ตอนที่ 23 สำลักสุข
“ข้าไม่แน่ใจว่าเราจะไปถึงหยวินหนานได้หรือไม่ ระยะทางยังไกลนัก มิรู้กี่พันลี้ กองทหารต้าเฉิงพร้อมที่จะรอดักพวกเราอยู่ตลอดทาง ข้าเคยเดินทางมาแล้วเมื่อตอนที่ข้ายังเด็ก ยามนั้นข้าถูกส่งเข้ามายังวังหลวง ข้ารู้สึกว่ามันช่างเป็การเดินทางที่แสนยาวนานและทรมาณนัก ได้แต่นอนซมด้วยว่าเมารถม้าอยู่ทั้งวัน อาเจียนตลอดทางกินอะไรก็ไม่ลง”
เสวียนฮวาเอ่ยความในใจ ในขณะที่นางนอนซุกกายในอ้อมกอดอันอบอุ่นของเขา เพลิงสวาทของเขามอดดับไปแล้ว ส่วนหนึ่งเขานั้นก็ยังคงอยู่ในกายนาง เสวียนฮวายอมรับว่านางรู้สึกเป็สุขนักที่นางกับเขาได้เชื่อมต่อกันเยี่ยงนี้
“ท่านหญิงวางใจเถิด ต่อให้ไกลถึงสุดขอบชมพูทวีป ข้าน้อยก็จะไปส่งท่านให้ถึงที่นั่น” น้ำเสียงราบเรียบอันเปี่ยมไปด้วยความมั่นใจก็เอ่ยขึ้น “ข้าน้อยขอให้ท่านจงมีกำลังใจ ไม่ว่าจะท่านจะประสงค์สิ่งใด ให้ข้าแลกชีวิตข้าก็จะทำให้ท่านสมดั่งประสงค์ ขอเพียงท่านอย่าได้ท้อแท้อีกเลย”
เสวียนฮวายิ้ม มือเล็กของนางก็บีบและลูบมือใหญ่กร้านของเขาที่เกาะกุมตรงอกอวบของนาง ชายผู้นี้ช่างเห็นการทุกสิ่งเป็เื่ง่ายดายไปหมด เขามีความมั่นใจว่าการทุกสิ่งจะลุล่วงได้ดังหวังเพียงแค่เขาลงมือทำ
“ข้าไม่อยากตายอีกแล้ว เ้าวางใจเถิด ข้ายังมีเื่อีกมากที่ยังต้องทำ” พอพูดนางก็คิดถึงพ่อนาง พี่ชายนาง และคนมากมายในจวนผิงซีอ๋อง คนแซ่เสวียนมิมีผู้ใดคิดคดทรยศ ทุกคนไม่ควรมีจุดจบเหมือนคนในจวนของเหล่าห้าอ๋องที่เป็ฏในรัชกาลก่อน “ผางเยว่ ตัวเ้ามีความฝันสิ่งใดหรือ?” จู่ๆ นางก็ถามเขาขึ้นมา เพราะั้แ่รู้จักชายผู้นี้ นางยังไม่รู้เลยว่าคนนี้มีเป้าหมายใดในชีวิต
“รับใช้ท่านจวบจนสิ้นลม”
เสวียนฮวายื่นจมูก แค่นพ่นลมออกมา “นายหญิงผู้ใดมีเ้าเป็บ่าว คงต้องสำลักแรงเ้าตายก่อนเ้าหมดลมสักวันเป็แน่!” พอพูดแล้วนางก็รู้สึกถึงแรงสั่นจากข้างหลัง พร้อมกับเสียงหัวเราะของเขาเบาๆ
“ข้าน้อยพูดด้วยสัตย์จริง หาใช่คำหวานอันเรื่อยเปื่อยไม่”
“เ้าไม่อยากฟื้นฟูตระกูลผางหรือ”
“ไม่”
นางขมวดคิ้ว “แล้วเ้าฝึกวรยุทธเพื่อเหตุใด เ้ามาเป็ทหารไปไย?”
