หลี่เจิ้งจูลืมตาตื่นขึ้นมาในสถานที่แห่งหนึ่งซึ่งมีแสงสลัวของดวงจันทร์ส่องลอดเข้ามาตามช่องว่างใต้หลังคาของห้องที่นางนอนอยู่ ดวงตาดอกท้อเบิกกว้างเมื่อสายตาชินกับความมืดสลัว ก็มองเห็นเพดานห้องที่อยู่เหนือศีรษะได้ชัดเจนขึ้น ดวงใจของนางเต้นใจระทึกเพราะสิ่งที่เห็น คือเพดานในโรงนาหลังหนึ่งนั่นเอง
หลี่เจิ้งจูกะพริบตาปริบจ้องมองเพดานตรงหน้าอย่างไม่อยากเชื่อ โรงนาหลังนี้สภาพยังไม่ผุพัง ปลูกสร้างด้วยไม้ตามแบบโรงนาทั่วไปในหมู่บ้านของชาวชนบท แน่นอนว่านางรู้จักสถานที่แห่งนี้ดีกว่าใคร เพราะที่นี่เป็จุดเริ่มต้นแรกของชีวิตอัปยศที่นางจะต้องประสบในเวลาอีกไม่กี่เค่อข้างหน้านี่เอง
หญิงสาวยกมือขึ้นลูบไปตามเนื้อตัวของตัวเองโดยที่ดวงตายังจับจ้องอยู่บนเพดาน ััจากเสื้อผ้าเนื้อหยาบกับกองฟางแห้งใต้แผ่นหลังยิ่งตอกย้ำให้รู้ว่า หลังจากความมืดมิดที่เข้ากลืนกินชีวิตแสนบัดซบของตัวเองในกองไฟ นางก็ได้ลืมตาตื่นขึ้นมาอีกครั้ง ในโรงนาที่อยู่ด้านหลังของบ้านบรรพบุรุษตระกูลหลี่ ซึ่งอยู่ในเมืองเจียจี๋ห่างจากเมืองหลวงเพียงแค่ 300 ลี้
ที่นี่เป็อาณาจักรแห่งหนึ่งของตระกูลหลี่ที่มีประวัติอันยาวนาน และมีครอบครัวสกปรกครอบครัวหนึ่งอยู่
หลี่เจิ้งจูหวนคิดถึงเงาร่างดำทะมึนของบุรุษในกองไฟที่ยื่นมือเข้ามาปิดดวงตาพร่ามัวของนางกับคำพูดสุดท้ายของเขาที่ดังก้องอยู่ในห้วงความคิด ก่อนที่นางจะหมดสติไป
‘จงกลับไปยังสมัยเมื่อตอนที่ร่างกายของเ้ายังไม่ได้แปดเปื้อนมลทินใด’
ร่างกายที่ดวงจิตของนางหวนกลับมานี้ เป็กายของโฉมงามที่กำลังเติบโตเป็สาวแรกรุ่นโดยแท้ และยังไม่มีส่วนไหนแปดเปื้อนไปด้วยมลทินจากน้ำมือของบุรุษชั่วช้า มีเพียงแค่ความรู้สึกปวดเมื่อยตามร่างกายซึ่งเกิดจากการตรากตรำงานหนัก นอกจากนั้นแล้วก็ยังไม่มีความผิดปกติอื่นใดปรากฏให้เห็น ยกเว้นแค่ความรู้สึกสุดท้าย กับกลิ่นของควันไฟที่คล้ายยังหลงเหลืออยู่ในมโนสำนึก
แล้วก็...การทำสัญญาแลกเปลี่ยนกับเ้าแห่งความตายใต้ผืนพิภพแห่งนั้น...
