บทที่ 25 เสียจูบแรกให้เธอ
ถึงแม้ว่าหลิวเหมียวเหมี่ยวจะรู้สึกไม่ค่อยพอใจที่ถูกเฉินเซิงดุอย่างไม่ไว้หน้า แต่เธอก็ไม่ได้ดื้อรั้น
เงินที่เธอใช้เป็เงินที่เฉินเซิงให้มา และก่อนจะเดิมพันก็ได้ตกลงกันไว้แล้วว่าจะทำตามที่เฉินเซิงสั่ง ถึงแม้หลิวเหมียวเหมี่ยวจะยื่นปากจนสามารถแขวนขวดน้ำมันได้ แต่เธอก็ยังคงเดิมพันไปเพียงหนึ่งร้อยหยวน
หลังจากเดิมพันไปหลายสิบครั้ง หลิวเหมียวเหมี่ยวก็ชนะไปได้หลายพันหยวนอย่างง่ายดาย
เ้ามือที่เสียพนันไปเรื่อยๆ เหงื่อเริ่มไหลออกจากใบหน้า แต่ก็ยังคงเล่นกับหลิวเหมียวเหมี่ยวต่อไป
ระหว่างนั้นหลิวเหมียวเหมี่ยว้าเพิ่มเงินเดิมพันหลายครั้ง แต่เฉินเซิงก็ห้ามไว้ทุกครั้ง ทำให้เธอขมวดคิ้วแน่นเธอคิดในใจว่าต่อไปนี้ถ้าจะเล่นพนันแบบนี้อีก เธอจะออกมาเล่นคนเดียวจะได้ไม่มีใครมาควบคุมเธอและเธอจะได้เงินรางวัลเยอะๆ
“สาวน้อยคนนี้ตาดีจริงๆ ถ้าเมื่อกี้กล้าเดิมพันมากกว่านี้ ตอนนี้คงได้กำไรเต็มกระเป๋าไปแล้ว” ชายชราคนหนึ่งที่ยืนดูอยู่พูดด้วยความเสียดาย
“ใช่แล้ว ถ้าเด็กคนนี้ลงพนันไปสักสองสามพันหยวน เธอจะได้กำไรเป็เท่าตัว เล่นสักสองสามครั้งก็ได้เงินหลายหมื่นแล้ว เสียดายจริงๆ...” ชายหนุ่มอีกคนพูดเสริมด้วยน้ำเสียงเสียดาย ดูเหมือนว่าเขาอยากจะลงพนันแทนหลิวเหมียวเหมี่ยวใจจะขาด
“คุณลุงคะ ลงพนันแค่ร้อยเดียวมันได้ลุ้นอะไร ลองเล่นทีละเยอะๆ ดีกว่าค่ะ” หลิวเหมียวเหมี่ยวหันไปมองเฉินเซิงด้วยสายตาอ้อนวอน เมื่อได้ยินคนรอบข้างยุยง
“ถ้าอยากเสียเงินก็ลองดูสิ” เฉินเซิงพูดด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย เมื่อเห็นว่าหลิวเหมียวเหมี่ยวไม่ยอมฟัง
เขาไม่ได้สนใจว่าหลิวเหมียวเหมี่ยวจะได้เงินจริงๆ หรือไม่ แต่เขา้าให้เธอได้บทเรียน เพื่อที่เธอจะได้เลิกทำตัวช่างฝันและมองโลกในแง่ดีเกินไป ครั้งนี้เขาจะไม่ขัดขวางเธออีก
“ตาหนูแม่นขนาดนี้ ไม่มีทางแพ้หรอกค่ะ” หลิวเหมียวเหมี่ยวพูดอย่างมั่นใจ เมื่อเห็นว่าเฉินเซิงไม่ได้คัดค้านอย่างหนักแน่นเหมือนตอนแรก
แม้ว่าเธอจะยังไม่ยอมรับ แต่เธอก็ไม่ได้วางเดิมพันทั้งหมด เธอวางเดิมพันไปห้าร้อยหยวน
เมื่อเ้ามือเปิดถ้วยออก ก็ไม่พบอะไรเลย หลิวเหมียวเหมี่ยวแพ้พนัน
“ทำไมล่ะ หนูเห็นอยู่ชัดๆ ว่าลูกเต๋าอยู่ตรงนี้ ทำไมจู่ๆ ถึงหายไปได้” หลิวเหมียวเหมี่ยวถามอย่างไม่เข้าใจ
ชายชราที่ยุยงให้เธอเล่นพนันพูดขึ้นว่า “หนูน้อยเอ๋ย คนเรามีพลาดกันได้ เป็เื่ปกติที่บางครั้งจะมองผิด ตาเธอแม่นขนาดนี้ เล่นต่อไปต้องชนะได้เงินก้อนโตแน่ๆ”
หลิวเหมียวเหมี่ยวได้ยินคำปลอบใจของชายชรา และนึกถึงตอนที่เธอชนะติดๆ กันหลายสิบครั้ง เธอจึงพูดอย่างองอาจว่า “งั้นหนูขอเล่นอีกตา ครั้งนี้ต้องได้ทุนคืนพร้อมกำไรแน่ๆ...”
