ในรั้วมหาวิทยาลัยเอกชนที่มีชื่อเสียงโด่งดังแห่งหนึ่งนักศึกษาในทุกสาขาวิชาต่างพากันคุยโวโอ้อวดถึงกิจกรรมหรูหราที่ได้อัพโหลดผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ใน่ปิดภาคเรียนที่ผ่านมาแต่คงไม่ใช่กับ พีชพิชญุตม์ วิสุทธิ์เกษม นักศึกษาชั้นปีที่ 3คณะนิเทศศาสตร์ สาขาวิชาการผลิตเนื้อหาสร้างสรรค์และประสบการณ์ดิจิทัลชายหนุ่มนั่งหน้านิ่งดูไม่ยินดียินร้ายใดๆกับสิ่งที่เพื่อนๆต่างพากันพรรณนาถึงสิ่งที่ได้ไปพบเจอมา
“เฮ..พีช..ปิดเทอมมึงไปไหนมาว่ะ..”ทวิภาคหันมาเอ่ยถามเพื่อนที่นั่งเสมือนไร้ตัวตนอยู่ข้างๆตัวเอง
“แข่งรถ..” สั้นๆง่ายๆไม่ยืดยาวให้น่ารำคาญ
“แล้วเป็ไงบ้าง..”
“ก็ตามไอจี..” หยักไหล่ตอบแล้วก้มดูโทรศัพท์ในมือต่อ โดยไม่สนใจเพื่อนคนถามเลยสักนิด
“อืม..ถือว่ากูไม่ได้ถามแล้วกันนะ..”ทวิภาคยิ้มเศร้าขอยอมแพ้ในเกมส์เ็าครั้งนี้ ก่อนจะหันไปร่วมวงกระจายวาจากับเพื่อนๆในกลุ่มต่อโดยไม่มีใครถือสาเอาความคนไร้หัวใจแถวนี้เพราะตัวตนของพิชญุตม์นั้นเพื่อนในกลุ่มต่างคุ้นชินกันไปเสียแล้ว
“เย็นนี้ไปไหนดีว่ะ..เปิดเทอมวันแรกก็ี้เีเลยกู..”ณภัทรพูดก่อนทุกคนจะหัวเราะออกมาพร้อมกันกับความจริงในเื่นั้น
“อย่าหักโหมนะครับ..เพราะพรุ่งนี้มีฟังบรรยายพิเศษด้วยนะครับ..”วิชญ์พลพูดบอกก่อนจะผายมือไปให้เพื่อนๆได้เห็นโพสเตอร์วิทยากรหนุ่มสุดหล่อเ้าของผลงานสุดสร้างสรรค์ในโลกอนาคตพิชญุตม์ปรายตามองก่อนจะหยุดนิ่งไล่สายตามองภาพนิ่งตรงหน้าแบบไม่ละสายตามีอะไรบางอย่างดึงดูดเขาให้หลงมองรอยยิ้มนั้นแบบไม่อาจต้านทานได้
“งั้นฉลองเบาๆถือฤกษ์ปีสามกันครับ..ร้านDestiny “ ทวิภาคเสนอ
“ทำไมต้องร้านนี้ว่ะ..ชื่อขนลุกเป็บ้า..”ณภัทรทำหน้าสยองขวัญให้เห็นแบบไม่ปิดบัง
“ร้านใหม่เว้ย..ฉลองหน่อย..”ทวิภาคยังยืนยันว่าจะไปร้านใหม่แห่งนี้ให้ได้ เพราะที่ร้านต้องมีผู้หญิงตรึมแน่นอนวาดภาพไว้อย่างสวยงามอยู่ในโลกแห่งความฝันที่เขายินดีจะหลงมัวเมาแบบไม่ต้องฟื้นขึ้นมาก็ยอม
“พีชมึงไปไหม..”ณภัทรหันมาถามคนที่เงียบที่สุดในตอนนี้
“ี้เี..” เงยหน้าขึ้นตอบแต่สีหน้าไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลงแต่อย่างใด
“ไปเหอะเพื่อน..ฉลองหน่อย..นะๆ..”ทวิภาคเดินเข้ามาอ้อนวอนด้วยแววตาใสซื่อในแบบที่เ้าตัวคิดว่าน่ารักแบบสุดๆ
