เสียงกรีดร้องด้วยความเ็ปของเสี่ยวเหลียนดังก้องอยู่ในห้องที่อบอวลไปด้วยกลิ่นอายของบทรักที่เพิ่งจบลงอย่างกะทันหัน มันเป็เสียงที่แตกต่างจากเสียงครวญครางแห่งความสุขสมโดยสิ้นเชิง เป็เสียงที่เต็มไปด้วยความทรมานอย่างแท้จริงราวกับร่างกายกำลังจะฉีกขาดออกจากกัน
ความรู้สึกเหมือนมีเข็มนับพันเล่มทิ่มแทงอยู่ภายในท้องน้อยนั้นรุนแรงจนแทบจะพรากสติของนางไป พลังปราณหยก์ที่นางพยายามปลดปล่อยออกไปเพื่อสร้าง "ตราประทับ" บัดนี้ได้ตีกลับเข้ามาในร่างของนางเองอย่างบ้าคลั่ง มันกลายเป็กระแสพลังที่เกรี้ยวกราดและไร้การควบคุม วิ่งพล่านไปตามเส้นลมปราณอย่างสะเปะสะปะ คุกคามที่จะทำลายทุกสิ่งที่มันไหลผ่าน
ใบหน้าของนางซีดขาวราวกับกระดาษ เหงื่อเม็ดโตผุดขึ้นเต็มหน้าผากและไรผม ดวงตาเบิกโพลงด้วยความตื่นตระหนกและเ็ปสุดขีด นางรู้สึกได้ถึงความร้อนที่แผดเผาจากภายในและความเย็นเยียบที่เกาะกุมอยู่ตามปลายมือปลายเท้าในเวลาเดียวกัน มันคือสัญญาณอันตรายของการธาตุไฟเข้าแทรก
"ตั้งสติไว้! เสี่ยวเหลียน!"
เสียงตวาดอันดังและทรงพลังของหมอหลี่ดังขึ้นข้างหู ดึงสติที่กำลังจะเลือนรางของนางกลับมาได้อย่างหวุดหวิด ในเสี้ยววินาทีแห่งความเป็ความตายนั้น เขาไม่ลังเลแม้แต่น้อย รีบประกบฝ่ามือทั้งสองข้างลงบนหน้าท้องน้อยของนาง ตำแหน่งของจุดตันเถียนซึ่งเป็ศูนย์กลางของพายุพลังงานที่กำลังคลุ้มคลั่งอยู่
พลังปราณอันบริสุทธิ์และเยือกเย็นราวกับสายน้ำจากขุนเขาหิมะไหลทะลักจากฝ่ามือของเขาเข้าสู่ร่างของนางในทันที มันเป็พลังที่แตกต่างจากพลังหยางอันร้อนแรงที่นางเคยััในยามร่วมรักโดยสิ้นเชิง พลังนี้สงบนิ่ง มั่นคง และเปี่ยมไปด้วยคุณสมบัติแห่งการเยียวยา มันไหลเข้าโอบล้อมและพยายามสยบกระแสพลังหยก์ที่กำลังอาละวาดอยู่ในร่างของนาง
"อย่าหมดสติเด็ดขาด! โคจรพลังตามข้า!" เขาสั่งเสียงกร้าว ในขณะที่ตัวเขาเองก็ต้องทุ่มเทสมาธิและพลังทั้งหมดเพื่อควบคุมสถานการณ์ "หายใจเข้าลึกๆ ... ช้าๆ ... แล้วนำทางพลังของข้าให้ไหลตามไป... อย่าต่อต้านมัน!"
