ผมตื่นขึ้นมาในเช้าวันแสนสดใสด้วยอาการปวดสะโพก แต่ไม่ได้ร้ายแรงอย่างที่นึกกลัวเอาไว้จะมีก็แค่อาการเจ็บเสียดเล็กๆน้อยๆ แม้ว่าคนที่ทำให้ผมเป็แบบนี้จะทายาให้หลังจากที่ทำความสะอาดแล้วก็ตาม
“ตื่นได้แล้ว” คนข้างกายที่ใส่เพียงบ๊อกเซอร์ตัวเองบอก พร้อมกับวางมือลงบนหน้าผากวัดอุณหภูมิด้วยความเป็ห่วง
“คุณครับ เมื่อคืนผมไม่ได้เพ้อเพราะพิษไข้ใช่ไหม” ผมถามอย่างไม่ค่อยแน่ใจเท่าไหร่ แม้ว่าเก้าสิบเก้าเปอร์เซ็นต์จะเชื่อว่ามันคือเื่ที่เกิดขึ้นจริงๆก็ตาม
“เพ้อเจ้ออะไรอีก”
“ก็ถามดูไงเผื่อฝัน”
“เอาอีกสักยกไหมล่ะ”
“พอแล้วครับ” ผมตอบพร้อมกับยิ้มแห้ง แค่เห็นสายตาหื่นกามของอีกคนผมก็พอจะเดาได้แล้วว่าเื่ที่เกิดขึ้นเมื่อคืนมันไม่ใช่ความฝัน
ผมเลิกที่จะสนใจคนข้างกายพยามลงจากเตียงด้วยความนุ่มนวลสุดชีวิตความเจ็บเสียดที่ช่องทางรักด้านรักยังรู้สึกอยู่บ้างแต่ก็ไม่ได้เจ็บขนาดนั้น บอกตามตรงว่ามันไม่ได้แย่อย่างที่คิดเท่าไหร่เหมือนกับว่าคุณพชรเองก็พอจะรู้เื่พวกนี้อยู่บ้างผมเลยไม่ได้รับาเ็จากการฝืนที่จะสอดใส่เข้ามา
เสื้อผ้าของเราสองคนที่กระจายอยู่รอบๆเตียงถูกร่างสูงลุกขึ้นมาเก็บไปใส่ตะกร้าโดยที่ผมไม่ต้องออกแรงทำเองสักนิดเขาช่างเป็คนที่เอาใจเก่งมากจริงๆ ไม่แปลกเลยที่เมื่อก่อนจะมีคนหลงรักเขามากขนาดนี้ แต่เพราะนิสัยชอบเอาใจใส่ของเขาหรือเปล่าที่ทำให้มีคนเข้ามาหาอยู่บ่อยๆ แต่ผมว่ามันไม่เกี่ยวหรอกหลักๆก็คือเขาค่อนข้างที่จะเนื้อหอมและเ้าชู้มากๆ ไม่อยากจะคิดเลยว่าก่อนแต่งงานเขาจะมีคู่ควงและคู่นอนกี่คน อย่างไรก็ตามไม่ว่าอดีตเป็ยังไงผมไม่ได้เก็บมาคิดเื่เซ็กซ์เป็เื่ธรรมชาติ
“อย่าอาบนานล่ะเดี๋ยวไม่สบาย” เสียงเข้มของคนด้านนอกะโบอก
ความจริงก็ไม่ได้อาบน้ำนานขนาดนั้นแต่เพราะมัวแต่คิดอะไรเพลินและน้ำอุ่นนี่ก็กำลังดีเลย
“วันนี้มีงานไหมครับ”
“มีนิดหน่อยต้องเข้าไปดูบัญชี เราจะไปกับพี่หรือเปล่า” ร่างสูงเอ่ยถาม หลังจากที่เรากินข้าวเสร็จแล้ว
ปกติผมไม่ค่อยอยากไปยุ่งวุ่นวายที่บริษัทของเขาสักเท่าไหร่เนื่องจากว่ากลัวจะไปรบกวนการทำงานของเขา ผมเคยเข้าไปที่นั่นนับครั้งได้ก็อย่างที่บอกว่าบริษัทของคุณพชรเป็บริษัทรับทำความสะอาดบ้าน มีพนักงานไม่มากเท่าไหร่ส่วนใหญ่จะเป็พนักงานที่ออกไปทำงานตามที่มีคนจ้างเสียมากกว่าเท่าที่รู้ก็มีเท่านี้
“ไม่ดีกว่าครับรบกวนคุณเปล่าๆ”