“ไปไกลๆส้นตีนกู..” พิชญุตม์ปลายตาหยามเหยียดจนทวิภาคน้ำตาแทบไหลล้นออกมาด้วยความน้อยใจ
“ไปเหอะ..นานๆที..” ณภัทรเอ่ยชวนสมทบด้วยอีกคน
“อืม..” เมื่อี้เีจะปฏิเสธจึงต้องตามน้ำไปก็ดีเหมือนกันไม่ได้ออกไปผ่อนคลายมาสักพักแล้ว่นี้ชีวิตค่อนข้างน่าเบื่อชะมัดในความคิดของชายหนุ่ม
“งั้นแยกย้าย..เจอกันที่ร้านตอนหนึ่งทุ่มนะ..กูจองโต๊ะให้..”ทวิภาคบอก พร้อมลุกเดินโบกมือลาไปอย่างไว
“ไอเชี่ย..ทีเื่อย่างนี้ละไวนะมึง..” วิชญ์พลบ่นส่ายศีรษะอย่างเอือมละอาให้กับเพื่อนตัวดี
“บ่าย..” พิชญุตม์เดินโบกมือลาออกไปด้วยอีกคนชายหนุ่มเดินไปเอารถบิ๊กไบค์ในลานจอดรถของมหาวิทยาลัยแค่ขยับกายเคลื่อนไหวก็สามารถเรียกความสนใจและเสียงกรี๊ดกร๊าดจากสาวน้อยสาวใหญ่ได้เป็อย่างดีคนเป็จุดศูนย์กลางความสนใจกรอกตามองบนให้กับความน่ารำคาญนี้ก่อนจะรีบออกรถจากไปแบบไม่ทิ้งแม้แต่เยื้อใยใดๆไว้ให้เหล่าผู้หลงใหลในตัวเขาเลยแม้แต่น้อย
“ทางนี้เพื่อน!..”ณภัทรยกมือขึ้นโบกเรียกเมื่อเห็นพิชญุตม์เดินเข้ามาจากหน้าร้าน
“ว้าย!!..พี่พีชมา..อ้ายยยยย!!..”ทันทีที่พิชญุตม์เดินเข้าไปนั่งที่โต๊ะ ทุกสายตาแทบไม่เป็อันทำอะไรนั่งหลงเคลิ้มมึนเมาได้แบบไม่ต้องพึ่งแอลกอฮอร์แม้แต่หยดเดียว
“ทำใจว่ะ..มีเพื่อนหล่อ..”ทวิภาคบอกแล้วยกแก้วขึ้นชนกับคนที่เพิ่งมาถึงพิชญุตม์คือเดือนมหาวิทยาลัยในยุคของพวกเขา และแน่นอนว่าความหล่อของเพื่อนเขามันมีอิทธิพลสูงมากต่อหัวใจของสาวๆที่ได้พบเจอ
“น่าเบื่อ..” กระดกแก้วเหล้าเข้าปากพร้อมบ่นรำคาญเสียงดังเซ็งแซ่รอบตัวในตอนนี้
“เฮ..ขอนั่งด้วยดิ..”กลุ่มเพื่อนสาวสวยที่เรียนร่วมสาขาวิชาเดินแทรกกายเข้ามาขอนั่งร่วมโต๊ะทวิภาคแทบจะประเคนที่นั่งให้พวกเธอเ่าั้นั่งในทันทีไอนี่..เห็นสาวสวยแล้วไม่ได้เลยนะมึง วิชญ์พลส่ายหน้าเอือมละอาให้เพื่อนอีกครั้ง
“พรุ่งนี้เก้าโมงมีบรรยายอย่าลืมกันเสียนะครับ..โดดกันั้แ่วันแรกพวกมึงโดนอาจารย์ชาลินีกินหัวแน่..เชื่อกู..”วิชญ์พลกำชับอีกรอบเมื่อเห็นทุกคนต่างมุ่งมั่นในการกระดกแก้วสีอำพันแบบไม่คิดลดละ
“เออน๊า..เดี๋ยวกูเคลียร์ให้เอง..อย่าคิดมาก..เอ้าชน!!..”ทวิภาคออกโรงต่อต้านอย่างเห็นได้ชัด พิชญุตม์นั่งฟังเพื่อนพูดคุยกันไปแบบเงียบๆพร้อมจิบน้ำในมือไปเรื่อยๆแบบไม่รีบร้อน
“พีช..แล้วมึงจะลงแข่งอีกทีวันไหนว่ะ..”ณภัทรหันมาถาม เมื่อเห็นว่าตารางการแข่งรถของเพื่อนเพิ่งเริ่มต้น
“เดือนหน้า..”
