อ๋องเสี่ยวเหยาไม่เคยคิดว่าตัวเองจะบ้าคลั่งดังพายุ หลังจากที่ได้รับการยืนยันจากเจียงเหวินแล้วว่า หนี่เฟิ่งจิวนั้นอยู่ในจวนกลางป่า อดีตเคยเป็ที่พักของพระชายาจื่อนั่วอิง
แสดงว่าแม่ก็คงให้ท้ายลูกชายที่ไม่รู้จักโต ถึงได้กล้าคิดทำเื่เลวทรามแบบนี้ได้ !
จะโทษองค์รัชทายาทคนเดียวก็คงไม่ได้ เสี่ยวเหยาเองก็มีส่วนที่ทำให้หนี่เฟิ่งจิวเจอเื่แบบนี้ หากวันนั้นเขารีบตามนางออกมา ก็คงไม่พลัดพรากจากกันเช่นนี้
“ท่านอ๋อง แม่นางอยู่กับองค์รัชทายาทขอรับ”
“ว...ว่าอย่างไรนะ!!”
“ข้ายังไม่กล้าบุ่มบ่ามเข้าไป ไม่รู้ว่าในนั้นมีคนขององค์รัชทายาทหรือเปล่า”
เจียงเหวินอธิบายไปเหงื่อก็ไหลไป หลังจากนี้คงต้องให้ท่านอ๋องไปไหว้พระเสียบ้าง ิญญาร้ายในร่างจะได้สงบลงเสียที นับั้แ่หญิงบ้าหายออกจากจวน ก็เหมือนอยู่กับปีศาจกระหายเืทุกวัน เจียงเหวินล่ะกลัวใจท่านอ๋องจริงๆ
“ข้าจะเข้าวังหลวง ส่วนเ้าไปเฝ้าดูอย่าให้คลาดสายตา”
“ขอรับ”
จวนกลางป่าที่ดูสวยงามดังเมือง์ หนี่เฟิ่งจิวต้องอดกลั้นทุกครั้งที่องค์รัชทายาทพยายามแตะเนื้อต้องตัวของเธอ หนักเข้าหน่อยก็เนียนมาสวมกอด เรี่ยวแรงของหญิงสาวจะไปสู้ชายหนุ่มได้อย่างไร
เยว่ชุนกับเจียงเหวินที่ซุ่มดูอยู่ก็รู้สึกได้ถึงอาการร้อนหนาว บางครั้งก็มีขนลุกซู่ขึ้นมาเป็ระยะ ยามที่นึกถึงหน้าของท่านอ๋องตอนได้มาเจอภาพนี้
“เฟิ่งจิว เ้ายังรอคอยเสี่ยวเหยาอยู่อีกหรือ?”
“ค่ะ”
“น้องชายข้าใจคอโหดร้าย ข้าว่าเ้าล้มเลิกความหวังเสียเถิด อยู่ที่นี่ข้าก็ดูแลเ้าได้”
“ขอบคุณองค์รัชทายาทมากนะคะ แต่ฉันอยากอยู่กับท่านอ๋อง”
“มันดีกว่าข้าตรงไหน!!???” พอได้ฟังประโยคทิ่มแทงหัวใจเข้าหน่อย หน้ากากที่ใส่มาปกปิดก็เริ่มหลุดทีล่ะนิด หางที่เก็บไว้ก็พากันทยอยโผล่ หนี่เฟิ่งจิวเห็นเพียงความจอมปลอมเท่านั้น
“อย่าถามอะไรที่องค์รัชทายาทก็รู้อยู่แล้ว ว่าท่านอ๋องนั้นดีกว่าตรงไหน”
“หนี่เฟิ่งจิว!”
“บอกเหตุผลมาดีกว่าค่ะ จับฉันมาไว้ที่นี่ทำไม???”
