นิกายันพเก้า...บริเวณด้านหน้านิกายตรงลานกว้างขนาดใหญ่ที่เคยใช้เป็สนามรบกับกองทัพต้าไห่ ศิษย์ของนิกายหนึ่งพันคนกำลังยืนอย่างสงบจ้องมองไปยังเด็กชายเบื้องหน้าที่พูดคุยอยู่กับผู้าุโกู่หยาในแววตาของพวกเขาปรากฏความเคารพนับถือและเชื่อมั่นอย่างเต็มหัวใจภายใต้สิ่งเ่าั้ยังเต็มไปด้วยความตื่นเต้นสายหนึ่งที่ได้รับคัดเลือกให้เข้าร่วมกองกำลังนี้ด้วย
ก่อนหน้านี้ทั่วทั้งนิกายได้เกิดความปั่นป่วนขึ้นอีกครั้งเมื่อกู่หยาประกาศว่าเย่ฉีจะนำศิษย์ของนิกายหนึ่งพันคนออกไปฝึกฝนพร้อมกับเขาต้องรู้ว่าหลังจากที่เย่ฉีแสดงแสนยานุภาพในวันนั้นทำให้ในหัวใจของศิษย์นิกายันพเก้ายกตัวตนของเย่ฉีขึ้นราวกับเป็เทพเ้าไปแล้ว
“ระหว่างที่ข้าไม่อยู่เ้าจงใช้ทรัพยากรที่ได้มาบ่มเพาะยกระดับศิษย์ของนิกายขึ้นมาให้ได้มากที่สุด”
“เข้าใจแล้วขอรับ...ท่านเองก็รักษาตัวด้วย”
ทั้งสองพูดคุยกันอีกเล็กน้อยก่อนที่กู่หยาจะนำขวดแก้วใบหนึ่งออกมาขวดแก้วใบนั้นดูธรรมไม่ได้มีสิ่งใดพิเศษแต่ภายในขวดแก้วนั้นกลับมีเรือขนาดเล็กลำหนึ่งลอยอยู่...มันถูกสร้างขึ้นจากไม้สีแดงและดูเก่าแก่ในส่วนของตัวเรือไปจนถึงหัวเรือนั้นถูกสร้างขึ้นโดยมีต้นแบบเป็ั!
กู่หยาขยับมือไปมาเป็สัญลักษณ์บางอย่างและในเวลานั้นฝาขวดก็เรืองแสงขึ้นเป็รูปผนึกเวทก่อนที่จะเปิดออกปลดปล่อยให้เรือขนาดเล็กลำนั้นลอยออกมาด้านนอกจนกระทั่งขนาดของมันก็ขยายใหญ่กลับสู่คืนสู่ขนาดปกติ
สำหรับการเดินทางครั้งนี้จุดหมายของเย่ฉีคือสถานที่ที่อันตรายเป็อย่างมากแต่ในเวลาเดียวกันมันก็เต็มไปด้วยสิ่งล่อตาล่อใจด้วยเช่นกันด้วยเหตุนี้สถานที่ที่พวกเขากำลังจะไปนั้นจึงเต็มไปด้วยผู้แข็งแกร่งจำนวนมากและในเวลาอันใกล้นี้ก็จะยิ่งมีผู้คนไหลไปรวมตัวกันมากยิ่งขึ้น!
