“ แยกร่างอย่างนั้นเหรอ ”
แอ็กเซลยิ้มด้วยท่าทางพอใจ สกิลแตกหน่อคือการสั่งให้มอนสเตอร์ธาตุไม้ในพันธะสัญญาของเขาแยกร่าง พวกมันจะแยกออกจากกันโดยไม่สามารถกลับมารวมกันได้อีก แต่ละตัวที่แยกออกไปจะมีชีวิตเป็ของตนเอง อย่างไรก็ตามแอ็กเซลพบว่าพันธะโลหิตที่เขาสลักเอาไว้กับกระบองเพชรต้นแรกแยกออกไปเช่นเดียวกัน การจะฆ่าเขาได้นั้นต้องฆ่ากระบองเพชรทั้ง 2 จากเดิมต้องฆ่าเพียงแค่ 1 ตัวเท่านั้น
“ แตกหน่อ ”
สกิลแตกหน่อเปิดใช้งานอีกครั้ง เขา้ารู้ว่ามันมีขีดจำกัดในการใช้งานหรือเปล่า
กระบองเพชรทั้งสองกลับไม่ได้สนใจเขา พวกมันวิ่งเล่นกันราวกับเด็กน้อยโดยไม่ล้มตัวลงไปนอนเพื่อแยกร่างแต่อย่างใด แอ็กเซลจึงค้นข้อมูลก่อนจะพบว่าสกิลแตกหน่อจะใช้งานได้กับมอนสเตอร์ในพันธะสัญญาได้เพียงแค่ครั้งเดียวเท่านั้น
ทว่าข้อจำกัดนี้จะถูกทำลายเมื่อสกิลแตกหน่อเป็เลเวล 2 เขาสามารถใช้สกิลแตกหน่อกับมอนสเตอร์ในพันธะสัญญาที่ได้รับสกิลแตกหน่อเลเวล 1 ไปแล้วได้ โดยสกิลแตกหน่อเลเวล 2 ของแต่ละคนต่างกันออกไป
บางคนสามารถสั่งให้มอนสเตอร์ในพันธะสัญญาแยกร่างออกเป็ 2 ตัว แต่บางคนสามารถสั่งให้มอนสเตอร์แยกตัวได้เป็ 10 จากร่างที่มีเพียงแค่ 1 แอ็กเซลอึ้งกับผลของสกิล กระบองเพชรตรงหน้าสามารถแยกตัวได้เรื่อยๆหมายความว่าเขาจะปลอดภัยจากความตายมากยิ่งขึ้นเพราะไม่ต้องหวังพึ่งกระบองเพชรแค่ตัวเดียว
แม้อาชีพนี้จะไม่ได้ทำให้ผู้ใช้งานแข็งแกร่งใน่แรก หากเขามีระดับ 11 ดาวเทียบเท่าแชมเปี้ยนคนอื่นๆ พลังของอาชีพนี้จะน่ากลัวเป็อย่างมากเพราะเขาสามารถสร้างกองทัพมอนสเตอร์ธาตุไม้ได้มากมาย
นอกจากนั้นแล้วยังมีสกิลที่ยังไม่ปลดล็อกเตรียมมอบให้เขาอีกหลายสกิล หากผ่าน่แรกไปได้เขาคิดว่าตนเองจะต้องแข็งแกร่งมากอย่างแน่นอน
“ เ้ากระบองเพชร ใช้สกิลพุ่งชน ”
แอ็กเซลชี้นิ้วไปยังขาโต๊ะในสนามหญ้า กระบองเพชรทั้งสองตัวที่กำลังเล่นกันหลังจากได้รับคำสั่งให้โจมตีดวงตาของพวกมันก็เปลี่ยนไปเป็สีแดงแล้ววิ่งชนโต๊ะหินจนเกิดเสียงตึงตัง หากแอ็กเซลไม่ใช้สกิลมานาชีลด์เอาไว้โต๊ะของแม่คงจะพังอย่างแน่นอน
“ พ่นหนาม ”
ปากอ้าออกเผยให้เห็นลิ้นสีแดง ไม่นานก็มีหนามแหลมพ่นออกมาจากปากของกระบองเพชรปักเข้าไปในมานาชีลด์ แอ็กเซลจึงบอกให้พวกมันใช้สกิลกลิ้ง กระบองเพชรทั้งสองจึงกลิ้งไปตามทิศทางที่เขาชี้บอกทำให้เขารู้ว่าสกิลนี้คือสกิลหลบการโจมตี
