“ซุปไก่เย็นหมดแล้วค่ะ คุณรีบกินแล้วรีบกลับไปพักผ่อนเถอะนะคะ”
จิณณวัตรให้เสียดายเหลือกำลังที่ถูกห้ามปราม แต่ก็เป็นลูกผู้ชายมากพอที่จะไม่หัดหารน้ำใจหญิง หากยังไม่ยินยอมพร้อมใจ จึงถอยกายออกห่างร่างนุ่มเพียงเล็กน้อย ทว่ายังคงประคองกอดเอาไว้อยู่เช่นเดิม และส่งประโยคอ่อนหวานไปหา
“แบบเมื่อกี้จะทำให้ผมแข็งแรงยิ่งกว่าซุปไก่เป็นไหนๆ”
แล้วก็ได้สายตาดุๆ เป็นคำตอบแทน จึงยกสองมือขึ้นเป็นเชิงว่ายอมแพ้ เลยหันไปหาถ้วยแล้วยกขึ้นจิบ แถมทำหน้าเหยเกกับรสชาติให้อีกคนเห็น แต่สุดท้ายก็ดื่มจนหมด ตั้งใจจะรั้งร่างนุ่มมากอดก่อนกลับสักนิด ดันมีเสียงออดดังขัดจังหวะพอดี
“คงจะเป็นมี่น่ะค่ะ”
เพราะดึกดื่นอย่างนี้ไม่มีใครแน่ จิณณวัตรถึงได้ลุกขึ้นแทบจะพร้อมกับอีกคนที่กำลังเดินตรงไปหาประตู แต่เขายังไม่ยอมให้เปิดง่ายๆ จึงจับมือบางที่อยู่กับลูกบิดไว้ก่อน แล้วรวบตัวเล็กๆ เข้ามาก่อนและยื่นจมูกโด่งไปหาแก้มนุ่มด้วยความเสียดาย
“อื้ห์มมมม แก้มคุณหอมจังเลย ผมยืนกอดยืนหอมอยู่ตรงนี้ไปถึงเช้าได้นะ ถ้าคุณจะไม่เปิดประตูรับเพื่อนน่ะ”
แล้วกระซิบไปข้างๆ หูเจ้าของแก้ม เลยได้กำปั้นลงไปหาไหล่หนึ่งตุ๊บ เขาเลยยอมแพ้ด้วยการละวงแขนและขยับออกห่างประตู
“อุ๊บ!!! มี่มาผิดเวลาอีกหรือเปล่าคะ”
เอมิกาหน้าตื่นเล็กน้อย เมื่อประตูเปิดให้ก็เห็นร่างสูงใหญ่ยืนไม่ห่างกายเพื่อนนัก จิณณวัตรยิ้มบางๆ ให้ ก่อนเอ่ยด้วยถ้อยคำและท่าทีสุภาพ
“ไม่ครับ ผมกำลังจะกลับพอดี ไว้เจอกันนะครับคุณมี่”
เขาเบี่ยงกายเล็กน้อยเดินออกประตูไป โดยไม่ได้หันมองสองสาวที่ยืนมองแผ่นหลังเขาจนเดินลับไปตรงทางเลี้ยวไปหาลิฟท์ เอมิการหันไปหาเพื่อนส่งสายตาล้อเลียนแกมอยากรู้ แม้ในแววตานั้นจะเศร้าหงอยปะปนอยู่ด้วยก็ตามที อาทิตยาเลี่ยงเดินเข้าห้อง แต่เพื่อนก็ตามไปจ้องหน้าเพื่อหาคำตอบ
“เขาก็แค่มากินข้าวด้วย พอมี่มาก็กลับ”
“แค่นั้นจริงๆ เหรอจ๊ะเพื่อนรัก บอกมาให้หมดซะดีๆ ไม่งั้นจะสืบเองนะ”
เอมิกาเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่งจึงแหย่เข้าให้ แต่อีกคนก็ยืนยันเสียงแข็ง
“แค่นั้นล่ะ ว่าแต่มาเอาป่านนี้มีอะไรหรือเปล่า หรือว่าพ่อหนุ่มเมียเผลอบริการไม่ประทับใจ ถึงได้ทำตาโศกตาเศร้ามาหา”
