ตอนที่ 9 พระสนมฉินเฟยเสียสติ (1)
“เสวี่ยเอ๋อร์ ข้าขอถามเ้า ขอให้เ้าตอบมาตามตรง” เสียงของไท่ไท่ผู้เฒ่ากู้นั้นมีความน่าเกรงขาม
“เ้าค่ะ” กู้เชียนเสวี่ยย่อตัวลง
สีหน้าของไท่ไท่ผู้เฒ่าจริงจังและหนักแน่น “หลังจากนี้สองวัน เ้ามีวิธีที่จะสามารถทำให้ตัวเองหลุดพ้นจากวังลี่อ๋องได้แล้วอย่างนั้นหรือ”
กู้เชียนเสวี่ยเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะหลับตาตอบกลับ “ตอนนี้ยังไม่มีเ้าค่ะ แต่เชียนเสวี่ยจะพยายามให้ถึงที่สุดเ้าค่ะ”
“เหอะ ให้พวกเราเชื่อเ้าอย่างนั้นหรือ” เผยอี๋เหนียงยิ้มเยาะ
ไท่ไท่ผู้เฒ่ากู้จ้องเขม็งไปที่เผยอี๋เหนียง ผู้ที่ถูกมองจึงค่อยๆ สำรวม กลับเข้าไปในกลุ่มคนเหมือนเดิม ในแววตาเต็มไปด้วยความไม่พอใจ
“เสวี่ยเอ๋อร์ เ้าเองก็ไม่ใช่เด็กๆ แล้ว คงรู้ใช่หรือไม่ ว่าเื่นี้มันหนักหนานัก” ไท่ไท่ผู้เฒ่ากู้กดเสียงต่ำ
กู้เชียนเสวี่ยตอบกลับอย่างหนักแน่น “ทราบเ้าค่ะ”
ไท่ไท่ผู้เฒ่ากู้พยักหน้า “ดี สองวันนี้ เ้าก็ใช้เวลาไตร่ตรองว่าจะรับมือกับลี่อ๋องอย่างไรก็แล้วกัน หาก้าสิ่งใด ก็สามารถมาหาข้าที่เรือนหม่านฝูได้ตลอด ภายในสองวันนี้ ห้ามผู้ใดไปรบกวนคุณหนูใหญ่เด็ดขาด มิเช่นนั้น จะถูกโบยให้ตาย” พลางกวาดสายตามองไปรอบๆ “เข้าใจแล้วใช่หรือไม่”
ทุกคนที่ััได้ถึงความอำมหิตในสายตาของไท่ไท่ผู้เฒ่าแล้ว ก็รีบคุกเข่าลง “ทราบแล้วเ้าค่ะ/ขอรับ”
กู้เชียนเสวี่ยยิ้มเยาะอยู่ในใจ ทั้งจวนตระกูลกู้นี่ยังมีคนที่มีเหตุผลอยู่บ้างสินะ
เมื่อเลื่อนสายตามองไปยังผู้คนที่อยู่รอบๆ มีทั้งกำลังยินดียินร้ายกับความทุกข์ผู้อื่น ทั้งสายตาชั่วร้าย และแววตาที่กำลังรู้สึกกังวลกับความปลอดภัยของชีวิตตัวเอง มีเพียงใบหน้าอวบอ้วนราวสุกรของมารดาจำเป็ที่มีความเศร้าหมอง ดวงตาคู่นั้นที่มีน้ำตาคลอหน่วยจ้องมองมาที่นาง กู้เชียนเสวี่ยรู้ดี อย่างไรนางก็ปล่อยวางไม่ได้
ไท่ไท่ผู้เฒ่ากู้หยุดทุกอย่างเอาไว้เพียงเท่านี้ ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงพอใจ “ใครก็ได้ จับตัวนางบ่าวอวี้เหลียนและอวี้ชุ่ยไว้ เอาไปขังไว้ที่ห้องเก็บฟืนก่อน คอยเฝ้าเอาไว้ให้ดี”
ทุกคนต่างก็ไม่เข้าใจ เหตุใดต้องจับอวี้เหลียนและอวี้ชุ่ยเอาไว้ด้วย