เสี่ยวเหลียนกัดริมฝีปากจนห้อเื พยายามทำตามคำสั่งของเขาอย่างสุดความสามารถ นางรวบรวมสติที่เหลืออยู่น้อยนิด เพ่งความสนใจไปที่กระแสพลังเย็นเยียบที่ไหลเข้ามาในร่าง นางพยายามใช้จิตนำทางให้มันไหลไปตามเส้นทางที่ถูกต้อง ไล่ตามกระแสพลังที่คลุ้มคลั่งของนางเองไปทีละจุด ทีละจุด
มันคือการต่อสู้ที่เกิดขึ้นภายในร่างกายของนางเอง... การต่อสู้ระหว่างพลังสองสายที่แตกต่างกันสุดขั้ว พลังหยก์ที่ร้อนแรงและเปี่ยมด้วยสัญชาตญาณดิบ กับพลังปราณธาตุน้ำของหมอหลี่ที่เยือกเย็นและเป็ระเบียบ
เวลาผ่านไปราวกับชั่วนิรันดร์ ทุกวินาทีคือความทรมานสำหรับเสี่ยวเหลียน นางรู้สึกเหมือนร่างกายของนางกลายเป็สมรภูมิรบ แต่ภายใต้การนำทางที่แม่นยำและพลังที่มั่นคงของหมอหลี่ ในที่สุด... กระแสพลังที่บ้าคลั่งก็เริ่มสงบลง มันค่อยๆ ถูกพลังที่เยือกเย็นกว่าโอบล้อมและดูดกลืนความเกรี้ยวกราดไปทีละน้อย จนในที่สุดก็กลับมาไหลเวียนในเส้นทางที่ควรจะเป็อีกครั้ง แม้จะยังคงปั่นป่วนอยู่บ้างก็ตาม
เมื่อเห็นว่าสถานการณ์อันตรายได้ผ่านพ้นไปแล้ว หมอหลี่จึงค่อยๆ ถอนฝ่ามือออก ใบหน้าของเขาเองก็ซีดลงเล็กน้อยและมีเหงื่อซึม การใช้พลังมหาศาลเพื่อช่วยชีวิตนางเมื่อครู่ทำให้เขาเองก็สูญเสียพลังงานไปไม่น้อยเช่นกัน
เสี่ยวเหลียนนอนหอบหายใจอยู่บนเตียง ความเ็ปได้ทุเลาลงแล้ว แต่ความอ่อนเพลียอย่างสุดขีดก็เข้ามาแทนที่ นางไม่มีแม้แต่เรี่ยวแรงที่จะขยับนิ้ว เปลือกตาของนางหนักอึ้งและกำลังจะปิดลง
"อย่าเพิ่งหลับ" เขาสั่งเสียงอ่อนลงเล็กน้อย แต่ยังคงความเด็ดขาดไว้ "เ้าต้องโคจรพลังเพื่อปรับสมดุลอีกหนึ่งชั่วยาม มิฉะนั้นอาจมีอาการาเ็ภายในหลงเหลืออยู่"
เขาลุกไปหยิบโอสถเม็ดเล็กๆ สีเขียวมรกตออกมาจากตู้ยา กลิ่นหอมสดชื่นของมันลอยมาแตะจมูกทำให้นางรู้สึกปลอดโปร่งขึ้นเล็กน้อย เขาประคองร่างของนางให้นั่งขึ้นในท่าขัดสมาธิ พิงกับแผ่นอกของเขาไว้เพื่อช่วยพยุง ก่อนจะป้อนยาเม็ดนั้นเข้าปากนาง
"กลืนมันซะ มันคือ 'โอสถหยกเย็น' จะช่วยรักษาอาการาเ็ภายในและปรับสมดุลพลังของเ้า"
เมื่อโอสถผ่านลำคอลงไป เสี่ยวเหลียนก็รู้สึกถึงความเย็นที่แผ่ซ่านไปทั่วร่างอย่างรวดเร็ว มันช่วยบรรเทาความร้อนรุ่มที่ยังหลงเหลืออยู่ภายในได้อย่างชะงัดนัก