เอมิกามักจะยอมแพ้ในความละเอียด ช่างสังเกตของเพื่อนเสมอมา เฉกเช่นกับตอนนี้ที่เดาทางได้ถูกเผง ร่างในชุดนอนผ้าแพรจึงเดินไปทิ้งตัวลงนอนบนเตียงอย่างคุ้นเคย แล้วนิ่งเงียบอยู่ครู่ใหญ่ จนอาทิตยาขึ้นไปนอนข้างๆ ถึงได้ยอมเปิดปากบอก
“เขากำลังมีคนใหม่ สดกว่า เด็กกว่า เอาใจเก่งกว่า เราก็เลยคิดว่าคงถึงเวลาแล้วที่จะต้องตัดใจจากเขาจริงๆ”
“และควรจะมองหาคนใหม่ที่เกิดมาเพื่อเป็นของเราคนเดียวด้วยนะ เชื่อสิว่าสักวันมี่จะต้องเจอแน่ สำคัญว่าอย่ารีบร้อน อย่าบุ่มบ่าม อย่าใจเร็ว ด่วนได้ด่วนเสียก่อนเท่านั้น”
“เหมือนตัวเองรอคนเมื่อกี้ใช่ไหมล่ะ”
แม้จะอยู่ในห้วงเศร้าโศกเสียใจ แต่ก็ยังมีอารมณ์ขันที่จะแซวอยู่ดี ทำเอาอาทิตยาต้องพากายมุดลงไปในผ้าห่มเพื่อหนีหน้าเพื่อน
“โอเคๆ ไม่แซวแล้วล่ะ ว่าแต่เราจะทำยังไงถึงจะลืมเขาได้ล่ะตะวัน มันไม่ง่ายเลยนะ”
แล้วเลขาแสนสวยก็ผันตัวเองมาเป็นศิราณีให้เพื่อนรัก ที่จะต้องฝ่ามรสุมหัวใจให้ผ่านพ้นไปได้ด้วยดีจนเวลาล่วงเลยไปถึงตีสอง และต่างคนต่างหลับไปในที่สุดนั่นเอง
สมาชิกของมูลนิธิเกือบยี่สิบคนต่างกำลังถกเถียงกันอย่างเอาเป็นเอาตายในที่ประชุม เพื่อหาข้อสรุปในการให้ทุนไปเรียนต่อต่างประเทศของเด็กด้อยโอกาสในความอุปการะมาตั้งแต่จบมัธยมจนใกล้จะจบปริญญาตรีแล้ว และกำลังจะเข้าไปเรียนต่อโท
“ถ้ายังไม่มีใครออกความคิดเห็น ฉันขอสรุปว่าให้เรายึดเอาผลการเรียนมาวัดเป็นเรื่องสำคัญก็แล้วกันนะคะ ส่วนนิสัยใจคอแต่ละคนเป็นยังไง พวกเราเองก็ไม่เชี่ยวชาญมากพอที่จะตัดสิน จะเป็นการทำร้ายเด็กหากเราตัดโอกาสคนที่ตั้งใจเรียนดีมาตลอด แต่ดันมาเสียเอาตอนโค้งสุดท้าย ฉันว่าเราควรจะตักเตือนเป็นลายลักษณ์อักษรก็พอ เอาไว้ให้มีความผิดเกิดขึ้นซ้ำอีกครั้งเราค่อยมาพิจารณาเรื่องการตัดสิทธิ์ ตกลงตามนี้นะคะ เถียงกันมานานแล้วจะได้จบๆ สักที จะได้ว่าต่อวาระอื่น และจะได้กินข้าวสักที เริ่มจะหิวแล้วล่ะ”
เมื่อประธานฯ คุณหญิงออกโรงยุติปัญหา สมาชิกทั้งหลายต่างก็ยอมถอย แม้จะยังไม่พอใจสักเท่าไหร่ก็ตาม โดยเฉพาะชมจันทร์ ออกอาการมากกว่าใครเพราะเป็นคนตรง
ส่วนเพื่อนสมาชิกที่เป็นคู่กรณีกันมาแต่ไหนแต่ไรก็ใช่ว่าจะยอมลดราวาศอกให้ เพียงแค่ถอยเพื่อหาโอกาสเอาคืนหนักๆ เท่านั้น อาทิตยารีบออกจากที่ประชุมไปดูความพร้อมในครัว
