แม้ป่านหลงวิลล่าจะมีขนาดใหญ่แต่มันก็ใช้เวลาไม่นานนักกว่าจะถึงวิลลาสามหลังที่มีความเป็ส่วนตัวสูง
แต่อย่างใดก็ดีเมื่อรถขับมาถึงที่หมาย คนยังนั่งอยู่ข้างในไม่ได้ลงมาจากรถ
ประมาณห้านาทีถัดมาประตูจึงได้เปิด โดยใบหน้าของลู่ซินหยีได้เปลี่ยนเป็สีแดงอย่างกับลูกตำรึง แถมผมยังไม่เป็ทรง คล้ายกับเมื่อครู่อยู่บนรถถูกโยกหัวไปมา
“เอาล่ะเข้าไปข้างในกันเถอะ” หลินอู๋เฉินรูดซิปกางเกงขึ้น เมื่อครู่เขากระทำเื่อย่างว่ากับผู้หญิงที่เพิ่งพบหน้ากันไม่กี่นาที สำหรับนักศึกษามหาวิทยาลัยปี 1 ที่เคยมีแฟน แม้จะเป็อย่างนั้นก็ยังเป็ประสบการณ์แปลกใหม่
ไม่สินี่คือครั้งแรกเลยต่างหากที่มีคนทำให้
“ค่ะ” ลู่ซินหยีเช็ดปากที่มีน้ำสีขุ่นด้วยนิ้วมือ จากนั้นเดินตามชายหนุ่มเข้าไปในวิลล่า
หลังจากเดินเข้ามาในวิลล่าลู่ซินหยีเริ่มแนะนำ ที่นี่มีด้วยกันสามห้องนอนสี่ห้องน้ำ ห้องครัวและโถงรับแขก ลานหน้าบ้านและที่จอดรถ
สำหรับวิลล่าราคาสี่ล้านหยวนไม่ถือว่าเล็กเลย แถมยังอยู่ใกล้กับวิทยาลัย บรรยากาศเงียบสงบ
“คุณหลินพอใจหรือเปล่าคะ” แม้จะเพิ่งใช้ปากทำอย่างว่าลู่ซินหยีก็ไม่ชะล่าใจ ยังวางตัวและนอบน้อมต่อลูกหลานคนรวยรุ่นที่สอง
“ก็ไม่เลว” หลินอู๋เฉินพยักหน้า นั่งลงบนโซฟาหนังแล้วขยับมือเป็นัยว่ามานั่งนี่สิ
ลูซินหยีไม่กล้าปฏิเสธ รีบเดินเข้ามานั่งข้างๆ โดยพลัน
“เมื่อครู่นี้ถือว่าเธอสอบผ่าน วิลล่าที่เหลืออีกสองหลังจะเลือกอยู่ที่ไหนก็ได้” สำหรับหลินอู๋เฉินของแค่นี้ก็แค่เงินร้อยหยวน อีกอย่างลู่ซินหยียังเป็ผู้หญิงสวย ก็ไม่แปลกที่เขาอยากจะเก็บเธอไว้ใกล้ตัว
“เอ๋...จริงเหรอคะ” ลู่ซินหยีใ ทีแรกหล่อนคิดว่าเขาคงไม่คิดเป็จริงเป็จัง อาจแค่ขำๆ พูดไปงั้น
“จริงสิ” หลินอู๋เฉินใช้มือลูบไล้ร่างกายที่แสนบอบบางของหญิงสาว เธอมีท่าทางเอียงอายแต่ไม่ปฏิเสธ แฝงความน่ารักน่าเอ็นดูอยู่หลายส่วน
หลินอู๋เฉินเองก็เป็ผู้ชายคนหนึ่ง ก่อนหน้านี้ถูกกระตุ้นั้แ่อยู่ในรถ อีกทั้งเมื่อก่อนมีแฟนแค่จับมือยังไม่เคย นับประสาอะไรกับการมีเพศสัมพันธ์ ดังนั้นกล่าวสำหรับชายหนุ่มวัย 19 ปี ตอนนี้เครื่องยนต์ได้ถูกสตาร์ทติดเรียบร้อยแล้ว
.......
