1
เริ่มที่0
“เอากันเสร็จแล้วยังมองหน้ากันติดใช่ป้ะ?”
“อือ”
ทันทีที่คนตรงหน้าผงกหัวผมก็ไม่รอช้า จับท่อนเนื้อที่เืสูบฉีดจนแข็งปั๋งตีเคาะปากถ้ำที่ขมิบยุบยับรอการรุกร้ำผมค่อย ๆ ดันยัดกระบองท่อนเอ็นเนื้อเข้าไปในโพรงร้อนคับแคบจนเ้าของต้องบิดหน้าเหยเกร้องครางออกมาไม่เป็ภาษา
“อึก...”
“จุกเหรอ?”
“อึ อือ...!”
ยิ่งฟังอย่างนี้ผมก็ยิ่งเสียวเริ่มขยับบั้นท้ายดันตัวเข้าไปจนมิดและเคลื่อนโยกอย่างเป็จังหวะต่อเนื่อง
“โอ้ย...!” ในนั้นมันแน่นจนผมต้องร้องออกมาบ้าง
ฤทธิ์แอลกอฮอล์จากเหล้าที่กินกันั้แ่พระอาทิตย์ยังไม่ตกทำให้ข้างในผมมันคึกพร้อมรบตลอดเวลา ความร้อนผ่าวที่ปะทุทั่วร่างกายจนอยากจะปลดปล่อยมันออกมาแค่ถูกกระตุ้นเพียงเล็กน้อย ก็จุดติดง่ายลุกโชนราวคบเพลิงโอลิมปิก
มันยิ่งน่าตื่นเต้นเมื่อเราสองคนเพิ่งมาเจอกันใช่ เรียกได้ว่าเจอกันวันแรกก็ใส่กันแล้ว เรารู้จักกันผ่านเกมออนไลน์ที่จริงนัดรวมแก๊งกันมาปาร์ตี้ที่ทะเลเกาะช้างนี้ห้าคน นัดวันวางแผนจองห้องกันเสร็จสรรพสุดท้ายอีกสามคนก็เท ผมจึงได้เหลือกันอยู่แค่สองคน
แล้วคนสองคนพอเมาแล้ว จะทำอะไรกันได้ล่ะ ถ้าไม่เอากัน
ถึงตอนแรกจะเคอะเขินกันนิดหน่อยแต่พอมีเชื้อเพลิงกับบรรยากาศมันได้ ใครจะปล่อยให้เสียเที่ยว
ป้าบ! ป้าบ! ป้าบ!
ผมเม้มปากแล้วกระแทกไม่ยั้งจนเนื้อสะโพกของคนตรงหน้าเด้งเป็คลื่นราวกับท้องทะเลเนื้อเนียนเด้งกลมกลึงทำผมใส่จังหวะเน้น ๆ อย่างไม่ลดละ
ผลพลอยได้จากการได้พบเพื่อนทางออนไลน์ในครั้งนี้นอกจากจะได้เสร็จ... แล้ว ยังจุดประกายไอเดียในการหนีออกจากบ้านให้ผมด้วย
แต่ไม่ได้หนีตามกันไปหรอกนะ
แต่ผมกำลังจะไปทำงานที่กรุงเทพโว้ย!
ผมกำลังจะได้ออกจากบ้านมาเริงร่าซะทีที่นั่นน่ะ มันทั้ง...
อึดอัด!
“อ๊า...!”
อุดอู้!!
“โอ๊ย...!
อนอัว!!!
“เชี่ย! แตกแล้ว โอ๊ย...!”
.
.
.
ครืด...ครืด.. ครืด...