“อืม..สนามที่ไหน..”
“พัทยา..”
“เค..กูจะได้เคลียร์งาน..ไปเชียร์เพื่อนหน่อยโว้ย..”
“กูไปด้วยนะ..” ทวิภาคร่วมด้วยอีกคนเมื่อตนนั้นก็อยากมีส่วนร่วมในบทสนทนาครั้งนี้
“กินเหล้าไปเหอะมึงอ่ะ..” วิชญ์พลผลักศีรษะทวิภาคเบาๆด้วยความหมั่นไส้
“แค่นั่งนึกว่าปีนี้ต้องเรียนวิชาไรมั้งกูก็แทบอ้วก..”ทวิภาคทำท่าเหมือนคนกลัวจนขนลุกขนชันณภัทรหัวเราะชอบใจที่เพื่อนตัวดีแสดงท่าทางขยันเรียนั้แ่เริ่มเปิดเทอม
“ทั้งปีอ่ะมึงภาค..” ณภัทรบอกด้วยรอยยิ้มขำขัน
“ถ้าวันไหนกูใกล้ตายเพราะวิชาเรียน..รบกวนพวกมึงทุกคนช่วยพาร่างกูกลับไปหาแม่ด้วยนะ..”หน้าขยาดอย่างเห็นได้ชัด
“ให้ไอพลทำศพให้ดิ..กูว่ามันเต็มใจ..ใช่ไหมเพื่อน..”ณภัทรหันหน้าไปถามวิชญ์พลแล้วยิ้มขำ
“ยิ่งกว่าเต็มใจเพื่อน..เป็พยานให้กูนะภัทร..ไอภาคตายเมื่อไหร่กูฉลองสิบคืนเลย..”
“มึงควรเสียใจดิไอเชี่ย..ไม่ใช่ฉลองดีใจไอบ้า..เพื่อนรักกูมากเลยว่ะพีช”ทันทีที่ทวิภาคพูดจบทั้งโต๊ะก็หัวเราะชอบใจไม่เว้นแม้แต่พิชญุตม์เองก็ยิ้มขำไปด้วยจนเวลาล่วงเลยไปเรื่อยๆนาฬิกาบอกชั่วยามเข้าสู่เช้าวันใหม่ สมาชิกภายในโต๊ะก็เริ่มจะออกอาการเมาเลื้อยกันให้เห็นจนเมื่อเห็นว่าสมควรแก่เวลาที่ต้องกลับไปพักผ่อนณภัทรก็สั่งเก็บเงินแล้วพาเพื่อนๆเดินออกไปหน้าร้านด้วยความทุลักทุเล
“พีชขับไหวไหมมึง..แล้วเอารถไรมา..” ณภัทรถาม
“รถยนต์..” ณภัทรพยักหน้ารับทราบก่อนจะหันไปมองทวิภาคกับวิชญ์พลที่กำลังกอดคอกันร้องเพลงไม่หยุดพอเมาแล้วดูเหมือนคู่กัดคู่นี้จะรักปรองดองกันมากขึ้น
