ซ่งฮวาวางมือที่จับชีพจรลง กระตุกผ้าห่มให้คนที่หลับอยู่พร้อมทั้งปัดผมที่ปรกหน้าออกให้ในห้องนอกจากจะมีซ่งฮวาแล้วยังมีอวี๋เหมาฉาที่ยืนอยู่ใกล้ๆคนที่หลับอยู่มีใบหน้าซีดเซียวไร้เืฝาดร่างสูงแตะบ่าคนที่นั่งอยู่เล็กน้อยก่อนที่ซ่งฮวาจะเอ่ยขึ้นเบาๆ
“ภายในได้รับาเ็สาหัส เกรงว่าอาจต้องใช้เวลาหลายวันจึงจะรู้สึกตัว”
“เขาเคยโดนแทงทะลุอกยังฟื้นขึ้นมาในสองวันเ้าอย่าได้ห่วงไปเลย” อวี๋เหมาฉาย่อตัวลงกุมมือซ่งฮวาใบหน้านั้นมีความเศร้าและความห่วงกังวล จนร่างสูงอดที่จะกังวลด้วยไม่ได้
“หลานเยว่เทียนมีสภาพเช่นนี้จะไม่บอกเื่นี้กับเขางั้นรึ” เขาที่ซ่งฮวาหมายถึงคือใครอีกคนที่ไม่ได้อยู่ในห้องนี้หากเป็เช่นนี้ต่อไปในภายหน้าหลานเยว่เทียนอาจจะไม่ใช่แค่าเ็แต่อาจถึงตายได้อีกหน
“เราไม่มีสิทธิ์บอกเขาถึงเื่นี้เมื่อถึงเวลาเขาจะรู้ทุกอย่างเอง”
“ข้ากลัวว่ามันอาจไม่ถึงเวลานั้น”
“ก่อนจะเข้าเมืองหลวงข้าเตือนหลานเยว่เทียนหลายเื่แล้วหนนี้คงมีเหตุจำเป็เขาถึงได้ฝืนตัวเองเช่นนี้เช่นนั้นก่อนเราจะกลับเ้าก็ดุว่าเขาสักหน่อยดีหรือไม่ เขาจะได้ไม่ทำเช่นนี้อีก”ซ่งฮวาขมวดคิ้วก่อนจะตีมือหนาเสียแรงจนอวี๋เหมาฉาต้องสะบัดมือเร่าๆ
“ตีข้าทำไม”
“เขาเป็คนป่วยข้าจะไปดุด่าเขาได้อย่างไรแล้วเื่ที่เขาถูกลอบสังหารเล่า เ้าตามเื่ไปถึงไหนแล้ว” ซ่งฮวาดึงมือตัวเองออกเพราะเพิ่งรู้ตัวว่าถูกจับเอาไว้แบบเนียนๆอวี๋เหมาฉาถอนหายใจ
“ยังไม่มีความคืบหน้าอะไร แต่อีกไม่นานพวกมือสังหารต้องลงมือสืบเื่ของเขาเป็แน่”อวี๋เหมาฉามองไปที่หลานเยว่เทียนที่ยังนอนนิ่งแต่ไม่ว่าจะสืบหาอย่างไรพวกมันก็จะไม่มีทางรู้ว่าหลานเยว่เทียนไปอยู่ที่ไหนหรือมีความสัมพันธ์อะไรกับใครบ้างพวกมันจะพบก็แต่ความว่างเปล่า
“หากเื่ทุกอย่างถูกเปิดเผยโดยเร็วก็คงจะดี”
“เขาคือหลานเยว่เทียนมีหรือจะปล่อยให้คนที่ใส่ร้ายตัวเองอยู่อย่างสุขสบายเชื่อข้าเถอะ ว่าเขาจะไม่ทำให้เ้าผิดหวังเป็แน่”
ที่พักของแม่ทัพหลิว ร่างสูงได้รับการรักษาจนสามารถลุกขึ้นนั่งและเดินเหินได้ปกติทั้งที่ยังไม่ถึงหนึ่งชั่วยามหลังจากการรักษาหลิวชิงฟงนั่งอยู่บนเตียงเพราะถูกท่านหมอเทพสั่งเอาไว้ว่าอย่าเคลื่อนไหวร่างกายมากในสองสามวันนี้นั่นจึงเป็เหตุผลที่เขาต้องให้คนเอาเอกสารทั้งหมดมาไว้ข้างเตียง
