บทที่ 13 ขัดจังหวะ
ใบหน้าของชายวัยกลางคนยังคงนิ่งเรียบไม่เปลี่ยนแปลง การแสดงออกที่มั่นคงราวหินผานี้ทำให้เขาไม่ดูว่าจะเป็คนที่รังแกได้ง่ายๆเลย
โชคดีที่ร้านค้าคุณสวี่นั้น แม้จะยังไม่เปิดดำเนินการใน่เช้าของวัน ทว่าคุณสวี่เ้าของร้านยังไม่ได้เข้านอน เขากำลังส่งต่อสินค้าที่ซื้อมาได้เมื่อคืนให้กับพ่อค้าคนกลางต่อไป ร้านของเขาไม่มีความสามารถในการแปรรูปสินค้าเหล่านี้ จึงต้องส่งมอบมันให้กับผู้อื่น ไม่น่าแปลกใจที่พวกเขาจะขายได้ราคาถูก ในขณะที่สินค้าขายออกมากลับมีราคาแพงหูฉี่
“่นี้คุณสวี่โชคดีไม่น้อย มีแกนพลังงานมาขายให้ทุกครั้งเลย”
“ฮ่าๆ โชคดีเพราะได้รู้จักเด็กดีๆน่ะ”
“เด็กดีๆหรอ? การที่ได้รู้จักเด็กดีๆก็ถือว่าเป็โชคเหมือนกันสินะ ครั้งก่อนก็ได้ชิ้นส่วนจากเขต B มาไม่น้อย หากมีครั้งหน้าอีก...รีบแจ้งมาได้เลยนะ ไม่ต้องกองเก็บเอาไว้ที่ร้านอีก ฉันไม่อยากปล่อยให้ซากกลายพันธุ์เหล่านี้เน่าเสีย มันจะดีกว่าถ้าขายได้สดๆน่ะ”
“โอ้ แต่การที่ตระกูลจางและตระกูลเวินแข่งขันกันเช่นนั้นไม่ได้เกิดขึ้นบ่อยๆหรอกครับ โอกาสแบบนั้นเป็โอกาสพิเศษเท่านั้นแหละ”
“นั่นสินะ เด็กดีๆที่ว่านั่นก็คือคนโชคดีเหมือนกัน ไม่รู้ว่าทำงานถูกอกถูกใจพวกคนตระกูลใหญ่ได้ยังไง ไม่อย่างนั้นคนพวกนั้นคงไม่ว่าจ้างพวกเก็บขยะระดับต่ำไปใช้งานหรอก”
“นั่นสิครับ แต่จากที่รู้จักมา...เด็กตัวน้อยนั้นเป็คนที่ขยันและรู้จักไม่พูดมาก พวกคนใหญ่คนโตคงจะชอบในจุดนี้”
“อืม คุณสวี่เองก็เก็บเด็กดีนั้นเอาไว้ล่ะ อย่าปล่อยให้ถูกร้านค้าอื่นแย่งไป ไม่อย่างนั้นฉันก็ไม่ได้รับส่วนแบ่งได้อีกในอนาคต ฮ่าๆ” สองเถ้าแก่พูดคุยกันอย่างสนิทสนม พวกเขาร่วมธุรกิจกันมานานแล้ว คนหนึ่งเปิดร้านรับซื้อขยะ อีกคนก็เป็พ่อค้าคนกลางที่ทำกำไรจากเื่นี้อีกที
พ่ออันอยู่แถวๆนั้นย่อมได้ยินคำพูดของสองคนบ้าง คิ้วของเขาขมวดก่อนจะคลายลง เห็นได้ชัดว่า “เด็กดี” ที่พวกเขาทั้งสองพูดถึงก็คือลูกสาวของตน เมื่อรวมกับคำพูดของซูหยวนด้วยแล้ว ทุกอย่างก็ถูกต้องทั้งหมด กลายเป็ว่าลูกสาวของเขาไม่ได้โกหกเลย เธอกำลังทำงานให้คนตระกูลใหญ่จริงๆ
ถึงจะภาคภูมิใจที่อนาคตของลูกสาวไม่น่าจะตกต่ำหลังจากนี้ การที่ได้เป็ที่ไว้ใจของพวกตระกูลใหญ่คงทำให้เธอก้าวไปข้างหน้าอีกขั้น กระนั้น...ในฐานะคนเป็พ่อที่ไม่สามารถทำอะไรได้ เขารู้สึกกดดันอยู่ไม่น้อยเลย