รอยแยกของเปลือกโลก...สถานที่ที่ว่ากันว่าเป็ประตูสู่ดินแดนใต้พิภพและยังเป็ที่ตั้งของพระราชวังชนเผ่าโบราณอันยิ่งใหญ่ในอดีต!การจะเข้าสู่เส้นทางการฝึกตนของเย่ฉีเขาเลือกที่จะมีร่างกายขั้นสมบูรณ์แบบและเงื่อนไขที่จะทำเช่นนั้นได้จะต้องมีของสองสิ่ง
หนึ่งคือทัณฑ์สายฟ้า...และสองคือสิ่งที่จะทำให้ร่างกายของเขาสามารถทนรับทัณฑ์สายได้จนกว่าร่างกายของเขาจะชำระเสร็จในความเป็จริงแล้วอย่าว่าแต่เขาเลย...ด้วยทัณฑ์สายฟ้านี้แม้แต่ราชันเทพก็ยังไม่สามารถต่อต้านได้ง่ายๆ
เวลาเริ่มไหลผ่านไป...เย่ฉีนำศิษย์ทั้งหนึ่งพันคนมุ่งหน้าไปยังรอยแยกของเปลือกโลกซึ่งตั้งอยู่ระหว่างชายแดนของแผ่นดินไป๋หนานและเฮยหนานซึ่งอยู่ทางทิศใต้ด้วยการคงอยู่ของรอยแยกนี้ทำให้ทั้งแปดแผ่นดินหนึ่งทะเลทำข้อตกลงกันโดยให้สถานที่แห่งนี้กลายเป็เขตพิเศษและกฎมีเพียงข้อเดียวคือผู้ใดก็ตามที่สังหารคนในสถานที่แห่งนี้จะถูกไล่ล่าโดยแปดแผ่นดินหนึ่งทะเล...พวกเขาจะกวาดล้างจนสิ้นทั้งตระกูลและนิกาย!
อย่างไรก็ตามกฎข้อนี้ใช้สำหรับการสังหารเท่านั้นด้วยการรวมตัวของคนจำนวนมากจึงทำให้บริเวณรอยแยกนี้เกิดการต่อสู้กันบ่อยครั้งจนสุดท้ายก็จะจบลงด้วยความตายของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งหลังจากเข้าไปในรอยแยกในความคิดของเย่ฉีนั้นเขตพิเศษจึงเหมาะสมเป็อย่างมากที่จะใช้ฝึกฝนศิษย์ทั้งหนึ่งพันคนของนิกายันพเก้ามันเป็สถานที่ที่ปลอดภัยและอันตรายอย่างมากในเวลาเดียวกัน!
เรือไม้โบราณลอยขึ้นเหนือหมู่เมฆและท่องไปอย่างช้าๆราวกับัที่แหวกว่ายกลางหมู่เมฆแม้ว่ามันจะดูช้าแต่ความเป็จริงแล้วเรือโบราณลำนี้เคลื่อนที่ได้รวดเร็วเป็อย่างมากด้วยทรัพยากรที่ได้รับมาใน่นี้ทำให้กู่หยาใช้จ่ายทรัพยากรออกไปโดยไม่เสียดายเพื่อให้เย่ฉีนำคนทั้งหนึ่งพันเดินทางไปยังรอยแยกได้อย่างสะดวกสบายถึงแม้ว่ามันจะไม่สิ้นเปลืองเท่ากับการเปิดรอยแยกของอากาศโดยตรงแต่ก็ยังสิ้นเปลืองไปไม่น้อยเช่นกัน
แผ่นดินทั้งสามนั้นอยู่ห่างกันไม่ใช่น้อยต่อให้เป็เรือโบราณเย่ฉีก็ยังใช้เวลาถึงสามวันเต็มจึงจะเดินทางมากถึงเมื่อเข้าน่านฟ้าของเขตพิเศษบนทะเลเมฆก็ไม่ได้มีเพียงเรือโบราณที่มีรูปร่างเหมือนัเพียงลำเดียวอีกต่อไปภายใต้หมู่เมฆจำนวนมากนั้นปรากฏเป็เรือรูปร่างต่างๆที่มีขนาดทั้งเล็กและใหญ่จำนวนมากลอยไปมาอยู่ทั่วทั้งท้องฟ้า
พวกเขาได้มาถึงน่านฟ้าของเขตพิเศษแล้ว...