หลิวชิงฟงมองดูกระดาษที่เขียนรายงานทั้งหมดมามือสังหารพวกนั้นถูกฆ่าตายหมดแล้วที่สามารถสืบหาได้มีเพียงแหล่งที่มาของอาวุธและพิษ แต่ก็ไม่ได้ความอะไรมากนักนอกจากนี้ตัวมือสังหารเองก็ไม่มีอะไรให้สืบแต่พวกมันคงไม่วางมือเพราะแค่พลาดเพียงหนเดียวแน่
ดวงตาสีทองมองไปยังแท่นวางอาวุธที่วางดาบใหญ่และโล่ของเขาเอาไว้แต่ถัดไปไม่ไกลกลับมีอาวุธอีกชนิดที่ดูแล้วไม่ใช่อาวุธของแม่ทัพหลิวอย่างแน่นอน
หอกสีแดงเปล่งประกายอยู่บนแท่นวาง ออร่าของไฟแผ่ออกมาบางๆรอบตัวหอกไม่มีร่องรอยการเคลื่อนย้ายมันออกมาจากแท่นวางบ่งบอกว่ามันวางอยู่ตรงนั้นมานานมากแล้วตัวหอกยังคงสะอาดและแวววาวราวกับได้รับการดูแลเป็อย่างดี
ไม่มีผู้ใดรู้ว่าร่างของแม่ทัพหลานเยว่เทียนหายไปได้อย่างไรในวันนั้นและนอกจากร่างของเขาจะหายไป อาวุธประจำกายของเขาก็หายไปด้วยเช่นกันไม่มีผู้ใดรู้ว่าทั้งสองสิ่งนั้นหายไปได้อย่างไร จนวันนี้ได้คำตอบแล้วว่าหลานเยว่เทียนนั้นยังไม่ตายและอาวุธประจำกายของเขาก็ถูกเก็บรักษาไว้ภายในเรือนของแม่ทัพหลิว
ข้าอาจคาดหวังให้เขากลับมา จึงได้เก็บรักษาอาวุธนี้เอาไว้อย่างดี
แต่เมื่อเขากลับมา เขากลับบอกว่าไม่คิดจะต่อสู้บอกว่าไม่อาจจับอาวุธคู่กายนั้นได้อีกและจะไม่กลับมาเป็แม่ทัพเพื่อปกป้องคนผู้หนึ่ง
ภายในใจของเขานั้นคิดอะไรอยู่กันแน่ สิ่งที่เขา้าคือสิ่งใดเขาจะเดินหน้าต่อไปโดยที่ละทิ้งการต่อสู้ได้อย่างไรคนผู้นั้นของเขามีค่ามากพอให้เขาละทิ้งซึ่งศักดิ์ศรีและเกียรติแห่งแม่ทัพของเขาได้เชียวหรือ
“แม่ทัพใหญ่” อีกด้านของฉากกั้นเสียงของรองแม่ทัพดึงหลิวชิงฟงออกจากห้วงความคิดเขามองหอกนั้นอีกเล็กน้อยก่อนจะตอบรับ
“มีอะไร”
“ท่านหมอเทพให้มาเรียนแม่ทัพใหญ่ว่าแม่ทัพหลานล้มป่วยอย่างกะทันหันตอนนี้ยังไม่ได้สติ จึงอยากจะขออนุญาตแม่ทัพใหญ่ค้างแรมที่ฉางหวั่นขอรับ” หลิวชิงฟงมองกระดาษในมือ แม้สติจะเลือนรางในตอนที่พวกเขาเดินทางกลับมาที่ฉางหวั่นแต่หลิวชิงฟงก็มองเห็นว่าหลานเยว่เทียนนั้นล้มลงไปและได้ยินเสียงคนร้องะโ แต่คิดไม่ถึงว่าสาเหตุที่ล้มลงไปนั้นจะเป็เพราะอาการป่วย
“จัดเตรียมที่พักให้ท่านหมอเทพและอสรพิษเหมาฉา” ลี่ฮุ่ยซิ่วรับคำสั่งก่อนที่หลิวชิงฟงจะกลับไปสวมเกราะเช่นเดิมแล้วมุ่งตรงไปยังที่พักของหลานเยว่เทียนเมื่อมาถึงก็เห็นอวี๋เหมาฉาต้มยาอยู่ด้านนอกเขาประสานมือคำนับผู้ที่าุโกว่าก่อนที่อวี๋เหมาฉาจะเอ่ยทัก
“ท่านหมอเทพไม่ได้บอกเ้ารึว่าอย่าเคลื่อนไหวร่างกายให้มากรีบร้อนเช่นนี้เพื่อมาเยี่ยมแม่ทัพหลานรึ” ซ่งฮวาได้ยินเสียงทักทายจึงเดินออกมานอกที่พักพบว่าอวี๋เหมาฉายืนคุยอยู่กับแม่ทัพหลิว