“ ถ้าใช้เวทมนตร์ด้วยจะได้ไหมนะ ”
แอ็กเซลกวักมือเรียกต้นกระบองเพชรทั้ง 2 ให้วิ่งเข้ามาใกล้ พวกมันจึงะโนั่งตักเขาอย่างว่าง่าย ทว่าแอ็กเซลกลับกรีดร้องเมื่อหนามของมันแทงขา
“ โอ๊ยๆ พวกแกเก็บหนามด้วย มันแทงฉัน ”
มู่ มู่
กระบองเพชรน้อยทั้งสองยิ้มด้วยท่าทางพอใจก่อนที่มันจะหดหนามเข้าไปในร่าง แอ็กเซลจึงจับตัวที่อยู่ด้านขวามาวาดวงเวทเสริมพลังใส่กลางหลังของมัน จากนั้นเขาก็ปล่อยให้มันวิ่งเล่นอยู่ด้านหน้ารออีกตัวที่ต้องวาดวงเวทเช่นกัน
หลังจากที่แอ็กเซลกระตุ้นวงเวทเสริมพลัง พลังงานในคอร์ไดฟ์ของเขาส่วนหนึ่งก็ถูกใช้งานเพื่อเสริมพลังให้กับกระบองเพชร ส่งผลให้พลังโจมตีของมันเพิ่มมากยิ่งขึ้น จากเดิมมีพลังโจมตีอยู่ราว 900 ตอนนี้เพิ่มขึ้นมาเป็ 1,350 หน่วย
มู่!
ท่าทางฮึกเหิมแสดงออกมาจากกระบองเพชรทั้งสองต้น มือทั้งสองใช้ทุบอกจนทำให้ภายในห้องเต็มไปด้วยเสียงอึกทึกราวกับมีค้อนตอกตะปูทุบลงไปบนพื้น แอ็กเซลที่วาดวงเวทต้นแบบเหมือนที่ใช้กับโกเลมให้กระบองเพชรทั้งสองเริ่มยิ้มด้วยท่าทางมีความสุข เนื่องจากว่าเขาสามารถเพิ่มความแข็งแกร่งให้พวกมันได้มากยิ่งขึ้นกว่านี้
“ เสริมความเร็ว เสริมพลังป้องกัน ”
เ้าตัวน้อยทั้งสองวิ่งด้วยความเร็วที่เพิ่มขึ้น ต่อให้ขาของมันจะสั้นเป็อย่างมากก็ตาม แอ็กเซลจึงปล่อยให้พวกมันวิ่งเล่นอยู่ภายในห้องรอดูว่ามันจะทนการเสริมพลังได้มากน้อยแค่ไหน ต่อให้จะเป็โกเลมยังมีขีดจำกัดในการเสริมพลัง เขาจึงอยากรู้ว่าพวกมันจะทนได้นานกี่นาที
“ แอ็กเซลจ๊ะ มีเ้าหน้าที่มาหาลูกจ้ะ ”
เมลด้าเรียกลูกชายให้กลับเข้าไปในบ้าน วันนี้มีเ้าหน้าที่เดินทางมาหาเขาเป็จำนวน 3 คน
“ มีอะไรอย่างนั้นเหรอครับ ”
“ พวกเขามาสอบถามเื่อาชญากรหมายเลข 9 จ้ะ ”
“ อ๋อ พวกเขารีบไหมครับ ”
“ ถ้าลูกไปหาพวกเขาได้ตอนนี้ก็น่าจะดี ”
แอ็กเซลปล่อยให้กระบองเพชรทั้ง 2 หยอกล้อกันต่อไป เขา้าทดสอบดูว่าพวกมันจะทนต่อเวทเสริมพลังได้นานแค่ไหน เมื่อเข้ามาในห้องเขาพบเข้ากับเ้าหน้าที่สวมสูทสีดำจำนวน 3 คนรอเขาอยู่ด้านใน
ชาย 2 คนยืนอยู่หลังโซฟาส่วนชายอีก 1 คนนั่งรอเขาพร้อมกับกล่องสีดำดูสะดุดตา เขาจึงเข้าไปทักทายแล้วนั่งลงไปบนโซฟาฝั่งตรงข้าม รอให้อีกฝ่ายสอบถาม
“ สวัสดีครับ มีอะไรให้ผมช่วยอย่างนั้นเหรอครับ ”