ศิษย์าุโคนหนึ่งของนิกายที่รับหน้าที่ในการบังคับเรือค่อยๆนำเรือลงจอดเทียบท่าซึ่งเป็สิ่งก่อสร้างขนาดใหญ่ของเขตพิเศษแห่งนี้การมาถึงของนิกายันพเก้าทั้งหนึ่งพันคนก็ไม่ได้ดูเป็ที่ตื่นตาตื่นใจใดๆเลยแม้แต่น้อย เพราะในสถานที่แห่งนี้มีกองกำลังจำนวนมากที่เข้ามาเพื่อเสี่ยงโชคในรอยแยกของเปลือกโลก
อย่างไรก็ตามการมาถึงของคนหนึ่งพันคนก็ไม่ใช่ว่าจะไร้ความน่าสนใจเสียทีเดียวยังมีคนไม่น้อยที่หันมองและตรวจสอบพวกเขาซึ่งมันได้เป็เหมือนประกายไฟที่เกิดขึ้นในผืนป่าอันแห้งแล้งหากจะนับสถานที่ใดในโลกนี้ว่าเป็แหล่งรวมข้อมูลอันดับหนึ่งก็ต้องยกให้กับเขตพิเศษแห่งนี้ซึ่งเต็มไปด้วยผู้คนจากทั้งโลกมารวมตัวกัน!
พวกเขาไม่สามารถระบุได้ว่าผู้มาใหม่เหล่านี้เป็ใครกันแน่!หากไม่นับแผ่นดินเทียนเหอแล้วข่าวการปรากฏตัวของเย่ฉีและการกวาดล้างราชวงศ์ต้าไห่นั้นยังกระจายออกไปเพียงกลุ่มผู้มีอำนาจระดับสูงของแปดแผ่นดินหนึ่งทะเลเท่านั้น
เขตพิเศษนั้นตั้งอยู่ด้านหน้าของรอยแยกเปลือกโลกและด้วยการร่วมมือของทั้งขุมอำนาจจำนวนมากก็ทำให้เขตพิเศษนี้กลายเป็เมืองใหญ่ที่เจริญรุ่งเรืองเหมืองหนึ่ง
เย่ฉีแต่งตั้งให้บางคนในจำนวนศิษย์ที่ติดตามมานั้นเป็ผู้นำและนำคนทั้งหมดไปหาที่พักภายในเขตพิเศษและรอคำสั่งจากเขาส่วนตัวเขาและเสี่ยวเฮยได้แยกตัวออกไปก่อนจะหายลับเข้าไปด้านในของถนนเส้นใหญ่ที่เต็มไปด้วยร้านค้าจำนวนมากที่เต็มไปด้วยผู้คนนับไม่ถ้วนเดินขวักไขว่เลือกซื้อของกันเสียงเซ็งแซ่
“ข่าวใหญ่! ข่าวใหญ่! หากพลาดแล้วจะเสียใจ! เพียงสิบผลึกปราณทองเท่านั้น!”
ในเวลานั้นความสนใจของเย่ฉีได้ตกไปอยู่ที่ชายหนุ่มคนหนึ่งที่เนื้อตัวเปรอะเปื้อนสกปกราวกับขอทานใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยเขม่าขวันสีดำทำให้ดูเหมือนกับคนจรจัดที่น่าเกลียด คนจำนวนมากเริ่มแหวกทางถอยห่างออกไปก่อนจะมีบางคนะโออกมาและพยายามจะเข้าไปทำร้ายเขา!
ดวงตาของเย่ฉีได้หดเล็กลงและจ้องมองไปยังชายหนุ่มคนนั้นด้วยความสนใจมากยิ่งขึ้นมันมีชายหลายคนที่พยายามจะทุบตีเขาแต่ด้วยการเคลื่อนไหวแปลกๆของชายหนุ่มขอทานนั้นทำให้ไม่มีผู้ใดสามารถััตัวเขาได้แม้แต่คนเดียว!ในสายตาของเย่ฉีแล้วถือเป็โชคดีของคนเ่าั้ที่พวกเขาอยู่ในเขตพิเศษและชายหนุ่มขอทานนั้นมิได้ให้ค่าราคาใดกับพวกเขา
“ข้า้าซื้อข่าว”
เย่ฉีกล่าวออกไปอย่างแ่เบา...ซึ่งมันเบามากจนแทบจะไม่มีผู้ใดได้ยินแต่ในเวลานั้นใบหูของชายขอทานก็กระดิกราวกับรับรู้ได้ในทันทีริมฝีปากของเขาฉีกยิ้มกว้างจนเห็นฟันสีดำที่ดูน่าเกลียดและตรงเข้ามาหาเย่ฉีราวกับว่าจะไม่ยอมปล่อยให้เขาคลาดสายตาไปได้อย่างเด็ดขาด!