‘ิเยี่ยต้าตี้’
หลี่เจิ้งจูยกสองมือขึ้นลูบไปบนใบหน้าของตัวเอง ััสากด้านของฝ่ามือทั้งสองข้างตอกย้ำให้รู้ว่า นางได้ย้อนกลับมายังอดีตเมื่อสิบหกปีก่อนจริงๆ
“เป็ความจริงหรือนี่...ข้าไม่ได้ฝันไปใช่ไหม”
“หากข้าได้ย้อนกลับมาตามคำพูดของเขาจริงๆ เช่นนั้นตอนนี้ข้าก็เพิ่งมีอายุครบสิบหกปีไปไม่กี่ชั่วยามเองสินะ ร่างกายของข้ายังคงผุดผ่องไม่ได้แปดเปื้อนมลทินใดๆ จากพ่อลูกชั่วร้ายคู่นั้น” หญิงสาวรำพึงกับตัวเองเบาๆ ครั้งแรกที่ร่างของนางต้องราคีคาวจากบุรุษก็คือเวลาย่ำรุ่งของเช้าวันใหม่ตอนที่นางมีอายุครบสิบหกปีเต็ม
ดวงตาของหลี่เจิ้งจูเบิกกว้างราวกับนึกอะไรขึ้นได้ นางรีบผุดลุกขึ้นมานั่งบนกองฟางอย่างรวดเร็ว หันไปมองสำรวจดูสภาพแวดล้อมรอบตัวเพื่อให้แน่ใจว่า วันเวลาที่ตัวเองย้อนกลับมาใช่วันนั้นจริงๆ
แสงสีเงินที่ลอดเข้ามาตามรอยแยกของผนังโรงนา ช่วยตอกย้ำให้แน่ใจว่าคืนนี้เป็คืนเดียวกับเมื่อ 16 ปีก่อน ที่นี่เป็โรงนาของบ้านบรรพบุรุษสกุลหลี่จริงๆ บ้านหลังใหญ่ที่มีครอบครัวน่ารังเกียจผู้เป็น้องชายของแม่เลี้ยงอสรพิษอยู่จริงๆ
ถัดจากโรงนาหลังนี้ไปคือไร่ข้าวฟ่างจำนวน 150 หมู่ของตระกูลหลี่ คือสถานที่ที่ทำให้นางต้องตกระกำลำบากทำงานั้แ่เช้าจรดค่ำ จนกระทั่งวันที่นางมีอายุครบสิบหกปีเต็ม หลี่เจิ้งจูก็ได้รับของขวัญจากครอบครัวต่ำช้า ด้วยการขังนางไว้ที่โรงนาหลังนี้ตลอดทั้งคืน เป็จุดเริ่มต้นที่ทำให้นางต้องเผชิญกับชีวิตเลวร้ายไปอีกสิบหกปี จนต้องยุติชีวิตแสนบัดซบในกองไฟที่ตำหนักร้างหลังนั้น
เื่ราวที่แสนอับโชคทำให้หลี่เจิ้งจูหวนคิดถึงอดีต มารดาของนางคือบุตรสาวคนโตของคหบดีสกุลจี้ ตระกูลพ่อค้าที่มีฐานะมั่งคั่งตระกูลหนึ่งของเมืองหลวง จี้ลั่วอิงเป็บุตรสาวคนโตของตระกูลที่เกิดจากฮูหยินเอก ถึงจะไม่ได้มีรูปร่างหน้าตางดงามราวกับดอกบัวขาวเช่นลูกผู้ดีที่มาจากตระกูลสูงส่ง แต่ด้วยฐานะอันมั่งคั่งของตระกูลจี้ก็ทำให้จี้ลั่วอิงเป็ที่หมายปองของคนจากหลายตระกูลในเมืองหลวง มีแม่สื่อข้ามธรณีประตูเข้ามาสู่ขอไปเป็สะใภ้ให้กับบุตรชายของพวกเขาอยู่ไม่ขาด
