เช้าวันรุ่งขึ้น แสงแดดอ่อนๆ ส่องเข้ามาภายในบ้าน พร้อมกับเสียงไก่ที่แข่งกันขันเสียงดัง เพื่อปลุกผู้คนให้ตื่นเช้าขึ้นมาเริ่มต้นวันใหม่ที่สดใสอีกวัน
ขนตาของเย่ชิงหรั่นกะพริบเบาๆ เธอลืมตาขึ้น แล้วบิดตัวไปมาเพื่อลดความปวดเมื่อย และเพิ่มความสดชื่น
เมื่อวานตอนเย็นพี่สะใภ้รองมาคืนเงินห้าหยวน และเอาเมล็ดพันธุ์พืชมาให้ด้วย
เธอและฉีหงซิงจึงช่วยกันปลูกผักบริเวณหลังบ้านจนเสร็จ มันทำให้เธอปวดตัวไปหมด
เธอลุกขึ้นนั่ง และค่อยๆ ลงจากเตียง ใส่รองเท้า และเดินออกไปล้างหน้า และเริ่มทำกับข้าว
ฉีหงซิงกำลังรดน้ำผักที่เพิ่งปลูกอยู่หลังบ้าน อีกสักพักเขาจะต้องไปตัดฟืนต่อ
“พี่หงซิงมากินข้าวกันเถอะค่ะ” เย่ชิงหรั่นะโเรียกเสียงดัง จากโต๊ะทานข้าว
เมื่อฉีหงซิงได้ยินเขาวางกระบวยตักน้ำทิ้งไว้ในถัง เช็ดมือกับเสื้อเบาๆ และรีบเดินไปหาภรรยาของเขา "มันหอมมาก วันนี้มีอะไรกินครับ"
"เช้านี้มีแค่โจ๊กธรรมดา และไข่ลวกค่ะ"
ฉีหงซิงพยักหน้าและนั่งลง โจ๊กของภรรยาหอมมาก คนส่วนใหญ่ใส่ข้าวแค่นิดเดียวที่เหลือเป็น้ำเปล่า และปรุงรสด้วยเกลือ แต่ของเธอเป็ข้าวข้นๆ สีขาว โปะด้วยไข่ลวกสีเหลืองทอง
"หลังกินข้าว ผมจะไปตัดฟืนต่อ และไปคุยกับลุงเฉียนเื่เตียงคั่ง"
เย่ชิงหรั่นพยักหน้า "ตกลงค่ะ"
เมื่อฉีหงซิงออกไป เย่ชิงหรั่นก็เข้าไปทำความสะอาดบ้าน และเดินไปดูว่าหงเซียงอยู่บ้านไหม
เธออยากชวนไปเก็บผักป่าด้วยกัน น่าเสียดายที่่นี้ไม่ใช่่หน้าฝนไม่อย่างนั้นจะมีเห็ดมากมายให้เก็บ
เมื่อเดินไปถึงบ้านพ่อแม่สามีเธอก็ไม่เห็นใครเลย จึงลองะโเรียกดู “หงเซียง หงเซียง”
หลังจากนั้นไม่นานก็เห็นหงเซียงรีบวิ่งออกมา “พี่สะใภ้ มีอะไรรึเปล่าคะ”
ฉีหงเซียงเช็ดเหงื่อที่หน้าผากเบาๆ เธอกำลังซักเสื้อผ้าของคนทั้งบ้าน เมื่อไม่ได้ไปโรงเรียนเธอจะทำงานบ้าน และทำอาหารไปส่งที่ทุ่งนา
“ฉันอยากไปเก็บผักป่า เธอจะไปด้วยกันไหม”
ฉีหงเซียงพยักหน้าทันที “ไปค่ะ พี่สะใภ้เข้ามานั่งรอฉันซักเสื้อผ้าสักพักนะ มันใกล้จะเสร็จแล้ว”
“ตกลง ฉันจะรอ”
