เจิงชิวเหมยจ้องมองพวกเขาจากด้านหลังด้วยความฉุนเฉียวนางตะโกนเสียงดังว่า “พวกเจ้ากระซิบกระซาบอะไรกัน?เย่ชิงชิง เจ้ายังมีเรื่องต้องอายอยู่อีกรึ!”
“ไม่มีอะไร ไม่มีอะไร” เย่ชิงชิงหันกลับไปโบกมือ“อย่าเข้าใจผิดไป”
เจิงชิวเหมยก้าวตามมากระชั้นชิดนางกล่าวด้วยความโกรธ “ข้าจะเข้าใจผิดได้อย่างไร?ชายหญิงไม่ควรใกล้ชิด พี่เกาเฟิงแบกเจ้าเช่นนั้นก็ไม่สมควรอยู่แล้วยังจะเอาหัวเข้าไปใกล้ขนาดนั้นอีก เจ้าคิดอะไรอยู่กันแน่!”
คำพูดนี้ดึงดูดความสนใจของผู้สัญจรไปมาบนท้องถนนทันทีด้วยเสียงแหลมเล็กของนาง และเรื่องที่ชายหญิงไม่ควรใกล้ชิดกัน
เมื่อรับรู้ถึงสายตาของผู้คนที่จ้องมองมาเย่ชิงชิงก็ปาดเหงื่อ แม่นางน้อยคนนี้หึงหวงขึ้นมาก็ช่างพูดเหลือเกินเมื่อครู่ตอนที่นางโวยวายจะให้เขาแบกทำไมถึงไม่คิดถึงเรื่องการรักษาระยะห่างบ้างเล่า?
แต่นางผู้นั้นชอบเกาเฟิงหากเห็นฉากเช่นนี้แล้วไม่พอใจก็เป็นเรื่องปกติแต่มันไม่เกี่ยวข้องอะไรกับนางที่เป็นคนนอกเย่ชิงชิงเองก็ไม่คิดจะเข้าไปยุ่งเรื่องเช่นนี้ จึงเอ่ยว่า“ส่งข้าที่ร้านไป่เว่ยก็พอเจ้าค่ะ”
“เจิงชิวเหมย เจ้าเป็นเป็ดหรือ? น่ารำคาญชะมัด”เกาเฟิงทนเสียงเจื้อยแจ้วของนางไม่ไหวแล้วทันใดนั้นเขาก็รีบวิ่งอย่างไว
“เดี๋ยวก่อน!”
เย่ชิงชิงและเจิงชิวเหมยตกตะลึงทั้งคู่เย่ชิงชิงรู้สึกไม่สบายตัวที่ถูกเขย่าไปมาส่วนเจิงชิวเหมยก็นิ่งค้างไปครู่หนึ่งจากนั้นก็รีบวิ่งตามไป
เกาเฟิงอาศัยช่วงขาที่ยาวแบกคนไปก็ยังวิ่งได้รวดเร็วราวกับเดินบนพื้นราบเพียงชั่วพริบตาเดียวก็ทิ้งห่างเจิงชิวเหมยไปไกล
เจิงชิวเหมยที่อยู่ด้านหลังโมโหจนกระทืบเท้านางโวยวาย “พี่เกาเฟิง! ท่านทำเช่นนี้ได้อย่างไร!”
เมื่อเลี้ยวไปอีกมุมโค้งพ้นสายตาคนด้านหลังแล้วเกาเฟิงจึงหยุดหอบหายใจ และยิ้มพร้อมกับกล่าวว่า “เป็นอย่างไรบ้างข้าวิ่งเร็วใช่ไหม!”
“ท่านจะรีบวิ่งไปทำไมกัน?” ถึงกับเรียกเด็กสาวคนหนึ่งว่าเป็นเป็ดเย่ชิงชิงรู้สึกทึ่งจริงๆ นางถามพลางหัวเราะ “เพราะรับมือไม่ได้จึงเลือกหลบหนีหรือ?”
เกาเฟิงแค่นเสียงเย็น“ก็แค่ไม่อยากเดินทางร่วมกับนาง”
“เอาที่ท่านพอใจเถอะ” เย่ชิงชิงยักไหล่พร้อมกล่าวอย่างไม่แยแส
“เมื่อครู่เจ้าอยากถามว่าเจิงชิวเหมยชอบข้าเพราะอะไรใช่ไหม?”
เย่ชิงชิงจำต้องยกมือขึ้นแก้คำพูด“ผิดแล้วข้าสงสัยว่านิสัยแย่เช่นท่านจะทำให้เด็กสาวตกหลุมรักได้อย่างไรอย่าบอกนะว่าท่านหลอกนางตอนยังไร้เดียงสา...”
ความสงสัยเป็นเรื่องเท็จแท้จริงแล้วนางก็แค่อยากล้อเลียนและถากถางเขากระมัง?
“อยากให้ข้าโยนเจ้าลงไปหรือ?” เกาเฟิงยิ้มเย็นชาแล้วหันหน้ามา“อย่างไรนิสัยของข้าก็แย่เหมือนที่เจ้าคิด...”
แต่ไม่คิดว่าเมื่อเขาหันไปจะพบกับใบหน้าของเย่ชิงชิงที่กำลังซบอยู่บนไหล่ของเขาพอดีใบหน้านางมีรอยยิ้มเยาะเย้ยและเจ้าเล่ห์ซุกซน ทั้งสองอยู่ใกล้กันมากสายตาประสานกัน แค่พริบตาเดียว...ก็เกิดความกระอักกระอ่วนขึ้นมา
“แค่ก!” เกาเฟิงหันกลับไปมองตรงก่อนเขาเร่งฝีเท้าเร็วขึ้นพร้อมกล่าวอย่างหงุดหงิด “ช่างไร้กิริยาอันสง่างามของหญิงสาวนักนังอัปลักษณ์ อย่าเข้ามาใกล้ข้า!”