“ ทางเราเป็เ้าหน้าที่จากทางกองทัพ ได้รับหน้าที่ให้มาสืบเบาะแสบางอย่าง การสืบสวนครั้งนี้้าความจริง ช่วยให้ความร่วมมือกับเราด้วย ”
แอ็กเซลยื่นมือให้อีกฝ่ายติดตั้งอุปกรณ์ตรวจจับการโกหก จนปลายนิ้วทั้ง 10 ของเขาเต็มไปด้วยที่หนีบวัดการเต้นของหัวใจ
“ ช่วยเล่าเหตุการณ์ในเย็นนั้นให้ฟังหน่อยได้ไหม ”
แอ็กเซลพยักหน้าแล้วเริ่มเล่าเหตุการณ์ทั้งหมดให้อีกฝ่ายฟัง เขาออกตามหาแม่แต่กลับเจออาชญากรจากนั้นจึงต่อสู้กัน จนกระทั่งเ้าหน้าที่พบความแปลก 2 อย่างจึงสอบถามแอ็กเซลหลังจากที่เขาเล่าจบ
“ เราได้รับรายงานมาว่านายไม่ใช่แชมเปี้ยน ทำไมถึงใช้สกิลได้ ”
“ ผมปลุกคอร์ไดฟ์ได้จากเหตุการณ์ก่อนหน้านั้นครับ การเสี่ยงตายจากการทำงานกับกลุ่มวอยแฮร์กระตุ้นให้ผมปลุกคอร์ไดฟ์ได้สำเร็จ ”
ไม่มีความผิดปกติกับระบบตรวจจับ สิ่งที่แอ็กเซลพูดยังคงเป็ความจริง
“ แล้วสิ่งที่นายใช้ดึงดูดความสนใจอาชญากรหมายเลข 9 คืออะไร ”
แอ็กเซลกางม่านพลังคลุมทับห้อง ไม่มีสิ่งใดที่เขาจะต้องโกหกอีกฝ่าย เมื่อมั่นใจแล้วว่าข้าวของภายในห้องจะไม่ถูกทำลาย แอ็กเซลจึงใช้งานสกิลหอกเพลิงและหอกน้ำแข็งให้เ้าหน้าที่ดู
“ มันคือสกิลของผมเองครับ ”
“ นายมีอาชีพผู้ทำพันธะกับพฤกษาไม่ใช่อย่างนั้นเหรอ ”
“ ผมก็งงเหมือนกันว่าพวกมันมาได้ยังไง แต่หลังจากที่ผมปลุกคอร์ไดฟ์สกิลพวกนี้ก็มาพร้อมกับสกิลอาชีพ ”
เ้าหน้าที่ทำการจดบันทึกสิ่งที่ต่างไปจากข้อมูลเดิม จากนั้นก็เริ่มถามถึงสิ่งของที่เขาได้แลกเปลี่ยนกับอาชญากรหมายเลข 9 แอ็กเซลจึงส่ายหน้าเพราะเขาไม่ได้แลกเปลี่ยนอะไรเลย ความจริงแล้วมีหลายอย่างที่เขาพูดกับอาชญากร แอ็กเซลกลับคิดว่าการไม่พูดให้มากกว่านี้ ส่งผลดีต่อเขา
แม้จะมีเื่ที่อาชญากรหมายเลข 9 พูดขึ้นมาหลอกว่าจะเป็อาจารย์ แอ็กเซลกลับเลือกที่จะไม่พูดเพราะมันอาจจะนำปัญหามาให้เขาในอนาคตได้ ชายผู้เป็ลูกศิษย์ของอาชญากรหมายเลข 9 อาจจะถูกจำกัดการเข้าถึงหลายอย่าง นอกจากนั้นอาจจะถูกจับตามองจากสหพันธ์ ที่เลวร้ายมากกว่านั้นอาจจะเป็การถูกกำจัด
“ นายได้เก็บของจากอาชญากรหมายเลข 9 มาไหม หรือว่ามันให้อะไรกับนายมาฟรีๆหรือเปล่า ”
“ ผมไม่ได้อะไรจากอาชญากรหมายเลข 9 เลยครับ มันแค่ตรวจสอบร่างกายของผมแล้วก็อ้วกออกมา ผมจึงใช้โอกาสนี้ใช้สกิลกับมันแล้ววิ่งหนี จากนั้นผมก็ยิงสกิลขึ้นฟ้าเพื่อขอให้คนช่วยเหลือ ”