หน้าจอโชว์ชื่อคนโทรเข้า‘ท่านแม่’
ผมอยากจะบ้าชื่อนี้มันสยดสยองสุด ๆ ผมผวาทุกครั้งที่แม่โทรมา จนต้องโยนผ้าไปคลุมมันไว้จะได้จัดของในห้องต่อ
ก็ทำผิดไว้อะดิ่
บอกแล้วว่าผมจะหนีออกมาจากประเทศอุดร! เมืองที่ทำให้ผมโคตรเบื่อผมอยู่ที่นั่นมาจนครบยี่สิบหกปี คิดดู! ยี่สิบหกปีเลยนะเว่ย มันนานสัสๆ วิถีชีวิตวนลูปไร้ความตื่นเต้น หมดแพชชัน ขาดสีสัน
ผมชื่อ ‘ซาน’ ภาษาจีนแปลว่า ูเาพ่อแม่มีผมเป็ลูกชายคนเดียว ก็เลยตั้งชื่อให้มีความหมายแข็งแกร่ง แต่จริง ๆ แม่มาบอกทีหลังว่าผมเริ่มปฏิสนธิตอนพ่อกับแม่ไปเดินเขาที่ดอยแห่งหนึ่งในแม่ฮ่องสอนเรียกได้ว่าผมจุติในที่สูงทีเดียว
ผมเป็คนรวยนะถ้าพูดให้ถูก ผมมีพ่อแม่รวย พวกเค้าทำโรงงานน้ำปลาร้าต้มสุกพร้อมบริโภคและส่งออกไปทั่วประเทศ แถมยังรับสร้างแบรนด์ให้กับแม่ค้าออนไลน์ ดารา เซเล็บอินฟลูเอนเซอร์ชื่อดังกว่าหลายร้อยเ้าพวกนั้นก็ล้วนออกมาจากหัวเครื่องจักรเดียวกัน
แต่ผมไม่สนใจหรอกผมเบื่อรูทีนตรวจเช็กโรงงานซ้ำ ๆ วน ๆ แล้วก็นั่งอยู่ในออฟฟิศ เล่นเกมอยู่ในสายตาป๋ากับคุณนายสุดาเหมือนลูกแหง่ เวลาจะเที่ยวกลางคืนก็จะขอไปรับดึกสุดแค่เที่ยงคืน! ฮัลโหล! ไปเที่ยว กินเหล้านะแอลกอฮอล์ยังไม่ทันออกฤทธิ์เลยอ้ะ! จนผมต้องอ้อนวอน พวกเค้าจึงเปลี่ยนจากไปรับมานั่งอดตาหลับขับตานอนนั่งรออย่างกดดันที่บ้านแทน
มันอึดอัดดด!!!
ผมกำเงินห้าหมื่นบาทที่คว้าได้ในลิ้นชักห้องคุณนายสุดาแล้วเก็บกระเป๋าหันหลังลาแล้วโรงงานปลาร้าที่ใหญ่ที่สุดในอุดร!
ผมนั่งเอกเขนกอยู่บนโซฟาหนังPVC สีขาว หลังจัดของเข้าที่เรียบร้อยมีต้องซื้อมาเพิ่มอยู่บ้าง ก็เลยเหนื่อยหน่อย ๆ ได้มาอยู่ที่ห้องพักขนาดสตูดิโอในคอนโดแห่งหนึ่งออกไปทางชานเมืองตามคำแนะนำของ‘นอร์ท’ คนที่แตกกันไปหนึ่งน้ำที่เกาะช้างนั่นล่ะ
ดีนะ ที่คอนโดที่มันอยู่ห้องเต็มหมดแล้วถ้าอยู่ที่เดียวกัน ไม่รู้ว่าต้องจัดกันบ่อยขนาดไหน
ติ๊ง
‘พรุ่งนี้เจอกัน’
นอร์ทส่งไลน์มา เร้าให้ผมสียวไส้ขึ้นมาพอสมควรจู่ ๆ ก็ตื่นเต้น กำลังจะได้เป็พนักงานบริษัทครั้งแรกในชีวิตนี่นะ