“ท่านป้าที่เลี้ยงข้ามาแต่น้อยประสงค์เช่นนั้น”
“ท่านป้า? ไหนเขาว่ากันว่าแซ่ผางถูกปะาสิ้นทั้งวงศ์?”
“ท่านป้านี้ความจริงเป็มารดาของคนรับใช้ที่พาข้าน้อยหนีต่างหาก นางเลี้ยงข้าดังบุตรในอุทร แต่นางก็บอกความจริงแก่ข้าน้อยว่าข้าคือใคร”
“แล้วเ้าทำอย่างนี้ท่านป้าของเ้าไม่เดือดร้อนหรือ?”
“นางสิ้นแล้ว สิ้นก่อนวันลี่ตงได้สองวัน ตอนนี้ข้าไม่มีญาติมิตรหรือใครอีก ตอนนี้ข้าน้อยมีแต่ท่าน...นายหญิงของข้า”
“...ก่อนวันลี่ตง งั้นที่เ้ามาบังอาจกับข้าในหอพระสมุดนั่นก็หลังจากป้าเ้าตายหมาดๆ แล้วอย่างนั้นรึ?”
“ข้าน้อยก็ไม่เข้าใจ เหตุไฉนข้าน้อยถึงกล้าบ้าบิ่นเพียงนั้น แต่ท่านหญิงงามเหลือเกิน งามเกินกว่าข้าน้อยจะอดใจไหว ข้าน้อยขออภัยท่านหญิงด้วยเถิด”
ปากผางเยว่บอกว่าขออภัยความปรารถนาของเขาก็โป่งพองขึ้น เสวียนฮวาทำหน้าเหยเกด้วยว่ารู้สึกถึงความ้าเขาได้ รู้ใจกันดีอย่างเข้าร่องเข้ารูเช่นกัน
“หากว่าเ้าไม่เจอข้าเล่า?”
“ข้าจะไปที่ฉางไป๋ซา ความจริงเมื่อท่านป้าสิ้น ข้ากำลังจะลาออกจากราชการอยู่พอดี แต่ข้าน้อยพบท่านเสียก่อน”
“ฉางไป๋ซา...เกือบถึงโกกุเรียวนั่นน่ะหรือ? เ้าจะไปทำอะไรที่นั่น”
“ที่นั่นงามนักขอรับ เป็ดั่ง์บนดิน ข้าจะใช้ชีวิตที่นั่น ฤดูร้อนข้าจะจับปลาทำไร่นา ฤดูหนาวข้าก็จะเป็พรานล่าสัตว์มาประทังชีพ” เขากล่าวพลางไหวกายด้วยจังหวะเนิบนาบ ทำเอาเสวียนฮวาถึงกับต้องเผลอคราง
“ข้านึกว่าเ้าอยากฟื้นฟูตระกูลผางของเ้าเสียอีก”
“สกุลผางเกี่ยวอันใดกับข้าน้อยเล่า เื่ของคนรุ่นที่แล้วหาเกี่ยวกับข้าไม่ ความจริงข้าเบื่อหน่ายการฝึกวรยุทธเต็มทน ใจข้าน้อยนั้นชมชอบแต่อยู่สันโดษ หาชอบเื่วุ่นวายไม่”
“เ้าก็ไปสิ เ้าพรานแซ่ผาง เ้าจะมาอยู่ที่นี่เพื่อสิ่งใด”
“ข้าน้อยรักพระนางนัก ต่อให้ลุยน้ำลุยไฟที่ไหนเพื่อพระนาง ข้าก็จะทำทั้งสิ้น” ผางเยว่ปกติพูดน้อยนัก แต่วันนี้เขากลับพูดจาเกี้ยวนางไหลลื่นคะนองปาก
“เ้าบ้า อู๊ยยยยส ข้าไม่หลงลมเ้าดอก อย่ามาปดข้าให้ดีใจเลย” ปากนางเอ็ดเขา แต่ความจริงเสวียนฮวาชอบนัก ชอบที่จะได้ยินคำหวานจากเขาที่เอ่ยอยู่ใกล้ๆ นาง