แต่กู้เชียนเสวี่ยรู้ ว่าไท่ไท่ผู้เฒ่ากู้กำลังจะจับตัวตายตัวแทนเอาไว้ แต่ก็ใช่ว่าทั้งสองคนนี้จะได้เป็ตัวตายตัวแทนจริงๆ ดีไม่ดีเ้าของร่างเดิมอาจจะถูกสองคนนี้ใส่ร้ายอะไรอีกก็ได้
แน่นอนว่าอวี้เหลียนและอวี้ชุ่ยไม่ยินยอม ร้องไห้คร่ำครวญขอชีวิตกันยกใหญ่
กู้เชียนโหรวโมโหจนเสียอาการ รีบวิ่งไปหาเผยอี๋เหนียง แล้วเอ่ยเบาๆ ด้วยความร้อนใจ “ท่านแม่ เป็เช่นนี้แล้วจะทำอย่างไรดีเล่า”
เผยอี๋เหนียงส่งสายตาปลอบใจให้กู้เชียนโหรว จากนั้นก็ทำสีหน้าอ่อนโยน ก้าวเท้าไปข้างหน้าช้าๆ “ท่านแม่ จัดการเื่เช่นนี้ จะดูสุกเอาเผากินไปหรือไม่เ้าคะ”
ไท่ไท่ผู้เฒ่ากู้เหลือบมองเล็กน้อย แล้วเอ่ยขึ้น “อ้อ ดูเหมือนว่าเ้าจะมีวิธีแล้วสินะ”
เผยซื่อเอ่ยอย่างกระอักกระอ่วน “ตอนนี้ยังไม่มีวิธีหรอกเ้าค่ะ แต่ว่า...”
สีหน้าของไท่ไท่ผู้เฒ่ากู้เคร่งขรึมขึ้นมาทันที พร้อมตัดบทนาง “เช่นนั้นก็รอให้เ้าคิดหาวิธีให้ได้ก่อนแล้วค่อยพูดเถิด”
ประโยคนั่น เป็การตอกกลับเผยอี๋เหนียงอย่างแรง
เหล่าอนุภรรยาของเ้ากรมกู้นั้นมีทั้งหมดแปดคน ยามนี้ต่างก็ยืนอยู่ในห้องโถงกันหมด และการที่ไท่ไท่ผู้เฒ่ากู้ไม่ไว้หน้าเผยซื่อเช่นนี้ ในใจของทุกคนคงกำลังแอบหัวเราะเยาะกันไม่หยุด
เผยอี๋เหนียงข่มอารมณ์เอาไว้ เดินกลับไปอยู่ที่เดิมด้วยใบหน้าแดงก่ำ แล้วจ้องมองไปที่จ้าวซื่อสองแม่ลูกด้วยความอาฆาตแค้น เอ่ยคำสาปแช่งเสียงเบา “นางแพศยากู้เชียนเสวี่ยนั่นมันกลายเป็คนฉลาดไปั้แ่เมื่อไรกัน ราวกับเปลี่ยนเป็คนละคน”
“ฉลาดหรือ เหอะ จะฉลาดอย่างไรก็เป็แค่เพียงนางคนงี่เง่าเท่านั้นแหละ” กู้เชียนโหรวกระทืบเท้าด้วยความโกรธ
เผยอี๋เหนียงรีบคว้าตัวกู้เชียนโหรวเอาไว้ทันที แล้วพูดปลอบด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน “ลูกหญิงเด็กดีของแม่วางใจเถิด หนทางข้างหน้าอีกยาวไกลนัก ไม่ว่าอย่างไรตำแหน่งบุตรสาวสายตรงแห่งจวนตระกูลกู้ก็ต้องเป็ของเ้า องค์รัชทายาทก็ต้องเป็ของเ้าเช่นกัน”
พอกู้เชียนโหรวนึกถึงญาติผู้พี่ที่เป็ถึงองค์รัชทายาทของตัวเองขึ้นมา แก้มนางก็แดงปลั่ง ก่อนจะพยักหน้าอย่างอ่อนหวาน “ทราบแล้วเ้าค่ะ ท่านแม่”
เื่หยุดเอาไว้เพียงเท่านี้ ทุกอย่างถูกควบคุมเอาไว้แล้ว มีทั้งเื่จริงเื่เท็จ เื่แท้เื่เทียม ถูกกู้เชียนเสวี่ยตลบไปมาเช่นนี้ ไม่มีใครเดาถึงความเป็จริงได้อีก และไม่มีใครกล้าเดาด้วย