“อืม..งั้นมึงกลับเหอะพีช..เดี๋ยวกูพาไปสองตัวนี้กลับเอง..”ณภัทรบอกแล้วผลักก้อนกลมๆตรงหน้าให้เดินไปที่รถของตัวเอง ส่วนพิชญุตม์ก็ยืนมองส่งจนทั้งสามคนขึ้นรถไปเรียบร้อยแล้วตัวเองก็ออกรถกลับที่พักเช่นกันท้องฟ้ายามราตรีที่แสนเงียบเหงา แม้ตามท้องถนนจะมีผู้คนเดินไปมาให้ได้เห็นแต่พิชญุตม์ยังรู้สึกว้าเหว่จนใจด้านชาเขาเคยมีความรักแม้จะเป็รักของเด็กๆแต่มันก็ทำให้รู้สึกดีได้อย่างบอกไม่ถูกแต่ก็นั่นล่ะผู้หญิงบอกว่าเขาเ็าไร้หัวใจจนเกินไปเธอจึงขอตัดขาดความสัมพันธ์ทิ้งเขาไปแบบไร้เยื้อใยพีชญุตม์จึงหอบเอาใจที่เจ็บร้าวกลับมารักษาและปิดตายมันเอาไว้เมื่อตลอดมายังไม่มีใครสามารถฝ่ากำแพงสูงนั้นเข้ามาได้
“ชิบหาย..ไอพีชอยู่ไหนว่ะเนี่ย..ทำไมยังไม่มาอีกว่ะ..”ทวิภาคนั่งไม่ติดที่มองประตูห้องประชุมใหญ่ค่อยๆปิดประตูลงแต่ก็ยังไม่เห็นแม้แต่เงาของเพื่อนรัก
“บรรลัยแน่..เวรกรรม..” วิชญ์พลตบหน้าผากกลุ้มใจไปด้วยอีกคน
“โทรหามันก็ไม่รับสาย..บ้าชิบ..”ณภัทรกดเบอร์โทรออกจนแทบไม่หยุดพักหายใจ ร้อนใจตามไอเพื่อนสองคนไปด้วย ปกติพิชญุตม์ไม่ใช่คนเหลวไหลเกิดอะไรขึ้นกับเพื่อหรือเปล่าเขาก็ได้แต่เป็ห่วง..
“สวัสดีค่ะ..คณะครูอาจารย์และน้องๆนิเทศศาสตร์ทุกสาขาวิชา..วันนี้เรามีบรรยายพิเศษจากบุคคลที่ประสบความสำเร็จในวิชาชีพด้านสื่อสารดิจิทัลในขณะนี้มาให้ความรู้แก่ทุกท่านเลยนะคะ..และเพื่อไม่ให้เป็การเสียเวลาขอทุกท่านปรบมือให้เกียรติคุณติณณภพทิวาสกุล หรือคุณติณค่ะ ยินดีต้อนรับค่ะ!..” สิ้นเสียงพิธีกรกล่าวเชิญแขกรับเชิญสุดหล่อก็เดินขึ้นมาบนเวทีด้วยรอยยิ้มสดใสที่โลกยากจะลืมเลือนเรียกเสียงปรบมือกรี๊ดร้องดังระงมด้วยความหลงใหลในความหล่อสะพรึงของคนบนเวที
“สวัสดีครับ..”ผู้บรรยายสุดหล่อกล่าวทักทายด้วยรอยยิ้มละไมด้วยอีกคน
“เวร!!..”ทวิภาคชี้มือไปทางประตูห้องประชุมใหญ่ที่ถูกเปิดออกพร้อมทุกสายตายหันไปมองด้วยความสนใจก่อนร่างสูงในชุดนักศึกษาสุดหล่อจะปรากฏกายขึ้นแล้วค่อยๆเดินเข้ามาภายในห้องประชุมเงียบๆด้วยท่าทีไม่ทุกข์ร้อนแต่อย่างใด แต่..
