จีจี้ขยับตัวเข้าไปใกล้ๆ
“รื้อใหม่ทั้งหมด ข้าจะคอยดูเ้าทำงาน ไม่นอนก็ไม่ต้องนอนกันทั้งคู่”ว่าแต่ว่า
“ตะตะ ฝ่าาว่างมากหรือไร”
ไม่ได้พูดออกมาเช่นนั้น
“เอากุญแจห้องของเ้ามากงนู่”
แบมือตรงหน้าสายตากดดัน จีจี้ล้วงหยิบกุญแจจากอกอุ่นออกมาโดยง่าย
ฝูเยว่ยกลูกกุญแจขึ้นดู
“ไปทำงานของเ้าเสีย”
“กุญแจนั่น ข้าน้อยจะต้องใช้มันเข้าห้อง”
ฝูเยว่ เลิกคิ้วใบหน้าหล่อเหลาจน จีจี้กลืนน้ำลายลงคอช้าๆ
“อยากได้ก็ต้องทำงานให้เสร็จ”บุ้ยใบ้ไปที่
“ใกล้จะเสร็จแล้วแค่เพียงปูแท่นนอน”
“ไม่เ้าจะต้องจัดการห้องนี้เสียใหม่ทั้งหมด”
“ฝ่าาแล้วกุญแจเล่า”
"อยากได้มากใช่ไหม”จีจี้พยักหน้า ฝูเยว่ดึงอกเสื้อของตัวเองออกก่อนจะหย่อนกุญแจลงไปในอกเสื้อ
“ทำไมทำแบบนี้”
จีจี้ พูดอ้อมแอ้มก้มหน้าหลบตา
“อยากได้ก็มาเอา แต่เ้าคงต้องเปลืองผ้าของข้าออกจนหมดจึงจะพบกุญแจนั้นเพราะตอนนี้มันลงไปถึงไหนถึงไหนแล้ว”
อมยิ้ม จีจี้หันหน้าหนีใบหน้าหล่อนั่นเสีย
ก้มหน้าก้มตารื้อแท่นนอน อีกคนที่คอยชี้นิ้วนู่นนี่นั้นไปทั่งห้องบางทีก็ไปนั่งอ่านฎีกาแต่ทว่าสายตากลับเหลือบมองจีจี้ไม่วางตา
จีจี้ปิดปากหาว ด้วยความง่วงก็ยามนี้ยามอิ๋นแล้ว (03.00-04.59น.)
“ไปได้แล้ว”
ตาปรือเดินโซเซ กำลังจะออกจากประตูห้อง
ฝูเยว่เดินมาขวางไว้หน้าประตู
“ไม่เอากุญแจไปด้วยหรือแล้วจะเข้าห้องอย่างไร”จีจี้ใจเต้นตึกตัก
“ถ้าจะต้องเปลื้องอาภรณ์ฝ่าาออกจนหมด ข้าขอไปนอนร่วมห้องกับคนอื่นดีกว่า”
ฝูเยว่ ดึงมือจี้จี้ มาประทับไว้ที่อกของเขา
“หากเ้าไม่อยากเปลื้องอาภรณ์ข้า กลัวว่าจะเห็นร่างกายที่แข็งแรงจนอดใจไม่ไหวแล้วเ้าก็จะห้ามใจไม่ได้ เ้าก็แค่เพียงเอามือเล็กๆ อุ่นๆ ของเ้าล้วงเข้าไปช้าๆ ช้าๆ แบบนี้”
ดึงมือจีจี้ให้ล้วงลงไปในอกของเขา มือเล็กเย็นเฉียบััได้ถึงมัดกล้ามแน่น จีจี้ตาตื่นด้วยความใ ขืนตัวไว้ดึงมือออกมาแต่ฝูเยว่กลับกำมือไว้แน่น
“ฝ่าา”
“555 น่าขันยิ่งนักนู่นกุญแจอยู่นู่น”
ชี้มือไปที่ โต๊ะข้างแท่นนอนที่มีกุญแจวางอยู่ั้แ่เมื่อไหร่ทำไมจีจี้ไม่เห็นมัน ถอนหายใจเดินไปคว้า กุญแจมากำไว้ฝูเยว่อมยิ้มก้าวเดินหลบ มาทิ้งตัวบนแท่นนอน
“พรุ่งนี้ต้องมาปูแท่นนอนให้ข้าอีกอย่าลืมเก็บกุญแจไว้ให้ดีไม่อย่างนั้นเ้าได้เปลื้องผ้าข้าแน่”
จีจี้ เปิดประตูแทรกกายออกไปทันที
ด้านนอกนั่นขงจื้อเอนกายนั่งพิงห้องบรรทม หลับสนิทน้ำลายไหลยืด
เดินโซเซเข้าห้อง เล็กที่ถัดไปเพียงสองสามห้อง
ทิ้งตัวลงบนแท่นนอนหลับไปทันที
เช้าสดใส
“จีจี้ จีจี้”ขงจื้อ วิ่งเข้ามาในห้อง
