“พลังปราณในร่างกายของนางมีมากเกินไปเกินกว่าที่ร่างกายจะรับไหวแล้วต้องรับหาทางนำมันออกมา”หลังจากเคลื่อนย้ายทางไกลหนีออกมาหลินเฟยเข้ามาหลับอยู่ในถ้ำที่พบใกล้ๆเสร็จแล้วจึงจัดการตรวจสอบร่างการของนางเพื่อหาทางช่วย จึงพบสาเหตุพลังปราณในร่างของนางนั้นมีมากเกินไปปั่นป่วนวุ่นวายทำร้ายร่างของนางเองถ้าไม่หาทางรักษาต้องแย่แน่ๆ
“หวังว่าแหวนวงนี้คงช่วยได้”
หลินเฟยหยิบแหวนกลืนปราณออกมาสวมลงไปที่นิ้วของนางหวังให้พลังในการดูดพลังปราณของมันให้เป็ประโยชน์จากนั้นจึงเริ่มถอดชุดของนางออกเผยให้ให้ร่างกายอันงดงามของเด็กสาวหลินเฟยสกดข่มจิตใจตัวเองเริ่มทำแผลให้กับนาง การต่อสู้ครั้งนั้นรุนแรงอย่างมากาแน้อยใหญ่เต็มไปทั่วร่างการอันสวยงามของมู่ชิงหลินเฟยไม่ได้มีเจตนาแอบแฝงแค่หวังดีช่วยทำแผลให้กับยางเท่านั้น หากปล่อยไว้นานๆอาจะติดเชื้อได้
แต่หลังจากนั้นไม่นาน ตราประทับคำสาปพลันกำเริบอีกคราความเ็ปรุนแรงยิ่งกว่าทุกครา ร่างเด็กหลุ่มล้มฟุบล้มลงทับร่างเด็กสาวหนึ่งชายหนึ่งหญิงนอนไม่ได้สติอยู่ในถ้ำ
.................................
ในถ้ำนั้นเองมู่ชิงฟื้นคืนสติขึ้นมาสิ่งเเรกที่นางมองเห็นก็คือใบหน้าของหลินเฟยในตอนเเรกนางคิดว่านางคงไม่รอดเเล้วเป็เเน่ที่ฝืนใช้ออกด้วยอาภรณ์ภูตินางรู้ตัวดีว่าถ้าใช้อาภรณ์ภูติพลังธรรมชาติที่ถาโถมเข้ามาสู็ตัวนางจะต้องกลับมาทำร้ายร่างกายของนางอย่างเเน่นอนนางเองยังแปลกใจที่ตัวนางนั้นยังสามารถรอดมาได้นางพยายามขยับร่างกายของนางเเต่ก็ไม่สามารถทำได้ราวกับนี่ไม่ใช่ร่างของนางเองาแทั้งภายนอกเเละภายในมีมากจนเกินไปยังคงต้องฟักฟื้นอีกนานจนกว่าจะมามารถขยับร่างกายได้
"เ้าคนบ้าทั้งๆที่ข้าบอกให้เ้าหนีไปเเท้ๆยังจะกลับมาอีก"นางมองไปที่ชายหนุ่มตรงหน้าที่นอนไร้สติอยู่บนร่างที่เปลือยเปล่าของตนด้วยความคิดที่สลับซับซ้อนนางไม่อาจะรู็ได้ว่าความรู็สึกที่เกิดขึ้นมาในใจของนางคือสิ่งใดกันเเน่
จากนั้นไม่นานหลินเฟยก็ได้สติขึ้นมาเเม้อาการาเ็จะหายไปเเล้วเเต่ผลข้างเคียงก็ยังคงมีอยู่เขายังคงปวดหัวอยู่เป็พักทว่าเด็กหนุ่มสังเกตุเห็นว่าเด็กสาวฟื้นขึ้นมาเเล้ว
"เ้าฟื้นเเล้ว เ้าฟื้นเเล้ว "เด็กหนุ่มกล่าวออกมาอย่างดีใจ เมื่อเห็นมู่ชิงฟื้นคืนสติกลับมา
"ร่างกายเ้าเป็อย่างไรบ้าง"เด็กสาวพยายามกล่าวบางอย่างออกมาเเต่ก็ถูกเด็กหนุ่มขัดจังหวะ