ผมนั่งปั้นจิ้มปั้นเจ๋ออยู่ในออฟฟิศชั้นสิบแปดนี้มาเกือบสองชั่วโมงแล้วมองคนอื่น ๆ ทำท่าทางวุ่ยวายไม่เว้นแม้แต่นอร์ท ทุกคนดูยุ่งเหมือนถูกบังคับ
ส่วนผมนั่งอ่านข้อมูลบริษัทและสินค้าจนเริ่มง่วงนอน
ที่จริงตอนผมมามีคนซุบซิบนินทาผมด้วยนะ บอกว่าผมเป็เด็กเส้นอาศัยเส้นเพื่อนฝากเข้ามาก็เลยได้งาน โดยแทบไม่ต้องสอบ ผมก็ไม่รู้หรอกว่ามันจริงขนาดไหนแต่ว่าผมก็เข้ามาทำงานที่บริษัทนี้ง่ายจริง ๆ
ที่นี่เป็บริษัทเครื่องปรับอากาศแบรนด์ดังที่ถูกจำหน่ายและมีลูกค้าทั่วไทยตำแหน่งต่าง ๆ ไม่ได้เปิดรับมากนักฉะนั้นจึงต้องมีการสอบเข้าและแข่งขันกันค่อนข้างสูง ซึ่งจะแลกมาด้วยสวัสดิการที่ดีฐานเงินเดือนที่สูง และค่าคอมมิชชันก้อนโตที่ใคร ๆ ก็อยากได้ พนักงานเก่า ๆที่นี่หลายคนดูรวยกันมาก อย่างนอร์ทเองแม้จะไม่ได้เป็ระดับท็อปแต่ก็สามารถซื้อของแบรนด์เนมมาใช้ด้วยเงินสด
โอเค ๆเริ่มต้นก็น่าเบื่ออย่างนี้ล่ะ เดี๋ยวก็คงสนุกขึ้น มั้ง...
ผมคิดปลอบใจตัวเองเพราะแวบแรกก็ถอดใจซะแล้ว ถ้าต้องนั่งเบื่อแบบนี้ นั่งอยู่ที่บ้านก็ได้ป่ะวะ
สักพักหน้าจอก็มีแจ้งเตือนจากไลน์กลุ่มให้เข้าร่วมประชุม
‘บอสกำลังมาค่ะเตรียมพร้อมที่ห้องประชุมภายในสามนาทีนะคะ’
นอร์ทคว้าไอแพดแล้วลุกมาหาผม“เข้าไปกัน แล้วก็เตรียมตัวอย่างที่ซ้อมไว้อะ” มันบอก
ผมสูดหายใจเข้าแล้วลุกขึ้นอย่างตื่นเต้นจัดเสื้อผ้าที่เป็เสือเชิ้ตสีขาวสวมทับด้วยเบลเซอร์สีดำพร้อมท่อนล่างเป็กางเกงสแล็กมีคัตชูคู่ใหม่หนังวาววับ
“หล่อแล้ว”ไอ้นอร์ทแซว มองผมศีรษะจรดปลายเท้าแล้วยิ้มบาง ๆ
ในห้องประชุมผมนั่งเกาะกลุ่มกับพนักงานใหม่อีกสองคนหน้าตาน่ารักทั้งคู่
คนหนึ่งเป็ผู้หญิง
“เราชื่อริบบิ้น”ยัยผมลอนสีทองยิ้มร่า ท่าทางดูชอบเข้าสังคมสุด ๆ
ส่วนอีกคนหนึ่งเป็ผู้ชาย
“เราชื่อแบงก์”บอกชื่อตัวเองพร้อมดันแว่นตาให้เข้าที่ ท่าทางแบบอินโทรเวิร์ต
เราสามคนได้คุยกันไม่กี่คำสักพักก็มีผู้หญิงคนหนึ่งกระแอมขึ้นกลางห้อง เร้าให้ทุกคนอยู่ในความเงียบ“บอสมาแล้วค่ะ” เธอว่า
พร้อมกับที่ประตูห้องประชุมถูกเปิดออกแล้วร่างสูงร่างหนึ่งก็ก้าวเข้ามาด้วยใบหน้าเจือรอยยิ้ม
แต่ว่า...