ชายวัยกลางคนเดินกลับไปที่บ้านพักด้วยท่าทางเซื่องซึม ซูหยวนไม่ได้สนใจว่าเขาไปทำอะไรมาแล้วตอนนี้เป็อะไรไปอีก เพียงแค่เตรียมตัวและสวมชุดป้องกันที่มีร่องรอยการเปรอะเปื้อนเล็กๆน้อยๆนี้เท่านั้น
“กำลังจะไปไหน” คนเป็บิดาเอ่ยถามขึ้น
“หนูจะไปทำงานค่ะ อย่างที่บอก...ตอนนี้หนูรับงานจากพวกนักล่าอยู่”
“.........งานนั้นมันอันตรายหรือเปล่า”
“ไม่ค่ะ หนูทำหน้าที่แค่ช่วยพวกเขารวบรวมแกนพลังงานเท่านั้น ในขณะที่พวกเขากำลังต่อสู้ หนูจะอยู่เื้ั หากเกิดเื่...พวกเขาก็อนุญาตให้หนูวิ่งหนีไปก่อนได้ เพราะรายได้ที่หนูจะได้นั้นเป็ส่วนแบ่งมาจากแกนพลังงานค่ะ”
“ส่วนแบ่งจากแกนพลังงาน?”
“ค่ะ หนูจะได้ 10% จาก 1 แกนพลังงาน ถ้าขายได้ 1,000 เครดิต หนูจะได้รับ 100 เครดิตค่ะ”
“มากขนาดนั้นเลย”
“ใช่ค่ะ แต่ไม่ใช่ทุกคนจะได้รับเลือกให้ไปทำงานนี้หรอกนะคะ พวกเขามั่นใจว่าหนูซื่อสัตย์พอที่จะไม่ขโมยแกนพลังงานไปจากพวกเขา...” ซูหยวนรีบดักทางเอาไว้ก่อน กลัวว่าบิดาของเธอผู้นี้อยากจะทำงานเหมือนกันในอนาคต แน่นอนว่าความคิดของชายวัยกลางคนเป็เช่นนั้นจริงๆ แต่เขาก็ต้องหยุดไป เข้าใจว่าลูกสาว้าจะสื่ออะไรกันแน่
“เข้าใจแล้ว รีบไปเถอะ อย่าอันตรายกลับมา ไม่อย่างนั้นแม่ของลูกจะต้องกังวลมากแน่”
“ขอบคุณค่ะพ่อ” อันซูหยวนพยักหน้าให้อีกฝ่ายแล้วรีบจากไป การที่ช่วยจัดการรวบรวมแกนพลังงานนั้นเขาไม่เคยได้ยินมาก่อน แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่าเขาจะเข้าใจทุกอย่างของพวกนักล่า
การใช้ชีวิตของเขาและนักล่านั้นต่างกันอย่างสิ้นเชิง คนหนึ่งอยู่ในความสว่าง อีกคนอยู่ท่ามกลางความมืด ชีวิตที่อยู่คนละมุมของ่เวลาไม่อาจจะทำความเข้าใจกันได้ทั้งหมด แต่ด้วยรายได้เหล่านี้...ลูกสาวของเขาจะมีอนาคตที่ไม่แย่เหมือนตนเอง
เขาเข้าไปในบ้านก่อนจะตรวจสอบทรัพยากรทั้งหมดที่เหลืออยู่ ปรากฏว่าลูกสาวของเขาไม่ได้ใช้ของที่ตระกูลหงให้มาเลย ไม่ว่าจะน้ำหรืออาหารสังเคราะห์ยังอยู่ครบถ้วน แสดงให้เห็นว่าเธอมีรายได้ของตนเองมากพอที่จะไม่ต้องแตะต้องพวกมัน หรือไม่...ซูหยวนก็คงไม่้าจะเอาส่วนที่ได้รับจากการาเ็ของพวกเขาไปใช้
เด็กคนนี้....ยังคงเป็เด็กดีของครอบครัวเสมอ