“เฮ้อ...ก็บอกว่าให้เรียกพี่ไง ทำไมยังไม่เรียกล่ะ”
“มันไม่ชินน่ะครับ” จริงๆก็พยายามจะเรียกแล้วนะ แต่มันไม่ค่อยเข้าปากสักเท่าไหร่เลย
“พูดบ่อยๆเดี๋ยวก็ชิน แล้วก็แต่งตัวได้แล้วจะพาไปบริษัทด้วย” เขาตัดสินใจเองเสร็จสรรพ
“แล้วถามผมทำไม”
“ก็ถามเฉยๆ ไปด้วยกันนี่แหละไม่อยากให้ออกไปข้างนอกเลย อีกอย่างพี่สาวเรามาแล้วนี่ถ้าเธอมาหาที่นี่แน่ใจเหรอว่าจะไม่เป็อะไร”
“ทำไมพูดแบบนั้นครับ นั่นก็พี่สาวผมนะ” แค่พี่สาวจะมาหาทำไมผมต้องกลัวด้วยอีกอย่างเราก็พี่น้องกันคงไม่มีอะไรน่าเป็ห่วง แต่ดูจากสีหน้าของเขาแล้วเหมือนคนที่มีความกังวลใจอย่างมาก หรือว่าผมไม่ควรขัดใจเขาดี
“ถึงตอนนี้แล้ว ภัทรศยายังจะนับเราเป็น้องหรือเปล่า” ที่คุณพชรว่ามาก็มีเหตุผล ก็ผมเล่นไปแย่งสามีของพี่สาวตัวเองขนาดนั้นใครบ้างไม่โกรธ แต่จะโทษผมก้ไม่ได้เพราะคนที่หนีงานแต่งไปก่อนก็คือพี่สาวของผมเอง
“ให้เวลาเตรียมตัวห้านาทีเดี๋ยวจะสายพี่นัดลูกน้องไว้ด้วย”
ได้ยินแบบนั้นผมก็รีบกลับไปเปลี่ยนชุดให้ดูดีขึ้นสักหน่อยเป็เสื้อเชิ้ตสีเข้มกับกางเกงเข้ารูปที่ไม่ได้รัดหรือหลวมจนเกินไปคู่กับรองเท้าหนังสีน้ำตาลเข้ากันกับเข็มขัดหนังกลับเส้นโปรด
คุณพชรรออยู่ก่อนแล้วดังนั้นเมื่อผมแต่งตัวแล้วเราก็พร้อมออกไปทำงาน วันนี้ผมรับบทเป็เลขาจำเป็เดินวิ่งส่งเอกสารวุ่นทั้งวันหลายคนรู้จักผมแล้วและหลายคนก็ยังไม่รู้จักเข้าใจว่าผมเป็เลขาของคุณพชรจริงๆ
"คุณภีมคะฝากแฟ้มนี้ไปให้คุณพีทด้วยคะ"
"ได้ครับ" ผมรับแฟ้มเอกสารที่พี่คนหนึ่งในแผนกบัญชี
วันนี้งานเยอะมากจริงๆ ผมไม่คิดว่าบริษัทเล็กๆของพี่เขาจะมีวานากขนาดนี้และมีเงินหมุนอยู่บริษัทนับสิบล้านบ้านต้องเรียกว่าธุรกิจนี้ไปได้วยดีจรงๆ
"คุณครับ เอกสารจากแผนกบัญชี"
"วางไว้ก่อนแล้วเราก็เลิกเดินได้แล้ว ไม่เจ็บแล้วหรือไง ร่างสูงถามพร้อมส่งสายตามาที่ด้านหลังของผม ทำเอารู้สึกร้อนหน้าวูบวาบเหมือนคนจะเป็ไข้
"ก็ได้ครับ"
ผมบอกแล้วเดินไปนั่งที่โซฟารับแขกที่อยู่มุมห้อง เสียดายที่เราไม่ได้ซื้อขนมขึ้นมาด้วย ตอนนี้ก็เริ่มหิวแล้วด้วยหรือผมจะลงไปซื้อของข้างล่างดี ร้านกาแฟก็อยู่ใกล้ๆลงไปสักหน่อยก็คงจะดี
"คุณผมจะลงไปร้านกาแฟน่ะ เอาอะไรไหม"
"เอาอเมริกาโนเย็น" เขาสั่งพร้อมทั้งส่งธนบัตรใบใหญ่สีเทาให้ผมหนึ่งใบ "อยากกินอะไรก็ซื้อมา"
"ขอบคุณครับ"
ผมเดินออกจากห้องทำงานของเขาด้วยรอยยิ้มและเงินอีกหนึ่งพันบาท
