เพนต์เฮาส์ วันรุ่งขึ้น – 10:00 น.
พริมา ตื่นขึ้นมาพร้อมกับความรู้สึกที่ว่ากำแพงอิสรภาพของเธอกำลังพังทลายลง โทรศัพท์มือถือสีดำสนิทที่ เหว่ยหลง มอบให้ถูกวางอยู่ข้างเตียง แม้มันจะมีเทคโนโลยีล้ำสมัย แต่สำหรับเธอ มันคือ เครื่องมือติดตาม ที่น่ารังเกียจที่สุด
เธอพยายามใช้โทรศัพท์เครื่องเก่าส่งข้อความเตือน กรณ์ ผ่านช่องทางโซเชียลมีเดีย แต่กลับส่งไม่ถึง ข้อความของเธอถูกบล็อก และบัญชีของ กรณ์ก็ดูเหมือนถูกปิดไปอย่างกะทันหัน ความรู้สึกเย็นะเืแล่นผ่านสันหลังของพริมา อำนาจของเหว่ยหลงไม่ได้จำกัดอยู่แค่ในห้องทำงาน
เธอพยายามสลัดความคิดออกไปและจดจ่ออยู่กับการทำงาน เธอเปิดแฟ้มบัญชีต่อจากเมื่อวาน และเริ่มตรวจสอบเอกสารทางธุรกิจของ Long Corp สาขาประเทศไทยอย่างละเอียดถี่ถ้วน เธอใช้ภาษาอังกฤษและภาษาไทย ในการวิเคราะห์ตัวเลขที่ซับซ้อน
ขณะที่กำลังตรวจสอบรายงานการประชุมของผู้บริหารระดับสูง พริมาก็พบกับ ร่องรอย ของการทำลายล้างที่เหว่ยหลงก่อไว้
รายงานระบุถึง ปัญหาทางการเงินอย่างกะทันหัน ของบริษัทขนาดเล็กรายหนึ่ง ซึ่งเป็คู่ค้าธุรกิจของ Long Corp สาขาไทย ปัญหาเกิดจาก การตรวจสอบทางบัญชีที่เข้มงวดเป็พิเศษ และ การระงับการปล่อยสินเชื่อ จากธนาคารที่ Long Corp มีอิทธิพล การดำเนินการนี้ทำให้บริษัทนั้นต้องเข้าสู่ภาวะวิกฤตภายใน 24 ชั่วโมง
พริมาจำชื่อบริษัทนั้นได้ทันที มันคือธุรกิจครอบครัวของกรณ์
มือของเธอสั่นเทาจนเกือบทำเอกสารหลุดมือ เหว่ยหลงไม่ได้แตะต้องกรณ์โดยตรง แต่เขากลับ ทำลายรากฐาน ของชีวิตกรณ์ ทำให้เขากลายเป็บุคคลที่มีปัญหาทางการเงินทันที การกระทำนี้โเี้และเฉียบขาดยิ่งกว่าการข่มขู่ทางกาย
นี่คือการสาธิตให้พริมาเห็นว่า คำสั่งของเ้าพ่อมีน้ำหนักอย่างไร เขาไม่ได้โกหก เมื่อเขาบอกว่าเขาจะจัดการกับคนที่มายุ่งเกี่ยวกับของ 'ของเขา'
่บ่าย เหว่ยหลง ก้าวเข้ามาในห้องทำงานของเธอโดยไม่มีการแจ้งล่วงหน้า เขานั่งลงบนโต๊ะข้างๆ พริมาอย่างใจเย็น แววตาของเขาจ้องมองเธอด้วยความรู้ทัน เขาไม่จำเป็ต้องถาม เขารู้ว่าเธอเห็นรายงานแล้ว
พริมาเงยหน้ามองเขาด้วยความโกรธปนหวาดกลัว “คุณทำอะไรกับบริษัทของครอบครัวพี่กรณ์!” เธอพูดด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือแต่เต็มไปด้วยการตำหนิ
เหว่ยหลงยกมือหนาขึ้นลูบแก้มเธอเบาๆ การััของเขาอ่อนโยน แต่ความรู้สึกที่พริมาได้รับคือการข่มขู่ที่เฉียบขาด
“ฉันแค่ทำความสะอาด พริมา” เขาพูดด้วยน้ำเสียงที่นุ่มลึกแต่ไร้ซึ่งสำนึกผิด "ฉันบอกเธอแล้วว่าฉันไม่้าให้ใครมาก้าวก่ายเธอ ถ้าเธอจะอยู่กับฉัน เธอต้องจดจ่อกับงานของฉันเท่านั้น"
“คุณใช้อำนาจของคุณอย่างไม่เป็ธรรม! นี่ไม่ใช่ความถูกต้อง!” พริมาผลักมือเขาออก
จู่ๆ แววตาของเหว่ยหลงก็เปลี่ยนเป็คมกริบและเ็าถึงขีดสุด เขาเปลี่ยนไปใช้ภาษาจีนกลางที่ดุดัน และโน้มตัวเข้ามาใกล้เธอจนพริมาต้องเอนตัวหนี
“ในโลกของฉัน... ฉันคือความถูกต้อง” เขาพูด เขากลับมาใช้ภาษาไทย แต่ถ้อยคำเต็มไปด้วยการบังคับ "เธอเซ็นสัญญาแล้ว พริม! เธอเป็ คนของฉันแล้ว การที่ใครบางคนถูกทำลายเพราะพยายามเข้าใกล้ ของของฉัน คือบทเรียนที่เธอต้องเรียนรู้"
พริมาเงียบไป เธอััได้ถึงพลังอำนาจที่ไม่อาจต้านทานได้ของเขา ความรู้สึกสิ้นหวังถาโถมเข้าใส่ การต่อสู้ด้วยเหตุผลไม่สามารถใช้ได้กับ ั ตัวนี้
เหว่ยหลงผละออกมายืนตรงเต็มความสูง เขาปรับมาใช้ภาษาอังกฤษที่เด็ดขาด “กรุงเทพฯ เริ่มมีปัญหาเื่ความปลอดภัยสำหรับเธอ และธุรกิจของฉันที่นี่ก็ไม่มีความมั่นคงพอที่จะให้ นักบัญชีคนสำคัญของฉัน อยู่ต่อ”
“เราจะเดินทางไปฮ่องกงใน 48 ชั่วโมง”
พริมาเงยหน้ามองเขาด้วยความใ “ฮ่องกง? แต่ฉันยังเรียนไม่จบนะคะ!”
“ฉันได้จัดการเื่การเรียนของเธอไว้เรียบร้อยแล้ว” เหว่ยหลงตอบ ด้วยน้ำเสียงที่นุ่มนวลอย่างเป็อันตราย "ฉันได้เตรียมอาจารย์พิเศษด้านบัญชีและการเงินไว้สอนเธอเป็การส่วนตัวแล้ว และแน่นอน... เตรียมสถานที่พักใหม่ไว้ให้เธอด้วย"
เขาเดินไปที่ประตู โดยไม่เปิดโอกาสให้เธอโต้แย้ง
“เตรียมตัวให้พร้อม พริมา กรงทองที่ฮ่องกงรอเธออยู่ ที่นั่น... เธอจะรู้ว่าฉันจะปกป้องและเธอได้ดีแค่ไหน”
นี่คือจุดที่พันธนาการถูกยกระดับ จากการคุมขังทางความคิด สู่การคุมขังทางภูมิศาสตร์ พริมาตระหนักว่าชีวิตของเธอถูกัตัวนี้กำหนดทิศทางแล้วอย่างสมบูรณ์