“แม่ทัพหลิว” ซ่งฮวาเอ่ยเรียกคนที่ใส่เกราะเสียเต็มยศทั้งที่ควรจะพักผ่อนสายตาของคนเป็หมอฉายแววไม่พอใจเล็กน้อยเมื่อเห็นคนไข้ในการดูแลใส่เกราะออกมาเดินด้านนอกแบบนี้
“แม่ทัพหลานคงได้ดุด่าท่านเป็แน่หากเห็นท่านออกมาเดินข้างนอกแทนที่จะพักผ่อน”ท่านหมอเทพวางถังไม้ใบเล็กลงก่อนจะเปลี่ยนน้ำในถัง อวี๋เหมาฉาแค่ยิ้มน้อยๆเพราะรู้ว่าซ่งฮวาไม่ชอบใจที่คนไข้ของตัวเองออกมาเดินท้าแดดท้าลมแม้ว่าอีกฝ่ายจะเป็ถึงแม่ทัพก็ตาม
“ข้าได้ยินว่าเขาล้มป่วย อาการร้ายแรงหรือไม่” หลิวชิงฟงถามถึงคนที่ล้มป่วย ซ่งฮวายกถังน้ำขึ้นก่อนจะเอ่ย
“ท่านมาดูก็จะรู้เองว่าร้ายแรงหรือไม่” เมื่อเห็นว่าได้รับอนุญาตให้เข้าเยี่ยมหลิวชิงฟงจึงเดินตามซ่งฮวาเข้าไปในที่พักภายในที่พักจุดกำยานกลิ่นอ่อนๆเพื่อให้ผ่อนคลายซ่งฮวาหยุดอยู่ข้างเตียงพร้อมทั้งวางถังไม้ลง
“โอรสเทพมิได้อยู่ที่นี่หรอกรึ” หลิวชิงฟงเอ่ยถามทั้งสองนั้นสนิทกันและเป็ฟู่ิซ่านที่พาหลานเยว่เทียนกลับมาเขาก็น่าจะอยู่ที่นี่ แต่กลับไม่เป็เช่นนั้น
“โอรสเทพมีเื่ที่ต้องจัดการจึงมิได้อยู่ที่นี่แล้วส่วนหลานเยว่เทียนแม้ว่าอาการจะร้ายแรงแต่ไม่อันตรายถึงชีวิตอาจใช้เวลาหลายวันกว่าเขาจะรู้สึกตัว” ท่านหมอเทพพูดพร้อมทั้งนำผ้าชุบน้ำบิดหมาดมาเช็ดตัวให้คนที่หลับอยู่ใบหน้าคนป่วยซีดเซียวไร้เืฝาด ลมหายใจก็เบามากจนเกือบััไม่ได้
เป็เช่นนี้ได้อย่างไร
“สาเหตุการป่วยเล่า?”
“เดิมทีร่างกายของเขาก็มิได้แข็งแรงเช่นเมื่อก่อนการใช้ชีวิตปกติก็ทำไม่ได้โดยง่ายเช่นคนทั่วไป สิบวันเขาอาจป่วยหนักได้หนหนึ่งหากไม่ดูแลให้ดี กินยาอย่างสม่ำเสมอ เขาก็จะล้มป่วยได้ง่าย” ซ่งฮวาพูดไปเช็ดตัวให้คนป่วยไปเสร็จแล้วก็วางผ้าบิดหมาดๆลงบนหน้าผาก
“แต่เขาเป็คนเข้มแข็งเมื่อใดที่ล้มป่วยเขาก็จะรีบหายเพื่อกลับมาทำในสิ่งที่เขานั้นอยากทำแม่ทัพหลิวอย่าได้ห่วง อีกไม่นานเขาก็จะฟื้น” นี่คงเป็ครั้งแรกเลยกระมังที่เห็นหลานเยว่เทียนล้มป่วยหนักเช่นนี้ที่ผ่านมาแม้แต่าแเล็กน้อยเขาก็ไม่เคยสนใจเลยสักครั้งจะโดนฟันโดนแทงเช่นไรก็ไม่เคยเห็นเขาล้มลง....
เขาจะกลับมาเป็เช่นเดิมได้อีกหรือไม่
นานเกือบสามวันที่หลานเยว่เทียนนอนนิ่งแต่ในที่สุดก็ลืมตาตื่นดวงตาสีแดงยังดูอ่อนล้าแต่กระนั้นก็ยังส่งยิ้มชวนน่าตีให้กับท่านหมอเทพที่กำลังเช็ดตัวให้ซ่งฮวาตรวจชีพจรเล็กน้อยก่อนจะเอ่ยถาม
“รู้สึกเช่นไร?”