หลินอู๋เฉินใช้เวลากับลู่ซินหยีจนถึง่บ่ายสอง
ทั้งคู่หอบหายใจอย่างหนักหน่วง ทำเอาโซฟาและพื้นบ้านที่เพิ่งทำความสะอาดเลอะเทอะและมีกลิ่นไม่พึงประสงค์
“นี่เธอยังไม่มีประสบการณ์งั้นเหรอ?” หลินอู๋เฉินประหลาดใจ คราวแรกเขานึกว่าเธอผ่านผู้ชายมาเยอะั้แ่การออรัลบนรถ
ลู่ซินหยีพยักหน้า “ใช่ค่ะคุณเป็ผู้ชายคนแรกของฉัน นี่คือสิ่งที่มีค่าที่สุดที่ฉันเก็บไว้หลายปี ตอนนี้คุณได้มันไปแล้ว...อนาคตของฉันเป็ของคุณ ฝากด้วยนะคะ”
หลินอู๋เฉินหัวเราะไม่ออก
เมื่อก่อนคงเป็เื่ยากที่จะทำให้ผู้หญิงสวยคนหนึ่งเชื่อง แต่ดูตอนนี้สิเพราะเขาเป็คนรวย ทุกอย่างจึงง่ายเหมือนไม่ต้องพยายาม
“แน่นอนว่าฉันจะดูแล แต่ขอถามอย่างหนึ่งสิ ทำไมก่อนหน้านี้บนรถเธอถึงได้...”
“ฉันก็แค่แกล้ง...แต่ไม่คิดเลยว่าคุณจะให้ฉันทำจริงๆ”
“แล้วถ้าเป็ตาแก่...”
“แน่นอนฉันจะปฏิเสธ แต่เพราะคุณหล่อและเด็กมาก...ฉันก็เลย...” ลู่ซินหยีพูดถึงตรงนี้ก็เอนตัวเข้าไปในอ้อมกอดของเขา ใบหน้าประดับด้วยรอยยิ้ม
สำหรับหลินอู๋เฉินเขาไม่ได้โง่ ผู้หญิงเข้าหาก็เพราะเงิน แต่แล้วยังไงมันสำคัญด้วยเหรอไง เพราะสุดท้ายคุณก็มีความสุขกับเธออยู่ดี
มองกองเืที่เปรอะเปื้อนโซฟา แถมหน้าอกเต่งตึงยังโดนท่อนแขน หลินน้อยที่ผล็อยหลับไปแล้วถึงกับตื่นขึ้นมา ทำเอากินเวลาไปอีกเป็ชั่วโมงกว่าจะเสร็จกิจกรรม
....
“แย่จังที่นี่ไม่มีอาหารในตู้เลย ไม่งั้นนะฉันจะทำให้คุณทาน” ลู่ซินหยีเบ้ปากหลังจากเปิดดูตู้เย็นว่างเปล่า ซึ่งก็ไม่ใช่เื่แปลกเพราะวันนี้เพิ่งย้ายเข้ามาอยู่
“เธอทำอาหารเป็ด้วยเหรอ?”
“ใช่ค่ะ ความจริงแล้วฉันเป็เด็กกำพร้าอยู่กับน้องชายและคุณปู่ หลายสิ่งหลายอย่างเลยต้องพึ่งพาอาศัยตัวเอง และถึงแม้ฉันจะเป็ผู้จัดการของที่นี่เงินเดือนก็แค่เก้าพันหยวน”
เก้าพันหยวนถือว่ามากในสังคมปัจจุบัน แต่สำหรับหลินอู๋เฉินมันก็แค่งั้นๆ
“อย่างนี้นี่เอง งั้นเราไปกินอาหารข้างนอกกัน”
“ถ้างั้นฉันขอตัวอาบน้ำแปบนึงนะคะ ไปแบบนี้ก็ออกจะ...” ลุ่ซินหยียังอยู่ในสภาพเปลือยกาย ร่างกายอันเย้ายวนที่เป็ตัวเอสปรากฏตรงหน้า ไม่แปลกหากชายหนุ่มจะเริ่มกลับมามีอารมณ์อีกครั้ง
“อ่า...โอเค” หลินอู๋เฉินละสายตากลับมามองเงินในบัญชี เหลืออยู่เพียงหนึ่งพันหยวนที่ได้จากเหวินจิง เงินแค่นี้กินอาหารดีๆ ไม่ได้นอกจากร้านข้างทาง
เมื่อก่อนสำหรับหลินอู๋เฉินร้อยหยวนสามารถอยู่ได้ถึงหนึ่งอาทิตย์ด้วยบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป กินแค่ผักและแป้ง
แต่ตอนนี้มี'เว็บเทพา'แล้วทำไมต้องทำแบบเดิมด้วย?
