เขาพยายามว่ายมาจนถึงริมตลิ่งอีกฝั่ง เมื่อเห็นว่าปลอดภัยแล้วจึงพาตัวเองขึ้นจากน้ำอย่างหมดเรี่ยวแรง ทั้งแขนและขาของเขาล้าเหลือเกินแถมยังอาการปวดแสบปวดร้อนที่สีข้างนี่อีก เหมราชก้มลงสำรวจดูาแก่อนจะเห็นว่ามันแย่พอสมควร...ตอนนี้เขาต้องกลับบ้านให้เร็วที่สุดไม่อย่างนั้นคงได้หมดสติอยู่ตรงนี้แน่ๆ ชายหนุ่มพยายามลากสังขารกลับไปที่รถของตัวเองซึ่งก็อยู่ไม่ไกลจากจุดที่เขาขึ้นฝั่งเท่าไรนัก
เหมราชฝืนขับรถมาถึงบ้าน ชายหนุ่มนั่งอยู่ในรถอีกครู่ใหญ่มือข้างนึงกุมสีข้างไว้อย่างเ็ป ใบหน้าหล่อเหลาบัดนี้ซีดเซียวไร้สีเื เขาหลับตาลงขบกรามแน่นจนเป็สันนูนแล้วกัดฟันพาร่างกายที่บอบช้ำลงจากรถก่อนจะเดินเข้าบ้านโดยไม่ทันเห็นเลยว่าเืของเขานั้นหยดลงบนพื้นตามทางที่เขาเดินผ่านไปจนถึงห้องนอนของเขา
เมลิสสากำลังจะเดินเข้าบ้านมากินน้ำในครัวหลังจากที่ออกไปเดินสำรวจรอบๆบ้านชะงักทันทีที่เห็นรอยเื...เือะไรกัน เมื่อครู่ที่เดินออกมาเธอยังไม่เห็นมันสักหยดเดียว แล้วสายตาก็พลันเห็นรถของเหมราชที่เข้ามาจอดอยู่ที่เดิม‘เขาาเ็อย่างนั้นหรือ’ ไม่รู้ว่าเป็เพราะความอยากรู้อยากเห็นหรือเพราะความเป็ห่วง ทำให้เธอก้าวเท้าตามรอยเืนั้นไปอย่างอัตโนมัติจนกระทั่งมาสิ้นสุดลงที่หน้าห้องของเขาพอดี
เธอควรเข้าไปดีหรือไม่...แต่ถ้าไม่เข้าไปแล้วเขาเจ็บหนักขึ้นมาจะทำอย่างไร อย่างน้อยเธอก็ควรเข้าไปดูให้เห็นกับตาไม่ใช่หรือ...เมลิสสาตัดสินใจเคาะประตูเพื่อเป็การขออนุญาตเ้าของห้อง แต่กลับไม่มีเสียงใดตอบกลับมา เธอไม่รออีกต่อไปหญิงสาวถือวิสาสะเปิดประตูเข้าไปทันที
ภาพแรกที่เห็นคือคนตัวโตที่นั่งหมดเรี่ยวหมดแรงอยู่ที่ขอบเตียงด้วยใบห้าซีดเซียวไร้สีเื เนื้อตัวเขาเปียกปอนราวกับลูกสุนัขตกน้ำ เขาก้มหน้าและมือยังคงจับแผลที่สีข้างไว้ไม่ยอมปล่อยจนเืเริ่มซึมออกมาตามร่องนิ้ว
“คุณ!!” เมลิสสาเดินเข้าไปใกล้และนั่งลงข้างๆเขาก่อนจะยื่นมือไปััแขนอีกฝ่ายเพื่อเรียกให้เขารู้สึกตัว
เหมราชเงยหน้าขึ้นสบตากับผู้มาเยือน เขาได้ยินเธอเรียกั้แ่หน้าประตูแต่เขาไม่มีแรงแม้กระทั่งจะเอ่ยอะไรออกไป
“ไปโรงพยาบาลเถอะค่ะ...เืคุณออกเยอะมากเลย” แม้จะอยากรู้ว่าเขาไปทำอะไรมาถึงกลับมาในสภาพนี้แต่เธอก็เลือกที่จะไม่ถามเพราะรู้ดีว่าอย่างไรเสียเขาก็คงไม่ยอมปริปากพูด
ร่างสูงใหญ่ส่ายหน้าปฏิเสธคำขอร้องของเธอ เขาไปไม่ได้และจะไม่มีวันไปเด็ดขาด