"ตอนนี้... ทำสมาธิ" เขานั่งลงซ้อนอยู่ด้านหลังนาง ประกบฝ่ามือเข้ากับแผ่นหลังของนางอีกครั้ง และเริ่มถ่ายทอดพลังปราณสายเล็กๆ ที่สม่ำเสมอเพื่อช่วยนำทางการโคจรพลังของนาง
หนึ่งชั่วยามต่อมา... ในที่สุดเสี่ยวเหลียนก็ลืมตาขึ้นอีกครั้ง ความเ็ปได้หายไปจนหมดสิ้นแล้ว เหลือเพียงความอ่อนเพลียและความรู้สึกโหวงๆ ในท้องน้อย พลังปราณในร่างของนางกลับมาสงบนิ่งอีกครั้ง แต่ดูเหมือนว่ามันจะลดน้อยลงไปกว่าตอนที่เพิ่งทะลวงผ่านระดับใหม่ๆ เล็กน้อย
"ข้า... ข้าทำพลาด" นางกล่าวเสียงแ่ เต็มไปด้วยความรู้สึกผิดหวังในตัวเอง
"ใช่ เ้าทำพลาด" หมอหลี่ยอมรับตรงๆ ไม่มีการปลอบใจ "เ้าใจร้อนเกินไป เ้าปล่อยให้ความปรารถนาที่จะสำเร็จวิชาเข้าครอบงำจิตใจ จนละเลยการควบคุมที่ละเอียดอ่อน พลังที่เ้าปลดปล่อยออกมามันรุนแรงและกระจัดกระจายเกินไป"
เขาหยุดไปครู่หนึ่ง ก่อนจะกล่าวต่อด้วยน้ำเสียงที่จริงจังกว่าเดิม "จงจำความเ็ปในวันนี้ไว้ให้ดี... เสี่ยวเหลียน มันคือบทเรียนที่สำคัญที่สุดที่เ้าจะได้รับ เคล็ดวิชาหยก์คือดาบสองคม หากควบคุมมันได้ มันคืออาวุธที่ทรงพลัง แต่หากควบคุมไม่ได้... มันจะหันกลับมาทำร้ายเ้าเอง"
นางก้มหน้านิ่ง รับฟังคำสอนของเขาโดยไม่โต้แย้ง
"อย่างไรก็ตาม..." เขากล่าวต่อ ทำให้เสี่ยวเหลียนต้องเงยหน้าขึ้นมอง "การที่เ้าสามารถรอดพ้นจากพลังตีกลับที่รุนแรงขนาดนั้นมาได้โดยไม่าเ็สาหัส ก็พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่ารากฐานพลังที่เ้าสร้างขึ้นมานั้นแข็งแกร่งกว่าที่ข้าคิดไว้มากนัก และ... แม้ว่าการสร้างตราประทับจะล้มเหลว แต่พลังส่วนหนึ่งของเ้าก็ได้แทรกซึมเข้าไปในร่างของข้าแล้ว"
"หมายความว่าอย่างไรเ้าคะ?"
เขายิ้มที่มุมปาก เป็รอยยิ้มที่ดูเ้าเล่ห์เล็กน้อย "หมายความว่า... แม้จะไม่ใช่ตราประทับที่สมบูรณ์ แต่ข้าก็ได้รับ 'ร่องรอย' ของเ้ามาแล้ว ตอนนี้... หากข้าพยายามจะร่วมรักกับสตรีอื่น... ข้าคงจะรู้สึกติดขัดอยู่บ้าง"
ใบหน้าของเสี่ยวเหลียนแดงขึ้นมาเล็กน้อยกับคำพูดที่ตรงไปตรงมาของเขา
"เอาล่ะ บทเรียนสำหรับคืนนี้จบลงแล้ว" เขากล่าวพลางลุกขึ้นยืน "ร่างกายของเ้า้าการพักฟื้นอย่างน้อยสามวัน ในระหว่างนี้ ห้ามฝึกฝนเคล็ดวิชาใดๆ ทั้งสิ้น ทำได้เพียงโคจรพลังเพื่อรักษาอาการาเ็ภายในเท่านั้น"
สามวันต่อมา...