บริษัทของพี่เขาเป็ตึกขนาดสองคูหาสามชั้นแต่ละชั้นแบ่งเป็แผนกต่างๆ ตกแต่งสไตล์โฮมออฟฟิศมีแม่บ้านทำความสะอาดสองคนพนักงานอยู่กันแบบสบายๆไม่เคร่รื่องการแต่งตัวและการเข้าทำงาน ใครทำที่บ้านก็ได้หรือจะเข้าบริษัทก็ได้ ที่นี่ไม่มีเวลพักที่แน่นอนใครทำงานเสร็จแล้วอยากพักตอนไหนก็ตามสบายไม่มีการกำหนดมราบริษัทนี้วัดกันที่ผลงานล้วนๆก็ว่าได้
“ไปไหนคะคุณภีม”
“ร้านกาแฟครับ” ผมตอบเธอก็แค่ยิ้มให้แล้วเดินสวนไป
ผมออกมาจากลิฟต์เจอผู้หญิงคนหนึ่งสวมชุดสีดำเรียบหรูพร้อมกับแว่นกันแดดปกปิดใบหน้ายืนกอดอกอยู่ที่ประตูลิฟต์ชั้นหนึ่ง ผมเลือกที่จะเดินหลบออกไปอีกฝั่งเพื่อหลบทางให้เธอได้เข้าด้านใน
ผมเดินข้ามถนนไปที่ฝั่งตรงข้ามซึ่งร้านกาแฟก็อยู่เยื้องจากที่ตั้งบริษัทของคุณพชรมานิดหน่อย เป็ร้านแนวมินิมอลเล็กๆที่พวกพนักงานชอบมานั่งกันบ่อยๆทำให้เมื่อเดินเข้าไปหลายๆคนก็ยกมือไหว้ผมและบางคนก็มองอย่างสงสัย
“เอาอเมริกาโน่เย็น กับมัทฉะลาเต้ครับ”
สองเมนูนี้เป็เมนูประจำที่ผมและเขาชอบมาสั่งที่ร้านนี้ไม่ว่าจะมาด้วยกันหรือฝากกันมาซื้อก็ตาม เป็อะไรง่ายๆที่ได้ต้องคิดให้ยุ่งยากและสั่งบ่อยจนคนชองจำได้แล้วว่าผมสั่งหวานประมาณเท่าไหร่และถ้าวันไหน้าต่างจากเดิมก็จะบอกเพิ่มไปด้วย
ใน่กลางวนแบบนี้ร้านค่อนข้างคนเยอะแต่ดีหน่อยที่มีโต๊ะว่างที่มุมอับสายตา อีกทั้งยังมืดกว่ามุมอื่นๆซึ่งดูจะเป็ที่คนไม่ค่อยนั่งกัน ผมกระซิบอกพนักงานว่าจะไปนั่งรอที่ตรงนั้นเขาก็พยักหน้าให้ นั่งเล่นมือถือรอประมาณสองสามนาทีก็ได้ของที่สั่ง
"ได้แล้วครับ" น้องพนักงานถือเครื่องดื่มทั้งสองแก้วในถุงกระดาษมาส่งให้พร้อมรอยยิ้มที่ผมคิดว่าสาาวๆคงจะละลายเป็แน่
"ขอบคุณครับ" ผมตอบเท่านั้นแล้วรับถุงเดินออกมาเลย
วันนี้ากาศค่อนข้างร้อนรถที่วิ่งผ่านหน้าบริษัทจึงไม่มากเท่าไหร่ แม้แต่คนเดินถนนก้แทบจะไม่มี ผมข้ามฝั่งมาและรีบขึ้นไป้าทันทีด้วยอาการเหนื่อยหอบ ใบหน้าเห่อร้อนจากการตากแดดเป็เวลานาน คนที่อยู่กับอากาศเย็นที่ต่างประเทศแบบผมเมื่อได้สภาพอากาศร้อนแบนี้ก็ทำให้ผิวไหม้ขึ้นเป็ปื้นสีแดงทั่วผิวที่ไม่ได้อยู่ในร่มผ้า
แกร๊ก
"ร้อนมากเลยครับ รีบดื่มเร็วเดี๋ยวน้ำแข็งละลายหมดก่อน" ผมพูดขึ้นและรีบหยิบแก้วเครื่องดื่ให้กับร่างสูงที่นั่งอยู่หลังโต๊ะทำงาน โดยไม่ได้สังเกตว่ามีแขกอีกคนอยู่ภายในห้อง
"เอ่อ...ภีม"
"ครับ?"