“พิชญุตม์..มาทางนี้..”อาจารย์ชาลินีลุกเดินเข้าไปหาคนที่เพิ่งเดินเข้ามาใหม่ผายมือรับพร้อมจูงเดินเข้าไปข้างเวทีด้วยสายตาดุดัน
“ชิบหาย..”ทวิภาคได้แต่ภาวนาให้พระเ้าคุ้มครองเพื่อนรักที่แสนจะโชคร้ายในวันนี้
“ต้องขอโทษด้วยนะคะที่นักศึกษาเสียมารยาท..”อาจารย์ชาลินีเดินเข้าไปขอโทษขอโพยกับติณณภพแล้วผลักร่างสูงข้างกายให้ก้มศีรษะลงอย่างนอบน้อม
“เอ่อ..ไม่เป็ไรครับ..” ติณณภพดูใเล็กน้อยแต่เมื่อทันทีที่ร่างสูงเงยหน้าขึ้นมาสบตา ่เวลารอบข้างก็เหมือนจะหยุดชะงัก ติณณภพยิ้มให้ด้วยความเป็มิตรเพราะก็ไม่รู้ว่าในตอนนี้เขานั้นควรจะทำเช่นไรถึงจะดีไปกว่าการยิ้ม
“ขอโทษครับ..” เสียงเข้มต่ำกล่าวขอโทษแล้วจ้องมองสบตาอีกคนนิ่งแทบไม่กระพริบเขาไม่รู้ว่าตัวเองหยุดยืนมองอีกคนอยู่นานแค่ไหนแต่ที่รู้คือไม่อยากเดินออกไปจากที่ตรงนี้เลยให้ตายเถอะอยากจะเดินเข้าไปกอดร่างตรงหน้าเอาไว้แล้วพาวิ่งหนีไป ไปที่ไหนก็ได้ที่แสนไกล..ไกลจนไม่มีคนมาพบเจอ..
ภาพคนตรงหน้าผิวขาวละเอียดรูปร่างผอมบางน่าทะนุถนอมรอยยิ้มที่เปล่งอยู่บนใบหน้าหวานเหมือนต้องมนสะกดยามได้พบเห็นทุกอย่างที่เป็คนตรงหน้าทำให้พิชญุตม์หลงใหลเขาไม่เคยรู้สึกแบบนี้มาก่อนไม่เคยรู้สึกไม่เป็ตัวของตัวเองมาก่อนไม่เคยรู้สึกอยากปกป้องใครเท่านี้มาก่อน อยากดูแล อยากกอด อยากจูบอยากอยู่ใกล้คนที่เขาไม่เคยรู้จักมาก่อนเลยในชีวิตคนที่ทำให้ชีวิตของพิชญุตม์เปลี่ยนไป
“ครับ..ไม่เป็ไร..เรามาเริ่มบรรยายกันต่อดีกว่านะครับ..”เมื่อสถานการณ์ดูกะอักกะอวนชอบกล ติณณภพจึงต้องรีบเปลี่ยนเื่ให้บรรยากาศกลับมาสดใสเช่นเดิมก่อนจะหันกลับไปยิ้มออกสื่ออีกครั้งทิ้งให้อีกคนยังมองจ้องแม้จะลงไปยืนข้างเวทีแล้วก็ตาม
“ดีงามอีกแล้วนะพิชญุตม์..”อาจารย์ชาลินีหยิกเนื้อแขนชายหนุ่มเบาๆแต่แรงในความคิดของคนโดนกระทำ
“โอ้ย..ผมเจ็บนะครับ..”เขาบอกแล้วลูบไล้รอยโดนกระทำเบาๆ
“สมควร..ไปนั่งที่..”