แต่บุรุษที่พิชิตหัวใจของจี้ลั่วอิงได้ก็คือคุณชายรูปงามที่สุดของเมืองหลวงที่มีฐานะสูงส่งเป็ถึงซื่อจื่อโหวแห่งตระกูลหลี่ ที่ยอมลดตัวส่งแม่สื่อเข้ามาสู่ขอบุตรีของพ่อค้าไปเป็ฮูหยินเอก ตอนแรกบิดาของจี้ลั่วอิงไม่ยินดีให้บุตรสาวแต่งเข้าไปเป็สะใภ้ขุนนางที่มีฐานะสูงส่งเป็ถึงเชื้อพระวงศ์เช่นนั้น แต่ก็ไม่อาจห้ามปรามบุตรสาวของตนได้ จี้ลั่วอิงดื้อรั้นจะแต่งงานกับซื่อจื่อโหวรูปงาม คหบดีสกุลจี้จึงจำใจต้องสาดน้ำออกจากบ้านและมอบสินสมรสก้อนใหญ่ให้บุตรสาวของตนมีกินมีใช้ไปตลอดชาติ โดยที่ไม่จำเป็ต้องทำงานให้เหนื่อยยาก
เมืองเยี่ยหลงซานแห่งนี้ ใครๆ ต่างก็รู้ดีว่าสกุลหลี่โหวเป็ตระกูลใหญ่ที่เกี่ยวดองกับราชวงศ์เซี่ยมาอย่างยาวนาน แต่ปัจจุบันเหลือเพียงเปลือกนอกเท่านั้นที่ดูสูงส่ง ข้างในเต็มไปด้วยซากปรักหักพังรอเวลาล้มครืนเมื่อถึงวันจบสิ้นอายุขัย ฐานะของตระกูลที่เคยมั่งคั่งและเต็มไปด้วยเกียรติยศได้ลดน้อยถอยลงตามเวลาที่ผ่านไป ทรัพย์สินที่สั่งสมไว้ั้แ่สมัยก่อตั้งแผ่นดินก็ถูกทายาทที่ไม่ได้ความหลายรุ่นทยอยขายกินไปจนเกือบหมด หนึ่งในทรัพย์สินมีค่าไม่กี่อย่างที่เหลืออยู่ของสกุลหลี่ ก็คือเรือกสวนไร่นากับที่ดินของบ้านบรรพบุรุษเพียงแค่ 150 หมู่เท่านั้นที่สกุลหลี่อาศัยผลผลิตไว้เลี้ยงดูคนในตระกูลให้อยู่รอด
หลังแต่งงานรับสะใภ้เข้าบ้านได้หนึ่งปี หลี่โหวคนเก่าก็จากไป ซื่อจื่อโหวจึงได้เลื่อนขึ้นเป็ผู้นำตระกูล จี้ลั่วอิงผู้อยู่ในฐานะฮูหยินเอกจึงได้เลื่อนขั้นเป็ฮูหยินของหลี่โหว จากนั้นจึงคลอดทารกน้อยให้แก่สกุลหลี่มีชื่อว่าหลี่เจิ้งจูนั่นเอง
หลังจากคลอดบุตรสาวได้ไม่นาน สามเดือนต่อมาจี้ลั่วอิงก็ป่วยตายเนื่องจากร่างกายอ่อนแอจากการคลอดบุตร
สามปีต่อมาหลังจากไว้ทุกข์ให้ภรรยาเอก ท่านหลี่โหวก็แต่งภรรยาคนใหม่เข้ามาดูแลเรือนแทนจี้ลั่วอิงที่ตายไป รวมทั้งสินเ้าสาวจำนวนมากมายที่ควรจะเป็ของหลี่เจิ้งจูก็ตกอยู่ในมือของฮูหยินคนใหม่ ผู้หญิงคนนั้นคือชู้รักที่หลี่ชิงหงซ่อนไว้ั้แ่ก่อนที่จะแต่งภรรยาเอกอย่างจี้ลั่วอิงเข้าบ้านเสียอีก
ผู้หญิงที่หลี่เจิ้งจูรังเกียจชิงชังยิ่งกว่าใคร คือนางแพศยาที่มีนามว่าฉี่เจียอี๋ แม่เลี้ยงอสรพิษของนางนั่นเอง
