หลังจากวันนั้น่เวลาหลายสัปดาห์ต่อมาก็ดำเนินไปอย่างเงียบเชียบผู้กองเอกไม่ได้แวะเวียนมาหาหรือโผล่หน้ามาที่โรงเรียนอีกเลยเนื่องจากภารกิจและหน้าที่ความรับผิดชอบในฐานะนายทหารประจำการบนเกาะแห่งนี้รัดตัวจนแทบไม่มีเวลาพักผ่อนทั้งสองจึงไม่ได้พบหน้ากันตรงๆ ในชีวิตจริง
ทว่า ในโลกออนไลน์และช่องทางแชท...ความสัมพันธ์ระหว่างเอมกับ BigBoss กลับดำเนินไปอย่างปกติและแแ่ขึ้นเรื่อย ๆ ทุกๆวันกลายเป็กิจวัตรไปเสียแล้ว ที่ไม่ว่าเอมจะเจอเื่น่าปวดหัวอะไรในโรงเรียนเธอก็จะหยิบมือถือขึ้นมาระบายความรู้สึกเ่าั้ให้บิ๊กบอสฟังเสมอ
แต่ความสงบสุขทั้งหมดก็ต้องสะดุดลงในเช้าวันหนึ่งเมื่อเธอเดินเข้ามาในห้องพักครูแล้วพบกับบางสิ่งที่วางรออยู่บนโต๊ะทำงาน
ช่อดอกไม้แสดงความยินดีที่สอบบรรจุครูได้สำเร็จและน้ำมัทฉะแก้วโปรดวางอยู่คู่กัน แนบมาด้วยกระดาษโน้ตไร้ชื่อผู้ส่งแต่กลับเต็มไปด้วยลายมือที่คุ้นตา พร้อมข้อความสั้นๆ ว่า
"ยินดีด้วยนะครับที่เป็ข้าราชการเต็มตัวแล้ว แล้วเจอกันนะ"
เสียงริงโทนโทรศัพท์ดังขึ้นบนโต๊ะทำงานทำให้เอมชะงักไปเล็กน้อยเธอเหลือบมองหน้าจอแล้วพบว่าเป็เบอร์ที่ไม่คุ้นเคยแต่เมื่อกดรับและได้ยินเสียงทุ้มที่คุ้นเคยเอ่ยทักทาย เธอก็จำได้ทันทีว่าคือ"ฟิว" แฟนเก่าที่เลิกรากันไปนานแล้ว
บทสนทนาระหว่างทั้งคู่ดำเนินไปอย่างราบเรียบไร้ซึ่งพลังงาน ราวกับเสียงกระซิบจากความว่างเปล่าที่ไม่มีชีวิตชีวาทุกถ้อยคำถูกเอื้อนเอ่ยออกมาด้วยความเหนื่อยล้า ไร้การประชดประชัน ไร้การโวยวายมีเพียงความเงียบงันและความเ็ปที่ซ่อนอยู่ใต้รอยต่อของประโยค คล้ายกับคนแปลกหน้าที่บังเอิญต้องมาทักทายกันทั้งที่าแในอดีตยังคงกรีดลึกอยู่ในใจ
(ฟิว) : "ฮัลโหล... เอมใช่ไหมครับพี่เองนะ"
(เอม) : "ค่ะ"
ฉันตอบสั้นๆด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่งและแหบพร่า
(ฟิว) :"ได้รับของที่ส่งไปให้หรือยังครับ ยินดีด้วยนะครับ"
(เอม) : "ได้รับแล้วค่ะขอบคุณมากนะคะ"
(ฟิว) : "่นี้เป็ยังไงบ้างสบายดีไหมครับ งานที่โรงเรียนหนักหรือเปล่า?"