“ครับ..”ตอบรับคำสั่งแล้วหันไปมองคนบนเวทีอีกครั้งก่อนจะเดินออกไปหาเพื่อนที่นั่งอยู่โซนกลางๆของห้องประชุม
“กูหัวใจจะวาย..อะไรของมึงเนี่ย..” ทันทีที่เดินเข้ามาถึงที่นั่งทวิภาคแทบะโเข้าไปกอดเพื่อนรักที่เพิ่งผ่านเื่น่าขนหัวลุกมา
“โทษทีพอดีตื่นสายว่ะ..”คำขอโทษที่ดูยังไงก็ไร้สำนึกเอามากๆในความคิดของณภัทร
“เออนั่งเหอะ..ไม่งั้นคงได้ออกไปนั่งเล่นหน้าห้องแหละกูว่า..”ณภัทรแนะนำเมื่อหันไปเห็นสายตาอาจารย์ชาลินีที่มองตรงมาที่พวกเขาไม่วางตา
“พี่เขาหล่อจังเลย..”คณภรณ์เพื่อนสาวที่นั่งอยู่แถวหลังเอ่ยขึ้นด้วยความเผลอไผล
“จริงยัยเนย..คนนี้หล่อจริงอ่ะ..”เพื่อนอีกคนละเมอสมทบเห็นด้วยกับประติมากรรมตรงหน้าชิ้นเอก พิชญุตม์หายใจแรงรู้สึกหงุดหงิดไม่พอใจที่ทุกคนเอาแต่ชื่นชมคนบนเวทีไม่ใช่อิจฉาแต่เขาก็บอกตัวเองไม่ถูกว่าเพราะเหตุใดถึงรู้สึกไม่ชอบใจเอาเสียเลยนั่งมองจ้องคนบนเวทีตลอดเวลาจนการบรรยายจบลงแล้วชายหนุ่มก็ลุกเดินไปหน้าเวทีทันทีที่พิธีกรกล่าวขอบคุณ
“เฮ้ย..ไอพีชไปไหนว่ะ..” วิชญ์พละโถามแต่คนที่มุ่งตรงดิ่งไปไม่สนใจจะหันมาตอบ
“เออ..เพี้ยนไปแล้วเพื่อนกู..” ทวิภาคเห็นด้วยเมื่อจู่ๆคนที่ไม่เคยคิดจะแยแสโลกก็เดินมุ่งตรงไปแบบไม่คิดชีวิตไปยังเวทีหน้าห้องแบบไม่สนใจใคร
“มีอะไรหรือเปล่าครับ..” ติณณภพหันกลับมาเมื่อมีใครคนหนึ่งเดินเข้ามาหยุดอยู่ข้างหลังเขาแล้วเอาแต่จ้องมองแต่ไม่ยอมพูดอะไรสักคำด้วยความรู้สึกหนาวเหน็บจนขนลุกจึงทำให้ติณณภพหันกลับไปมอง แล้วเอ่ยถามออกไป
“น้องครับ..”เรียกอีกครั้งเมื่ออีกคนยังไม่ยอมพูดอะไรสักคำ
“ชื่ออะไร..”คนที่ยังมองจ้องหน้านิ่งถอนหายใจแล้วถามคำถามที่ไม่ตรงกับใจออกไป
“ติณณภพครับ..” ตอบกลับไปแบบงงๆเพราะไม่รู้วัตถุประสงค์ของคนตรงหน้าว่า้าอะไร
“ชื่อเล่น..”
“พี่ติณครับ..” สบตารอฟังเหตุผลอีกครั้งแต่ก็ไร้เสียงใดเอ่ยกลับมาจากอีกคน ติณณภพเดินออกไปตามแรงชักจูงของทีมงานแต่ก็ยังไม่วายหันมามองอีกคนที่ยังยืนจ้องมองเขาอยู่ด้วยความไม่เข้าใจว่าเพราะเหตุใดชายหนุ่มถึงมีพฤติกรรมแบบนั้นเพราะมันทำให้คนถูกจ้องมองรู้สึกไม่เป็ตัวของตัวเอง
“เฮไอพีช..เป็อะไรของมึงเนี่ย..”ทวิภาควิ่งเข้ามากอดคอถาม ก่อนจะมองไปตามสายตาของอีกคน มันมองอะไรของมันว่ะ
“กลับ..”
