ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    ๒๗. บทที่ ๑๐ ราชสีห์ก้าวแปดทิศ (๓)


            การต่อสู้ของกองเรือศรีวิชัยมักวัดผลแพ้ชนะขั้นสุดท้ายบนดาดฟ้าเรือที่ซึ่งการต่อสู้ชุลมุนและอันตรายอย่างยิ่งท่านขุนศึกใช้ท่าเท้าก้าวย่างหลบหลีกและล่อสังหารเหล่านายทหารบนเรือข้าศึกลำแล้วลำเล่าพิชิตไปทั่วทุกน่านน้ำ จนต่อมาชาวศรีวิชัยให้สมญาท่านว่าสีหละหาร ที่หมายถึงราชสีห์แห่งท้องน้ำ

             

            “ท่านรู้ได้อย่างไร” พระสุรเสียงเน้นหนักทุกคำ

            “แม้ข้าพระองค์จะไม่เคยเห็นท่าราชสีห์ก้าวแปดทิศมาก่อนแต่พอจะรู้มาว่า.. ทุกหนึ่งก้าวคือก้าวใหม่ที่อาจเปลี่ยนได้ในแปดทิศทางทิศที่เลือกถ้าไม่ใช่จุดแข็งที่สุดก็คือจุดอ่อนที่สุด และสามารถวกกลับมาพิฆาตก้าวเดิมที่ทิ้งไปได้ตลอดเวลา

            ข้าพระองค์สังเกตเห็นชายด้านล่างหักเปลี่ยนทิศทุกก้าวย่างทุกครั้งถ้าไม่พุ่งตัวเข้าหาดอกธนูที่พุ่งเข้ามาเร็วแรงกว่าดอกอื่นก็จะหลีกไปยังจุดที่ไร้วิถีของธนูพระเ๯้าค่ะ”


            ทุกสายตาหันกลับไปสังเกตการพุ่งกายและย่างเท้าของชายกลางลานประลองทุกก้าวย่างแม้รวดเร็วแต่ทุกครั้งเหมือนก้าวเพียงหนึ่งก้าวแล้วแปรทิศเริ่มก้าวใหม่อีกทั้งเหมือนก้าวหลอกล่อให้พลแม่นธนูยิงมาดักในทิศข้างหน้าหรือด้านข้างก่อนแปรเท้าไปทิศอื่น

            ธนูยิงออกมาถึงระลอกที่สิบสองวิถีของห่าธนูก็คล้ายถูกสะกดด้วยวิถีการก้าวเท้าของชายหนุ่ม คล้ายเปิดช่องทางเล็กๆให้ชายหนุ่มเดินวกวนไปมาในห่าธนู

            ขณะที่ทุกคนกำลังเพ่งพินิจในลักษณะ“เดินฝ่าในห่าธนู” พลันปรากฏธนูดอกหนึ่งพุ่งสวนออกมาจากกลางลานประลอง


            เป็๞ธนูดอกแรกของชายในชุดเกราะที่ยิงออกมา...

            ดอกธนูพุ่งแรงและเร็วจนแทบมองไม่ชัดพุ่งเข้าหาป้ายนักษัตรป้ายหนึ่ง.. และปักตรึงอยู่กลางเป้า


            ทุกอย่างยังคงเคลื่อนไหว.. ชายในชุดเกราะยังคงเคลื่อนกายเวียนวนอยู่ตลอดเวลา

            ท่ามกลางห่าธนูที่โปรยลงมาครอบคลุม ชายหนุ่มจะพุ่งกายแปรทิศทุกก้าวและหาจังหวะวกหมุนกลับมายิงป้ายนักษัตรในทิศต่างๆ ไปทุกครั้ง

             

            “จังหวะที่ยิงธนูเหมือนราชสีห์วกกลับตะปบเหยื่อด้านหลังพระเ๯้าค่ะ”

            “เป็๲ดังที่ท่านกล่าวจริงๆไม่น่าเชื่อว่าวันนี้เราจะได้เห็นสุดยอดวิชาที่กล่าวกันว่าหายสาบสูญไปแล้ว”พระเ๽้าฤทธิเทวาตรัส ทั้งทรงฉงนและยินดีระคนกัน

            “ช่างรวดเร็วและพลิกแพลงยิ่งนัก.. นึกไม่ถึงว่าท่าพญาราชสีห์ก้าวแปดทิศสามารถนำมารับมือการถูกระดมยิงธนูได้แต่ทำไมคนผู้นี้จึงทอดเวลา เอาแต่เดินหลบหลีก กว่าจะได้ยิงธนูดอกแรกออกไป”พระเ๯้าศรีมหาราชรับสั่งถามขึ้น

            “ขอเดชะวิชาพญาราชสีห์ก้าวแปดทิศเน้นการรับก่อนการรุก ดังนั้นจำเป็๲ต้องอ่านวิถีการรุกจากทุกทิศรอบด้านให้ชัดเจนเสียก่อนแล้วจึงสามารถแปรกลับเป็๲ฝ่ายรุกพระพุทธเ๽้าข้า.. ข้าพระพุทธเ๽้าสังเกตเห็นผู้เข้าประลองรอจนพลแม่นธนูระดมยิงถึงรอบที่๑๒ จึงค่อยรุกกลับ แสดงว่าคงพิจารณาวิถีธนูจาก ๑๒ ทิศรอบด้านได้ครบถ้วนแล้วจึงค่อยแปรกลับเป็๲ฝ่ายรุก พระพุทธเ๽้าข้า” ขุนพลสิงหลกราบทูลถวายความเห็นของตน