ก็เห็นผ่อนกับเด็กๆ กำลังวุ่นวายอยู่ตามเคย พอเห็นท่าว่าจะเตรียมไม่ทันท่วงที เพราะเจ้านายอยากให้เสิร์ฟตอนอาหารร้อนๆ ไม่ยอมให้ทำทิ้งไว้นานเกินไป ก็ไม่รีรอที่จะช่วยอีกแรงจนนำไปบริการแขกได้ทันท่วงทีและอิ่มหมีพีมันไปตามๆ กัน
“กินผัดไทยทะเลที่ไหนก็ไม่อร่อยเท่าฝีมือแม่ผ่อนของคุณเอ้จริงๆ เลยค่ะ”
คุณหญิงเพลินพิศเอ่ยชมด้วยความจริงใจ เมื่อกินเข้าไปถึงสามจาน ตามติดด้วยลอดช่องกะทิสด ตบท้ายด้วยผลไม้รวมที่ทยอยมาเติมให้เรื่อยๆ คนถูกชมชื่นชอบจนหน้าบ้านเป็นการใหญ่ แถมคุยโวอวดอีกต่างหาก
“เอ้เน้นกับตะวันไว้เลยค่ะว่าเนื้อปูจะต้องสด กุ้งก็ต้องเน้นเอาตัวใหญ่ๆ หมึกก็ต้องให้เลือกเอาหมึกหอม ถั่วงอกก็เด็ดห่างออกทุกอันเลยนะคะ ไม่งั้นจะไม่อร่อยค่ะ”
อาทิตยารีบเดินหนีไปนั่งข้างพะยอมด้วยอาการเบื่อนิดๆ เพราะกว่าจะทำตามคำสั่งคุณผู้หญิงได้จนครบถ้วนนั้น ทำเอาคนในบ้านลิ้นห้อยไปตามๆ กัน
อันที่จริงอยากจะให้กลับไปเป็นตอนที่จิรนันท์เป็นข่าวใหม่ๆ แล้วคุณผู้หญิงสลดเป็นผักลวกมากกว่า เพราะงดรับแขก งดงานสังสรรค์ต่างๆ ตัวเองกับคนในบ้านค่อยสบายหน่อย
“ศาลาหลังใหม่นี่ก็สวยนะคะคุณพี่เอ้ ออกแบบมาดีรับลมได้ทุกด้านเลย แถมยังมีพัดลมไอน้ำเผื่อเอาไว้ให้อีก ช่างคิดจังเลยนะคะ”
คู่กรณีที่ฉะกันในที่ประชุมมองเห็นลู่ทางจะเล่นรุ่นพี่จอมโม้ได้แล้ว จึงแสร้งตีหน้ายิ้มแย้ม ยินดีปรีดากับข้าวของที่ชมจันทร์มีและสรรหามาไว้ในบ้าน
“ไม่ได้หรอกค่ะจ่ายแพงเราก็ต้องได้ของดีสิคะ อีกหน่อยถ้าบัวพวกนี้ออกดอกเต็มบึงจะสวยยิ่งกว่านี้ค่ะ พออากาศร้อนๆ เราก็ใช้ศาลาฟากโน้นที่ติดแอร์เอาไว้แล้ว สะดวกสบายค่ะ”
เจ้าของบ้านที่ไม่รู้ตัวว่ากำลังจะถูกเล่นกลับหลงกลจนเผลออวดอ้างความมั่ง รุ่นน้องคู่กรณีแอบหันไปหาเพื่อนรุ่นเดียวกัน หัวอกเดียวกันที่หมั่นไส้รุ่นพี่ขี้โวอยู่แล้วอย่างรู้ทัน
“พอมีเงินนี่อะไรๆ ก็พร้อมไปหมดนะคะ จะผุพังยังไง จะเน่าเสียยังไง เงินก็เนรมิตให้เหมือนใหม่ได้เสมอๆ แต่กับความผิดพลาดในอดีตนะ เงินไม่สามารถมาล้างความทรงจำของผู้คนได้เลย เน่าเสียผุพังยังไงก็เน่าอยู่อย่างนั้นเปลี่ยนไม่ได้ แถมประจานผู้คนให้เราอับอายจนไม่รู้จะเอาหน้าไปไว้ที่ไหนอีกด้วย คุณพี่เอ้ว่าจริงหรือเปล่าคะ”