“เหนื่อย” หลานเยว่เทียนตอบสั้นๆเขาพยายามลุกขึ้นนั่งโดยมีซ่งฮวาคอยประคอง เขาอ้าปากหาว
“และง่วง” ซ่งฮวาประคองถ้วยยาอุ่นๆส่งให้หลานเยว่เทียนรับมาดื่มรวดเดียวจนหมด สีหน้าดีขึ้นมากแค่ยังอ่อนล้าเท่านั้น
“หลับไปเสียสามวัน จะไม่ง่วงได้อย่างไร”
“สามวันเชียวรึ!” หลานเยว่เทียนทำหน้าเหวออ้าปากหาวอีกรอบ ขยี้ผมยุ่งๆของตัวเองอย่างหัวเสีย
ตั้งใจเอาไว้ว่าหลังส่งหลิวชิงฟงเสร็จก็จะรีบไปยังที่ที่หนึ่งแท้ๆแต่ทันทีที่หมดสติไปก็ผ่านมาแล้วถึงสามวัน แต่ช่างมันเถอะ จะไปตอนนี้ก็ยังไม่สาย
“ลำบากท่านหมอเทพแล้ว”
“หากรู้ว่าข้าลำบากก็เลิกฝืนตัวเองเสียหากข้าไม่มาที่นี่ใครจะรักษาเ้า หัดระวังตัวเสียบ้าง แม่ทัพหลิวเขาเก่งกาจถึงเพียงนั้นเ้าไม่จำเป็ต้องฝืนช่วยเขาหรอก”แม้จะพูดเอาไว้จะไม่ดุด่าหลานเยว่เทียนแต่มันก็อดที่จะเอ่ยสั่งสอนไม่ได้หลานเยว่เทียนนิ่วหน้า ซ่งฮวาโกรธทีไรน่ากลัวทุกที
“แต่เขาช่วยปกป้องข้าจนถูกพิษเสียเองข้าจะไม่ช่วยเขาได้อย่างไร”
“จะเถียงข้ารึ” ซ่งฮวาใช้สมุนไพรตีหน้าผากคนที่เพิ่งฟื้นไข้อวี๋เหมาฉาที่เพิ่งเดินเข้ามาเห็นาเล็กๆระหว่างหมอกับคนไข้จึงเข้ามาช่วยห้าม
“เ้าบอกเองว่าจะไม่ดุด่าเขามิใช่รึ”
“ไม่ดุด่าก็ไม่จำหากเ้าทำเช่นนี้อีกข้าจะมาอยู่กับเ้าเสียที่นี่ดีหรือไม่ จะได้มีคนคอยรักษาเ้ามันน่าตีให้เจ็บนัก” แม้จะบ่นแต่ซ่งฮวาก็จัดเตรียมยาให้หลานเยว่เทียนยิ้มแห้ง สถานการณ์มันฉุกละหุกนี่ข้าเองก็ไม่ได้อยากฝืนตัวเองเสียหน่อย
“หลานเยว่เทียนก็ปลอดภัยดีแล้วแม่ทัพหลิวเองก็ฟื้นตัวเป็ปกติแล้วเช่นกันพวกเ้าสองคนนับว่ายังโชคดีที่พิษพวกนั้นเป็แค่ของเลียนแบบ ถ้าเป็พิษที่ข้าทำขึ้นพวกเ้าคงไม่รอดจนถึงป่านนี้”อวี๋เหมาฉาเอ่ยในสิ่งที่หลานเยว่เทียนคิดไว้พิษที่อวี๋เหมาฉาทำขึ้นทั้งรุนแรงกว่าและวิธีการปรุงซับซ้อนยิ่งกว่ายิ่งปรุงซับซ้อนเวลาถอนพิษก็จะยิ่งยากเช่นกันและสูตรพิษของอวี๋เหมาฉาก็ไม่เคยบันทึกเป็ลายลักษณ์อักษร พิษตัวไหนปรุงเช่นไรมีแค่เ้าตัวเท่านั้นที่รู้แม้หลานเยว่เทียนจะเรียนรู้เื่พิษกับอวี๋เหมาฉาแต่ก็ไม่เคยปรุงพิษได้รุนแรงเท่าที่อวี๋เหมาฉาทำเลยสักครั้งพิษที่พวกเขาเจอแม้จะออกฤทธิ์ใกล้เคียงแต่ก็ไม่ได้รุนแรงมากเลียนแบบสีและกลิ่นได้ดีเยี่ยม แต่พิษก็ยังเป็พิษ ไม่ควรประมาทแม้ว่าจะเป็แค่ของเลียนแบบ
“แต่ใครกันที่เลียนแบบพิษของเ้าได้แม้แต่ข้าที่เรียนเื่พิษมาจากเ้ายังเลียนแบบไม่ได้ถึงขนาดนี้” มือสังหารใช้พิษในการสังหารแม้จะคล้ายมือสังหารมืออาชีพแต่ก็ไม่ได้เก่งกาจถึงเพียงนั้นและถึงแม้จะเป็การเลียนแบบแต่ก็ต้องรู้ถึงวัตถุดิบในการปรุงพิษ วิธีปรุงและอย่างที่บอกว่าสูตรพิษต่างๆของอวี๋เหมาฉาไม่เคยถูกบันทึกเป็ลายลักษณ์อักษรคิดไม่ออกเลยจริงๆว่าผู้ใดที่สามารถเลียนแบบพิษนี้ขึ้นมาได้