“ฮี่ฮี่คุณชายน้อยท่านนี้้าซื้อข่าว ? ดี ดีดี ท่านช่างยอดเยี่ยมยิ่งนักผิดกับพวกโง่เขลาที่ดวงตามืดบอด!ข่าวของข้านั้นขายเพียงสิบผลีกปราณทองก็ถูกราวกับให้ฟรีแล้ว!”
ชายขอทานนั้นกล่าวออกเสียงดังพร้อมกับหัวเราะทำให้หลายคนหันมามองเย่ฉีอย่างดูถูกก่อนจะหัวเราะเยาะเขาและเลิกสนใจไปในที่สุดในสายตาของพวกเขาแล้วเย่ฉีก็เป็เพียงลูกหลานคนรวยที่โดนหรอกต้มตุ๋นเท่านั้นสิบผลึกปราณทองนั้นสามารถซื้อเม็ดยาหรือทรัพยากรพอที่จะฝึกฝนไปได้นับเดือนเลยทีเดียว
ชายหนุ่มขอทานรับผลึกสีทองจากเย่ฉีไปทันทีก่อนจะหัวเราะออกมาอย่างมีความสุขและภายในเสียงหัวเราะนั้นก็ถูกแฝงเอาไว้ด้วยเสียงปราณสายหนึ่งตรงมายังใบหูของเย่ฉี
‘มีบางคนค้นพบแผนที่ของรอยแยกเปลือกโลก...อีกหนึ่งเดือนหลังจากนี้จะมีการรวมตัวกันที่น้ำตกเหลืองเพื่อเดินทางไปยังปลายทางของแผนที่นั้น’
มันเป็เพียงข้อความสั้นๆก่อนที่ชายขอทานนั้นจะจากไปอย่างรวดเร็วและะโขายข่าวของเขาเช่นเดิม เย่ฉียิ้มออกมาและไม่ได้กล่าวสิ่งใดก่อนจะเดินนำเสี่ยวเฮยจากไปโดยไม่สนใจสายตาของผู้คนรอบข้างเขาใช้เวลาเดินไปบนถนนที่ทอดยาวสายนี้อยู่นานจนกระทั่งขาทั้งสองของเขาหยุดชะงักลงและกล่าวถามบางสิ่งออกมากับเสี่ยวเฮยอย่างกะทันหัน
“เสี่ยวเฮย...เ้ารู้หรือไม่ว่าสิ่งใดน่ากลัวที่สุด?”
เสี่ยวเฮยมองไปยังเย่ฉีอย่างงงงวยก่อนจะเงียบลงเพื่อหยุดคิดและกล่าวออกมา
“กาลเวลา?สำหรับข้าแล้วกาลเวลาที่ไหลผ่านไปทุกลมหายใจนั้นคือสิ่งที่น่ากลัวที่สุด...”
“ผิดแล้ว...กาลเวลานั้นแม้จะน่ากลัวแต่ก็ยังเป็หนึ่งเต๋าของจักรวาลที่ยังสามารถควบคุมได้สำหรับข้าแล้วสิ่งที่น่ากลัวที่สุดก็คือสิ่งที่ไม่สามารถควบคุมได้”
เย่ฉีหยุดคำพูดลงไปชั่วขณะเมื่อสายตาของเขามองไปยังปลายทางของถนนที่เต็มไปด้วยผู้คนนี้ขณะเดียวกันที่ปลายทางนั้นก็มีใครบางคนกำลังยืนมองมาทางพวกเขาอยู่เช่นกัน
“ต่อหน้าสิ่งที่เรียกว่าโชคชะตานั้นไม่ว่าจะเป็แผนการหรือความแข็งแกร่งใดๆก็สามารถพังทะลายได้ในพริบตา!”