“เอ้า..” แขนที่ใช้คล้องคอถูกสลัดทิ้งแล้วคนร่างสูงก็เดินออกไปจากห้องประชุมทิ้งให้ทวิภาคยืนงงเป็ไก่ตาแตก
“ยืนทำหน้าควายอยู่ได้..กลับ!..” วิชญ์พลเดินเข้าไปลากคอเสื้อเพื่อนออกมาเมื่อมันยังยืนสับสนไร้หลักยึดอยู่ตรงนั้นไม่ยอมไปไหนเสียที
“เขาชื่ออะไร..”
“ใคร..” ณภัทรหันมาถามคำถามของพิชญุตม์
“คนบรรยาย..”
“ออ..เขาชื่อพี่ติณ ติณณภพ ทิวาสกุล..”เป็คณภรณ์อาสาตอบคำถามด้วยความเต็มใจ
“รู้จักเขาเหรอ..” พิชญุตม์ถามต่อด้วยความสนใจ
“รู้จักสิ..แล้วก็รู้ด้วยนะว่าพี่เขาทำงานอะไรอยู่ที่ไหน..”คณภรณ์คุยโวทำหน้าอย่างเหนือชั้นอวดเพื่อนๆถึงความรอบรู้ของตนเอง
“ทำงานที่ไหน..” พิชญุตม์สนใจยิ่งกว่าเดิมเมื่อเพื่อนอวดสิ่งที่เขาเองก็อยากจะรู้
“เป็ Creatorอยู่ที่บริษัทอนันตรา..”ยืดอกบอกให้รู้ว่าตัวเองไม่ธรรมดานะกับการรอบรู้เื่ของคนอื่นเพราะเื่ของชาวบ้านนั้นคืองานของเรา
“อืม..”รอยยิ้มมุมปากกระตุกเล็กน้อยก่อนร่างสูงจะเดินไปโรงอาหารแล้วเปิดโน๊ตบุ๊คเพื่อค้นหาสถานที่ที่เขาอยากจะไป พิชญุตม์ไม่รู้ว่าเพราะอะไรทำไมเขาถึงต้องพยายามและสนใจในตัวคนที่ไม่รู้จักกันเลยด้วยซ้ำแต่สิ่งหนึ่งที่รู้คือเขาต้องทำความรู้จักและหาคนใบหน้าหวานคนนั้นให้เจออีกครั้ง
เมื่อเวลาล่วงเลยจนหมดคาบเรียนเพื่อนๆต่างชวนกันไปหาของกระแทกท้องแต่พิชญุตม์กลับปลีกตัวออกไปบอกเพียงว่ามีธุระแล้วก็ทิ้งทุกคนเอาไว้ เมื่อไม่อยากจะมานั่งเสียเวลาอยู่ที่นี่ชายหนุ่มจึงขับรถบิ๊กไบค์ออกไปยังสถานที่ตามแผนที่บนหน้าจอโทรศัพท์..รอหน่อยนะกำลังจะไปหา.. บอกอีกคนในใจยิ้มออกมาด้วยความสุขแม้ใครอีกคนจะไม่รับรู้อะไรเลยก็ตาม
“น้องมาหาใครครับ..”เ้าหน้าที่ดูแลความปลอดภัยเดินเข้ามาหาคนที่เดินไปเดินมาอยู่หน้าบริษัทแต่ไม่ยอมเดินเข้ามาหรือเดินออกไป มันช่างน่าสงสัยจริงๆเชียว
“เอ่อ..คุณติณณภพ..” เด็กหนุ่มบอกไม่เป็ประโยค
“ออ..คุณติณ..นัดไว้ไหมล่ะ..”
