ่นซิงมีเดีย ผมเห็นวิดีโอการร้องเพลงของคุณที่ร้านอาหารของพี่จางมันเยี่ยมทั้งเนื้อร้องและดนตรี ไม่มีข้อผิดพลาดเลย”
หลิวจือเซียตกตะลึงไปชั่วขณะ “หืม ? ”
“ร้านอาหารพบกันใต้ต้นไม้ได้เจอเธอพอดี” ชายคนนั้นกล่าวเสริมขึ้นมา
“โอ้ว ขอบคุณมาก”หลิวจือเซียกล่าวอย่างสุภาพ จากนั้นเขาก็เอ่ยปากขึ้นมาว่า “คุณหลางผมยังมีบางอย่างที่จะต้องทำ ถ้าคุณหลางไม่มีอะไรแล้ว ผมขอวางสายก่อน”
“ตู๊ด ตู๊ด ตู๊ด ! ”
………………..
บริษัทสื่อบันเทิงเวิ่นซิงมีเดียเป็หนึ่งในบริษัทชั้นนำของประเทศจีนพวกเขาดำเนินธุรกิจหลักในด้านความบันเทิงสี่ประเภท ได้แก่ ภาพยนตร์ วาไรตี้โชว์การโฆษณา และการเป็นายหน้าของศิลปิน
ดาราภาพยนตร์โทรทัศน์ และศิลปินเพลงระดับแนวหน้าจำนวนมากในประเทศจีนถูกค้นพบศักยภาพโดยบริษัทเวิ่นซิงดังนั้นบริษัทเวิ่นซิงจึงเปรียบดั่งดินแดนศักดิ์สิทธิ์สำหรับผู้ที่มีความฝันอยากเป็ดารา
ณ อาณาจักรเวิ่นซิงเอ็นเตอร์เทนเมนท์
หลางเวิ่นซิงชายสุขุมเรียบง่ายที่สวมชุดสูทสีดำเขากำลังนั่งอยู่บนเก้าอี้พร้อมกับโทรศัพท์ในมือ
“ตู๊ด...” เมื่อได้ยินเสียงนี้ที่ดังมาจากโทรศัพท์หลางเวิ่นซิงก็หน้านิ่วคิ้วขมวดทันที
“กล้าดียังไงมาวางสายใส่ฉันกัน ? ! ”หลางเวิ่นซิงแสดงสีหน้าหงุดหงิดออกมา“หลายปีแล้วนะที่ฉันไม่ได้พบเจอกับสถานการณ์แบบนี้ ! ”
“ก๊อก ก๊อก ก๊อก ! ”
ขณะที่หลางเวิ่นซิงบ่นด่าออกมาอยู่นั้นก็มีเสียงเคาะประตูดังขึ้น
หลางเวิ่นซิงส่ายหัวพร้อมกับรอยยิ้มเขาวางโทรศัพท์ลงและกล่าวขึ้นว่า “เข้ามา”
มีหญิงสาวหุ่นสวยหน้าตาดีในชุดสูทสีม่วงเดินเข้ามาพร้อมกับเอกสาร“คุณหลางคะ นี่คือข้อมูลที่คุณ้า”
“อืม”
หลางเวิ่งซิงเอื้อมมือออกไปหยิบมันและเปิดขึ้นดู“หลิวจือเซีย เพศชาย เกิดปี 1993 เป็ชาวเซี่ยงไฮ้...”
……………….
สำนักพิมพ์อี้ฮวา
เกาจัวบรรณาธิการการบริหารแผนกนิทานเด็กมีใบหน้าสุดแสนจะเศร้า
วันนี้บรรณาธิการใหญ่ของสำนักพิมพ์ได้พูดคุยกับเกาจัวอีกฝ่ายบอกว่าถ้าหากแผนกของเด็กไม่สามารถผลิตงานดี ๆเพื่อกระตุ้นยอดขายได้ในไตรมาสหน้าเกาจัวจะต้องถูกถอดออกและสำนักพิมพ์จะจัดหาคนที่เหมาะสมกว่าเพื่อมาทำตำแหน่งนี้
เกาจัวเป็เหมือนคนที่กำลังจะพ่ายแพ้แล้วแบบนี้จะไม่ให้เขากังวลได้อย่างไรกัน ?