"อ่ะจริงซิเ้าเพิ่งฟื้นอย่าเพิ่งพูดเลยพักผ่อนอีกซักซักหน่อยก่อนจะดีกว่า"หลินเฟยพูดก่อนจะเหลือบไปเห็นว่าร่างของเด็กสาวนั้นยังเปลือยเปล่าอยู่"คือว่า ข้า ข้า ข้าเเค่้าทำเเผลให้เ้าไม่ได้คิดอะไรเกินเลยเลยจริงๆนะ"หลินเฟยรีบพูดเเก้ตัว
"ข้าเข้าใจ" มู่ชิงพูดเสียงเบาหลินเฟยจึงรีบหาผ้ามาห่มให้ปิดบังร่างกายที่เปลือยเปล่าของนาง
“หลินเฟยทำไมเ้าเล่าเื่ของเ้าให้ข้าฟังหน่อยซิ”อยู่ๆมู่ชิงก็เกิดอย่างรู้เื่ราวของเด็ฏหนุ่มตรงหน้าขึ้นมาจึงพูดขึ้น
“ได้ซิ หึหึ เ้าฟังแล้วอย่าใละ”หลินเฟยบรรยายเื่ราวของตัวเองให้มู่ชิงฟังแต่ก็ไม่ได้บอกไปทั้งหมดบอกแค่ว่าตนเป็คนของตระกูลหลินพลัดหลงมาอยู่ที่นี่ตอนนี้กำลังหาทางกลับบ้าน เพื่อจะได้กลับไปหาคู่หมั้นของตน
“พอแล้ว ข้าอยากพักผ่อนแล้ว”มู่ชิงกล่าวเสียงเบาพร้อมกับพยายามเบือนหน้าหนี หลังจากได้ยินคำว่า คู่หมั้น เกิดความร็สึกประหลาดในใจของเด็กสาว ซึ่งตัวเด็กสาวเองนั้นก็ไม่รู้ว่าจะทำยังไงดี
...............
หลายวันต่อมา
หลังจากหลินเฟยออกไปหาอาหารมาในถ้ำกลับว่างเปล่าว่างเปล่าไร้วี่แววของมู่ชิง เหลือไวเพียงแต่แหวนสองวงและจดหมายหนึ่งฉบับ“นางไปแล้ว ? อาการาเ็ของนางยังไม่หายดีเลย” หลินเฟยไม่รู้ว่าทำไมมู่ชิงถึงรีบจากไปถึงขนาดนี้ถึงนางจะป็นคนเอาแต่ใจแต่ก็ไม่ได้เลวร้ายอะไรนักหลินเฟยอดคิดถึงนางไม่ได้คงเพราะอยู่ด้วยกันมาหลายวันหลินเฟยค่อยๆหยิบจดหมายมาอ่านดู
“หลินเฟยถ้าเ้าได้อ่านจดหมายนี้ข้าคงไม่อยู่แล้วแหวนที่ข้าทิ้งไว้ให้เ้าสมารถสะกดข่มคำสาปของเ้าได้ตราปใดที่เ้าสวมมันไว้ข้าหวังว่าเ้าจะกลับไปใช้ชีวิตปกติอย่างมีความสุขได้ เราคงจะไม่ได้พบกันอีกแล้วลาก่อน”
หลินเฟยหยิบแหวนสองวงที่วางอยู่ขึ้นมาวงหนึ่งคือแหวนกลืนปราณของเขานั้นเองส่วนอีกวงคือแหวนที่มู่ชิงทิ้งไว้ให้แก่เขา
หลังสวมแหวนที่มู่ชิงทิ้งไว้ให้หลินเฟยรู้สึกว่าตราประทับหยุดการขยายตัว“เป็ดั่งที่นางพูดแหวนวงนี้ สามารถสะกดคำสาปได้ แต่” หลินเฟยยังมีความวิตกกังวลอยู่ถึงจะสามารถสกดคำวาปไว้ได้ก็ยังกลัวว่าหากเ้าเงาดำในสุสานนั่นส่งลูกน้องคนมันออกมาไล่ตามเขาอีกล่ะพลังของพวกมันแขงแกร่งเหลือเกินถึงมันจะไม่สามารถใช้ตราประทับตรวจหาเขาได้แล้วแต่มันต้องมีวิธีอื่นในการตามหาตัวเองแน่