“พูดเื่อะไร? ข้ายังใจดีกับเ้าไม่พอใช่ไหม !!!!” หญิงสาวคิดว่าตัวเองไม่ควรทนอีกแล้ว ยิ่งได้ฟังเยว่ชุนเล่าว่าท่านอ๋องไม่ยอมกิน ไม่ยอมนอนเพื่อตามหาเธอ หัวใจของหญิงสาวก็เหมือนจะสลาย ชังหน้าองค์รัชทายาทที่กล้าทำเื่เช่นนี้
“หากท่านอ๋องรู้ว่าองค์รัชทายาททำแบบนี้......”
“มันจะไม่มีวันรู้หรอกเฟิ่งจิว! เพราะข้าจะส่งมันกลับบ้านเก่าไปอยู่กับแม่ของมัน” เสี่ยวตงแสยะยิ้มชวนขนลุกให้หญิงสาว จิ้งจอกพันหางสะบัดพลิ้วไปกับความคิดโง่ๆของตัว หนี่เฟิ่งจิวสาบานเลยว่าจะต้องทำให้ชายโสมมคนนี้ลงไปอยู่ในคุกให้ได้
“คุณไม่มีวันทำแบบนั้นได้ ตราบใดที่ฉันยังยืนอยู่”
“เ้ามันก็แค่หญิงบ้า!”
“สักวันคุณจะหมดท่าเพราะหญิงบ้าอย่างฉัน จำเอาไว้ !!” องค์รัชทายาทเขยิบเข้ามาใกล้เธอ แววตาเ้าเล่ห์ยิ้มเยาะขำขันในคำพูดของเธอ สองมือที่เหมือนคีมล็อคก็คว้าร่างเธอมาแนบอก
“ป..ปล่อย!! ปล่อยฉันนะ”
“เฟิ่งจิว...ข้านั้นยอมทุกอย่างเพื่อให้มีเ้าในชีวิต”
“ทุเรศ!! อื้ออออ ป...ปล่อยฉัน ไอ้บ้าเอ้ย !!!”
“สติของเ้าเลอะเลือน แต่ข้าจะหาหมอมารักษาเ้าจนเป็ปกติเอง” องค์รัชทายาทในตอนนี้ทั้งน่ากลัว และน่าขยะแขยงในเวลาเดียวกัน เขาพยายามจับหน้าของเธอให้ตอบรับริมฝีปากที่กำลังจะโน้มลงมา หนี่เฟิ่งจิวต้องดิ้นรนสุดชีวิตเพื่อหนีจากมัน
“กรี๊ดดดดด! องค์ชาย !!!! ท่านกำลังทำสิ่งใด????”
“อวี้ซินเหอ!!!”
“ช...ช่วยฉันด้วย ช่วยฉันด้วยค่ะ....!!!” หนี่เฟิ่งจิวสะบัดตัวหลุดจากวงแขนของเสี่ยวตง วิ่งหน้าตั้งมาหลบหลังของอวี้ซินเหอ เธอกำลังโกรธในสิ่งที่เห็นจนหน้าแดงก่ำ
“เ้ามาได้อย่างไร?”
“หม่อมฉันไม่รู้สักนิดว่าพระองค์คิดทำเช่นนี้ !! หากไม่ใช่ท่านอ๋องที่บุกอาละวาดวังหลวง”
“จะ เ้าว่าอย่างไรนะ!!!”
“อ๋องเสี่ยวเหยารู้ที่พระองค์จับตัวของสาวใช้มาขังไว้ที่นี่ ทำไปเพื่อสิ่งใดเพคะ”
“ม..มันไม่ใช่ ข้าพยายามช่วยนาง”
“ช่วย? พระองค์ควรส่งนางคืนจวนอ๋องไปไม่ใช่หรือเพคะ เหตุใดจึงต้องเอานางมาไว้ที่นี่ ทำให้พระชายาที่ไม่รู้เื่ราวต้องเสื่อมเสียไปด้วย”
“....”