“ข้าน้อยรักท่านหญิง ข้าน้อยรักท่านหญิงเหลือเกิน ท่านหญิงยอดดวงใจของข้า”
เขาพูดซ้ำๆ ซากๆ วนเวียนเท่านี้ อารมณ์สวาทของเสวียนฮวาตอนนี้ก็คุโชน ขบกลีบปากแน่น ตาปรือมองดูเ้าไป๋อี้ที่กำลังนอนหลับสบายอยู่ไม่ห่างจากกองไฟ โดยมีเหมยเหมยนอนขดตัวแนบหน้าอกของมัน เสวียนฮวาเห็นแล้วก็นึกขำ ที่แมวของนางก็หลงเสน่ห์เ้าม้าขาวนั่น ไม่ต่างอันใดกับตัวเองที่หลงรสสวาทของเ้าของม้าเลย
บัดนี้ไม่ต้องเกรงสิ่งใดอีกต่อไป ไม่ต้องกลัวใครเห็น ไม่ต้องกลัวว่าใครจะได้ยิน รอบกายนางมีเพียงป่าเขา กองไฟ ไป๋อี้ เหมยเหมย กับชายผู้ที่นางรักเขาหมดดวงใจกำลังส่งความรู้สึกบอกรักนางไม่หยุด หญิงสาวโรมรันกับเขาอย่างเต็มที่ ยามค่ำในฤดูเหมันต์นั้นแม้นจะหนาวเหน็บ แต่ก็มิอาจสู้ไฟสวาทของคนทั้งสองได้
ผ้าคลุมถูกปลดออก ร่างอร่ามของหญิงสาวบัดนี้ก็เคลื่อนไปอยู่บนกายแกร่งของชายหนุ่ม ผิวพรรณที่ขาวเนียนของคนทั้งคู่ต่างก็เปลี่ยนเป็สีแดงก่ำด้วยไฟราคะ นางเพ่งดูมัดกล้ามเนื้ออันแข็งแกร่งที่อยู่เบื้องล่าง
หญิงสาวถามตนเองว่านางได้รับความรักจากชายผู้นี้จริงหรือ? บุรุษผู้มีใบหน้างามพิลาสบนร่างกายสมชายชาตรี เขาผู้นี้น่ะหรือหลงใหลข้าจนถึงขนาดที่ยอมแลกชีวิตเพื่อข้า? ข้าฝันไปอยู่หรือไม่? – แต่รสััที่รู้สึกได้ก็ย้ำกับนางว่าเื่ที่เกิดขึ้นนั้นเป็ความจริง
เต้าอร่ามของนางสะบัดขึ้นลง ผางเยว่ก็เอื้อมมือไปบีบขยำอกอร่ามนั้นด้วยความกระหาย ขยำไปมาสักพักเขาก็หยัดกายขึ้น ประกบปากลงกับปลายถันอวบอันยวนใจนั้น
“โอ๊ยยยยยส ผัวของข้า อู๊ยสส ผัวของข้า ข้ารักท่าน” หญิงสาวครวญ
สำเนียงแห่งความรักก็ดังสนั่น เสวียนฮวาสะท้านไปทั้งกาย นางสิ้นเรี่ยวแรงทุกคราที่ถูกเขามอบความรัก ร่างบางฟุบลงไปทาบกับกายแกร่งแล้วก็หอบหายใจอย่างเหนื่อยอ่อน ทว่านางกลับััได้ว่าความ้าเขาหาได้หดตัวลงไม่
และผางเยว่หยัดกายขึ้น โอบรัดร่างนางไว้ในอ้อมกอด หญิงสาวโอบรัดรอบคอเขาแน่น ร่างบางถูกชายหนุ่มอุ้มไว้
“ข้าต้องสำลักเ้าตายก่อนถึงหยวินหนานเป็แน่ อูยสสสส”
หญิงสาวบ่นอุบ แต่ก็จูบปากเขาอย่างดูดดื่ม ปล่อยกายของตนให้ล่องลอยในอ้อมอกของชายคนรักอย่างมีความสุข