“แล้วเ้าจะทำเช่นไรต่อไป” ซ่งฮวาเอ่ยถามเมื่อพิจารณาสถานการณ์หลานเยว่เทียนบีบนวดมือตัวเองเล็กน้อย
“ทำตามที่วางแผนเอาไว้เช่นเดิมเื่ลอบสังหารเป็สิ่งที่เรารู้อยู่แล้วว่าจะต้องเกิดขึ้นและหยุดยั้งไม่ได้แต่ถึงกระนั้นก็ไม่ได้ทำให้ข้าหวั่นเกรงแต่อย่างใดข้าเองก็อยากจะรู้เหมือนกันว่าจะทนลงมือลอบสังหารข้าไปได้อีกนานแค่ไหน”
ร่างโปร่งเงยหน้ามองสถานที่ที่ตนมาเยือนป้อมปราการลอยฟ้าที่มีโซ่ตรวนขนาดใหญ่ตรึงเอาไว้จากทั้งสี่ทิศนอกจากจะมีป้อมปราการใหญ่ตรงกลางแล้วยังมีป้อมปราการลอยฟ้าเล็กๆล้อมเอาไว้อีกชั้นผู้คนที่สวมหน้ากากครึ่งหน้าถือหน้าไม้เตรียมพร้อมกำลังเฝ้าระวังอยู่ทั่วไปหมดที่นี่คือพรรคถังเหมิน มือสังหารหนุ่มสาวต่างทำหน้าที่ของตัวเองและมองมาที่หลานเยว่เทียนบ้างเล็กน้อยแต่ก็ไม่มีใครเข้ามาทักทายอะไร
เพราะคนที่เดินอยู่ข้างๆเขานั่นเอง
“สวี่ชิงเค่อมาหาเ้ารึ”หลานเยว่เทียนถามโพล่งขึ้นมาเฉยๆเพราะคิดว่ามีเพียงแค่สวี่ชิงเค่อเท่านั้นที่จะทำให้รองประมุขคนสวยผู้นี้หน้านิ่งอย่างนี้ได้
“แม่ทัพหลานก็พูดไป เขาไม่ได้มาหาข้า” คราวนี้สวี่ชิงเค่อไปแกล้งอะไรฉางลี่อินอีกล่ะ สภาพนี้ทีไรต้องเป็เพราะสวี่ชิงเค่อไปทำอะไรไม่คิดหน้าคิดหลังอีกแน่นอน
“แล้วเ้าจะไม่ใจอ่อนให้อภัยเขาเลยรึ” สำหรับสวี่ชิงเค่อนั้น จะบอกว่าน่าสงสารก็สงสารแต่จะบอกว่าสมน้ำหน้าก็สมน้ำหน้าเหมือนกัน
“แล้วท่านมาทำอะไรถึงที่ถังเหมินข้าได้ยินเื่ที่ท่านถูกลอบสังหารแล้ว ท่านจะไปไหนมาไหนลำพังเช่นนี้คงไม่ดีนัก”ฉางลี่อินเอ่ยเตือน หลานเยว่เทียนนิ่วหน้า ไม่คิดจะเอ่ยถึงสวี่ชิงเค่อต่อเสียด้วย
“เ้าดูถูกอดีตแม่ทัพอย่างข้ารึ อีกอย่าง ทุกวันนี้ข้าก็ถูกคุ้มกันจนไม่เป็อันทำอะไรแล้วกว่าจะหลบออกมาหาเ้าได้ก็ลำบากไม่น้อยเลย” ร่างโปร่งบ่นอุบหลังจากที่เขาฟื้นเขาตั้งใจจะมาที่ถังเหมินแต่ซ่งฮวาไม่ให้มาแล้วยังขอให้หลิวชิงฟงส่งคนมาคอยคุ้มกันเขาด้วยเรียกได้ว่าไปไหนมาไหนมีผู้ติดตามเป็ขบวน
“ท่านมาที่นี่แม่ทัพหลิวไม่ว่าอะไรรึ?”
“เพราะเขาไม่รู้ข้าถึงมาหาเ้าได้นี่ไง” ทั้งสองเดินเข้ามายังทางขึ้นป้อมปราการก่อนที่มันจะเคลื่อนตัวขึ้นไป้าหลานเยว่เทียนเห็นแล้วรู้สึกอึ้งวิทยาการของถังเหมินนั้นพอๆกับหน่วยทหารหรือหน่วยสร้างอาวุธของโลกเวทมนตร์เลยทีเดียวอุปกรณ์ที่ใช้อยู่อย่างหน้าไม้ก็ใช่ว่าจะเป็แค่หน้าไม้ทั่วๆไปและป้อมปราการที่ลอยฟ้าได้นี่ก็ใช่ว่าจะสร้างได้ง่ายๆเสียที่ไหน สามารถสร้างแหล่งพลังงานที่ทำให้ป้อมปราการลอยได้นี่ต้องมีทีมวิศวกรที่เก่งขนาดไหนกัน
มีทั้งหุ่นฝึกที่สามารถโต้ตอบและหลบการโจมตีได้เองสารพัดอาวุธลับที่ล้วงออกมาจากตัวได้เรื่อยๆนอกจากนั้นยังมีพาหนะที่ดูแล้วคล้ายมอเตอร์ไซค์ของโลกเวทมนตร์อีกแม้มันจะมีล้อเดียวแต่การออกแบบไม่ธรรมดาเลย ดูแล้วไฮเทคไม่เหมาะกับโลกใบนี้เลย