เ้าหน้าที่บันทึกทุกอย่างที่คุยกัน แอ็กเซลยังคงตอบทุกอย่างได้หน้าตาเฉยราวกับว่าทุกอย่างเป็ความจริง ตลอดการสอบถามจำนวน 4 ครั้งเขายังคงพูดสิ่งเดิมซ้ำๆไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง ทันใดนั้นเขาก็รับรู้ได้ว่ามีบางอย่างปรากฎในหน้าต่างสถานะจึงเปิดเข้าไปดูปรากฎว่าเขามีสกิลโกหกเกิดขึ้นจากการตอบคำถามในครั้งนี้
“ เปิดใช้งานสกิลโกหก ”
แอ็กเซลรู้สึกได้ว่าคำพูดของเขาลื่นไหลมากยิ่งขึ้นและดูมีความน่าเชื่อถือเพราะรู้จุดเชื่อมโยงว่าจะต้องพูดอย่างไรเพื่อให้คำพูดปัจจุบันไม่ขัดกับคำพูดก่อนหน้านั้น
เ้าหน้าที่จึงสอบถามแอ็กเซลอีกครั้งด้วยการให้เขาเริ่มเล่าใหม่ั้แ่ต้น แอ็กเซลจึงทำตามอย่างว่าง่าย จนสุดท้ายเ้าหน้าที่ก็ขอตัวกลับ
แอ็กเซลเห็นว่าเ้าหน้าที่กลับไปแล้วเขาจึงปลดวงเวทที่สลักลงไปบนหัวใจออก มันคือสิ่งที่เขาร่ายเอาไว้ก่อนจะเข้าบ้านเพื่อป้องกันไม่ให้อัตราการเต้นของหัวใจของตนเองผิดปกติมากจนถูกจับพิรุธได้ แต่ดูเหมือนอนาคตเขาไม่จำเป็ต้องใช้งาน สกิลโกหกทำให้อาการพิรุธทั้งหมดของเขากลายเป็อาการธรรมชาติ อัตราการเต้นของหัวใจ อัตราการหายใจอยู่ในเกณฑ์ปกติจากการใช้เพียงสกิลโกหก
“ เป็ยังไงบ้างจ๊ะ ”
เมลด้าเข้ามาพบลูกชาย เธอถูกขวางไม่ให้เข้ามารบกวนการสอบ
“ เ้าหน้าที่ไม่ได้ว่าอะไรครับ ”
“ ราบรื่นดีสินะจ๊ะ ”
“ ครับแม่ ไม่มีอะไรน่าเป็ห่วง ”
แอ็กเซลขอตัวกลับไปสวนหลังบ้าน เขาอยากรู้ว่ากระบองเพชรทั้ง 2 ตัวนอนหมอบแล้วหรือยัง การเสริมพลังให้กับพวกมันน่าจะถึงขีดจำกัดแล้ว ต่อให้จะเป็โกเลมระดับเริ่มต้นก็ไม่สามารถใช้งานเวทเสริมพลังได้ยาวนานเกิน 1 ชั่วโมง แต่แล้วแอ็กเซลกลับเลิกคิ้วเมื่อพบว่ากระบองเพชรทั้ง 2 ยังคงวิ่งเล่นเช่นเดิม
“ พวกแกไม่รู้สึกเจ็บเหรอ ”
แอ็กเซลถามกระบองเพชรทั้ง 2 ต้นที่กำลังต่อยกันอย่างสนุกสนานราวกับเด็กน้อยหยอกล้อกันโดยมีการทำงานของเวท 3 บทซ้อนทับอยู่บนร่างของมัน เป็เวลา 2 ชั่วโมงแล้วที่พวกมันหยอกล้อกันราวกับว่าพละกำลังไร้ขีดจำกัด นอกจากนั้นแล้วมันยังไม่ได้รับความเสียหายจากเวทมนตร์ที่เขาใช้เสริมพลัง
เ้าตัวน้อยทั้งสองรู้สึกเหนื่อยอยู่นิดหน่อย แต่สำหรับอาการเ็ปไม่มีเลย พวกมันจึงส่ายหน้าตอบคำถาม แอ็กเซลจึงลองใช้งานเวทเสริมพลังอย่างอื่นที่สามารถใช้งานได้ในระดับพลัง 1 ดาว