เย็นวันนั้น หลังจากที่ซูหยวนนำซากและแกนพลังงานกลับมาขายให้ร้านค้าคุณสวี่เสร็จ เธอก็ได้สอบถามเกี่ยวกับที่เขา้ารับคนงานเพิ่มเติมจริงๆ คุณสวี่ได้ยินเกี่ยวกับสถานการณ์ของครอบครัวซูหยวนมาบ้าง อย่างไรก็ตามธุรกิจด้วยกันมานาน ย่อมมีบางครั้งที่ได้รับข้อมูลส่วนตัวเล็กๆน้อยๆนี้ ดังนั้นเขาจึงตกลงที่จะรับมารดาของซูหยวนเข้ามาทำงานที่ร้าน โดยจะมอบเงินเพียงวันละ 100 เครดิตเท่านั้น
ดูเหมือนไม่มากนัก แต่ในความจริงแล้วมันดีมากสำหรับคนที่เคยเป็ผู้เก็บขยะมาก่อน อย่างน้อยๆ 100 เครดิตก็แลกอาหารได้ 2 มื้อต่อวัน คงจะไม่มีอะไรดีไปกว่านี้แล้ว
ตอนนี้จึงเหลือเพียงพ่อของซูหยวนเท่านั้นที่ต้องกินๆนอนๆอยู่ในบ้าน เขากำลังรู้สึกแย่กับตนเอง แม้ว่าสองสาวในครอบครัวจะไม่ตำหนิเขาเกี่ยวกับเื่นี้ ทั้งยังพยายามให้เขาได้พักมากที่สุด ทว่าชายวัยกลางคนก็ไม่สามารถทนอยู่เฉยๆได้ เขา้าแอบไปในพื้นที่เขต A เพื่อเก็บขยะหลายครั้ง แต่ถูกซูหยวนหยุดเอาไว้ตลอด
เหตุผลของเธอเรียบง่ายมาก เพียงกลัวว่าถ้าเขาาเ็อีก ต่อไปก็จะกลายเป็คนที่ทำอะไรเพื่อครอบครัวไม่ได้เลย แทนที่จะอดทนรอให้ครบ 3 เดือนค่อยไปทำงานก็ยังไม่สาย
เมื่อเจอลูกสาวตำหนิตรงไปตรงมาแบบนี้ สุดท้ายพ่ออันก็ทำได้แค่เดินคอตกไปหาภรรยา แล้วก็กลายเป็แรงงานฟรีให้กับคุณสวี่ผู้ใจดีก็เท่านั้น
ทว่า...เพราะการที่เขาได้กลายเป็แรงงานฟรีให้คุณสวี่ จึงได้เห็นลูกสาวของตนเองกลับมาพร้อมกับผลการทำงานในแต่ละวัน ซูหยวนจะมาใน่เย็นๆเพื่อขายซากสัตว์กลายพันธุ์และแกนพลังงานจำนวนหนึ่ง ปริมาณของพวกมันไม่เท่ากัน แต่รู้สึกว่าจะไม่น้อยกว่า 5 แกนพลังงาน
เดิมทีเขาคิดว่าลูกสาวกำลังโกงเงินลูกค้าที่จ้างวานเธออยู่ ทว่าคุณสวี่พูดเป็นัยๆว่าอย่าไปยุ่งกับการทำงานของเ้าตัวนัก แม้แต่คุณสวี่ก็ยังคิดว่าอันซูหยวนเป็เด็กดีกว่าที่คิด ไม่อย่างนั้นคงไม่ได้รับการไว้วางใจจากตระกูลใหญ่หรอก ในการล่าครั้งก่อน...เด็กสาวคนนี้ทำเงินได้มากหลายหมื่นเครดิต และนั่นก็เป็ที่มาของชุดป้องกันสองชุดในบ้านด้วย
ในเมื่อคนนอกก็ยังเชื่อใจลูกสาวของเขา ดังนั้นคุณพ่ออันจึงไม่มีเหตุผลที่จะสงสัยอีก เพียงแค่มองดูลูกสาววันแล้ววันเล่า ขอแค่ไม่มีาแกลับมาก็เพียงพอแล้ว