หน้าเจือรอยยิ้มนั่นมันดูคุ้น ๆ รึเปล่านะ
“สวัสดีครับทุกคน”ทันทีที่เสียงทุ้มเอ่ยทัก ผมก็ต้องอ้าปากค้าง
เพราะคนที่เข้ามาคือ‘ไอ้น้ำเหนือ’
ผมขยี้ตาแล้วก็จ้องมันอีกทีจนนอร์ทซึ่งนั่งอยู่ตรงข้ามส่งสายตาพร้อมขมุบขมิบปากถาม ผมจึงส่ายหน้าตอบกลับไป
แล้วพี่ผู้หญิงที่ตัดผมบ๊อบจนหัวทุยเมื่อกี๊เรียกมันว่า ‘บอส’ ด้วย
นี่มันเื่บ้าอะไรกันเนี่ย!
คนที่รายล้อมอยู่ที่โต๊ะทรงวงรีขนาดใหญ่ยกมือไหว้แล้วเอ่ยทักทายน้ำเหนือกลับอย่างไม่พร้อมเพรียงนัก ผมก็ไหว้ตามนะ ท่าทางมือแข็ง ๆอย่างนั้นล่ะ
พอดวงตาคมกริบคู่นั้นหันมาทางผมก็ยิ้มร่าอย่างน่ารังเกียจ “พนักงานใหม่นี่” มันว่า
ผมรู้ตัวเลยว่าไม่ใช่เื่ดีแน่
“แนะนำตัวให้เพื่อนๆ รู้จักหน่อยสิครับ” น้ำเหนือบอกพร้อมยกคิ้วขึ้นข้างหนึ่ง
ผมมองไปรอบ ๆอย่างประหม่า ในห้องนี้มีกันเกือบยี่สิบชีวิต นอร์ทพยักหน้าส่งกำลังใจให้ผมพูด
“สวัสดีครับผมชื่อซาน...”
“ยืนขึ้นครับเพื่อน ๆ ไม่เห็น” เสียงน้ำเหนือขัด
โอเคผมทำตามที่มันสั่ง ลุกขึ้นยืน แล้วเริ่มแนะนำตัวเองอีกครั้ง “ผมซานครับ...อายุยี่สิบหกปี...”
“ไม่มีชื่อจริงเหรอครับ?”เ้าเดิม เสียงจากไอ้บอสที่นั่งอยู่หัวโต๊ะ
ผมเหลือบไปมองมันนิดหน่อยแล้วคลี่ยิ้มให้ “มีสิครับบอส ขออภัยที่ต้องให้คอยบอกนะครับ”
คราวนี้มันยิ้มกว้างเหมือนพอใจที่ได้วางอำนาจกับผม
“ผมชื่อ สัชฌุกรอรคำ ชื่อเล่นชื่อซาน อายุยี่สิบหกปี เริ่มงานวันนี้วันแรกยินดีที่ได้รู้จักทุกท่านนะครับ” ผมยิ้มกว้างให้ทุกคน คนอื่น ๆยิ้มให้ผมอย่างเป็มิตร ก่อนผมจะเลื่อนเก้าอี้ลงนั่ง
“ผมยังไม่ได้บอกให้คุณนั่งนะครับคุณสัช...”น้ำเหนือเอ็ดเสียงเข้ม เร้าให้ผมหุบยิ้มลงโดยพลัน
แต่กูชื่อ สัชฌุกรอ่านว่า สัด-ชุ-กอน ครับ ไอ้น้ำว่าว! จะเรียกก็เรียกให้มันดี ๆ สิวะ
“เรียกผมซานดีกว่าครับ”ผมบอก แล้วยืนขึ้นเก้อ ๆ
มันหัวเราะชอบใจ“นั่งเถอะครับ ไม่ต้องยืนแล้ว”
นี่ล่ะ ๆเริ่มสนุกแล้วจริง ๆ สินะ โว้ย!ทำไมผมไม่รู้มาก่อนว่ามีไอ้น้ำเชื้อนี่มันทำงานอยู่ที่นี่ด้วยนะ! ไม่เห็นหน้าเห็นตาตั้งเกือบสิบปีแล้วมั้ง ก็ยังงง อุตส่าห์มาเจอกันที่นี่แถมยังเป็หัวหน้าทีมอีก
ตาย!