เมื่อฉีหงเซียงเสร็จจากงาน พวกเขาสองคนก็ถือตะกร้าคนละใบ เดินคุยกันไปเรื่อยๆ จนถึงเนินเขาที่มีผักป่าขึ้นอยู่
เย่ชิงหรั่นไม่รู้จักผักป่าเลย เธอไม่รู้ว่าผักแบบไหนที่กินได้ จึงต้องให้หงเซียงช่วยสอน หลังจากวันนี้เธอจะได้มาเก็บคนเดียวได้
ผักหลังบ้านของเธอ ต้องรออีกหลายวันกว่าจะกินได้ จะให้เธอกินแต่ข้าวกับไข่อย่างเดียวก็คงจะเบื่อ เปลี่ยนมากินผักป่าบ้างเพื่อเพิ่มโภชนาการก็เป็เื่ที่ดี
ระหว่างที่เย่ชิงหรั่นและฉีหงเซียงกำลังนั่งยองๆ เด็ดผักป่ากันอย่างเงียบๆ ก็ได้ยินเสียงผู้หญิงและผู้ชายคุยกัน
"พี่จิงหลินฉันเอาไข่ต้มมาให้คุณ"
ผู้ชายที่ถูกเรียกว่าพี่จิงหลินมีสีหน้าเขินอาย และไม่สบายใจ แต่มือของเขายื่นไปรับไข่มาอย่างรวดเร็ว "ขอบคุณนะชิงเมี่ยว ปลายปีนี้เมื่อได้รับเงิน ผมจะซื้อผ้าให้คุณตัดชุดสวยๆ ใส่ในงานแต่งของเรา"
ผู้หญิงคนนั้นก้มหน้าลงอย่างเขินอาย "ฉันจะรอค่ะ พี่จิงหลิน"
เป๊าะ
"อุ๊ย"
จู่ๆ ฉีหงเซียงก็เหยียบกิ่งไม้แห้งใต้เท้าของเธอจนหัก เธอใและะโออกมา ทำให้คู่รักหนุ่มสาวที่กำลังคุยกันอยู่หันไปในทิศทางที่เย่ชิงหรั่นและฉีหงเซียงนั่งอยู่
ผู้ชายคนนั้นเกาหัวด้วยความลำบากใจ แล้วเดินจากไปทันที ส่วนผู้หญิงเมื่อเห็นคนรักของเธอจากไป เธอก็เดินมาที่เย่ชิงหรั่นและฉีหงเซียงด้วยความโมโห
เหอชิงเมี่ยวไม่รู้จักเย่ชิงหรั่น แต่เธอและฉีหงเซียงอายุเท่ากันและเรียนมาด้วยกันั้แ่ยังเด็ก
นังบ้านี่ ต้องชอบพี่จิงหลินด้วยแน่ๆ เธอเคยเห็นฉีหงเซียงแอบส่งจดหมายให้พี่จิงหลิน ฉีหงเซียงคงอิจฉาจึงส่งเสียงดังขัดขวางความรักของเธอและพี่จิงหลิน
เธอเข้าไปผลักฉีหงเซียงลงกับพื้นและตะคอก "ฉีหงเซียง ทำไมเธอถึงแอบฟังฉันกับพี่จิงหลินคุยกัน"
"เธอขัดจังหวะพวกเรา เพราะชอบพี่จิงหลินใช่ไหม? ให้ฉันบอกเธอนะว่าพี่จิงหลินจะแต่งงานกับฉันในปีหน้า อย่าได้คิดจะมาแย่งเขา ไม่อย่างนั้นฉันจะให้พ่อจัดการครอบครัวของเธอแน่นอน"
ฉีหงเซียงถูกผลักลงกับพื้นแรงจนลุกไม่ขึ้น เธอฟังเหอชิงเมี่ยวตำหนิเธออย่างมึนงง พี่จิงหลินกำลังจะแต่งงานกับเหอชิงเมี่ยวจริงเหรอ? เขาบอกว่าเขาจะแต่งงานกับเธอเหมือนกัน