“กลับวังหลวงเสียเพคะ”
อวี้ซินเหอพูดแค่นั้นก็พาหนี่เฟิ่งจิวออกมา เจียงเหวินกับเยว่ชุนที่แอบดูอยู่ก็ถอนหายใจอย่างโล่งอก ถอยออกจากบริเวณนั้นไปอย่างเงียบๆ
ย้อนกลับมาที่วังหลวงก่อนหน้านี้ อ๋องเสี่ยวเหยามาพร้อมลมพายุความโกรธ ยืนเอะอะโวยวายะโเรียกทุกคนให้ออกมาที่ท้องพระโรง
“เสี่ยวเหยา !!! นั่นเ้าเป็อะไรไป”
“พระชายาอยู่ที่ใด?”
“บ้าไปแล้วหรือ เรียกหาพระชายาไม่รู้ที่ต่ำที่สูงเอาเสียเลย”
“ต่ำสูงหรือ? เดี๋ยวก็รู้ว่าอะไรที่เรียกว่าสูง และอะไรที่อยู่สูงแต่อยากเป็ของต่ำ” สนมขององค์รัชทายาทออกมามุงดูท่านอ๋องที่ถือกระบี่อยู่ในมือฮ่องเต้ที่กลับมาจากไหว้พระก็แทบเป็ลม ลูกชายสุดที่รักยืนตาแข็งถือกระบี่พร้อมสู้ แถมยังมีทหารอีกหลายนายที่ยืนคุมอยู่
“มันอะไรกัน เสี่ยวเหยา!”
“ขอประทานอภัยพะยะค่ะเสด็จพ่อ วันนี้ลูกไม่อาจอดทนได้อีกแล้ว”
“พวกเ้าออกไป!! ไม่รู้หรืออย่างไรว่านี่เป็ลูกชายของข้า ไม่ใช่นักโทษในคุกหลวง” ทหารหลายนายเห็นฮ่องเต้ตวาดเสียงดัง ก็พากันถอยออกไปจนหมด
“เห็นว่าท่านอ๋องเรียกหาข้า มีสิ่งใดหรือ?” พระชายาจื่อนั่วอิงเดินเข้ามาด้วยท่าทีสงบ สายตาโฉบเฉี่ยวมองเสี่ยวเหยาอย่างสมเพชระคนเกลียดชัง ใบหน้าของชายหนุ่มที่เห็นทีไรก็ไม่สบอารมณ์
“สาวใช้ของข้า ท่านก็อยากได้นางไว้สนองตัณหาของลูกชายตัวเองรึ???”
“พูดสิ่งใด”
“องค์รัชทายาทจับหนี่เฟิ่งจิวไปไว้ที่จวนกลางป่า จวนเก่าที่พระชายาเคยอาศัย จะบอกว่าท่านไม่รู้เื่ราวอันใด ไม่รู้ว่าลูกชายของท่านทำเช่นนี้???”
“มะ..หมายความว่าอย่างไร! เ้าอย่ามาพูดจาใส่ความที่นี่”
“เหอะ! งั้นก็ไปพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของเสี่ยวตงเสียสิ เขายังอยู่ในจวนของท่านที่ซ่อนสาวใช้ของข้าเอาไว้”
“แค่สาวใช้!!! เ้าต้องใส่ความเสี่ยวตงขนาดนี้เชียวรึ???”
“นางไม่ใช่แค่สาวใช้ แต่นางเป็คนของข้า พระชายาคงไม่เข้าใจความรู้สึกนี้กระมัง” คนถูกจิกกัดตวัดสายตามองด้วยความแค้นเคือง ต่อให้นางเกลียดชังเสี่ยวเหยามากเพียงใด แต่ก็ต้องยอมรับว่าถ้าไม่มีหลักฐานมัดตัวเพียงพอ เด็กคนนี้จะเงียบไม่ยอมต่อต้านอะไรทั้งนั้น
แต่เมื่อใดที่อ้าปากพูดออกมา ทุกอย่างนั้นเป็ความจริงเสมอ!
