ตะวันกล่าวเบาๆก่อนลุกขึ้นเดินออกไปจากโต๊ะอาหารในสมองของเขาสับสนไปหมด ไม่รู้ว่าควรจะทำอย่างไรดี
“เอาอย่างนี้คุณไปบอกไอ้แสงให้มันบอกลูกสาวของมันว่าอย่ามายุ่งกับลูกของเรา”
นายพลสุรินทร์สั่งภรรยาอย่างไม่พอใจ
“ไม่ได้หรอกคุณสุรินทร์ คุณไม่อายคนใช้มันหรือไงต้องบอกกับลูกของเรานั้นแหละ”
“คุณแนใจหรือว่าจะเอามันอยู่”
“ดูดูเขาไปก่อน บางทีเขาอาจจะแค่ชอบเล่นๆตามประสาเด็กวัยรุ่นก็ได้”
๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐
“แม่”
น้อยเรียกผู้เป็แม่
“มีอะไรไอ้น้อย”
นางลีหันไปถามลูกชายคนเล็ก
“ทำไมเดี๋ยวนี้คุณตะวันเขาถึงไม่เห็นมาบ้านเราอีกเลยล่ะ หรือว่าเขากลับกรุงเทพไปแล้ว”
“ยังไม่กลับหรอก เมื่อเช้าแม่ยังเห็นอยู่ที่บ้านเขาเลย”
“ไม่มาก็ดีแล้วนี่น้อย จะได้ไม่เปลืองข้าวบ้านเรา”
ลลินที่ได้ยินแม่กับน้องคุยกันพูดขึ้นมาบ้าง
“อย่าพูดอย่างนั้นสิลลิน ถึงยังไงครอบครัวของเขาก็มีพระคุณกับพวกเรามากเลยน่ะถ้าท่านสุรินทร์ไม่รับพ่อให้มาเป็คนเฝ้าสวนที่นี่ ป่านนี้พ่อก็ยังไม่รู้ว่าจะพาพวกลูกๆระหกระเหินไปทางไหนบ้างเพราะฉะนั้นอะไรนิดอะไรหน่อยก็ยอมๆเขาไปเถอะ”
นายแสงสอนลูกสาว
“จ๊ะพ่อ”
ลลินจำต้องรับคำ แล้วก็ฟังแม่กับน้องคุยกันต่อไป
“คุณตะวันกับคุณทะนงนี่ดีนะแม่ ไม่ถือตัวด้วยคุณตะวันนะชอบให้ตังค์น้อยกับพี่ลอยไปซื้อขนมกินบ่อยๆ”
น้อยยังคงพูดถึงความดีของตะวันต่อไปจนทำให้ลลินอดหมั่นไส้ขึ้นมาอีกไม่ได้
“ก็เขาเป็คนรวยนี่น้อย ที่เขาให้มานั้นก็เท่ากับเป็เศษเงินของเขานั้นแหละ”
“อ้าว พี่ลลินว่าเขาอีกแล้วพ่อ พี่ลลินไม่ชอบคุณตะวันเขาหรือไง เขาเป็คนดีออกจะตาย”
น้อยพูดออกมาตามประสาเด็กแต่ก็ทำเอาลลินหน้าแดงรีบลุกขึ้นเดินหนีเข้าห้องไป
นายแสงเห็นกิริยาของลูกสาวแล้วก็อดนึกสงสารไม่ได้แกผ่านร้อนผ่านหนาวมามาก ทำไมแกจะดูไม่ออกว่าลูกคิดยังไงกับลูกชายเ้านาย แม้รู้ว่าลูกคงไม่มีวันสมหวังแต่ก็ไม่รู้จะห้ามใจลูกได้ยังไง ทุกอย่างคงต้องปล่อยให้เป็ไปตามเวรตามกรรม
๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐
อีกสองปีต่อมา
“เฮ้ย นี่แกจะพาฉันไปไหนว่ะทะนง”
ตะวันร้องโวยวายเมื่อถูกทะนงที่มาหาถึงบ้านแต่เช้าลากแขนพามาที่รถ
“ฉันเรียนจบแล้ววะตะวัน แล้วคุณพ่อก็จะส่งฉันไปเรียนต่อที่ต่างประเทศด้วย”
ทะนงกล่าวด้วยท่าทางดีใจ
“เออ ฉันดีใจด้วย ว่าแต่แล้วไงว่ะ”
ตะวันยังไม่เข้าใจที่เพื่อนพาเขามาที่รถ
“จะแล้วไงว่ะ ฉันก็จะให้แกพาไปที่บ้านสวนนะสิ ฉันจะไปบอกข่าวดีนี้กับลลิน ให้เธอรอวันที่ฉันเรียนจบปริญญาโทกลับมา”
เท่านั้นเองท่าทางของตะวันก็เคร่งขรึมลงไปทันทีเขาขับรถพาเพื่อนออกจากบ้านมาด้วยความเร็วสูง
“เฮ้ยๆ ขับช้าๆหน่อยก็ได้ จะรีบร้อนไปไหนว่ะ”
ทะนงร้องลั่นด้วยความหวาดเสียวที่เพื่อนขับรถเร็วมาก
“จะให้แกได้เห็นหน้าคนรักเร็วๆไง”
ตะวันพูดเหมือนประชด แต่ทะนงไม่เข้าใจ เขานั่งบ่นอุบอิบไปตามเื่
“ฉันกลัวว่าจะได้เห็นหน้ายมบาลก่อนนะสิ”
แล้วทั้งสองก็เดินทางมาถึงบ้านสวนโดยสวัสดิภาพจนได้
“สวัสดีครับคุณลุงสุรินทร์”
ทะนงทำความเคารพเ้าของบ้าน ในขณะที่ตะวันเดินหน้าบึ้งขึ้นข้างบนไปโดยไม่พูดไม่จากับใคร