เดี๋ยว...พูดเช่นนี้กับนางมันใช่หรือ?หูของท่านแดงแล้วนะ...
เย่ชิงชิงเห็นแต่ไม่พูดอะไรนางกล่าวด้วยสีหน้าเรียบเฉย “ท่านจะเดินเร็วไปทำไมเจิงชิวเหมยคงตามไม่ทันแล้ว”
เมื่อหันกลับไปมองก็ยังเห็นเงาของเจิงชิวเหมยอยู่ลิบๆ ตามหลังมาห่างๆ
“ข้ารีบเข้าเมืองจะได้ไปพ้นๆ จากเจ้าเสียที!” เกาเฟิงมองประตูเมืองที่อยู่ข้างหน้าอีกไม่ไกลแล้วกล่าวต่อ “วันนี้ข้าช่วยเจ้าขนาดนี้จำไว้ว่าเจ้าติดค้างข้าหนึ่งเรื่อง!”
เย่ชิงชิงขมวดคิ้ว“ไม่ใช่ว่าตกลงกันแล้วว่าจะช่วยเหลือโดยไม่หวังผลตอบแทน”
“ใครตกลงกับเจ้า?” เกาเฟิงเอ่ยขึ้นอยากจะหันไปจ้องนาง แต่เมื่อนึกถึงภาพเมื่อครู่ก็หยุดไว้ก่อน “อย่างไรเสียเจ้าก็ติดค้างบุญคุณข้าหนึ่งเรื่อง หรือว่าเจ้าอยากแบกข้ากลับ!”
“...”แบกกลับ? เย่ชิงชิงเอามือปิดหน้า “ก็ได้ ข้าแพ้แล้วเจ้าค่ะ”
ทั้งสองคนเข้าเมืองได้อย่างราบรื่นเกาเฟิงไม่ค่อยได้เข้ามาในเมือง เขาไม่รู้ทางไปโรงหมอจึงไม่รู้ว่าจะแบกคนไปที่ไหนดี
“โรงหมอใดก็ได้เจ้าค่ะ” เย่ชิงชิงไม่ได้ติดใจอะไรนัก
เกาเฟิงกลอกตา“โง่จริง หากกระดูกหัก ต้องหาหมอที่เชี่ยวชาญด้านนี้โดยเฉพาะสิ”
ขณะกำลังจะไปสอบถามผู้สัญจรไปมาก็บังเอิญพบกับคุณชายเจ้าของห้างพอดี เปรียบดังมีคนนำทางมาให้ถึงที่
วันนี้เผยรุ่นจือสวมเสื้อคลุมสีน้ำเงินผิดจากยามปกติและดูมีเสน่ห์ต่างไปจากเดิม
เย่ชิงชิงมองสำรวจขึ้นลงแล้วพึมพำ“คุณชายเจ้าของห้างแต่งตัวจัดเต็มเช่นนี้ ท่านจะไปที่ใดหรือเจ้าคะ?”
“เสี่ยวชิงชิง เจ้าเป็นอะไรไป...” เผยรุ่นจือไม่ได้ตอบคำถามแต่กลับมองทั้งสองด้วยความสงสัย
มือของเกาเฟิงที่จับเย่ชิงชิงไว้กระชับแน่นขึ้นเขายกยิ้มพร้อมกับกล่าวว่า “เพราะความโง่เขลาจึงได้รับบาดเจ็บที่เท้าเจ้าว่าจริงหรือไม่...เสี่ยวชิงชิง?”
เหตุใดถึงเรียกนางเช่นนี้อีกคนเล่า?เย่ชิงชิงขมวดคิ้ว ฟังจากน้ำเสียงขุ่นเคืองไม่แปลกใจเลยที่คนมักกล่าวว่าจิตใจของผู้ชายยากแท้หยั่งถึงเหมือนงมเข็มในมหาสมุทร
เผยรุ่นจือสายตาเฉียบแหลมเขากวาดสายตามองไปยังทั้งสองจากนั้นก็ยิ้มแล้วกล่าวว่า“ข้ารู้จักโรงหมอแห่งหนึ่ง รักษาอาการเคล็ดได้ดีเยี่ยม ตามข้ามาเถิด”
เย่ชิงชิงคิดว่าควรรีบไปพบหมอแล้วกลับไปรอพี่ชายที่ร้าน“เช่นนี้ดีเลยเจ้าค่ะ ข้า...”
“ไม่จำเป็น คุณชายคงมีเรื่องต้องจัดการมากมาย ท่านชี้ทางให้พวกเราก็พอ”เกาเฟิงกลับปฏิเสธทันที
เย่ชิงชิงคิดดูแล้วก็เห็นด้วย“หากคุณชายเจ้าของห้างมีธุระ แค่ชี้ทางให้พวกเราก็พอ...”
“วันนี้เป็นเทศกาลบวงสรวงเทพเจ้า ทั่วทั้งเมืองเฉลิมฉลองข้าย่อมว่างไม่ติดขัดเรื่องใด อีกทั้งเสี่ยวชิงชิงบาดเจ็บ ข้าก็เป็นห่วงเช่นกันพวกเจ้าไม่ต้องเกรงใจนักหรอก” เผยรุ่นจือประสานมือในแขนเสื้อแล้วกล่าวพร้อมรอยยิ้ม
“เช่นนี้เอง~” เกาเฟิงเลิกคิ้ว