เย่ชิงหรั่นเห็นฉีหงเซียงถูกผลักลงกับพื้นเธอก็รีบเข้าไปช่วย และเห็นฉีหงเซียงทำหน้าสับสนเหมือนคนไร้ิญญา
เธอเม้มริมฝีปากอย่างครุ่นคิด หรือที่เหอชิงเมี่ยวพูดจะเป็เื่จริง หงเซียงชอบก็ผู้ชายคนนั้นด้วย เย่ชิงหรั่นขบคิดอย่างปวดหัว แต่อย่างไรก็ตามน้องสาวของสามีถูกทำร้ายโดยคนอื่นต่อหน้าเธอ แน่นอนว่าเธอจะต้องช่วยเอาคืน
เธอมองหน้าเหอชิงเมี่ยวแล้วะโ "แอบฟังเหรอ? ใครอยากฟังเธอกับผู้ชายคนนั้นพลอดรักกัน ฉันกับหงเซียงนั่งเก็บผักป่าอยู่ก่อน แต่เธอกระสับกระส่ายเพราะผู้ชาย จนมองไม่เห็นใครเองต่างหาก"
เหอชิงเมี่ยวโมโหจนปอดจะะเิ นังตัวแสบนี่เป็ใคร? กล้าด่าว่าเธอกระสับกระส่าย เธอเป็ลูกของเลขานุการหมู่บ้าน ใครในเหอเจียจ้วงกล้าด่าเธอ?
“เธอคือใคร เป็เยาวชนที่มีการศึกษาคนใหม่รึเปล่า? เดี๋ยวก่อน ฉันจะขอให้ลุงจัดงานที่เหนื่อยและสกปรกที่สุดให้เธอ”
เหอชิงเมี่ยวยิ้มเยาะ และสบายใจขึ้นมาก ใครที่ทำให้เธอรำคาญจะต้องโชคร้าย!
เย่ชิงหรั่นหัวเราะด้วยความโกรธ “ฉันเป็ภรรยาของฉีหงซิง ชื่อเย่ชิงหรั่น จะรีบไปฟ้องพ่อ ฟ้องลุง ฟ้องใครก็เื่ของเธอ แต่ก่อนไปต้องขอโทษที่ผลักหงเซียงก่อน”
ฉีหงเซียงก็เริ่มมีสติขึ้นมาแล้ว เธอไม่อยากให้พี่สะใภ้ต้องลำบากเพราะเธอ จึงจับมือของเย่ชิงหรั่น ส่ายหัวให้เธอเบาๆ “พี่สะใภ้ ช่างมันเถอะ ฉันไม่เป็ไร เรารีบกลับบ้านกันเถอะ ฉันต้องรีบไปทำอาหารส่งให้พ่อแม่”
เย่ชิงหรั่นเห็นฉีหงเซียงเป็แบบนี้ก็หงุดหงิดเล็กน้อย แต่ก็ไม่ได้พูดอะไรต่อ ถ้าหงเซียงที่โดนผลักไม่เอาเื่ เธอก็ไม่รู้จะต่อสู้ไปเพื่ออะไร
เหอชิงเมี่ยวยิ้มให้เย่ชิงหรั่นอย่างยั่วยุ แล้วหันหลังเดินจากไป
ฉีหงเซียงหันไปหาเย่ชิงหรั่นแล้วก้มหัวลงกระซิบ “ขอบคุณที่ช่วยฉันนะพี่สะใภ้ แต่เหอชิงเมี่ยวเป็หลานของหัวหน้าหมู่บ้าน และเป็ลูกของเลขานุการ ฉันกลัวเธอจะทำให้ครอบครัวเราลำบาก”
เมื่อเห็นฉีหงเซียงก้มศีรษะ และกัดริมฝีปากอย่างลำบากใจ เย่ชิงหรั่นก็ถอนหายใจและตบหลังเธอ “เอาล่ะ มันจบแล้ว กลับบ้านกันเถอะ”