“เอาล่ะ ถ้าจริงอย่างที่เ้าว่า ตำแหน่งองค์รัชทายาทคงไม่คู่ควรกับเสี่ยวตงอีกต่อไป”
“ฮ่องเต้เพคะ! ให้โอกาสลูกของเราเถิด”
“อวี้ซินเหอ เ้าไปดูให้เห็นกับตาว่าจริงหรือไม่ ที่เสี่ยวตงกักขังสาวใช้ของเสี่ยวเหยาเอาไว้”
“เพคะ ฝ่าา”
พระชายาจื่อนั่วอิงมองเสี่ยวเหยาที่ยืนนิ่ง หากแต่สายตากำลังประกาศากับนาง บัลลังก์ที่นางเคี่ยวกรำเสี่ยวตงมาทั้งชีวิต เพื่อให้เหนือกว่าเสี่ยวเหยาลูกของอนุเชลยา
เสี่ยวตงนะเสี่ยวตง! ทำไมไม่เคยฟังสิ่งที่แม่พร่ำสอนบ้างเลย
ทุกสิ่งเป็ไปตามที่อ๋องเสี่ยวเหยากล่าว หนี่เฟิ่งจิวมาในสภาพสะบักสะบอม ร่างกายซูบผอมอย่างเห็นได้ชัด ทันทีที่เห็นท่านอ๋องหญิงสาวก็ร้องไห้โฮโผกอดชายหนุ่มไว้แน่น
“จริงดังคำกล่าวของท่านอ๋อง หม่อมฉันเห็นทุกอย่างกับตาเพคะ”
“ไม่จริง!!! แผนการของเ้า ที่อยากจะให้เสี่ยวตงถูกปลดจากการเป็รัชทายาท”
“ท่านเลิกโทษอย่างอื่นได้แล้ว ลูกชายของท่านไม่มีสตินึกคิดเอง” อ๋องเสี่ยวเหยาพูดเสียงเข้ม พลางโอบกอดหนี่เฟิ่งจิวไว้ไม่ห่าง ยิ่งเห็นแววตาแห้งแล้งของหญิงสาว เขายิ่งอยากฆ่าคนที่ยืนทำตัวไม่รู้ร้อนรู้หนาว ไม่แม้แต่จะรู้สึกในสิ่งที่ทำลงไป
“อธิบายมาเสี่ยวตง เ้าทำอะไรลงไป?”
“ข้าเจอนางในป่าใกล้เขตวังหลวง ช่วยนางจากอันตราย เห็นว่านางยังไม่หายใ ก็พามาอยู่ที่จวนของเสด็จแม่เพื่อให้นางรู้สึกดีขึ้น ข้าทำสิ่งใดผิดกัน?”
“คุณหลอกฉัน! คุณไม่เคยบอกให้ท่านอ๋องมารับ คุณไม่เคยส่งทหารไปช่วยท่านอ๋องตามหา !!”
“โถ่...เฟิ่งจิว เ้าสติไม่ดี จะโทษอะไรข้าก็ได้อยู่แล้ว”
“อย่าอ้างความสติไม่ดีของนาง ข้าไม่ได้กล่าวหาองค์รัชทายาทปากเปล่า แต่ข้ามีพยานที่เห็นเหตุการณ์ทุกอย่างั้แ่ต้น”
เจียงเหวินและเยว่ชุนที่ยืนแอบอยู่ก็คลานเข่าเข้ามา เบื้องหน้าคือฮ่องเต้ผู้ยิ่งใหญ่ ข้างกายนั้นเป็พระชายาจื่อนั่วอิงที่กำลังมองมาด้วยสายตาอาฆาต
“ก่อนหน้านี้ข้าไปหาสมุนไพร เจอจวนสวยงามอยู่กลางป่าจึงแวะเข้าไปดู ข้ากับแม่นางเป็สหายกันอยู่แล้ว แม่นางขอให้ข้าช่วยพากลับไปหาท่านอ๋อง แต่ข้ากลัวว่าหากพาออกมาจะขัดคำสั่งขององค์รัชทายาท จึงนำความของแม่นางไปบอกท่านอ๋อง”
“เสด็จพี่!”