เขาเริ่มไปที่กระทู้ซื้อขาย เมื่อวานตอนซื้อวิลล่าเห็นผ่านๆ เกี่ยวกับบัตรอาหาร
ไม่นานจึงเจอบัตรต่างๆ ที่ถูกขายในเว็บ เช่นบัตรชมภาพยนตร์ บัตรสวนน้ำ บัตรคอนเสิร์ตหายาก บัตรของลดราคา ฯลฯ
มันเป็เพียงบัตรราคาแค่ไม่กี่หยวนและหลินอู๋เฉินเองก็รู้สึกว่าถูกมาก
ดังนั้นหลังจากปัดหน้าจอได้ครู่หนึ่งก็เจอสิ่งที่้า
'บัตรทานอาหารโรงแรมการ์เด้นกรีน สำหรับหนึ่งท่านระยะเวลา 1 ปี ราคา 100 เหรียญ'
“ร้อยเหรียญก็เท่ากับสิบหยวน งั้นก็ซื้อสองบัตรแล้วกัน” หลินอู๋เฉินกดชำระเงิน จากนั้นข้อความจากเว็บได้แจ้งว่าพนักงานจะมาส่งของในหนึ่งนาที
อย่างรวดเร็วพนักงานได้มาถึงหน้าวิลล่า แต่งตัวเหมือนกับเมื่อคืน แต่ดูแล้วไม่น่าใช่คนคนเดียวกัน
หลินอู๋เฉินรับของแล้วเดินเข้าไปข้างใน พอวางบัตรทานอาหารไว้บนโต๊ะเขาก็เข้าไปอาบน้ำกับลู่ซินหยี
เสียงกระทบของน้ำได้ดังขึ้น กินเวลาเป็ครึ่งชั่วโมงกว่าทุกอย่างจะจบลง
.......
ลู่ซินหยีหน้าแดงตลอดทางไปโรงแรม
วันนี้ทั้งวันแทบไม่ได้พัก พอมาถึงที่หมายแล้วต้องเดินเกือบจะเดินไม่ไหว ต้องให้หลินอู๋เฉินเข้ามาประคองไปที่ห้องอาหาร
“ขอบคุณค่ะ”
แม้จะเพิ่งรู้จักและมีอะไรกัน แต่ลู่ซินหยีก็รู้สึกได้ว่าการเลือกครั้งนี้ถูกต้อง
ถึงเขาจะอายุน้อยกว่าแต่ยังมีความอ่อนโยนแบบสุภาพบุรุษ
ทั้งสองมาถึงห้องอาหารในโรงแรมการ์เด้นกรีน ที่นี่ขึ้นชื่อเื่ความอร่อย เป็หนึ่งในห้องอาหารมีชื่อเสียงของเมืองชุนเหลียน
“คุณผู้ชายและคุณผู้หญิงจะรับอะไรดีครับ” บริกรต้อนรับด้วยคำสุภาพ ด้วยบัตรสมาชิกทานฟรี 1 ปีนั้นเป็การบ่งบอกถึงสถานะการเงินของอีกฝ่าย สิ่งเหล่านี้ไม่สามารถดูถูกได้เลย
“เอาของขึ้นชื่อมาอย่างละหนึ่ง อ้อ...ขอไวน์ด้วยนะ” หลินอู๋เฉินไม่รู้ว่าอะไรอร่อย จึงสั่งไปมั่วๆ “แล้วเธอล่ะ จะกินอะไร”
“เอ่อ...เอาเหมือนของคุณหลินค่ะ” ลู่ซินหยีไม่กล้าเื่มาก เป็ที่เข้าใจว่าพวกคนรวยเอาใจได้ยาก ดังนั้นเื่อาหารหากทำให้เขาไม่พอใจก็อาจก่อให้เกิดปัญหาตามมาภายหลังได้