“แล้วจะทำยังไงละคะ...เืคุณไหลไม่หยุดเลย” อย่างน้อยเธอต้องรีบห้ามเืให้เขาก่อนไม่อย่างนั้นเืเขาได้ไหลหมดตัวแน่
“อุปกรณ์ทำแผลอยู่ไหนคะ...คุณมีหรือเปล่า”
“อยู่ในตู้...ห้องนอนคุณ” เหมราชตอบคนตัวเล็กเสียงแ่
เมลิสสารีบวิ่งกลับไปที่ห้องนอนของเธอทันทีเมื่อรู้ที่อยู่ของสิ่งที่้าและรีบวิ่งกลับมาอย่างเร็วที่สุด เธอถอดเสื้อของเขาออกโดยไม่สนใจอะไรทั้งสิ้น ละทิ้งความเขินอายทั้งหมดไม่มีเหลือ...ร่างกายกำยำของชายชาตรีปรากฏแก่สายตาแต่เธอก็พยายามไม่สนใจมัน าแที่เมลิสสาเห็นสาหัสกว่าที่เธอคิดเอาไว้มาก...ถูกยิงอย่างนั้นหรือ
“เจ็บหน่อยนะคะ” เมลิสสาบอกให้คนตัวโตเตรียมใจแล้วลงมือจัดการกับาแตรงหน้า เธอเห็นเขาสะดุ้งทุกครั้งที่เธอทำความสะอาดรอบๆาแ เหงื่อกาฬเริ่มผุดขึ้นตามไรผมเต็มไปหมด หญิงสาวหยิบผ้าขนหนูผืนเล็กที่หยิบติดมือมาด้วยขึ้นซับเหงื่อให้เขาอย่างแ่เบา
“อดทนอีกนิดนะคะใกล้เสร็จแล้วค่ะ” เมลิสสารีบใส่ยาที่แผลให้เขาก่อนจะพันผ้ารอบร่างหนาเพื่อปิดแผลเป็อย่างสุดท้าย
“ยาค่ะ”เธอส่งยาแก้อักเสบให้เขากินดักไว้เพราะดูแล้วแผลของเขาคงจะอักเสบอย่างแน่นอน หญิงสาวเดินไปที่ตู้เสื้อผ้าแล้วหยิบเสื้อมีกระดุมกับกางเกงมาให้เขาเปลี่ยน
“เปลี่ยนสิคะ”
“ช่วยหน่อยได้หรือเปล่า” เขาไม่ได้แกล้งแต่รู้สึกมึนหัวมากจริงๆอาจเป็เพราะเขาเสียเืมากก็เป็ได้
“คะ” เมลิสสาไม่คิดว่าเขาจะขอร้องให้เธอช่วยทำอะไรแบบนี้..จะให้เธอเปลี่ยนเสื้อผ้าให้เขาเนี่ยนะ เขาต้องเสียสติไปแล้วแน่ๆ
“คุณออกไปเถอะเดี๋ยวผมจัดการเอง” เมื่อเห็นท่าทางลังเลเหมราชก็ไม่อยากรบกวนเธอ เขาพยายามสอดแขนเข้าไปในเสื้ออย่างทุลักทุเลจนเมลิสสาเริ่มสงสาร เขาคงไม่ได้แกล้งหากคงกำลังเจ็บจริงๆอย่างที่บอกเธอ ถ้าเธอไม่ช่วยก็คงจะใจดำเกินไปหน่อยกระมัง
“มาค่ะ...ฉันช่วย” เธอใส่เสื้อให้เขาอย่างระมัดระวังจนในที่สุดก็เรียบร้อยเหลือก็แต่กางเกงยีนเ้าปัญหาที่เขาใส่มันอยู่
“หันหลังไปสิ” เหมราชบอกให้คนตัวเล็กหันไปอีกทางแล้วเขาก็จัดการเปลี่ยนกางเกงอย่างรวดเร็ว
“เสร็จหรือยังคะ” เมื่อเห็นว่านานผิดปกติเมลิสสาก็เอ่ยถามขึ้น
“อืม” ร่างสูงตอบก่อนจะซวนเซทำท่าราวกับว่ากำลังจะทรงตัวไม่อยู่ ดีที่เมลิสสาคว้าแขนเขาเอาไว้ได้ทัน
“นอนลงเถอะค่ะ” เธอประคองเขานอนลงแล้วห่มผ้าให้
เหมราชหลับตาลงลืมความวุ่นวายที่เจอมาแล้วผล็อยหลับไปอย่างง่ายดาย
เมลิสสายกมือขึ้นวัดอุณหภูมิที่หน้าผากคนตัวโต...ตัวเขายังไม่ร้อนเท่าไรแต่ไม่แน่ว่าคืนนี้แผลอาจจะอักเสบจนไข้ขึ้นก็ได้