“ เสริมธาตุดิน ”
ร่างสีเขียวกลายเป็สีน้ำตาล กระบองเพชรตัวหนึ่งที่ยังคงเป็สีเขียวมองเพื่อนของมันด้วยท่าทางสงสัย แอ็กเซลจึงเสริมธาตุน้ำให้ตัวที่เป็สีเขียวจนร่างเปลี่ยนไปเป็สีฟ้า การเปลี่ยนสีผิวของพวกมันสร้างความสงสัยให้กระบองเพชรทั้งสองตัวไม่น้อย
“ พวกแกลองโจมตีขาโต๊ะหน่อย ”
แอ็กเซลชี้ไปยังขาโต๊ะ เขาอยากรู้ว่ามันจะโจมตียังไงหลังจากที่เขาเสริมธาตุ กระบองเพชรเสริมธาตุดินยังคงวิ่งชนเช่นเดิม แต่กระบองเพชรธาตุน้ำกลับอ้าปากพ่นน้ำออกมาเป็สาย พลังโจมตีของมันเทียบเท่ากับหอกน้ำระดับ 1 ดาวเขาจึงบอกให้มันหยุดโจมตี ไม่อย่างนั้นสวนหลังบ้านจะต้องมีน้ำท่วมขังอย่างแน่นอน
“ เสริมธาตุสายฟ้า เสริมธาตุไฟ ”
ธาตุใหม่เปลี่ยนให้กระบองเพชรทั้ง 2 พวกมันมองหน้ากันด้วยความสงสัยเพราะสีร่างกายเปลี่ยนไป เมื่อได้ยินคำสั่งให้โจมตีความสงสัยจึงสลัดทิ้งไปแล้วมองไปยังตุ๊กตาดินปั้นที่แอ็กเซลสร้างขึ้นมาเป็เป้า
กระบองเพชรธาตุสายฟ้าชูมือทั้งสองข้างขึ้นไปบนศีรษะทันใดนั้นก็มีสายฟ้าพุ่งออกจากแขนย้อยตกลงไปใส่ตุ๊กตา กระบองเพชรธาตุไฟชูมือไปด้านหน้าปลดปล่อยเปลวไฟโจมตีตุ๊กตาดินปั้น
แอ็กเซลที่เห็นพลังของพวกมันถึงขั้นใ กระบองเพชรทั้ง 2 ไม่ควรจะทนรับธาตุสายฟ้าและธาตุไฟได้ เพราะทั้งสองธาตุนี้เป็ธาตุที่สามารถเล่นงานมัน
เขารู้สึกแปลกใจจึงปล่อยให้กระบองเพชรทั้ง 2 วิ่งเล่นรอบๆบ้าน ในระหว่างนี้เขาก็เข้าอินเทอร์เน็ตค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับมอนสเตอร์ธาตุไม้ ไม่นานเขาก็พบเข้ากับเื่ใเมื่อรู้ว่ามอนสเตอร์ธาตุไม้ของโลกนี้แตกต่างจากโลกเวทมนตร์
ธาตุไม้คือธาตุที่สามารถต้านทานธาตุอื่นๆได้ การเสริมเวทไฟและเวทสายฟ้าให้กระบองเพชรทั้ง 2 จึงเป็การเสริมพลังให้แก่มัน
โลกนี้กลับไม่มีใครนิยมใช้มอนสเตอร์ธาตุไม้ในา สาเหตุเป็เพราะว่าพวกมันเชื่องช้าเป็อย่างมาก นอกจากนั้นแล้วยังมีการโจมตีที่ไม่รุนแรง เมื่อเทียบกับมอนสเตอร์ตัวอื่นๆที่มักถูกจับมาเป็ผู้ช่วยในการต่อสู้
“ หึหึ อ่อนแอเหรอ ในอนาคตพวกมันจะสร้างหายนะให้จักรวาลแน่นอน ”
แอ็กเซลยิ้มด้วยความพอใจ ก่อนที่เขาจะกลับเข้าไปในบ้านแล้วถอดเสื้อผ้าเพื่อทดสอบคอร์ไดฟ์ เขาอยากรู้ว่าทักษะการหายใจของจอมเวทสามารถใช้กับมันได้หรือเปล่า.