“หลี่เหมย เ้ามาทำอะไรที่นี่”
“ก่อนหน้านี้ท่านยังไปถามหานางที่จวนอ๋อง ทั้งที่ท่านลักพาตัวนางงั้นหรือ??”
“เ้า!!! พูดจาให้มันดี”
คุณหนูหลี่เหมยเองก็นั่งหงอยในจวนมาหลายวัน ได้ยินจากสาวใช้ถึงเื่ราวทั้งหมด จึงต้องพาตัวเองมาที่วังหลวงแห่งนี้ เธอเองก็อยากรู้ว่านี่มันเื่บ้าบอคอแตกอะไร พี่น้องถึงต้องมายื้อแย่งหญิงสาวที่สติไม่ดีเช่นนี้
“หม่อมฉันพูดความจริงเพคะ เสด็จพี่ทำไปเพื่อสิ่งใด?”
“น้องหญิง เ้าฟังข้าก่อน....”
“เงียบ! เห็นข้าเป็หัวหลักหัวตอหรืออย่างไร??” สุรเสียงของฮ่องเต้ดังสะท้อนไปทั่วท้องพระโรง ทุกสิ่งทุกอย่างนิ่งสนิท พระชายาจื่อนั่วอิงนั้นยิ่งกว่าไปสุมทรวงในตอนนี้
“พยานก็มี หลักฐานก็ชัดเจน แก้ต่างอย่างไรก็ฟังไม่ขึ้น”
“เสด็จพ่อ!”
“ฝ่าาเพคะ ลูกเราทำไปเพราะมารยาของสาวใช้นั่น”
“เ้าก็เป็ไปกับเสี่ยวตงด้วยหรือพระชายา ตาของเ้าบอดเพราะรักลูกจนไม่เห็นดีเห็นชั่ว”
“ก็คงเฉกเช่นเดียวกับฝ่าา ที่อยากให้ลูกเมียน้อยขึ้นเป็รัชทายาท!!”
“เ้าพูดสิ่งใดออกมา”
“คิดว่าหม่อมฉันไม่รู้หรือเพคะ ฝ่าายังละเมอเพ้อถึงนาง คงจะตราตรึงจนหลงลืมไปแล้วว่าสัญญาสิ่งใดกับหม่อมฉัน !”
“จื่อนั่วอิง!!!”
“หม่อมฉันพูดเื่จริง พระองค์ไม่รักหม่อมฉันก็ไม่มีใครว่า แต่จะรักลำเอียงเอาเสี่ยวเหยาเป็หนึ่ง คงเกินไปหน่อยนะเพคะ”
“เ้าเลี้ยงมาแบบไหน? มันถึงได้ทำตัวไร้อารยธรรมอยู่ทุกวัน!”
“เสด็จพ่อ!!!”
“เงียบเดี๋ยวนี้! อย่าให้ข้าหมดความอดทนแล้วปลดเ้าลงนะเสี่ยวตง เพราะข้ายังเห็นแก่หน้าของพระชายาอยู่อย่างไร ถึงได้ทำเป็หูหนวกตาบอดแบบนี้”
จื่อนั่วอิงไม่อาจอดทนสิ่งใดต่อไปได้ เธอเดินลงจากบัลลังก์ไปยืนต่อหน้าของลูกชายที่อยู่ในชุดปักลายั ชุดที่เธอภูมิใจนักหนาว่ามันคือความใฝ่ฝัน
เพี๊ยะ! ฝ่ามือเรียวตวัดลงบนแก้มขององค์รัชทายาททันที จนใบหน้าขาวนั้นโชว์รอยนิ้วทั้งห้า
“เสด็จแม่! ท่านตบข...ข้า”
“จะยอมโดนปลดจากตำแหน่งหรือเสี่ยวตง เ้าควรจะโดนปลดจากการเป็ลูกของข้าไปด้วยเลย...”