อันคำโบราณว่าไว้ คนไร้ซึ่งคุณธรรมเมื่อข้ามฝั่งได้ก็มักจะรื้อสะพานทิ้งไปทันที หลังจากหลี่ชิงหงแต่งฮูหยินคนใหม่เข้าบ้านไม่นาน ตระกูลจี้ก็ประสบกับเคราะห์กรรมครั้งใหญ่ ถูกคนให้ร้ายว่าติดสินบนขุนนางแอบค้าขายเกลือเถื่อนซึ่งเป็สิ่งของต้องห้ามของราชสำนัก
ตระกูลจี้ต้องบ้านแตกสาแหรกขาด ถูกทางการลงโทษให้ริบทรัพย์สินทั้งหมดที่หามาได้จากการขายเกลือเถื่อนกลับคืนสู่คลังหลวง ส่วนสมาชิกในครอบครัวถูกตัดสินโทษตายทุกคนไม้เว้นแม้แต่เด็กเล็กหรือคนแก่
นับั้แ่บัดนั้นหลี่เจิ้งจูก็อยู่ภายใต้การเลี้ยงดูของแม่เลี้ยงมาตลอด ต่อหน้าคนอื่นฉี่เจียอี๋จะแสร้งเป็มารดาที่แสนอ่อนโยนมีเมตตา แต่ลับหลังกลับให้ท้ายบ่าวไพร่กับลูกในไส้ของตัวเองกลั่นแกล้งรังแกลูกเลี้ยงมาตลอด โดยที่หลี่ชิงหงก็ให้ความร่วมมือด้วยซ้ำ พ่อผู้ชั่วช้าคนนั้นไม่เคยแม้แต่จะเอ่ยปกป้องหลี่เจิ้งจูสักครึ่งคำ จนกระทั่งตอนที่หลี่เจิ้งจูมีอายุครบห้าขวบปี ฉี่เจียอี๋ก็ล้มป่วยหนักอย่างไม่มีสาเหตุ
อาการป่วยไข้ของนางแพศยากินเวลานานร่วมครึ่งปี ทำให้หลี่ชิงหงกลัดกลุ้มใจยิ่งนักที่เมียรักซึ่งเป็เหมยเขียวม้าไม้ไผ่ของตนล้มป่วยโดยที่ไม่มีสาเหตุ ด้วยความอับจนแล้วซึ่งหนทางที่จะรักษาฉี่เจียอี๋ให้หาย หลี่ชิงหงจึงอนุญาตให้คนในตระกูลฉี่พานักพรตผู้มีวิชาคนหนึ่งมาที่สกุลหลี่ เพื่อวิธีแก้ไขชะตาให้ฉี่เจียอี๋ตามที่ฮูหยินผู้เฒ่าแนะนำ
แล้วเื่ก็ลงเอยด้วยคำพิพากษาที่ทำลายชีวิตของเด็กหญิงคนหนึ่งจนป่นปี้
‘ตลอดหลายปีที่ข้าบำเพ็ญเพียรมาอย่างยากลำบาก ข้าไม่เคยพบเห็นดวงชะตาของใครที่เป็อย่างคุณหนูคนนี้มาก่อนเลย ยันต์โลหิตของข้าเป็พยานได้ว่าบุตรสาวคนโตของท่านโหวหลี่มีปัญหาแน่นอน’
‘มีปัญหาอะไรหรือ ลูกสาวคนโตของข้านางเป็อะไร’
‘บุตรสาวคนโตของท่านโหวมีดวงกาลกิณีมาั้แ่เกิด ดวงชะตาของนางบั่นทอนพลังหยางในกายของมารดาั้แ่อยู่ในท้อง พอคลอดออกมาแล้วชะตาของนางก็พิฆาตมารดาจนต้องสิ้นชีพ หนำซ้ำยังพลอยทำให้สตรีคนอื่นๆ ในครอบครัวของต้องท่านพบกับหายนะไปด้วย วิธีเดียวที่จะช่วยเหลือโหวฮูหยินที่ป่วยอย่างไม่มีสาเหตุ ท่านโหวต้องส่งตัวลูกคนนี้ออกไปให้พ้นจากตระกูลหลี่ ยิ่งไปให้ไกลเท่าไหร่ก็จะยิ่งดีต่อสตรีในบ้าน หาไม่แล้วถัดจากโหวฮูหยิน จะต้องเป็มารดาของท่าน และบุตรีคนรองของท่านแน่นอน’