“ ข้าควรกลับไป หรือจะหนีไปดี ” จากนั้นหลินเฟยจึงตัดสินใจได้ “ข้าควรกลับไปจบเื่ราวทั้งหมดนี้ซะ ข้าไม่ได้อยากถูกไล่ล่าทั้งชีวิต ถึงจะเสี่ยงแต่ข้าก็คงต้องไป”จากนั้นหลินเฟยจึงเริ่มเตรียมตัวสำรวจขาวของสิ่งต่างๆที่เขามี เม็ดยารักษาเหลืออยู่ไม่มากแล้วเขาป้อนให้มู่ชิงกินไปเยอะระหว่างที่นางไม่ได้สติ ส่วนของวิเศษนั้นเขามีแค่ผ้าคลุมภูติราตรีที่มีดีแค่เอาไว้ซ่อนตัวกับหนี และแหวนกลืนปราณที่ถึงจะดูดปราณธรรมชาติที่อยู่ในตัวของมู่ชิงแต่ก็ยังไม่สามารถฟื้นฟูได้ไม่รู้ว่ามันต้องดูดปราณอีกมากเพียงใดจึงจะฟื้นฟูได้
“แล้วหน้ากากนี่ที่ข้าหยิบมาจากศพชายชุดดำ”หลินเฟยคาดว่ามันต้องเป็ของวิเศษเป็แน่แต่ก็ไม่รู้ว่ามันทำอะไรเลย แล้วยังมีกระบี่สีดำที่ชายชุดดำเรียกมันว่ากระบี่พิชิตมารแต่หลินเฟยมองยังไงนี่มันก็กระบี่มารชัดๆ แผ่ออร่าจิตสังหารออกมามากมายขนาดนี้ หลินเฟยสำรวจของทั้งหมดครบแล้วมีแค่ผ้าคลุมภูติราตรีเท่านั้นที่พอใช้ได้ส่วนหน้ากากยังดีที่เอาไว้ใช้ปิดบังตัวตนได้แหวนกับดาบไร้ประโยชน์
หลินเฟยเดินทางกลับสุสานผ่านไปหลายวันมี้ได้ข่าวคราวมาว่ามีหลายสำนักเข้าไปสำรวจในสุสานแล้ว แต่มีข้อห้ามคือห้ามเข้าใกล้บริเวณใจกลางสุสานหลายวันก่อนหลายสำนักเข้าไปถึงใจกลางสุสานพวกเขาเ่าั้มีผู้ฝึกตนที่ทรงพลังอยู่มากแต่กลับถูกสังหารสิ้นเหลือผู้รอดชีวิตกลับมาเพียงคนเดียวพร้อมกับชื่อของสุสานแห่งนี้ “สุสานเทพกระบี่”
เทพกระบี่ครั้งในอดีตแข็งแกร่งไร้คู่ต่อกรควบคุมกระบี่นับล้านสังหารศัตรูจนสิ้นครานั้นมีข่าวลือว่าตัวเขานั้นได้ก้าวล่วงเข้าส็วิถีแห่งพระเ้าแล้ว แต่เขากลับหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอยอย่างไม่ทราบสาเหตุทรัพย์สมบัติที่เขานั้นย่อมต้องมากมายเกินจินตนาการของวิเศษ ยาวิเศษ ต่างๆรวมถึงเคล็ดวิชาของเขาด้วย แต่ที่น่าสนใจที่สุกของเขาดูเหมือนจะเป็ เคล็ดวิชาประจำตัวของเขาที่ให้สยบโลกในเวลานั้น“เคล็ดวิชากระบี่ไร้ขั้น”
ั้แ่นั้นมาใจกลางสุสานจึงถูกต้องให้เป็พื้นที่อันตรายไม่อยากตายห้ามเข้าใกล้อีกทั้งในสุสานยังมีซักศพมีชิวิตออกมาไล่ล่าสังหารผู้คน แต่ทรัพย์สมบัติที่พบข้างในก็ไม่ทำให้ผู้คนที่เข้าไปย่อท้อกลับมาผู้คนทะยอยกันเข้าไปสำรวจมากขึ้นเพราหวังมรดกของเทพกระบี่
“เ้าเงาดำนั่นทรงพลังอย่างมากอีกทั้งยังมีลูกน้องที่ร้ายกาจทำไมมันถึงปล่อยให้ผู้คนมากมายเข้าไปในสุสาน” หลินเฟยลอบประเมินสถานะการจึงเห็นว่าเื่นี้มันแปลกๆตัวเขาััได้ถึงอันตรายอย่างมาก ั้แ่สุญเสียพลังปราณััถึงอันตรายของหลินเฟยก็เฉียบคมมากขึ้น“เ้านั่นวางแผนจะทำอะไรกันแน่ถึงปล่อยให้คนเข้าไปมากมาย” หลินเฟยเต็มไปด้วยความกังวล