เวลาผ่านไปจนครบ 1 เดือนเต็ม ในที่สุดซูหยวนก็เริ่มที่จะตั้งเป้าหมายที่ใหญ่ขึ้นเสียที จากตอนแรกที่ล่าสัตว์กลายพันธุ์โดยเฉพาะเ้าโคเขาแหลมเพียงอย่างเดียวและต้องต่อสู้กับมันตามลำพัง หลังจากที่ปรับการต่อสู้ของตนเองจนอยู่ในขั้นชำนาญการปราบเ้าโคเขาแหลมแล้ว อันซูหยวนก็เลิกที่จะซ่อนตัวจากมันเมื่อจำนวนมากกว่า 1 ตัวเสียที
เธอตรวจสอบแผนที่เพื่อมองหาจุดสีแดง 1-2 จุด ถ้าหากเป็โคเขาแหลมกลายพันธุ์ อันซูหยวนก็จะไม่ซ่อนตัวเหมือนก่อนหน้านี้ หญิงสาวปรากฏตัวขึ้นต่อหน้าของเ้าสัตว์กลายพันธุ์ที่กำลังหิวกระหาย หลังจากที่มันเจอตัวเธอแล้ว พวกมันก็ส่งเสียงคำราม “ฮูม!!” ขึ้นมาเพื่อข่มขู่เหยื่อทันที
การล่าโคเขาแหลมตัวเดียวนั้นแทบจะไม่ต้องใช้ความพยายามอะไร ทว่าการล่าโคเขาแหลมสองตัวนั้นทำให้ซูหยวนต้องเพิ่มสมาธิมากขึ้นอีกเท่าหนึ่ง เป้าหมายของเธอก็คือการค่อยๆล้มมันไปทีละตัว โดยต้องไม่ปล่อยให้ตนเองถูกโจมตีเลยสักครั้งเดียว ซึ่งมันเป็เป้าหมายที่ค่อนข้างยาก แต่ถ้าเธอ้าเป็นักล่าด้วยตัวคนเดียว อันซูหยวนมีแต่ต้องเสี่ยงเพื่อพัฒนาตนเองขึ้นไปเท่านั้น
เ้าโคเขาเดียวพุ่งเข้ามาพร้อมกันเป็เส้นตรง โชคดีที่การโจมตีของพวกมันไม่ได้ซับซ้อน มีเพียงการ “พุ่งตรงด้วยความเร็วและแรง” กับการใช้ “ขาหลังเพื่อดีดศัตรู” อันซูหยวนตั้งชื่อท่าโจมตีให้กับมันเพื่อง่ายในการวางแผนสู้รบ ซึ่งการโจมตีหลักๆจะเป็การพุ่งตรงของมัน ในขณะที่การใช้ขาหลังเพื่อดีดศัตรูนั้นจะปรากฏหรือไม่ก็ขึ้นอยู่กับสัตว์กลายพันธุ์ตัวนั้นๆเอง
หลายครั้งที่เธอสามารถฆ่าโคเขาแหลมได้โดยที่มันยังไม่ใช้ไม้ตายของตนเองด้วยซ้ำ แต่หลายๆครั้งการดีดขาหลังขึ้นมากลับปรากฏถึงสองครั้งติดต่อกันเป็การโจมตีแบบคอมโบ ดังนั้นหลังจากที่ซูหยวนหลบการโจมตีแบบเส้นตรงได้แล้ว เธอจะต้องเว้นระยะห่างเพื่อไม่ให้ขาหลังของศัตรูสามารถทำอันตรายเธอได้ด้วย
เป็เื่ที่ดีสำหรับเธอที่เ้าโคเขาแหลมสองตัวนี้ไม่ได้ฉลาดมากนัก มันเพียงคิดว่าศัตรูตรงหน้าเป็เหยื่อที่ต้องจัดการจึงใช้แรงของตนเองเพื่อโจมตีใส่ ซูหยวนสบายใจทันทีเมื่อเห็นว่าพวกมันออกตัวพร้อมกัน เพราะจังหวะที่เธอจะใช้เพื่อโจมตีนั้นสามารถกลายเป็จังหวะเดียวกันได้