“เฮ้อ ฉันหวังว่าเสี่ยวถงจะสามารถทำได้”เกาจัวถอนหายใจด้วยความรู้สึกหดหู่
“ก๊อก ก๊อก ก๊อก ! ”
ทันใดนั้นเอง เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้น
“เข้ามาสิ”เกาจัวเอามือบีบหน้าตัวเองเบา ๆ เพื่อเรียกสติเขาพยายามกระตุ้นให้ตัวเองดูไม่เป็อะไร
และคนที่เข้ามาก็คือ หวางเสี่ยวถงที่ถือแฟลชไดรฟ์แผ่นดิสเอาไว้ในมือ เธอเดินเข้ามาด้วยใบหน้าที่มีความสุข
เมื่อเห็นสีหน้าของหวางเสี่ยวถงเกาจัวก็รู้สึกซาบซึ้งและถามขึ้นอย่างมีความหวัง
“เสี่ยวถงอีกฝ่ายยอมตกลงเซ็นต์สัญญานิทานให้กับสำนักพิมพ์ของเราใช่ไหม ? ”
หวางเสี่ยวถงส่ายหัวไปมา “หัวหน้าคะเื่นั้นมันเป็ไปไม่ได้หรอก”
“เธอหมายความว่ายังไง ? ” เกาจัวขมวดคิ้วเล็กน้อย“เสี่ยวถง ฉันไม่ได้้าคำตอบแบบนี้ อีกฝ่ายเป็คนที่ค่อนข้างใจดีเขาจะต้องตอบตกลงกับเธอแน่นอน หากเธอขอโทษเขาอย่างจริงใจ เขาย่อมให้อภัยแน่นอน”
“หัวหน้าคะ ! ”
เมื่อนึกถึงคำใบ้ของเหอ ปิซู หวางเสี่ยวถงก็รู้สึกโกรธเคืองขึ้นมา
“หนังสือเล่มนั้นมันก็แค่ขยะ...ข้อเสนอของเขามันไร้ยางอายมาก ที่สำคัญไอ้ชั่วนั่นยังหาเื่ก่อนฉันไม่มีทางติดต่อกับมันอีกเด็ดขาด ! ”
“นี่เธอ แม่สาวน้อย...”เกาจัวเริ่มหมดความอดทน ถ้าหวางเสี่ยวถงไม่ใช่ลูกสาวของพี่ชายเขาเขาจะไม่มีวันยอมเธออย่างแน่นอน
เพราะดูเหมือนว่า ‘เหอปิซู’ คือความหวังสุดท้ายสำหรับเกาจัวแล้ว
“สูด ! ”
หลังจากสูดหายใจเข้าไปเฮือกใหญ่หวางเสี่ยวถงก็กล่าวต่อว่า “หัวหน้า อย่าโกรธไปเลย ฟังฉันก่อนเพราะตอนนี้ฉันพบกับนักเขียนนิทานที่สุดยอดมากคนหนึ่ง เื่ราวของเขาก็วิเศษมากมันไม่ได้ด้อยไปกว่าเื่หมาป่าและนายพรานเลย”
หมาป่าและนายพรานเป็หนึ่งในนิทานคลาสสิกที่โด่งดังมากของโลกใบนี้ซึ่งสืบทอดมาเป็เวลานาน
“อะไรนะ ? ”เกาจัวลุกขึ้นจากที่นั่งด้วยความตื่นเต้น “จริงรึ ? ”
“มันคือเื่จริงหัวหน้าต้องลองดูมันก่อน”
เมื่อกล่าวเสร็จ หวางเสี่ยวถงก็ส่งแฟลชไดรฟ์ให้กับเกาจัว “ในนี้มีนิทานของเขาหลายเื่หัวหน้าลองดูเองก็แล้วกัน”
เกาจัวมองไปที่หวางเสี่ยวถงสายตาของอีกฝ่ายมั่นใจเป็อย่างมาก ดังนั้นเขาจึงไม่พูดอะไรไร้สาระอีก เขาเสียบแฟลชไดรฟ์อันนั้นลงไปในคอมพิวเตอร์และเปิดไฟล์ทันที
‘หนูน้อยหมวกแดง’
“กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้วมีเด็กหญิงตัวเล็กน่ารักคนหนึ่ง และด้วยนิสัยที่ร่าเริงของเธอจึงทำให้เธอเป็ที่รักของทุกคนและยายของเธอก็รักเธอมากที่สุดครั้งหนึ่งคุณยายนั้นได้มอบหมวกกำมะหยี่สีแดงแก่เด็กหญิงซึ่งมันพอดีกับศีรษะของเธอ นับจากนั้นเด็กหญิงก็ไม่อยากสวมหมวกอื่น ๆจนทำให้ทุกคนเรียกเธอว่า ‘หนูน้อยหมวกแดง”
…………………..
นี่คือเอกสารและภาพกราฟฟิกมันมีทั้งรูปภาพสีสันสดใสและข้อความอีกด้วย ทำให้น่าอ่านยิ่งขึ้นไปอีกและยังทำให้ผู้อ่านเหมือนได้เข้าสู่โลกของนิทานหนูน้อยหมวกแดงยิ่งขึ้น
หลังจากอ่านนิทานหนูน้อยหมวกแดงจบเกาจัวก็อดไม่ได้ที่จะเปิดเื่ที่สองและสามขึ้นมาอ่าน
เมื่อเกาจัวอ่านนิทานทั้งหมดที่หวางเสี่ยวถงนำมาเขาก็ตื่นเต้นจนหน้าแดงก่ำและเขาแทบจะไม่สามารถควบคุมอารมณ์ได้เลย