“ถ้าไม่อยากเสียจนหมดตัว ก็เลิกเล่นได้แล้ว” เฉินเซิงพูดขึ้นอย่างกะทันหัน
หลิวเหมียวเหมี่ยวเหลือบมองเฉินเซิง แล้วหันไปฟังเสียงเชียร์ของคนรอบข้าง เธอจึงวางเดิมพันไปร้อยหยวนอย่างระมัดระวัง แต่ครั้งนี้เธอก็ยังคงแพ้
เมื่อนึกถึงตอนที่เธอเกือบจะวางเดิมพันทั้งหมด แต่เพราะฟังคำเตือนของเฉินเซิง เธอจึงรอดพ้นจากการเสียเงินทั้งหมดไปได้ หลิวเหมียวเหมี่ยวก็รู้สึกเย็นวาบไปทั้งตัว
“ไปกันเถอะ” เฉินเซิงพูด
“ค่ะ” หลิวเหมียวเหมี่ยวพยักหน้า แม้ว่าเธอจะยังเด็ก แต่เธอก็ไม่ได้โง่ เธอเดาได้ลางๆ ว่าเ้ามืออาจจะโกง เธอจึงไม่อยากเสี่ยงเลือกที่จะเลิกเล่นเสียดีกว่า
“อะไรกัน ชนะแล้วจะชิ่งหนีเหรอ?” เ้ามือลุกขึ้นยืนแล้วะโเสียงดัง ชายหนุ่มและชายชราที่คอยยุยงหลิวเหมียวเหมี่ยวก็เริ่มกล่าวหาว่าเธอเล่นไม่ซื่อ
“ถ้าชนะก็ไม่ให้ไปเหรอ? หรือว่าต้องแพ้ถึงจะไปได้?” เฉินเซิงพูดด้วยน้ำเสียงเ็า “กลโกงแบบพวกแก หลอกได้แค่เด็กน้อยที่ไม่รู้อิโหน่อิเหน่หรอก อยากหลอกฉันน่ะ ฝึกอีกสักร้อยปีก่อนเถอะ”
“ฉันไม่ได้โกงซะหน่อย พวกเราพนันกันด้วยสายตาทั้งนั้น” เ้ามือเถียงกลับอย่างไม่ยอมแพ้
“หน้าด้านจริงๆ” เฉินเซิงชี้นิ้วไปที่ชายหนุ่มและชายชราข้างๆ เ้ามือ
“สองคนนี้เป็หน้าม้าที่แกจ้างมา รวมถึงคนที่ชนะพนันตอนแรกด้วย”
“ตอนแรกเราเล่นอย่างระมัดระวัง ลงพนันแค่ครั้งละร้อยหยวน พวกแกอยากได้เหยื่อตัวใหญ่ จึงแกล้งให้เหมียวเหมี่ยวชนะติดๆ กันหลายสิบครั้ง ส่วนคนอื่นๆ ก็ยุยงให้เธอเพิ่มเงินเดิมพัน”
เฉินเซิงเว้นวรรคครู่หนึ่งก่อนจะพูดต่อ “ตอนที่เหมียวเหมี่ยวชนะติดๆ กัน เธอจึงคิดว่าการแพ้แค่ครั้งเดียวไม่ใช่เื่แปลก และอยากจะเพิ่มเงินเดิมพัน ถ้าเป็แบบนี้ต่อไป เธอต้องเสียเงินทั้งหมดแน่ๆ”
“โชคดีที่ฉันรู้ทันพวกแกั้แ่แรก จึงให้เหมียวเหมี่ยวลงพนันได้แค่ครั้งละร้อยหยวนเท่านั้น เหมียวเหมี่ยวเดิมพันน้อย พวกแกจึงยอมให้เธอชนะ ถ้าเธอชนะเรื่อยๆ ฉันอาจจะให้เธอเล่นต่อ แต่ถ้าพวกแกคิดจะเผยไต๋ ฉันก็จะให้เธอเลิกเล่นทันที สุดท้ายแล้ว พวกเราก็จะเสียแค่เงินเดิมพันตาสุดท้ายเท่านั้น…”