ชมจันทร์ถึงกับชะงัก และจ้องมองรุ่นน้องปากดีตาเขม็ง หัวใจเต้นตุ๊บตั๊บๆ เร็วและแรงกว่าเก่า หน้าก็แดงด้วยความโกรธจนคนรอบข้างสังเกตเห็น ไม่เว้นแม้แต่อาทิตยาที่แม้จะอยู่ไกลก็ได้ยินถ้อยคำตอกย้ำบาดแผลในใจเจ้านายได้เป็นอย่างดี
“เอ่อ! จริงสิคะคุณเอ้ ฉันลืมบอกไปเลยว่าปีนี้จะเสนอชื่อคุณเอ้ขึ้นรับเครื่องราชฯ นะคะ ทำคุณงามความดีคู่กับฉันมานานหลายปีต้องได้รางวัลสูงส่งหน่อยแล้วล่ะค่ะ”
คุณหญิงเองก็หวาดหวั่นว่าชมจันทร์จะรับไม่ไหวกับน้ำคำบาดใจนั้น จึงรีบหยิบยกเอาเรื่องดีงามที่ตัวเองยังไม่มีแผนจะป่าวประกาศให้ใครในตอนนี้ เพื่อหวังให้สถานการณ์ดีขึ้น
“จริงเหรอคะคุณหญิง ขอบคุณมากค่ะที่กรุณาเอ้”
เป็นจริงอย่างที่หวังไว้เมื่อชมจันทร์ปรับสีหน้าจากโกรธมาเป็นยิ้มได้ และควบคุมอารมณ์ตัวเองได้จนกระทั่งประชุมเสร็จสิ้น ส่งแขกกลับบ้านเรียบร้อย ถึงได้มีอาการอ่อนระทวยจนอาทิตยาและคนในบ้านต้องพาขึ้นไปนอนพักบนห้อง พร้อมกับเรียกหมอประจำตัวมาดูอาการถึงบ้าน
+++++
E-Book พร้อมโหลดแล้วค่ะ
สนใจโหลดตัวอย่างอ่านก่อนซื้อได้ค่ะ

****** ขออนุญาตแจ้งอีกทีนะคะ ว่านิยายทุกเรื่องจะลงให้อ่านได้ราว 70% เท่านั้นค่ะ ต้องขอโทษด้วยนะคะถ้าทำให้ค้างคา แต่กันเกราเชื่อว่านักอ่านที่น่ารักทุกท่านจะเป็นกำลังใจต่อให้ด้วยการตามหาหนังสือมาไว้ในครอบครองอยู่แล้วค่ะ ******
ยิ้มมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมม
และหนึ่งคอมเม้นต์ของท่าน คือหนึ่งแรกผลักดันและกำลังใจของคนเขียนนะคะ แต่ก็ยินดีต้อนรับและขอบคุณนักอ่านเงาทุกท่านด้วยค่ะ
รู้งี้แล้วอย่าลืมเม้นท์ให้เค๊าหลังอ่านด้วยนะตะเอง
เข้าไปทักทาย พูดคุย หรือติชมผลงานได้
ตามเพจด้านล่างนี้เลยนะคะ
ยินดีต้อนรับทุกๆ ท่านค่ะ และยินดีรับฟังทุกความคิดเห็นค่ะ

สงวนลิขสิทธิ์ตามกฎหมาย
สงวนลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. ๒๕๓๗
ห้ามหยิบยก คัดลอก หรือดัดแปลงส่วนใดส่วนหนึ่งของหนังสือเล่มนี้ รวมทั้งถ่ายทอด ถ่ายเอกสาร สแกน ในรูปแบบใดๆ ทั้งสิ้น เว้นเสียแต่จะได้รับอนุญาตจากผู้ประพันธ์เป็นลายลักษณ์อักษร ยกเว้นเพื่อการประชาสัมพันธ์อันเป็นประโยชน์แก่หนังสือเล่มนี้เท่านั้น






