“ไม่ได้นัดครับ..”ตอบด้วยใบหน้าเศร้าๆแล้วเงยหน้าขึ้นไปมองบนยอดตึกอีกครั้งเขามาหาอีกคนทั้งที่ไม่รู้อะไรเกี่ยวกับคนคนนี้เลยด้วยซ้ำไป
“รู้จักคุณติณใช่ไหม..จะให้โทรไปบอกให้ไหม..”
“ไม่ดีกว่าครับ..รออยู่นี่ก็ได้..”
“แล้วแต่นะ..”เ้าหน้าที่ดูแลความปลอดภัยเดินออกไป แต่ก็ยังยืนมองท่าทีของคนตรงหน้าไม่วางตาก่อนจะตัดสินใจเดินไปหาแม่บ้านแล้วฝากบอกว่ามีคนมาขอพบติณณภพ
“คุณติณ..มีคนมาขอพบค่ะ..”
“ใครเหรอครับป้า..” ติณณภพเงยหน้าถาม ละจากงานที่ขะมักเขม้นทำอยู่บนโต๊ะขึ้นมา
“ไม่ทราบค่ะ..เป็เด็กนักเรียน..บอกว่ามาหาแต่ไม่ได้นัดไว้..”ป้าแม่บ้านบอกตามคำเล่าของเ้าหน้าที่ดูแลความปลอดภัยหน้าประตูใหญ่
“เอ่อ..ผมไม่ได้นัดใครไว้นะครับ..เดี๋ยวคงกลับไปเองแหละ..ป้าไปทำงานต่อเถอะครับไม่ต้องสนใจหรอก..”ชายหนุ่มว่าแล้วก้มหน้าก้มตาทำงานต่อไปโดยไม่ได้สนใจคนที่ยืนรออยู่ข้างล่างเลยแม้แต่น้อยจนเวลาเดินไปเข็มสั้นหยุดอยู่ตรงที่เลขสิบและเข็มยาวหยุดอยู่ตรงที่เลขสิบสองนั่นแหละติณณภพถึงจะเงยหน้าออกจากงานที่กองอยู่บนโต๊ะเตรียมเก็บของกลับบ้านเมื่อเริ่มจะเหนื่อยหล้า
“คุณติณ..วันนี้กลับดึกอีกแล้วนะครับ..”เ้าหน้าที่ดูแลความปลอดภัยหน้าประตูใหญ่ชั้นหนึ่งเอ่ยทัก
“ครับ..คงดึกทั้งเดือนแหละครับ..”ชายหนุ่มยิ้มรับด้วยรอยยิ้มละไม ทั้งที่ก็รู้เผลียอย่างเห็นได้ชัด
“เด็กที่มารอคุณเพิ่งกลับไปเมื่อกี้นี้เองครับ..”
“เหรอครับ..” ติณณภพใลืมไปเสียสนิทว่ามีคนมารอพบเขาอยู่แต่ก็ไม่คิดว่าจะทนรออยู่นานถึงขนาดนี้ มีธุระอะไรสำคัญหรือเปล่าหนอ
“งั้นผมกลับบ้านก่อนนะครับ..”ชายหนุ่มยกมือเคารพผู้าุโกว่าแล้วเดินไปขึ้นรถที่จอดเอาไว้ในลานจอดรถข้างบริษัทโดยไม่ได้สังเกตเห็นว่ามีใครคนหนึ่งแอบยืนมองอยู่ในพุ่มไม้ประดับตรงมุมข้างบริษัทก่อนจะรีบวิ่งไปขึ้นรถบิ๊กไบค์คันใหญ่ แล้วขับตามรถยนต์คันเป้าหมายออกไปจนเมื่อคนที่คอยติดตามเลี้ยวเข้าไปในอพาร์ทเม้นแห่งหนึ่งเขาจึงขับเลยออกไปด้วยรอยยิ้มเพราะยังไงวันนี้ข้อมูลก็คืบหน้าได้รู้ทั้งที่ทำงานและที่พักของคนที่น่าสนใจคนนั้น