เธอเลือกตัวขวาก่อนเป็อันดับแรก เมื่อมันพุ่งมาพร้อมกันสองตัว ซูหยวนเพียงะโไปทางขวาให้มากที่สุดและปล่อยให้ทางซ้ายพุ่งตัวออกไปไกล ตัวทางขวาถูกทุบที่คอของมันจนสับสนและหยุดการโจมตีระลอกที่สองของตนเอง ทว่าเ้าตัวทางซ้ายกลับไม่ได้รับาเ็ใดๆ ดังนั้นมันจึงรีบตั้งหลักแล้วใช้การ “พุ่งตรง” ของมันอีกครั้งเพื่อจัดการซูหยวนที่ทำร้ายสหายของตนเอง
เมื่อเป็เช่นนี้ทำให้ซูหยวนต้องหยุดลงมือ ไม่อย่างนั้นเธอจะถูกการพุ่งชนของโคตัวซ้ายโจมตีจนกระดูกหัก เพียงใช้พลั่วเพื่อยกตนเองลอยข้ามผ่านเ้าโคเขาแหลมตัวขวาไปตกอีกฝั่ง ในขณะเดียวกันนั้น...อาการสับสนของเ้าโคฝั่งขวาก็หายพอดี เมื่อเห็นซูหยวนหยามด้วยการลอยตัวผ่านไป มันก็พยายามจะใช้ขาหลังของตนเองดีดซูหยวนกลางอากาศ
แต่นี่เป็การคำนวณของเธอทั้งหมดแล้ว เมื่อมันเรียกใช้ทักษะที่สองของตน ร่างกายของมันก็จะขยับเขยื้อนไปไหนไม่ได้ ส่งผลให้ซูหยวนใช้โอกาสนี้เพื่อโจมตีได้ด้วยเช่นกัน
ขาหลังกับความยาวของพลั่ว แน่นอนว่าต้องเป็พลั่วที่ยาวกว่า!
ซูหยวนใช้ปลายแหลมของพลั่วและน้ำของของตนเองกดลงไปที่คอของเ้าโคเขาแหลม อาศัยเนื้อที่คอของมันกับความแน่นของอาวุธที่ติดกับคอดันตนเองให้พ้นระยะการโจมตีของขาหลัง พร้อมๆกันนั้นเ้าโคเขาแหลมก็ค่อยๆล้มลง และในที่สุดมันก็ตกตาย
ทว่า โคเขาแหลมยังเหลืออีก 1 ตัว ซูหยวนไม่ได้ประมาทและรีบดึงพลั่วในมือขึ้นมาเตรียมพร้อมสำหรับการโจมตีครั้งต่อไป เ้าโคเขาแหลมตัวซ้ายที่ยังรอดโกรธมาก มันถูกหลอกให้โจมตีดพลาดไปแล้ว 2 ครั้ง ดังนั้นครั้งนี้จะต้องจัดการศัตรูตรงหน้าให้ได้
ความโกรธนี้เปลี่ยนให้ดวงตาของมันกลายเป็สีแดงก่ำ ซูหยวนเคยได้ยินว่าเมื่อดวงตาของมันเปลี่ยนเป็สีแดง เท่ากับว่าเ้าสัตว์กลายพันธุ์ตนนั้นจะเข้าสู่สภาวะคลั่ง ให้สนใจการเคลื่อนไหวของมันให้ดี ยิ่งถ้าเป็โคเขาแหลมด้วยแล้ว ความเร็วของมันจะเพิ่มขึ้นอีกเป็เท่าตัว
ดังนั้นนักล่าส่วนใหญ่จะรีบจัดการพวกมันก่อนที่จะเปลี่ยนสถานะ เนื่องจากความแข็งแกร่งที่เพิ่มขึ้นของมัน ไม่ได้มีผลอะไรกับการเก็บเกี่ยวแกนพลังงานเลย มีแต่จะทำให้เหนื่อยกว่าเดิมก็เท่านั้น
ซูหยวนกระชับพลั่วในมือ ค่อยๆเดินออกมาให้ห่างจากโคเขาแหลมตัวที่ตายไปแล้วเพื่อเพิ่มพื้นที่ในการเคลื่อนไหวให้กับตนเอง สายตาของเ้าโคเขาแหลมจับจ้องมายังร่างของซูหยวนเพื่อหาจังหวะโจมตี และในที่สุด...