"คือ…" คุณพชรบุ้ยปากไปทางหน้าต่าง
ผมหันตามไปที่เขาบอกพบว่ามีผู้ญิงคนหนึ่งยืนกอดอกทำหน้าไม่สบอารมณ์มองผมด้วยสายตาราวกับจะกินเืกินเนื้อ นี่ผมไม่ทำอะไรใครเขาอีกล่ะทีนี้ แต่ผมอาจจะคิดมากไปเองก็ได้ดังนั้นจึงเลือกที่จะยกมือไหว้ตามมารยาท
"สวัสดี…"
เพี๊ยะ
มือสวยพร้อมกับเล็บต่อแฟชั่นแสนคมฟาดลงบนหน้าของผมอย่างไม่ทันตั้งตัวใบหน้าแถบนั้นรู้สึกชาไม่ทั้งแถบ นี่มันเื่อะไรวะเนี่ยทำไมออยู่ก็มาตบผมแบบไม่มีเหตุผลแบบนี้ล่ะ
"ทำไมคุณ…" สีหน้าของผมคงมีแต่ความไม่เข้าใจเต็มไปหมด ทำไมผู้หญิงที่สวยขนาดนี้ถึงได้นิสัยไม่ดีเลยนะ ทั้งที่เราไม่รู้จักกันด้วยซ้ำแต่ทำไมถึงมาตบผมได้ล่ะ
“ทรายคุณทำเกินไปแล้วนะ” ร่างสูงราวกับคนเพิ่งรู้สึกตัว เขาเดินเข้ามายืนบังผมเอวไว้ที่ด้านหลัง “ไหนบอกว่าคุยดีๆไง”
“คุยดีๆ?” ทรายเลิกคิ้วสูงพร้อมเหยียดยิ้ม “ทำไมฉันต้องคุยดีๆกับคนที่แย่งแฟนของตัวเองคะ?”
“คุณไม่เข้าใจ เื่นี้มันๆไม่เกี่ยวกับภีมเลย”
“จะไม่เกี่ยวกับมันได้ยังไงคะ ในเมื่อคุณเป็ผัวของฉัน”
ผมไม่รู้ว่าเขาทั้งสองมีเื่อะไรกัน แต่ที่ผมเข้าใจในตอนนี้คือผู้หญิงคนนี้ต้องมีความสัมพันธ์บางอย่างกับคุณพชรแน่ๆ แต่เื่นั้นเป็อย่างไรผมก็ไม่ทราบ และผมก็ไม่อยากยุ่งแค่เื่ของพี่ภัทรในตอนนี้ก็ปวดหัวมากแล้ว เื่นี้ผมขอให้เขาจัดการเองจะดีกว่า ดังนั้นผมจึงดึงชายเสื้อของคนที่ยืนอยู่ข้างหน้าเบาๆเพื่อเรียก
“ผมควรจะออกไปไหม”
“จะหนีไปไหน! ลักกินขโทยกินตั้งนานตอนนี้มาทำหน้าบางทุเรศ”
“...”