(เอม) : "ก็เรื่อยๆ ค่ะ สบายดี...ถ้าไม่มีอะไรแล้วแค่นี้ก่อนนะคะ"
(ฟิว) : "ครับ ตั้งใจทำงานนะเอมไว้มีโอกาสค่อยคุยกันใหม่ครับ ดูแลตัวเองด้วยนะ"
เสียงสัญญาณตัดสายดังขึ้น...ทิ้งไว้เพียงความเงียบงันที่กดทับลงบนอกของเอมอย่างหนักหน่วงบทรำพันที่แสนปกติสุขเ่าั้ไม่ได้ทำให้รู้สึกดีขึ้นเลยแม้แต่น้อยกลับยิ่งตอกย้ำความทรงจำเลวร้ายในอดีตให้ย้อนกลับมาทิ่มแทงหัวใจ เอมรู้สึกเหมือนถูกดึงกลับไปเจอความทรงจำเลวร้ายในอดีตภาพเหตุการณ์เก่าๆ ตอนที่เลิกรากัน าแทางใจที่เขาเคยฝากไว้ย้อนกลับมาทำร้ายความรู้สึกของเธอจนหมดเรี่ยวแรง เอมเหม่อลอยไปตลอดทั้งวันความหดหู่ทำให้เธอจมอยู่กับความคิดของตัวเองจนลืมเื่ช่อดอกไม้และลืมเปิดมือถือเช็กแชทไปเลยสนิท
ในขณะเดียวกันทางด้านของ ผู้กองเอก ที่นั่งรอคอยหน้าจอโทรศัพท์ด้วยใจร้อนรุ่มกลับพบว่าเอมเงียบหายไปผิดปกติข้อความที่เขาทักไปหาั้แ่่เช้าไม่มีแม้แต่การอ่านหรือตอบกลับ
นายทหารหนุ่มเริ่มนั่งไม่ติดเก้าอี้ด้วยความกังวลใจและกระวนกระวายว่าเกิดอะไรขึ้นกับเธอทำไมถึงเงียบหายไปนานขนาดนี้...
ผ่านไปจนถึง่เย็นใกล้เวลาเลิกงาน ความเงียบของเอมยิ่งทำให้ผู้กองเอกนั่งไม่ติดเก้าอี้ร้อนรนจนแทบจะกินไม่ได้นอนไม่หลับ ในหัวคิดวนไปมาสารพัดว่าเกิดอะไรขึ้นทำไมครูสาวสุดแสบถึงได้เงียบหายไปผิดวิสัยขนาดนี้
“ให้ตายสิ... หรือจะไม่สบาย? หรือโดนใครแกล้ง?มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่”
ความคิดฟุ้งซ่านตีรวนอยู่ในหัวจนผู้กองหนุ่มทนต่อไปไม่ไหวแล้วร่างสูงผุดลุกขึ้นจากเก้าอี้ด้วยความเด็ดเดี่ยวดวงตาคมกริบเป็ประกายเ้าเล่ห์พร้อมหาเื่พุ่งชนในเมื่อทักแชทไปแล้วเธอไม่ยอมอ่าน... งั้นก็ต้องใช้วิธีทางราชการเข้าช่วยนี่แหละ!
ผู้กองเอกก้าวฉับๆออกจากกองร้อย ตรงดิ่งไปยังตึกอำนวยการของโรงเรียนทันทีใบหน้าหล่อเหลานิ่งขรึมตีสีหน้าเคร่งเครียดจริงจังราวกับกำลังมาตรวจราชการแผ่นดินระดับชาติทั้งที่ในใจร้อนรนจนแทบจะบินได้
ก๊อกๆๆ!
