เกิดใหม่กับระบบ คนขับราคะ

    ตอนที่ 167

    “แชะ...!”


    เสียงชัตเตอร์จากกล้องตัวเข้มดังขึ้นเป็นจังหวะภายในสตูดิโอ ท่ามกลางแสงไฟสว่างจ้าที่สาดส่องลงมายังร่างของจีอา ศิลปินสาวชื่อดังที่กำลังโพสท่าท้าทายหน้ากล้องด้วยจังหวะที่ดูเป็นมืออาชีพทุกกระเบียดนิ้ว


    ในสายตาของผมที่เฝ้ามองอยู่ห่างๆ... ไม่ว่ากล้องจะกดจับภาพเธอจากมุมไหน หรือแสงจะตกกระทบลงที่เธอจากทิศทางใด จีอาก็ยังคงดูสวยไร้ที่ติไปหมดทุกองศา 


    แต่ทว่าในขณะที่ผมกำลังเพลิดเพลินไปกับภาพลักษณ์อันเจิดจรัสตรงหน้าจนเกือบจะลืมตัว จู่ๆ เสียงหวานของจองมิน ผู้จัดการสาวคนสวยของจีอาก็ดังขึ้นทำลายภวังค์ของผมลง


    เธอนั่งอยู่บนเก้าอี้ถัดจากผมไปเพียงไม่กี่ก้าวนี้เอง “คุณวายุคะ...”


    ผมหันขวับไปตามเสียงเรียกนั้นทันที “ครับคุณจองมิน”


    จองมินไม่ได้หันมามองผม สายตาของเธอยังคงจับจ้องไปที่จีอาซึ่งกำลังโพสต์ท่าถ่ายแบบอย่างตั้งใจ เธอนิ่งเงียบไปครู่หนึ่งก่อนจะเอ่ยถามขึ้นมา

    “คุณวายุคะ ในฐานะที่คุณเป็นคนไทย ช่วยแนะนำร้านอาหารดีๆ ให้หน่อยสิคะ” เธอเว้นวรรคเล็กน้อย “แต่ขอร้านที่คนจะไม่รุมล้อมตามถ่ายรูปเราตลอดเวลา... พอจะมีร้านแบบนั้นแนะนำบ้างไหมคะ?”


    คำขอของเธอทำให้ผมต้องหยุดคิด การหาร้านที่ "อร่อย" ในกรุงเทพฯ นั้นง่ายเหมือนปอกกล้วย แต่การหาร้านที่ สงบแบบที่เธอว่ามานั้น มันช่างยากซะ เหลือเกิน


    “คุณจองมินก็น่าจะรู้นะครับว่าใครๆ ก็รู้จักคุณจีอา... และเผลอๆ พวกเขาก็คงจำหน้าคุณได้ดีพอๆ กัน”


    ผมเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง ก่อนจะเงียบไปครู่หนึ่งเพื่อประเมินทางเลือกที่ดีที่สุดในหัว แล้วจึงกล่าวต่อ “หากคุณต้องการความเป็นส่วนตัวจริงๆ การกลับไปทานที่โรงแรมน่าจะเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดครับ แต่ถ้าหากพวกคุณอยากทานอาหารข้างนอกจริงๆ ละก็ ผมว่าเราคงต้องขับรถเลี่ยงออกไปให้ไกลจากตัวเมืองสักหน่อยแหละครับ”


    ผมเว้นจังหวะเล็กน้อยพลางหันไปมองจีอาที่ยังคงอยู่กลางแสงไฟ “แต่ถึงอย่างนั้น... ผมก็รับประกันไม่ได้ร้อยเปอร์เซ็นต์หรอกนะว่าเราจะไม่ถูกใครจำได้” 


    “จริงๆ แล้วฉันก็ตั้งใจว่าจะกลับไปทานที่โรงแรม หรือไม่ก็สั่งมาทานที่นี่ให้มันจบๆ ไปเหมือนกันค่ะ แต่จีอาน่ะสิไม่ยอมท่าเดียว บ่นว่าอยากออกไปทานที่ร้านอาหารไทยให้ได้ ตื้อจนฉันต้องยอมแพ้เลยล่ะค่ะ”


    จองมินอธิบายพลางถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ด้วยความเหนื่อยหน่ายใจให้กับความดื้อรั้นของศิลปินในความดูแล สายตาของเธอมองไปยังจีอาที่เริ่มโพสต์ท่าอีกครั้งด้วยแววตาที่ทั้งเอ็นดูและระอาในเวลาเดียวกัน


    ...