เมื่อได้ยินเฉินเซิงพูดเช่นนั้น ทุกคนรวมทั้งเ้ามือถึงกับพูดไม่ออก
พวกเขาไม่คิดเลยว่าจะเจอคนเ้าเล่ห์และขี้เหนียวอย่างเฉินเซิง พวกเขารู้แล้วว่าต่อให้วางแผนมาอย่างดีแค่ไหน ก็ไม่มีทางหลอกเฉินเซิงได้ พวกเขาจะเสียเหยื่อไปเปล่าๆ
“ไม่คิดเลยว่าพวกคุณลุงจะใจร้ายแบบนี้” หลิวเหมียวเหมี่ยวพูดอย่างไม่พอใจ เมื่อได้ยินเฉินเซิงอธิบาย
“เชี่ย! ที่แท้แกก็รู้ทันพวกเราั้แ่แรกสินะ แกล้งทำเป็ลงพนันแค่ร้อยหยวนเพื่อมาล้อเล่นกับพวกเรา เงินของพวกเราไม่ได้หาง่ายๆ นะ ถ้าพวกแกไม่คืนเงินทั้งหมดมา ก็อย่าหวังว่าจะออกไปจากที่นี่ได้” เ้ามือพูดด้วยสีหน้าดุร้าย เขาถอดเสื้อออก เผยให้เห็นรอยสักเต็มตัว
ผัวะ!
เฉินเซิงไม่รอช้า เขาสวนกลับทันทีด้วยการเตะเข้าที่ท้องของเ้ามือ
ร่างของเ้ามือที่สักลายัเขียวกับเสือขาวเต็มตัวลอยละลิ่วไปกระแทกกับลูกน้องที่อยู่ด้านหลัง จนล้มระเนระนาด
ลูกน้องคนอื่นๆ ที่ซุ่มอยู่ใกล้ๆ เห็นดังนั้นจึงกรูกันเข้ามา
เฉินเซิงไม่สะทกสะท้าน เขาใช้เวลาไม่นานก็จัดการพวกมันจนราบคาบ จากนั้นก็พาหลิวเหมียวเหมี่ยวที่ยืนอึ้งอยู่ขึ้นรถขับออกไป
หลิวเหมียวเหมี่ยวเพิ่งจะรู้สึกตัวก็ตอนที่รถวิ่งออกมาไกลแล้ว
เมื่อนึกถึงตอนที่เฉินเซิงจัดการกับคนกลุ่มนั้นอย่างง่ายดาย เธอก็อดยิ้มออกมาด้วยความตื่นเต้นไม่ได้
“คุณลุงเท่มากเลยค่ะ แม้แต่เทพพนันในหนังยังเทียบไม่ได้เลย หนูชอบคุณลุงที่สุดเลย” หลิวเหมียวเหมี่ยวพูดด้วยดวงตาเป็ประกาย จากนั้นเธอก็เขย่งเท้าขึ้นเล็กน้อย แล้วจุมพิตริมฝีปากบางๆ ลงบนริมฝีปากของเฉินเซิง
ในจังหวะนั้นเองที่เฉินเซิงหันกลับมา ทำให้ริมฝีปากนุ่มราวกับกลีบดอกไม้ของหลิวเหมียวเหมี่ยวแนบชิดกับริมฝีปากของเขา
กลิ่นหอมหวานจากริมฝีปากของเธอทำให้หัวใจของเฉินเซิงเต้นแรง รถลัมโบร์กินีของเขาเกือบจะชนท้ายรถคันหน้า