ถ้ามีหุ่นยนต์มาเดินแถวนี้หลานเยว่เทียนก็ไม่แปลกใจแล้ว หรือจะมีรถถังออกมาวิ่งเล่นในพรรคก็ไม่น่าแปลกใจเช่นกันอีกไม่นานพวกเขาคงสร้างเครื่องบินออกมาบินเล่นได้กระมัง
“ข้าล่ะทึ่งความสามารถในการสร้างของเหล่านี้ของพวกเ้าเสียจริง”ระหว่างที่เดินๆไปก็จะเจอสนามฝึกลอยฟ้าที่มีทั้งหุ่นช่วยฝึกเป้าสำหรับยิง หลานเยว่เทียนมองเห็นคล้ายคนที่กำลังฝึกบินก็ทำให้อดหยุดดูไม่ได้สิ่งที่ใช้บินคือปีกเทียมที่ติดเอาไว้กับชุด แต่ถึงกระนั้นก็ไม่ได้ดูเกะกะหลานเยว่เทียนกำลังจะถามถึงกระบวนการทำงานของมันแต่ถูกฉางลี่อินคว้าตัวขึ้นมาอุ้มก่อนแล้วะโไปยังสนามฝึกลอยฟ้าทั้งอย่างนั้น
“โห” ่จังหวะหนึ่งที่ฉางลี่อินกางปีกเทียมที่ด้านหลังหลานเยว่เทียนจึงเห็นลมปราณสายหนึ่งที่คล้ายกับวงเวทย์แล้วก็จะปรากฏอุปกรณ์ที่สำหรับใช้ปีกเทียมเขาถึงได้เข้าใจว่าทำไมคนของถังเหมินถึงได้มีอุปกรณ์มากมายในเวลาทำภารกิจนั่นเพราะพวกเขาไม่ได้พกอุปกรณ์มากมายแต่เป็เพราะความสามารถในการอัญเชิญที่รวดเร็วมากเหมือนอุปกรณ์มีติดตัวอยู่ต่างหากช่างน่าทึ่งโดยแท้
ฉางลี่อินร่อนตัวลงบนสนามฝึกอย่างนุ่มนวลเมื่อหันมามองอีกทีก็พบว่าดวงตาสีแดงเหมือนกระต่ายของหลานเยว่เทียนนั้นกำลังเปล่งประกายเพราะความตื่นเต้นเหมือนเด็กที่เห็นของเล่นใหม่ทำให้ฉางลี่อินอดที่จะคิดไม่ได้
หากท่านทำเช่นนี้ต่อหน้าคนผู้นั้นเกรงว่าเขาคงอดร้นทนไม่ได้เป็แน่
“แม่ทัพหลานชอบรึ?”
“ข้าเพิ่งเคยเห็นอะไรแบบนี้เป็หนแรกพวกเ้าคงต้องฝึกกันหนักมากกว่าจะทำได้ถึงเพียงนี้” หลานเยว่เทียนนั้นเดิมทีก็เป็คนฉลาดหลักแหลมมากแค่มองปราดเดียวก็รู้ว่าพวกเขาต้องฝึกอะไรบ้างกว่าจะสามารถรับภารกิจได้สมแล้วที่เคยเป็แม่ทัพที่ไร้พ่ายในสนามรบ
“อันที่จริงก็ไม่ยากเท่าไหร่ฝึกไม่หนักเท่าเทียนเช่อของท่านหรอก” ฉางลี่อินพูดความจริงที่ถังเหมินแม้จะดูเหมือนมีอะไรซับซ้อนแต่การฝึกนั้นนับว่าง่ายดายมากหากเทียบกับเทียนเช่อและฉางหวั่นรวมถึงการต่อสู้แบบแนวหน้าก็ยังอ่อนด้อยมากนัก
“ไม่เลยๆ พวกข้าฝึกแต่ด้านพละกำลังทำอะไรซับซ้อนเหมือนพวกเ้าไม่ได้หรอก” หลานเยว่เทียนบอกปัดฉางลี่อินวางอีกฝ่ายลง ไม่คิดเลยว่าคนที่ฝึกด้านพละกำลังมาตลอดอย่างแม่ทัพหลานจะตัวเบาถึงเพียงนี้มิหนำซ้ำยังสวมชุดของอู่ตู๋แล้วเหมาะมากเสียด้วย
“แล้วที่ท่านมาที่นี่มีธุระอันใดรึ” ทั้งสองออกเดินอีกครั้งก่อนที่หลานเยว่เทียนจะล้วงของบางอย่างออกมาจากถุงผ้าที่ห้อยเอาไว้ที่เอวของสิ่งนั้นถูกห่อผ้าเอาไว้อย่างดีก่อนที่หลานเยว่เทียนจะยื่นสิ่งนั้นให้ฉางลี่อิน
“ข้าอยากให้เ้าช่วยตรวจสอบสิ่งนี้ให้ข้าข้ารู้ว่าเป็ของเลียนแบบแต่เผื่อเ้ามองเห็นสิ่งที่ข้ามองไม่เห็น” ฉางลี่อินรับสิ่งนั้นมาก่อนจะแกะห่อผ้าออกพบว่าสิ่งนั้นคือลูกดอกสีน้ำเงินทองที่ยังเหลือพิษอยู่เล็กน้อยมองอยู่ไม่นานนักฉางลี่อินก็เอ่ยขึ้น