    จากตอนนั้นเวลาล่วงเลยไป ตอนนี้ผมกำลังหักพวงมาลัยเลี้ยวรถออกจากตัวอาคารสูงเสียดฟ้า มุ่งหน้าสู่ท้องถนนที่เต็มไปด้วยรถรา


    จีอาและจองมินนั่งอยู่ที่เบาะหลังพลางสนทนากันไปเรื่อยเปื่อยถึงเรื่องงานที่เพิ่งจบไป ทั้งเรื่องมุมกล้อง ชุดที่ใส่ หรือความเป๊ะของทีมงานในวันนี้ ดูเหมือนว่าการได้ทำงานในวันแรกที่ไทยของเธอดูแล้วน่าจะเป็นที่พอใจเอามากๆ 


    ระหว่างที่ความคิดของผมกำลังแล่นไปแล่นมา ผมก็ฉุกคิดขึ้นได้ว่าถึงเวลาที่ต้องเริ่มใช้สกิล ไว้วางใจ กับใครสักคนแล้ว แต่คำถามคือจะเป็นใครดีล่ะ


    ผมครุ่นคิดและชั่งน้ำหนักอยู่ครู่หนึ่ง จนได้ข้อสรุปที่น่าจะเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดในตอนนี้ ผมตัดสินใจเลือก จองมิน เพราะตั้งแต่เริ่มงานมาผมกับเธอมีโอกาสได้พูดคุยกันค่อนข้างเยอะ ทำให้พอจะรู้นิสัยใจคอกันบ้าง ส่วนจีอานั้น แม้ผมจะคอยดูแลเธอ แต่เรายังไม่ค่อยได้สนทนากันแบบจริงๆ จังๆ เท่าไหร่นักในตอนนี้



    "เอาไว้โอกาสหน้าแล้วกัน"


    ผมพึมพำกับตัวเองในใจ ก่อนจะตัดสินใจออกคำสั่งกับระบบ "ระบบ... ใช้สกิลไว้วางใจกับจองมินที"


    [ รับทราบ...]


    เมื่อจัดการเรื่องสกิลเรียบร้อย ผมก็ไม่รอช้าที่จะเสริมต่อว่า "แล้วก็... ช่วยค้นหาร้านอาหารไทยดีๆ แต่คนไม่พลุกพล่านและมีความเป็นส่วนตัวให้ฉันหน่อยนะ"


    พริบตาเดียวหลังจากนั้น จอโปร่งแสงก็สว่างวาบขึ้นเบื้องหน้าพร้อมแผนที่นำทางไปยังจุดหมาย ระบบคัดสรรร้านอาหารแนะนำมาให้เลือกสามแห่ง ผมกวาดสายตาพิจารณาอยู่เพียงครู่เดียวก็ตัดสินใจเลือกร้านสุดท้าย เพราะตำแหน่งของมันตั้งอยู่ห่างไกลจากความวุ่นวายของตัวเมืองพอสมควร และที่สำคัญระบบมันสำรองที่นั่ง ที่เป็นแบบส่วนตัวไว้ให้อีกด้วย 


    เมื่อตัดสินใจเลือกสถานที่ได้แล้ว ผมจึงเหลือบมองกระจกมองหลังเพื่อสบตากับคนด้านหลัง ก่อนจะเอ่ยขึ้นท่ามกลางบทสนทนาของทั้งคู่ “ขอโทษนะครับ ผมเลือกร้านอาหารได้แล้วนะครับ”


    ประโยคของผมดึงความสนใจของสองสาวให้หันขวับมามองทางผมทันที และเป็นจองมินที่โพล่งถามขึ้นมาด้วยความอยากรู้ “เป็นร้านแบบไหนเหรอคะ?” 


    “เป็นร้านอาหารไทยครับ ผมคิดว่าที่นั่นน่าจะเหมาะที่สุด เพราะทางร้านรับเฉพาะลูกค้าที่จองล่วงหน้าไว้เท่านั้นครับ คนนอกที่ไม่ได้นัดไว้ก่อนไม่มีสิทธิ์ผ่านประตูเข้าไปแน่นอน” ผมอธิบายเสริมเพื่อความมั่นใจ ยืนยันถึงมาตรการความเป็นส่วนตัวของร้านที่ระบบเพิ่งคัดกรองมาให้