ชีวิตการทำงานผมพังพินาศแน่ๆ
“ผมได้ยินข่าวลือแล้วนะครับสำหรับใครที่บอกว่า พนักงานใหม่ล็อตนี้เป็เด็กเส้น”น้ำเหนือพูดต่อพลางชำเลืองมาทางผม “เด็กสิ้นจริง ๆ ครับ” แล้วมันก็ยอมรับหน้าตาเฉย
มีเสียงกระซิบกระซาบดังหึ่งขึ้นในห้องอีกครั้ง
“ผมอยากจะสารภาพว่าผมกับคุณสัช...”
มึงจะเว้นวรรคทำห่าไรวะ
“ฌุกร...เป็เพื่อนกันครับ เรารู้จักกันั้แ่เด็ก ๆ”
เสียงกระซิบกระซาบนั้นดังเข้มขึ้นไปอีกนี่มันพวกจักจั่นข้างโรงงานน้ำปลาร้าที่บ้านผมรึไงนะ รวบลงกะทะทอดเดือด ๆ กินกรอบๆ ซะทีดีมั้ยน้อ
“คนที่ทำงานกับเราต้องเป็คนเก่ง มีความสามารถ คุณสัชฌุกรน่ะ มีพร้อมทุกด้านนะครับหน้าตาและบุคลิกภาพก็ดี...” น้ำเหนือร่ายต่อ
พูดอย่างนี้ค่อยถูกใจเฮียหน่อย
“บ้านก็รวย คุณสมบัติเบื้องต้นผ่านหมดทุกคนเห็นด้วยมั้ยครับ ที่จะรับเค้าไว้” มันหันไปขอความเห็นรอบ ๆ
แน่นอนใครจะกล้าปฏิเสธมันกันล่ะ
แต่เห็นทีชีวิตการตั้งต้นใหม่ในกรุงเทพของผมจะไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบซะแล้ว
ถึงวันนี้จะยังไม่ได้ทำอะไรมากแต่การเดินทางในเมืองหลวงก็ทำผมล้าสุด ๆ เลย กลับมาถึงห้องผมก็เพลียจนไม่อยากทำอะไรที่จริงก็เพราะติดี้เีตอนอยู่บ้านจนเคยตัว ผมนั่งกินข้าวกล่องจากร้านสะดวกซื้อแล้วไถโทรศัพท์ดูอะไรแก้เซ็งไปเรื่อย
จนได้พบใครบางคน...
“คิมเหรอ?” ผมพึมพำเมื่อเห็นคนคุ้นเคยในสตอรี่ไอจี เค้าลงคลิปเซลฟี่ด้วยผมทรงใหม่ ดูกร๊าวใจสุด ๆ
แต่มันจะหล่อเกินไปรึเปล่านะเหมือนหล่อขึ้นเลย
และ ปึ้ง! ผมกดส่งความคิดตัวเองรีพลายสตอรี่ไปเลย ฉ่ำ ๆ
‘หล่อขึ้นนะ’
ก่อนปลายทางจะตอบกลับมาอย่างไวเป็อีโมจิหน้ายิ้ม
‘(^_^)’
โล่งใจอย่างน้อยเค้าก็ยังตอบแฮะ
พอเลื่อนดูประวัติการแชตก็รู้สึกเสียดายแปลก ๆ อยู่นะ ตอนนั้นก็เหมือนจะมีผีเสื้อวนในท้องอยู่เหมือนกันแต่ป่านนี้ผีเสื้อตายห่าไปหมดแล้วแหละ
•••