‘ขอให้ท่านโหวเก็บแผ่นผูกดวงชะตาของทุกคนไว้ที่ศาลบรรพชน โดยเฉพาะดวงเกิดของคุณหนูใหญ่ ข้าได้ใช้ยันต์โลหิตปิดผนึกเอาไว้อีกชั้น โปรดจำไว้ต้องรอให้คุณหนูมีอายุเลยวัยปักปิ่นไปเสียก่อนจึงค่อยรับตัวกลับมาที่บ้านได้ หากวันนั้นตัวข้ายังพอมีวาสนาได้อยู่ที่เมืองหลวง ข้าจะเป็คนทำพิธีสะกดดาวกาลกิณีในดวงของนางให้อีกครั้ง’
สุดท้ายหลี่ชิงหงก็เชื่อคำทำนายของนักพรตที่กล่าวหาว่าบุตรสาวคนโตเป็ตัวกาลกิณี สามวันต่อมาหลี่เจิ้งจูที่เพิ่งมีอายุแค่ห้าปีก็ถูกบิดาบังเกิดเกล้าจับตัวใส่รถม้าส่งไปเลี้ยงดูไว้ที่บ้านบรรพบุรุษที่อยู่ห่างจากเมืองหลวงไปไกลแสนไกล บ้านที่มีครอบครัวสกปรกของฉี่เจียอี๋ดูแลอยู่...
่แรกหลี่เจิ้งจูยอมรับในโชคชะตา คำพูดของนักพรตคนนั้นยังก้องอยู่ในสำนึกของนางอยู่ฝังติดแน่น แม้ว่าเวลาจะผ่านไปนานถึงสิบเอ็ดปีนางก็ยังจดจำคำพูดทุกคำได้ไม่ลืม คำทำนายของนักพรตนามปู้เซียวทำให้หลี่เจิ้งจูเอาแต่กล่าวโทษตนเองที่เป็สาเหตุทำให้มารดาต้องตายจากไป นางจึงยินยอมรับเอาความเลวร้ายที่ครอบครัวต่ำช้าของฉี่เจียอี๋กระทำต่อนางสารพัด ยินยอมรับในโชคชะตาที่แสนอับโชคโดยไม่คิดที่จะต่อสู้
ชาติที่แล้วเพราะอุบายของคนชั่วทำให้นางฝังใจจนกล่าวโทษตัวเองมาตลอดต้องผ่านวัยเด็กที่แสนยากเข็ญ จนล่วงเข้าสู่วัยสาวนางก็ได้แต่เฝ้าภาวนาขอให้์เมตตาผู้หญิงที่แสนอับโชคเช่นนาง ให้หลุดพ้นจากคาวโลกีย์ที่บุรุษชั่วช้าในบ้านบรรพบุรุษหลังนี้ยัดเยียดให้ ภาวนาให้บิดาช่วยพาตัวนางออกไปให้พ้นจากขุมนรก
ภายหลังเมื่อถูกรับตัวกลับมาที่สกุลหลี่ นางเฝ้าเพียรใช้ความกตัญญูในฐานะบุตรสาวคนโตแลกกับเศษเสี้ยวความรักจากหลี่ชิงหง จนยอมทำทุกอย่างที่บิดาบงการให้ทำ
เมื่อได้ัักับความรักครั้งแรกในฐานะสตรีคนหนึ่ง นางก็ยึดมั่นต่อผู้ชายที่มอบความรักนั้นให้ ทุ่มเทความภักดีให้กับเขา ยิ่งได้รู้ว่าเซี่ยหยุนหรงเป็ผู้ชายที่ไม่แยแสต่อราคีที่แปดเปื้อนอยู่บนร่างของนาง นั่นก็ยิ่งทำให้นางซาบซึ้งในความรักที่จริงใจของเขา สุดท้ายทุกสิ่งที่นางพากเพียรทำมาตลอดผลตอบแทนเดียวที่ได้มาคือการทรยศหักหลังจากบุรุษที่เคยพูดว่ารักนางสุดชีวิต
กว่าจะรู้ว่าตราบาปที่แท้จริงในชีวิตของนางเมื่อชาติก่อน คือการได้เกิดมาเป็ลูกของหลี่ชิงหง ก็สายเกินไปเสียแล้ว
...