บริกรพยักหน้าแล้วรีบเดินออกไปพร้อมกับออเดอร์
ไม่นานหลังจากนั้นอาหารก็ถูกนำมาเสิร์ฟ
กุ้งลอบสเตอร์อบชีส ฟัวกราส์ ปิงทะเลราดซอสไวน์ขาว สเต็ก A5 หอยทากอบชีส ฯลฯ
อาหารตรงหน้ามีราคาแพงที่สุดในชีวิตของลู่ซินหยี ดังนั้นพอถูกยกมาเสิร์ฟ ไม่แปลกหากหล่อนจะกลืนน้ำลาย
“กินกันเถอะ” หลินอู๋เฉินเป็ฝ่ายนำ ซึ่งเขาเองก็ทนไม่ไหวไม่ต่างจากเธอ อยากจะกินให้เร็วที่สุด
อย่างรวดเร็วทุกอย่างถูกกวาดลงไปในกระเพาะของทั้งสองคน
อย่าได้ดูถูกลู่ซินหยีที่ตัวเล็กเชียว เห็นแบบนี้ก็กินจุใช้ได้ นอกจากนั้น่บ่ายยังใช้กำลังไปค่อนข้างเยอะ เวลานี้จึง้าสารอาหารจำนวนมาก
ระหว่างนั่งดื่มไวน์ราคาแพง เสียงหนึ่งได้ทำลายบรรยากาศ
“ลู่ซินหยีนั่นเธอมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง แถมยังมากับผู้ชาย ฮึ่มผู้หญิงไร้ยางอาย พอเป็ฉันละทำเป็รังเกียจนังผู้หญิงแพศยา!” ชายวัยกลางคนะโเสียงดังลั่น ไม่สนใจสถานที่ เอาตัวเองเป็ใหญ่
“จางรุ่ย!” ลู่ซินหยีขมวดคิ้วเมื่อเห็นตาแก่ตัณหากลับ
“นั่นใคร...?” หลินอู๋เฉินถาม ดูเหมือนวันนี้เขาจะสะดุดขาใครเข้าแล้ว นี่สินะเขาถึงบอกว่ากุหลาบขาวเต็มไปด้วยหนามแหลม ไม่ถึงหนึ่งวันก็มีมดเข้ามาตอมไต่
“ผู้จัดการบริษัทหัวไถ เป็บริษัทถ่านหินในเมืองชุนเหลียนค่ะ” ลู่ซินหยีกลัวว่าเขาจะเข้าใจผิดเกี่ยวกับความสัมพันธ์ จึงเสริมว่า “ฉันรู้จักเขาตอนขายวิลล่า พวกเราไม่เคยถูกเนื้อต้องตัวเลยนะคะ”
หลินอู๋เฉินพยักหน้า เขาเป็คนที่เอาครั้งแรกของเธอไปเื่นี้ไม่สามารถปฏิเสธได้
“ผู้จัดการจาง นั่นเหรอคือคนที่คุณเคยพูดว่าหัวแข็งไม่ยอมทำเื่อย่างว่า หน้าตาสวยดีนี่นา” ตาแก่ที่อยู่ข้างๆ เสริม
จางรุ่ยหัวเราะ “ใช่หน้าตาสวยแต่สมองโง่ไปหน่อย ตอนนั้นฉันให้โอกาสเธอแต่กลับไม่รับไว้ ดันมาทานข้าวกับเด็กกระโปก!”
“เดี๋ยวนะไอ้แก่ พูดแบบนี้แสดงว่าอยากถูกจับโยนออกไปสินะ” หลินอู๋เฉินนั่งไขว่ห้างสบายๆ มองอีกฝ่ายไม่ต่างจาก'มด'