เสียงเคาะประตูดังขึ้นห้วนๆสองครั้งก่อนที่ร่างในเครื่องแบบเต็มยศจะผลักบานประตูห้องพักครูเปิดเข้าไปหน้าตาเฉยโดยไม่รอให้อีกฝ่ายอนุญาตสักนิด
ภาพแรกที่ผู้กองเอกเห็นคือเอมกำลังนั่งเหม่อลอยอย่างไร้เรี่ยวแรง ดวงตากลมโตคู่สวยดูซึมเซาและแดงช้ำเล็กน้อยราวกับกำลังจมดิ่งอยู่กับความคิดบางอย่างจนไม่ได้ยินเสียงเปิดประตูเลยด้วยซ้ำ
ส่วนบนโต๊ะทำงานข้างกายเธอนั้น...มีช่อดอกไม้ช่อใหญ่และแก้วมัทฉะวางอยู่
(ผู้กองเอกเพิ่งจะกวาดสายตามาเห็นเป็ครั้งแรกและต่อมความหึงก็กระตุกวูบทันทีว่า 'ไอ้หน้าไหนมันบังอาจส่งมาตัดหน้ากูวะ!')
ผู้กองเอกแกล้งกระแอมไอออกมาเสียงดังเพื่อเรียกสติคนตัวเล็กที่กำลังนั่งเหม่อ
"แฮ่ม!นี่คุณครูครับ... ราชการเขาทำงานกันถึงไหนต่อไหนแล้วทำไมถึงมานั่งอู้งานเหม่อลอยอยู่ตรงนี้ฮึ?"
เสียงทุ้มเข้มเอ่ยแกมดุเพื่อกลบเกลื่อนความเป็ห่วง
ผู้กองเอกที่กำลังตั้งท่าจะพ่นมุกกวนประสาทและใช้ข้ออ้างเื่งานมาแกล้งหยอกเธอต่อถึงกับต้องชะงักค้างทันที เมื่อเงยหน้าขึ้นมาแล้วพบว่าเอมไม่ได้มีท่าทีอึกอัก หรือลุกขึ้นมาต่อปากต่อคำเหมือนทุกครั้งที่ผ่านมา
ร่างบางยังคงนั่งนิ่งไหล่ตกดวงตากลมโตคู่สวยเหม่อลอยอย่างไร้จุดภายในแววตาเต็มไปด้วยความเหนื่อยล้าและร่องรอยของความเศร้าอย่างเห็นได้ชัดเธอไม่ได้สนใจแม้กระทั่งจะปรายตามามองหน้าเขาด้วยซ้ำปล่อยให้ความเงียบเข้าปกคลุมราวกับิญญาหลุดออกจากร่างไปแล้วครึ่งหนึ่ง
ความกวนประสาทและรอยยิ้มเ้าเล่ห์บนใบหน้าของผู้กองหนุ่มมลายหายไปในพริบตาความรู้สึกร้อนรนเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยความใและแปลกใจอย่างหนักเมื่อเห็นสภาพจิตใจที่ดิ่งลงเหวของคนตรงหน้า
"...เป็อะไรไปเนี่ยคุณ?"
ผู้กองเอกเปลี่ยนน้ำเสียงเป็จริงจังและนุ่มนวลขึ้นโดยอัตโนมัติร่างสูงขยับเก้าอี้เข้ามาใกล้โต๊ะทำงานของเธอให้มากที่สุดเพื่อมองสำรวจใบหน้าซีดเซียวของคนตัวเล็กใกล้ๆ
ไม่มีการเถียงไม่มีคำด่าว่าหน้าไม่อาย หรือแม้แต่แรงฮึดที่จะผลักไสเขาออกไปเอมเพียงแค่ก้มหน้านิ่ง ปล่อยให้ความทรงจำแย่ๆจากโทรศัพท์สายเมื่อเช้ามันกัดกินความรู้สึกจนไม่อยากรับรู้อะไรบนโลกใบนี้อีกแล้วเธอรู้สึกเหนื่อย... เหนื่อยเกินกว่าจะสู้หรือต่อล้อต่อเถียงกับใครทั้งสิ้นในหัวมีแต่ความว่างเปล่าและความหดหู่ที่เกาะกุมจนแน่นหน้าอก
ผู้กองเอกเห็นท่าไม่ดีหัวใจกระตุกวูบด้วยความเป็ห่วงอย่างแท้จริงมือหนายื่นออกไปหมายจะแตะลงบนไหล่บางเพื่อเรียกสติแต่ก็ต้องชะงักค้างกลางอากาศเพราะกลัวจะล้ำเส้นเกินไป
"เอม..."เสียงทุ้ม เรียกชื่อเธอตรงๆ โดยไม่มีคำหยอกล้อ แววตาสีเข้มฉายชัดถึงความกังวลปนความห่วงใย"เกิดอะไรขึ้น... ใครทำอะไรให้คุณไม่สบายใจ บอกผมได้ไหม?"