“ฮูม!!!”
ควันพ่นออกมาจากจมูกของเ้าโคเขาแหลมเหมือนกับว่ามันกำลังรีดเร้นพลังของตนเองทั้งหมดเพื่อทำลายเป้าหมายตรงหน้า ซูหยวนขยับเท้าเตรียมที่จะเปลี่ยนจังหวะการโจมตีให้เป็ของตนเอง
ทว่า...ก่อนที่เธอจะได้โจมตีศัตรู เสียงประหลาดเสียงหนึ่งก็ดังขึ้น
ฟิ้ว!!! พร้อมกับร่างของโคเขาแหลมที่ล้มลงด้วยการโจมตีเดียว
“ฮ่าๆ ฉันล่าได้อีกตัวแล้ว ก็บอกแล้วไงว่าการล่าโคเขาแหลมกลายพันธุ์เป็แค่เื่ง่ายๆ มันไม่มีอะไรเลยนอกจากหัวแข็งๆของมัน!” เสียงหัวเราะที่แสดงออกถึงชัยชนะครั้งใหญ่ดังขึ้น ซูหยวนที่กำลังกำด้ามพลั่วเพื่อเตรียมการต่อสู้ขมวดคิ้วมุ่น มองไปยังทิศทางของเสียงนั้นด้วยความไม่พอใจ
“ตรงนั้นมีคนอยู่ด้วยล่ะ หรือว่า้าจะขโมยแกนพลังงานของลูกพี่”
“จริงด้วย ดูจากท่าทางแล้วก็น่าจะเป็แบบนั้นนะ ฮ่าๆ”
“ลูกพี่ ให้จัดการเลยไหมครับ คนที่้าแย่งของของคนอื่นน่ะ ไม่สมควรที่จะกลับไปอย่างปลอดภัยนะครับลูกพี่” เสียงหัวเราะของเด็กวัยรุ่นกลุ่มนั้นทำเอาซูหยวนคิ้วกระตุก
เธอมองดูชุดที่พวกเขาสวมใส่ แสดงให้เห็นว่าน่าจะมาจากสถาบันศึกษาแห่งหนึ่ง โดยที่อายุน่าจะมากกว่าเธอ 2-3 ปีเห็นจะได้ ซูหยวนเม้มริมฝีปากแต่ไม่ได้พูดอะไรออกมา คนกลุ่มนี้เป็กลุ่มคนที่อยู่เหนือจากเธอไปอีกขั้น หากมีปัญหากับพวกเขา...เธอนี่แหละที่จะมีแต่เสียกับเสีย
อันซูหยวนไม่ใช่คนโง่ ไม่ใช่วัยรุ่นอารมณ์ร้อนที่จะไม่เข้าใจกฎของป่า ตราบเท่าที่มีความแข็งแกร่งพอ จะเย่อหยิ่งยังไงก็ได้ เหมือนกันกับสถานที่ที่เธอจากมา ตราบเท่าที่มีเงินพอ...พวกเขาจะทำนิสัยเลวร้ายแค่ไหนก็ได้ เพราะสุดท้าย...อำนาจทุกอย่างที่แพ้เงินได้จะช่วยพวกเขาให้รอดพ้นเอง
…………………………………