“กงกง”ลืมตาตื่นด้วยอาการง่วงงุน
“ฝ่าาเรียกหาเ้าแต่เช้า”
“แต่กงกง จีจี้ไม่ไปแล้วได้ไหม”
“หือ ทำไมกัน ฝ่าาโปรดปรานมีแต่คน้า จีจี้เมื่อคืนฝ่าา..ฝ่าา”
จีจี้ส่ายหน้าไปมา
“ดีแล้ว จีจี้ ในวังหลวง เราไม่อาจทำให้ถูกใจใครทั้งหมดแล้วไม่อาจให้ใครโปรดปรานได้ทั้งหมด แต่มีคนหนึ่งที่หากโปรดปรานแล้วเราจะสบายนั่นคือฝ่าาข้าตอนเข้ามาในวังหลวงครั้งแรก เป็ขันทีฝึกหัดลำบากไม่น้อยแต่เพราะ ฝ่าาโปรดปรานจึงมีวันนี้ ไปลุกขึ้นเถอะเ้าจะต้องทำได้”
ลุกขึ้นจากแท่นนอนสวม อาภรณ์กงนู่หลวมโครกเช่นเดิม ขงจื้อส่ายหน้าไปมา
“เ้ารัดสายคาดเอวหน่อยดีไหม”จีจี้ส่ายหน้า
“ตามใจ”
ก้าวเดินตาม ขงจื้อเข้าไปในห้องของฝูเยว่
“มาแล้วหรือ”ไม่เงยหน้ามองทว่าเอ่ยปากทักทั้งๆ ที่ยังไม่ทันจะมองด้วยซ้ำไป
จีจี้ ซ่อนความรู้สึกบางอย่างไว้
“นั่งร่างอักษร ดีไหม”จีจี้ เอียงคอด้วยความสงสัย
“อีกสองวันราชทูตจากแค้น ก้านฉีของเราจะเดินทางยังแคว้นเป่ยเอียนข้าตั้งใจร่าง อักษรนี้ส่งให้แคว้นเป่ยเอียนสู่ขอองค์หญิงสักองค์ เพื่อเชื่อมความสัมพันธ์”
“ฝ่าา แต่กงนู่เช่นไรจึงจะ ร่างอักษรเป็”ขงจื้อค้าน
“ข้าเห็นที่ห้องนางมีอักษรที่ร่างไว้ อักษรชัดเจนงดงาม ลายเส้นคมชัด สีหมึกสม่ำเสมอ”
ขงจื้ออ้าปากค้าง ไม่เคยได้สังเกตสักครั้งทว่า ฝ่าาเข้าไปในห้องของ จีจี้ตอนไหน
“ข้าก็แค่อยากให้ ฮ่องเต้แคว้นเป่ยเอียนพอพระทัยในครั้งแรกที่เห็นตัวอักษร”
“ฝ่าาเช่นนั้นฝ่าาก็คงคาดหวังเื่สู่ขอองค์หญิงไม่น้อย”ยิ้มน้อยๆ
“ข้ายี่สิบแปดปีแล้ว จนป่านนี้ยังไม่มีฮองเฮา”
จีจี้ คุกเข่าก่อนจะคลานเข่าไปที่แท่นอักษร
“ให้ได้ใจความรัดกุมและดีงาม”
สั่งเบาๆ จีจี้ ฝนหมึกก่อนจะจรดพู่กัน
ฝูเยว่ก้าวขาออกจากห้องไปพร้อมกับ ขงจื้อที่ตามถวายการรับใช้ปล่อยให้จีจี้อยู่ใน ห้องร่างอักษรเพียงลำพัง
สามวันผ่านไป
“บัดซบ”
“ฝ่าา มีสิ่งใดผิดพลาด”ขันทีข้างกายชะโงกหน้ามอง ราชสาสน์จากแคว้นก้านฉี
โยน ราชสาสน์ลงพื้น ขันทีรีบก้มลงเก็บและคลี่กระดาษใยไผ่ขึ้นมาดู
แต่ละบรรทัดล้วน พอเข้าใจได้ แต่พอมาถึงบรรทัดสุดท้าย
..ในการนี้ พร้อมที่จะบรรลุข้อตกลงเื่ความสัมพันธ์สองแคว้น เพราะองค์หญิงของแคว้นเป่ยเอียนคือ..สุสาน…ของ แคว้นก้านฉี”ขันทียิ้มแห้งๆ
“ส่งราชสาสน์ฉบับนี้พร้อมราชทูตกลับวังหลวงแคว้นก้านฉี คิดจะเล่นตลกอะไรกัน ฮ่องเต้แคว้นก้านฉีหลงฝูเยว่ช่างบังอาจนัก”
“เสด็จพ่อลูกอาสาไปที่นั่นเอง”ร่างอ้อนแอ้นงดงาม หูตาแพรวพราวขององค์หญิง สามของแคว้นเป่ยเอียน ขยับกายมาตรงหน้า