ภายใต้การดูแลอย่างใกล้ชิดและการป้อนยาบำรุงชั้นเลิศของหมอหลี่ ร่างกายของเสี่ยวเหลียนก็ฟื้นตัวกลับมาเป็ปกติอย่างรวดเร็ว พลังปราณของนางกลับมาแข็งแกร่งดังเดิม และดูเหมือนว่าจะมีความเสถียรมากขึ้นกว่าก่อนเกิดเหตุการณ์พลังตีกลับเสียอีก ประสบการณ์เฉียดตายในครั้งนั้นได้หลอมรวมพลังใหม่เข้ากับร่างกายของนางได้อย่างสมบูรณ์ยิ่งขึ้น
ในเช้าวันที่สี่ หมอหลี่เรียกนางมาพบที่ห้องปรุงยา ซึ่งเป็ครั้งแรกที่นางได้เข้ามาในส่วนนี้ของจวน
"ร่างกายของเ้าพร้อมแล้ว" เขากล่าวหลังจากตรวจชีพจรของนางอย่างละเอียด "และข้าคิดว่า... การฝึกฝนในห้องนี้ก็เพียงพอแล้วเช่นกัน"
เสี่ยวเหลียนใจหายวูบ "ท่านหมายความว่า... ข้าต้องไปแล้วหรือเ้าคะ?"
"ถูกต้อง" เขายืนยัน "เ้าได้เรียนรู้พื้นฐานทั้งหมดที่จำเป็แล้ว ทั้งการควบคุมร่างกาย การโคจรพลังหยก์ และแม้แต่ได้ลิ้มรสความล้มเหลวของการสร้างตราประทับแล้ว สิ่งที่เ้า้าตอนนี้ไม่ใช่การฝึกฝนในที่ปลอดภัยอีกต่อไป แต่คือการนำไปใช้จริงในสนามรบจริง"
เขายื่นห่อผ้าเล็กๆ ให้นาง เมื่อนางเปิดออกดูก็พบว่าข้างในคือป้ายหยกสีเขียวเข้มอันหนึ่ง สลักเป็รูปใบไผ่อย่างงดงาม และมีถุงเงินที่หนักอึ้งอยู่ด้วย
"ป้ายหยกนั่นคือสัญลักษณ์ของ 'หอโอสถหมื่นพิษ' ของข้า" เขาอธิบาย "หากเ้าพบเจอปัญหาที่แก้ไขไม่ได้ หรือ้าโอสถใดๆ ที่หาได้ยาก จงนำป้ายนี้ไปแสดงที่สาขาของหอโอสถในเมืองหลวง พวกเขาจะให้ความช่วยเหลือเ้าอย่างเต็มที่ ส่วนเงินในถุงนั้น... ถือว่าเป็ค่าจ้างล่วงหน้าที่ข้าจ่ายให้เ้า สำหรับ 'ยา' ที่เ้าจะต้องนำกลับมาให้ข้าในอนาคต"
"ยาหรือเ้าคะ?"
"ใช่" เขายิ้มอย่างมีเลศนัย "เป้าหมายต่อไปของเ้าคือ "จางอี้, หัวหน้าองครักษ์พรรคอินทรีทอง เขาคือเ้ายุทธจักรฝ่ายบู๊ มีพลังปราณธาตุทองที่แข็งกร้าวและบริสุทธิ์อย่างยิ่ง หากเ้าสามารถดูดซับพลังของเขามาได้แม้เพียงเล็กน้อย แล้วนำมันกลับมาให้ข้า... มันจะมีประโยชน์อย่างยิ่งต่อการปรุงยาของข้า"
ในที่สุด... เสี่ยวเหลียนก็เข้าใจแผนการทั้งหมดของเขา เขาไม่ได้ช่วยเหลือนางโดยไม่หวังผลตอบแทน แต่เขากำลังใช้ให้นางเป็เครื่องมือในการเสาะหาพลังปราณธาตุต่างๆ ที่เขา้าเพื่อการปรุงยาของเขาเช่นกัน!