            ขณะนั้นธนูระลอกที่ยี่สิบเริ่มถูกปล่อยออกมาพลแม่นธนูได้ลูกธนูประจำกาย ๒๐ ดอกเท่ากันกับผู้เข้าแข่งขัน ระลอกนี้จึงนับเป็๲ระลอกสุดท้าย..ท่ามกลางธนูที่โปรยปรายลงมาอย่างต่อเนื่อง ชายหนุ่มพุ่งกายไปด้านหน้าและหักหลบไปทางขวามือก่อนจะถลันกายเฉียงออกไปด้านข้าง พลันขึ้นธนูแล้ววกหมุนกายไปด้านซ้ายยิงธนูออกไปยังป้ายนักษัตร

            ปลายระลอกสุดท้ายลูกธนูยังคงพุ่งฝ่าลงมาชายในชุดเกราะหนังยังเคลื่อนเท้าต่ออีกสองจังหวะ ขึ้นธนูแล้วปล่อยสายที่เหนี่ยวเต็มแรงลูกธนูออกจากแหล่งไปสู่ป้ายนักษัตรขณะที่เ๯้าตัวรีบถลันหลบลูกธนู ๓ดอกสุดท้ายที่ลอยลงมา..

            ทุกอย่างรอบข้างดูเหมือนหยุดชะงักเมื่อระลอกห่าธนูหยุดลง

            ป้ายสิบสองนักษัตรซึ่งแขวนรายรอบ ๑๒ทิศต่างมีลูกธนูปักตรึงติดอยู่เกือบทุกป้าย ยกเว้นเพียงป้ายตราวัวของฉลูนักษัตรที่แขวนอยู่บนเสาทางทิศเหนือ..เบื้องหน้าปะรำที่ประทับ


            ชายหนุ่มในชุดเกราะหนังยืนตัวตรงประจันหน้าเข้าหาปะรำที่ประทับร่างยืนเด่นอยู่จุดกึ่งกลางในพื้นที่แนวเส้นวงกลมสีขาว บนพื้นมีลูกธนูปักเกลื่อนกลาดและล้มระเนระนาดอยู่

            คันธนูสีดำถูกยกขึ้นพร้อมลูกธนูที่ถูกสอดวางเข้ากับสายเอ็นหนังธนูถูกน้าวขึ้นจนสุดแรง

            สายตาแวววาวที่ลอดช่องหน้ากากหวายและผ้าดำกลับเลื่อนขึ้นไปจับจ้องบนปะรำที่ประทับประสานกับดวงพระเนตรคู่ดำขลับของพระราชธิดาวิสาณี...

            พริบตานั้นทุกอย่างรอบกายคล้ายถูกสะกดให้หยุดนิ่ง..สำหรับหนุ่มสาวทั้งสองคน

             

            เสียงเฟี้ยวดังขึ้นด้านหลัง ยังมีลูกธนูอีกหนึ่งดอกที่ยังยิงไม่หมด..เป็๲เสียงดังมาจากด้านทิศใต้ เป็๲ทิศที่ศิระยอดนักยิงธนูประจำอยู่

            ชายหนุ่มภายใต้หน้ากากหวายที่คล้ายอยู่ในภวังค์ตัดสินใจปล่อยสายหนังส่งลูกธนูออกจากคันธนูสีดำ..

            เสียงดอกธนูกระทบเกราะหนังด้านหลังของชายหนุ่มดังขึ้นพร้อมกับเสียงดอกธนูของผู้เข้าแข่งขันปักลงบนป้ายฉลูนักษัตร


            “ยุติ”เสียงประกาศของขุนธรณินพร้อมกับเสียงกลองที่ย่ำดังขึ้น

            เป็๞ศิระที่ออมลูกธนูไว้ในระลอกที่สิบแปดเพราะไม่เห็นตำแหน่งที่ดีที่จะยิงลงมา จึงเหลือลูกธนูสุดท้ายหลังระลอกที่ยี่สิบ


            “ผู้เข้าแข่งขันคนที่ห้ายิงได้สิบสองป้าย

            ศิระคือผู้ยิงยุติการแข่งขัน”

            สิ้นเสียงประกาศของขุนพลธรณินเสียงโห่ร้องกึกก้องของผู้ชมรอบสนามก็ดังขึ้น การยิงป้ายสิบสองนักษัตรจนครบนับว่าแทบไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน...

             

            “ดวงตา.. เป็๞ดวงตาของเขา” องค์หญิงวิสาณีทรงรำพึงขึ้น

            “เกล้ากระหม่อมแทบไม่อยากเชื่อ.. ว่าคนผู้นี้จะเป็๲เ๽้าทิพ”เสียงล่ามแปลคำแว่วมา

            แต่พระนางยังทรงมีพระอาการเหม่อลอยสายพระเนตรทอดจับไปที่ชายหนุ่มเบื้องล่าง รับสั่งคล้ายดั่งทรงละเมอ..

            “เกิดอะไรขึ้นกับเขา..ทำไมจึงเป็๲เช่นนี้...”

             

            --------------------------------------------------