เฉินเซิงแตะเบรกอย่างรวดเร็ว ก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงเสียดายว่า “ทำแบบนี้ได้ยังไง จูบแรกของฉันถูกเด็กอย่างเธอขโมยไปแบบนี้ ฉันจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหนเนี่ย”
เฉินเซิงเคยมีอะไรกับเมิ่งเหยาหลายครั้งแล้ว เขาจึงไม่ได้เสียจูบแรกไปหรอก แต่เขาคิดว่าหลิวเหมียวเหมี่ยวอาจจะเสียจูบแรกไปแล้ว เพื่อป้องกันไม่ให้เธอมาตื๊อ เขาจึงแกล้งทำเป็โกรธเธอ
หลิวเหมียวเหมี่ยวตื่นเต้นมาก เธอแค่อยากจะจูบที่แก้มของเฉินเซิงเท่านั้น แต่เขาหันหน้ากลับมากะทันหัน
ทำให้เธอเผลอจูบปากกับเขาอย่างจัง เมื่อคิดว่าจูบแรกที่เธอเก็บรักษามาสิบหกปีต้องมาเสียไปแบบนี้ เธอก็รู้สึกเศร้าใจเล็กน้อย
แต่เมื่อได้ยินว่าเฉินเซิงซึ่งอายุมากกว่าเธอสามสี่ปีก็เสียจูบแรกไปเหมือนกัน หลิวเหมียวเหมี่ยวก็รู้สึกดีขึ้น เธอคิดในใจว่า “ไม่คิดเลยว่าหนูจะได้จูบแรกของหนุ่มแก่พรหมจรรย์ แถมหนูยังเป็ฝ่ายรุกอีกต่างหาก ถือว่ากำไรเห็นๆ”
“หนูน่ะ ขโมยจูบแรกของผู้ชายในโรงเรียนมาตั้งไม่รู้เท่าไหร่แล้ว จูบแรกของตาแก่แบบคุณลุงจะไปสู้ได้ยังไง” หลิวเหมียวเหมี่ยวพูดอย่างองอาจเชิดคางมนขึ้นราวกับว่าเธอไม่ได้ใส่ใจกับเื่เมื่อกี้เลยสักนิด
เมื่อเห็นเฉินเซิงยืนอึ้ง เธอก็รู้สึกพอใจเป็อย่างมาก
‘บ้าไปแล้ว เด็กคนนี้อายุแค่สิบหก ขโมยจูบแรกผู้ชายมาตั้งหลายคน แสดงว่าหลิวเหมียวเหมี่ยวต้องแรงกว่าพี่สาวของเธอหลายเท่าแน่ๆ’
เมื่อนึกถึงริมฝีปากสวยๆ คู่นั้นที่เคยจูบผู้ชายคนอื่นมาก่อน หัวใจของเฉินเซิงก็รู้สึกไม่ค่อยดีนัก เขาแอบใช้พลังอ่านใจอีกครั้ง และพบว่าหลิวเหมียวเหมี่ยวกำลังทำท่าทางอวดเก่ง จูบเมื่อกี้ก็เป็จูบแรกของเธอเหมือนกัน ทำให้เขายิ้มออกมาอย่างอดไม่ได้
เฉินเซิงมองหลิวเหมียวเหมี่ยวที่ทำท่าทางภูมิใจ แล้วคิดในใจว่า ‘ถ้าฉันไม่มีพลังอ่านใจ ฉันคงจะถูกเด็กแก่แดดคนนี้หลอกได้แน่ๆ คราวนี้ฉันจะไม่ยอมให้เธอเป็ฝ่ายรุกข้างเดียวหรอกนะ’