“ของเลียนแบบมีตำหนิ”
“ของมีตำหนิ?” ฉางลี่อินพยักหน้าพิจารณาลูกดอกนั้น พลิกซ้ายขวาดูอีกรอบ
“แต่ถังเหมินจะไม่ใช้ของมีตำหนิและอาวุธทุกอย่างที่สร้างขึ้นล้วนได้รับการตรวจสอบก่อนนำไปใช้หากมีตำหนิจะทำลายทิ้งทันทีและสิ่งนี้เหมือนจะเป็ของเลียนแบบของมีตำหนิของถังเหมิน” ฉางลี่อินหมุนลูกดอกในมือก่อนจะพูดต่อ“น้ำหนักมากกว่าเล็กน้อยด้วยน้ำหนักเท่านี้จะทำให้ลูกดอกพุ่งเป้าคลาดเคลื่อนจากที่เล็งเอาไว้ของที่ใช้ทำก็สามารถหาได้ทั่วๆไป ดูแล้วช่างทำอาวุธทั่วไปก็สามารถสร้างสิ่งนี้ขึ้นมาได้และอีกอย่าง” ฉางลี่อินเคาะลงบนลูกดอกแต่ก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้นเขาจึงล้วงลูกดอกที่อยู่ใต้ชุดออกมาให้หลานเยว่เทียนดู ดูเผินๆก็ไม่มีอะไรแตกต่างกันนักแต่ถ้าสังเกตดีๆจะพบว่าลูกดอกที่ฉางลี่อินเพิ่งเอาออกมานั้นดูอันตรายกว่าและประณีตมากกว่าเขาแตะไปที่กลางลูกดอกก่อนที่มันจะเกิดกลไกบางอย่าง
หลานเยว่เทียนอยากจะอุทานออกมาดังๆลูกดอกของฉางลี่อินนั้นมีกลไกที่ซ่อนเข็มพิษไว้ หรือก็คือหากลูกดอกนั้นพลาดเป้าก็จะมีเข็มพิษเหล่านี้พุ่งออกมาเพื่อสังหารศัตรู ซึ่งของเลียนแบบที่ว่านั้นไม่มี
เมื่อเห็นหลานเยว่เทียนตาลุกวาวเพราะความสนใจฉางลี่อินจึงยื่นลูกดอกให้ดูใกล้ๆดวงตาสีแดงเปล่งประกายด้วยความสนใจอยากรู้อยากเห็นมองแล้วน่าเอ็นดูยิ่งนัก
เนื่องด้วยภพที่แล้วหลานเยว่เทียนคือจอมเวทหน่วยรบภาคอากาศที่บ้าอาวุธอยู่พอสมควรมักจะชอบสะสมโมเดลอาวุธเป็งานอดิเรกโดยเฉพาะอาวุธที่สร้างเองกับมือและใช้งานได้จริงแต่ของแบบนี้นั้นหายากมากในโลกที่เต็มไปด้วยเวทมนตร์ที่สร้างได้ทุกสิ่งแทบจะหาคนสร้างอาวุธแบบที่สร้างด้วยมือไม่ได้เลย
เมื่อลูกดอกนี้เป็ของเลียนแบบและยังเลียนแบบของที่มีตำหนิที่ถังเหมินนั้นจะกำจัดทิ้งนั่นหมายความว่ามีใครบางคนจงใจจะทำให้หลานเยว่เทียนสงสัยว่าเป็คนของถังเหมินที่ลอบสังหารตัวเองพวกมันไม่ได้อยากให้การลอบสังหารนั้นพลาดแต่ถ้าพลาดก็จะเป็การป้ายความผิดเื่การลอบสังหารมาให้ถังเหมินแต่เื่มันคงไม่ได้มีแค่นี้แน่
ต้องเป็คนคนเดียวกัน.....คนเดียวกับที่ใส่ร้ายหลานเยว่เทียนเมื่อสองปีก่อน
แต่พวกมันประเมินเขาต่ำเกินไปถ้าคิดว่าแค่นี้จะทำให้เขาสงสัยถังเหมินล่ะก็ พวกมันนั้นคิดผิดแล้ว
“หากท่านชอบ ข้ายกให้” เมื่อเห็นหลานเยว่เทียนเอาแต่จ้องลูกดอกนั้นฉางลี่อินจึงเอ่ยบอกว่าจะยกให้หลานเยว่เทียนโบกมือปัด
“ไม่ๆ คือข้าสนใจแต่ว่าข้ารับไว้ไม่ได้หรอก ว่าแต่ประมุขของเ้าไปไหนกัน ที่ข้ามาก็เพื่อมาพบเขาด้วย” เยว่เฟยหลิงประมุขของถังเหมินนั้นปกติก็หาตัวไม่ค่อยจะเจออยู่แล้วแต่ว่านี่หายไปอย่างไร้ร่องรอย เขาไปอยู่ที่ไหนกัน