เอมค่อยๆ กะพริบตาช้าๆเธอดึงสายตากลับมาจากความว่างเปล่าเลื่อนขึ้นมามองหน้าทหารหนุ่มที่นั่งอยู่ตรงข้ามแววตากลมโตคู่สวยที่ปกติมักจะฉายแววพยศและดื้อรั้นตอนนี้กลับดูว่างเปล่าและรื้นไปด้วยหยาดน้ำใสๆ จวนเจียนจะหยดแหล่ไม่หยดแหล่
"ผู้กอง..."เสียงหวานแหบพร่าและสั่นเครือเล็กน้อยหลุดลอดริมฝีปากที่เม้มเข้าหากันแน่น
"ฉัน... เหนื่อยจังเลยค่ะ"
คำพูดสั้นๆที่เต็มไปด้วยความท้อแท้และยอมจำนนต่อทุกสิ่งทำเอาหัวใจของคนที่ได้ฟังกระตุกวูบอย่างแรงผู้กองเอกไม่เคยเห็นเอมในมุมนี้มาก่อนเลย จากผู้หญิงที่สู้คน แสบสัน และปากเก่งกลับกลายเป็คนหมดอาลัยตายอยากได้ขนาดนี้
"ฉันไม่ได้อยากให้เขากลับมาเลยฉันพยายามลืมมันไปหมดแล้วแท้ๆ ทำไมเขาต้องโผล่มาอีก..."
ผู้กองเอกถอนหายใจเบาๆก่อนจะเอื้อมมืออีกข้างไปหยิบแก้วมัทฉะและช่อดอกไม้เ้าปัญหานั้นออกห่างจากสายตาของเธอแล้วนำไปวางไว้มุมห้องให้พ้นทัศนียภาพ ก่อนจะหันกลับมามองเธอตรงๆ ด้วยแววตาจริงจัง
"เื่ไหนที่มันผ่านไปแล้วและมีแต่จะทำให้เราเจ็บ... ก็ไม่ต้องไปแบกมันไว้หรอกครับเอม"
ผู้กองเอกเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำแต่มั่นคง
"ตอนนี้คุณอยู่ที่นี่เป็ครูที่เก่งและน่ารำคาญที่สุดเท่าที่ผมเคยเจอ... และที่สำคัญ..."
ชายหนุ่มเว้นจังหวะเล็กน้อยรอยยิ้มบางๆ ที่อบอุ่นผุดขึ้นที่มุมปาก
"...ถ้าใครมันทำให้คุณไม่มีความสุขหรือกล้าทำให้คุณร้องไห้ บอกผมได้เลยนะ เดี๋ยวผมเอารถถังไปถล่มมันให้เอง"
คำพูดติดตลกแต่วันนี้กลับจริงใจจนน่าประหลาดทำเอาเอมที่กำลังซึมๆ อยู่ถึงกับหลุดหัวเราะออกมาเบาๆ ทั้งน้ำตาความรู้สึกหนักอึ้งในอกค่อยๆ เบาบางลงอย่างน่าอัศจรรย์ อย่างน้อย...ในวันที่โลกใจร้ายกับเธอ ก็ยังมีผู้ชายคนนี้ที่ยืนอยู่ข้างๆ โดยไม่หนีไปไหน