มันคือข้อตกลงที่ยุติธรรม... นางใช้ร่างกายเพื่อแลกกับพลังและวิชา ส่วนเขาก็ได้วัตถุดิบที่้า
"ข้าจะไปพบเขาได้อย่างไร?" นางถาม
"นั่นคือปัญหาของเ้า" เขากล่าวอย่างไม่ไยดี "ถือเสียว่าเป็การทดสอบแรกของเ้าในโลกภายนอก ข้าได้เตรียมที่พักเล็กๆ ไว้ให้เ้าในเมืองหลวงแล้ว เป็ร้านขายผ้าเล็กๆ ที่ข้าเป็เ้าของอยู่ เ้าจะไปพักที่นั่นในฐานะหลานสาวห่างๆ ของข้าที่เข้ามาหางานทำในเมืองหลวง ส่วนจะเข้าถึงตัวจางอี้ได้อย่างไรนั้น... เ้าต้องใช้สติปัญญาและเสน่ห์ของเ้าเอง"
เขายื่นม้วนกระดาษเล็กๆ ให้นางอีกหนึ่งม้วน "นี่คือข้อมูลทั้งหมดเกี่ยวกับจางอี้... จุดแข็ง จุดอ่อน กิจวัตรประจำวัน และ... ความปรารถนาที่ซ่อนเร้นของเขา"
เสี่ยวเหลียนรับม้วนกระดาษมาถือไว้ในมือที่สั่นเทาเล็กน้อย หัวใจของนางเต้นระรัวด้วยความประหม่าและความตื่นเต้น การผจญภัยที่แท้จริงกำลังจะเริ่มต้นขึ้นแล้ว นางจะต้องออกไปเผชิญโลกภายนอกตามลำพังเป็ครั้งแรก จะต้องใช้ทุกสิ่งที่ได้เรียนรู้มาเพื่อเข้าหาบุรุษที่ทรงอิทธิพลและอันตราย
"ไปเตรียมตัวเสีย" หมอหลี่กล่าว "รถม้าจะมารับเ้าในตอนบ่าย"
เสี่ยวเหลียนโค้งคำนับให้เขาอย่างนอบน้อมที่สุด "ขอบคุณท่านอาจารย์สำหรับทุกสิ่ง"
เขาเพียงแค่พยักหน้ารับ ไม่ได้กล่าวอะไรอีก
บ่ายวันนั้น... เสี่ยวเหลียนในชุดชาวบ้านธรรมดา ก้าวขึ้นรถม้าคันเดิมกับที่นางมาถึงในวันแรก นางหันกลับไปมองจวนของหมอหลี่เป็ครั้งสุดท้าย ภาพของบุรุษผู้มอบทั้งความเ็ปและพลังให้นางยังคงติดตาตรึงใจ
นางไม่รู้ว่าอนาคตข้างหน้าจะเป็อย่างไร นางจะทำสำเร็จหรือไม่ จะรอดชีวิตกลับมาได้หรือเปล่า แต่นางรู้เพียงอย่างเดียว... นางได้ก้าวข้ามเส้นที่ไม่มีวันหวนกลับแล้ว
นางก้มลงมองม้วนกระดาษในมือ ค่อยๆ คลี่มันออกอ่านข้อมูลของเป้าหมายคนแรก... จางอี้ หัวหน้าองครักษ์เงา... ชายผู้ที่จะเป็บททดสอบแรกของนางในเส้นทางแห่งการเป็นางมารผู้ควบคุมบุรุษ
รถม้าเคลื่อนตัวออกจากจวน มุ่งหน้าสู่เมืองหลวงที่เต็มไปด้วยแสงสีและอันตราย... ทิ้งอดีตไว้เื้ั และมุ่งหน้าสู่ชะตากรรมที่นางเป็ผู้เลือกเอง