“อย่าว่าแต่ท่านเลย ข้าเองก็อยากรู้ว่าเขาอยู่ที่ไหน”หลานเยว่เทียนขมวดคิ้ว แม้แต่ฉางลี่อินก็ไม่รู้อย่างนั้นรึ
“แต่เดิมทีประมุขก็ไม่ค่อยจะอยู่ที่พรรคข้าเกรงว่าภารกิจที่เขาทำนั้น......” ฉางลี่อินเหมือนนึกขึ้นได้มองหลานเยว่เทียนเล็กน้อยซึ่งหลานเยว่เทียนก็ยิ้มหวานกลับกลบเกลื่อนแต่มีหรือฉางลี่อินจะปล่อยผ่าน
“หรือว่าท่าน.....” หลานเยว่เทียนเอาพัดที่ไม่รู้ว่าเอามาจากไหนมาสะบัดเล็กน้อยก่อนจะทำทีหันไปมองอย่างอื่นแต่ถ้าหากสังเกตดีๆจะพบว่าหลานเยว่เทียนนั้นแอบพยักหน้าเล็กน้อยจากนั้นก็เก็บพัดลง
“ข้ารบกวนเ้ามากแล้ว เห็นทีต้องรีบกลับข้าไม่อยากถูกแม่ทัพหลิวแหกอกเสียด้วย” แม้จะพึ่งออกมาไม่นานเท่าไหร่แต่อย่างไรเสียก็แอบมารีบกลับเสียหน่อยท่าจะดี
ที่อยากรู้ก็รู้แล้ว สารที่จะส่งก็ส่งแล้ว ความช่วยเหลือก็ขอแล้วแม้ว่าจะไม่สมดั่งใจไปเสียทุกอย่างแต่ก็นับว่าคืบหน้ามากทีเดียว
“เช่นนั้นข้าจะไปส่งท่านที่หน้าพรรค” ทั้งสองเดินออกจากสนามฝึกลอยฟ้าของถังเหมินก่อนที่ฉางลี่อินจะมาส่งหลานเยว่เทียนที่หน้าพรรคไม่รู้ว่าฉางลี่อินอมยิ้มน้อยๆอะไรมาั้แ่เมื่อครู่ หลานเยว่เทียนอ้าปากหาวถึงเวลานอนกลางวันแล้วหรือนี่
“ข้าจะให้คนตามคุ้มกันจนถึงฉางหวั่นรักษาตัวด้วยแม่ทัพหลาน” หลานเยว่เทียนขึ้นขี่ม้าที่ตัวเองแอบฉกมาก่อนจะโบกมือลาฉางลี่อินเมื่อร่างนั้นควบม้าลับตาไปแล้วเขาจึงได้หันไปมองที่ทางเข้าที่มีร่างสูงยืนอยู่โดยเร้นกายตัวเองเอาไว้เพียงแค่ก้าวขาฉางลี่อินก็ไปอยู่ข้างกายคนผู้นั้น
“เป็ห่วงเขารึ” ฉางลี่อินเอ่ยถามแม่ทัพใหญ่ในชุดเกราะสีดำแค่ยืนพิงกำแพงเอาไว้หลิวชิงฟงรู้ว่าหลานเยว่เทียนแอบออกมาข้างนอกเขาจึงได้แอบตามมา เขามองฉางลี่อิน
“ข้าไม่บอกเขาหรอกว่าท่านตามมา” แม้หลานเยว่เทียนจะบอกว่าตัวเองแอบมาแต่ไม่รู้ตัวเลยว่าเขานั้นถูกใครบางคนสะกดรอยตามมาจะไม่รู้ก็ไม่แปลกเพราะว่าหลิวชิงฟงแค่แอบตามมาเหมือนเดินตามมาเฉยๆจึงจับััไม่ได้ซึ่งฉางลี่อินก็เกือบจะไม่รู้ตัวเช่นกัน
คงเป็่ที่เขาอุ้มแม่ทัพหลานกระมัง อีกฝ่ายจึงได้เผยร่องรอยให้เห็น
ช่างน่าเอ็นดูเสียจริง
“เช่นนั้นข้าขอตัว” หลิวชิงฟงเตรียมที่จะกลับฉางหวั่นเช่นกัน่เวลานี้หลานเยว่เทียนควรจะหลับไปแล้ว หากเกิดฟุบหลับระหว่างทางจะอันตรายได้
“แม่ทัพหลิว” ก่อนที่หลิวชิงฟงจะจากไปฉางลี่อินก็เรียกเอาไว้
“ระวังตัวเองให้ดี” รองประมุขถังเหมินเอ่ยเตือนเอาไว้แค่นั้นแต่ไม่ได้มีสีหน้าที่จริงจังอะไรเขาหมุนตัวกลับเดินเข้าไปในพรรคพร้อมสั่งคนตามคุ้มกันแม่ทัพหลานหลิวชิงฟงเพียงแค่มองอีกฝ่ายเล็กน้อยก่อนจะรีบควบม้าตามหลานเยว่เทียนไปฉางลี่อินที่มองอยู่ไกลๆหัวเราะ
แม่ทัพหลานน่ารักน่าเอ็นดูปานนั้น ท่านระวังตัวเองให้ดีเถอะแม่ทัพหลิว