“อย่าพาลได้ไหม” ร่างสูงออกตัวแทน ผมว่าการทำแบบนี้จะทำให้เธอโกรธมากกว่าเดิมหรือเปล่านะ
หญิงสาวตวัดสายตามองหน้าผมด้วยความขุ่นเคือง ใบหน้าสวยทีแต่ความน่ากลัวและบึ้งตรึงไม่น่ามองเลยสักนิด
“คุณก็รู้ว่าเื่ของเรามันจบไปตั้งนานแล้ว” คุณพชรยังคงใช้ตัวเองบังผมเอาไว้ในขณะที่กำลังพูกคุยกับหญิงสาว
“แต่ฉันรักคุณนะคะ เรารักกันมากนี่คุณก็รู้”
น้ำเสียงของเธอฟังแล้วดูเว้าวอนเหลือเกินจนผมอดที่จะเห็นใจไม่ได้ แต่แล้วผมก็ต้องเก็บความเห็นใจของตัวเองกลับไปเมื่อได้ยินประโยคที่ร่างสูงเอ่ย
“นั่นมันก่อนที่คุณจะทิ้งผมไปกับสามีฝรั่งรุ่นคราวพ่อ”
ทรายเถียงไม่ออกเธอได้แต่ยืนกำมือของตนเองแน่นฟันขาวกัดริมฝีปากของตนเองสายตาหลุกหลิกอยู่ไม่สุข
“เถียงไม่ออกใช่ไหม ตอนนั้นที่ผมขอร้องคุณ ขอให้คุณกลับมาทำไมคุณถึงไม่กลับมา” ร่างสูงกล่าวด้วยเสียงตัดพ้อและสั่นเครือ
ในตอนนี้ผมไม่รู้ว่าควรจะสงสารใครดีเหมือนว่าตัวเองเป็ส่วนเกินในเื่นี้ แต่เพอผมจะออกไปก็ถูกรั้งเอาไว้เสียก่อน มือใหญ่ข้างนี้เปียกชุ่มไปด้วยเงื่อและมีอาการสั่นเล็กน้อย ผมจึงทำได้เพียงกุมมือข้างนี้เอาไว้ให้แน่นมากที่สุด
“ตอนนี้ผมทำใจได้แล้ว ผมกำลังจะเริ่มต้นใหม่ กับคนที่ผมรักคุณจะกลับมาทำไม”
“ไม่จริงคุณยังรักฉันอยู่ คุณแค่เห็นมันเป็ตัวแทนของฉัน ก็เหมือนกับคนอื่นๆที่คุณนอนด้วยพวกนั้นก็แค่ตัวแทนของฉัน”
บรรยากาศภายในตอนนี้ช่างแสนจะอึดอัดผมไม่ชอบเลย แต่ผมก้ไปไหนไม่ได้ ผมต้องอยู่ข้างๆเขาคอยปลอบโยน อย่างน้อยที่สุดเขาก็จะได้ไม่ต้องโด่ดเดี่ยว
“ภีมไม่เคยเป็ตัวแทนของใคร สำหรับผมภีมคือคนที่ผมอยากจะเริ่มต้นใหม่ด้วย” มือใหญ่บีบมือของผมในตอนที่เขาพูดประโยคนี้ออกมา มันทำให้หัวใจของผมเต้นผิดจังหวะไปในทันที
หญิงสาวจ้องหน้าของเราทั้งสองตาเขม็งเธอเดินก้าวเข้ามาหยุดยืนอยู่ตรงหน้าของร่างสูงอย่างไม่เกรงกลัว เธอเอื้อมมือมาด้านหลังดึงผมที่ไม่ทันตั้งตัวออกมาจากปราการมีชีวิตที่ปกป้องผมเอาไว้เมื่อสักครู่
เพี๊ยะ!
“หน้าไม่อาย! ได้ยินว่าแกก้แย่งผัวพี่ด้วยนี่”
“ทรายปล่อยภีมเดียวนี้นะ” คุณพชรเข้ามาพยายามแยกเราทั้งคู่ออกจากกัน แต่ก็ไม่สำเร็จ เล็กยาวๆของเธอจิกลงบนแขนของผมจนได้เื
“คุณห่วงมัน”
“ใช่ผมห่วงเขา คุณพอได้แล้วเื่ของเรามันไม่มีทางเป็เหมือนเดิมแล้ว” คุณพชรพยายามพูดให้เธอเข้าใจเขาใช้ททั้งไม้อ่อนและไม้แข็งเข้าสู้
“ตอนนี้ทรายเป็อะไรสำหรับคุณคะ”
“ขอโทษนะทราย แต่เราเป็แค่คนรู้จักกันจะได้ไหม”
นั่นไม่ใช่ทางเลือกแต่คือคำขอร้อง ผมไม่รู้ว่าคุณพชรเจอเื่อะไรมาบ้างแต่คงจะหนักหนามาก แม้แต่ความเป็เพื่อนเขายังไม่มีให้กับเธอ หญิงสาวใบหน้าสะสวยค่อยๆปล่อยมือออกจากแขนของผม เธอถ้อยหลังไปสองสามก้าวดวงตาคู่กลั่นน้ำตาออกมาเพียงหนึ่งหยดเท่านั้นก่อนที่เธอจะจากไปพร้อมรอยแผลที่ฝากไว้บนแขนของผมและหัวใจของคุณพชร