    “ถ้าอย่างนั้น... ก็คงไม่มีคนมารุมขอถ่ายรูปฉันใช่ไหมคะ” จีอาที่เงียบอยู่นานเอ่ยแทรกขึ้น น้ำเสียงของเธอเจือไปด้วยความกังวลอย่างเห็นได้ชัด แม้จะอยากทานอาหารไทยมากแค่ไหน แต่ประสบการณ์ที่เคยถูกรุมล้อมจนทำตัวไม่ถูกก็ยังคงเป็นเงาตามตัวที่ทำให้เธอไม่มั่นใจ


    “หากคุณทั้งสองตกลง ผมจะรีบติดต่อทางร้านเพื่อประสานล่วงหน้าเดี๋ยวนี้เลยครับ ผมจะบอกทางร้านให้เตรียมทางเข้าพิเศษที่เลี่ยงสายตาผู้คนที่สุดไว้ให้ พอไปถึงคุณจีอาสามารถเดินตรงเข้าห้องส่วนตัวได้ทันทีโดยไม่ต้องผ่านโซนด้านหน้าครับ” ผมให้คำมั่นเพื่อยืนยันถึงความปลอดภัย


    “แล้วร้านที่ว่านี่อยู่ไกลจากตัวเมืองกรุงเทพ มากไหมคะ ต้องใช้เวลาขับรถประมาณกี่นาที...แล้วอีกอย่างเราจองตอนนี้จะทันอยู่เหรอคะ” จองมินถามแทรกอย่างใคร่รู้


    “ถ้าไป-กลับรวมแล้วก็น่าจะใช้เวลาประมาณหนึ่งชั่วโมงครับ” ผมตอบกลับด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่งตามฉบับบอดี้การ์ด “และเรื่องการจองทางบริษัทของผมจะจัดการให้เองครับ”


    สิ้นคำพูดของผม บรรยากาศภายในรถก็กลับสู่ความเงียบครู่หนึ่ง ไม่มีคำถามหรือคำตอบรับในทันที ผมได้ยินเพียงเสียงกระซิบปรึกษากันเป็นภาษาเกาหลีเบาๆ ที่เบาะหลัง


    บทสนทนานั้นดำเนินอยู่เพียงไม่นาน กระทั่งจองมินเงยหน้าขึ้นมาสบตาผมผ่านกระจกหลังแล้วเอ่ยตัดบทอย่างมั่นใจ “ตกลงค่ะ... เอาเป็นร้านนี้แหละค่ะคุณวายุ ฝากจัดการด้วยนะคะ” 



    “ครับ”


    ผมตอบรับสั้นๆ พลางเอื้อมมือไปแตะหน้าจอคอนโซลรถเพื่อทำท่าทีจะโทรออกไปยังเบอร์เบอร์ของบริษัท


    แต่แล้วในจังหวะที่สัญญาณกำลังเริ่มหมุน จีอาก็เอ่ยถามขึ้นด้วยน้ำเสียงใสซื่อแต่แฝงไปด้วยความขี้เล่น “ร้านนี้อร่อยจริงๆ ใช่ไหมคะ... คุณเคยไปทานเองหรือเปล่า หรือว่าแค่สุ่มหาเอาจากเน็ต?”


    เธอถามออกมาอย่างไม่ได้ใส่ใจนัก คล้ายกับเป็นการชวนคุยแก้เบื่อระหว่างเดินทาง แต่คำถามนั้นกลับทำให้ผมต้องหยุดคิดไปครู่หนึ่ง เพราะพิกัดนี้มาจากฐานข้อมูลระดับเทพของระบบที่การันตีความอร่อย


    “ผมไม่เคยไปหรอกครับ แต่ดูจากรีวิวและข้อมูลที่บริษัทรวบรวมมาแล้ว ผมมั่นใจว่ารสชาติจะไม่ทำให้พวกคุณผิดหวังแน่นอนครับ” ผมตอบโกหกเรื่องที่บริษัทรวบรวมข้อมูลมาให้กลับไปอย่างไม่สะทกสะท้าน


    เมื่อได้ยินคำยืนยันที่ดูมั่นใจของผม พวกเธอก็พยักหน้าตอบรับอย่างว่าง่ายโดยไม่ติดใจสงสัยอะไรอีก หลังจากนั้นผมจึงเล่นละคร ต่อสายโทรศัพท์ไปยังบริษัทเพื่อซักซ้อมนัดแนะเรื่องทางเข้าและการเตรียมห้องส่วนตัวให้พร้อมก่อนที่เราจะไปถึง ซึ่งทุกอย่างที่ว่าไปนั้นระบบได้จัดการให้พวกเราไปเรียบร้อยแล้ว


    คล้ายกับเรื่องเกิดใหม่กับระบบ คนขับราคะ ที่คุณอ่าน