บรรยากาศในห้องปกครองเงียบเชียบ รู้สึกเหมือนเสียงแอร์ที่เคยเบากลับดังขึ้นเรื่อย ๆ ทุกวินาทีช่างยืดยาวจนน่าอึดอัด ผมนั่งนิ่งอยู่บนเก้าอี้ ไหล่เกร็งแข็งทื่อ ขณะตอบคำถามของครูกีที่กำลังจ้องมาทางพวกเราอย่างเ็า
“พวกเขารังแกผมก่อนครับ ที่หน้าห้องน้ำ” ผมตัดสินใจพูดขึ้น เสียงของตัวเองฟังดูเบากว่าที่คิด
“ใช่ครับ ค… ครูก็เห็น” เฮกเตอร์เสริมขึ้น น้ำเสียงของเขาสั่น
สายตาของครูเลื่อนผ่านไปยังเขื่อนและเฉิงตูก่อนจะวกกลับมาที่พวกเรา
“คุณยังไม่ได้ตอบคำถาม ว่าได้ก่อเื่ในห้องสมุดจริงไหม”
เมย์กลืนน้ำลายลงคอ “เอ่อ... ก็...”
“จะยอมรับไหมว่าทำห้องสมุดเสียหาย” ครูกีคาดคั้น เสียงของเขาหนักแน่นจนยากจะปฏิเสธ
ทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบ สุดท้ายผมก็พูดออกไป “ยอมรับครับ ผมเป็คนผลักชั้นหนังสือล้มเอง”
มีเสียงฮือฮาเบา ๆ จากกลุ่มผู้ปกครองที่นั่งฟังอยู่ แต่ผมก้มหน้าลง ไม่อยากสบตาใคร
ครูเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย “งั้นเหรอ แล้วทำไมคุณถึงทำแบบนั้น”
“เพราะว่าผมโกรธ” ผมตอบ “รุ่นพี่สองคนนั่นจับตัวผมไว้และพยายามไถเงิน ผมแค่อยากให้พวกเขาปล่อย”
“คุณก็เลยเอาคืนโดยการผลักชั้นหนังสือทับใช่ไหม” ครูกีย้อนถาม
“เปล่าครับ ผมไม่ได้อยากทำร้ายใคร ผมแค่...ไม่มีทางเลือก”
ครูเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะถามเสียงเรียบ “แล้วเื่มันเป็ยังไง”
“หลังวิ่งออกมาจากห้องน้ำผมก็เข้าไปหลบในห้องสมุด แต่พวกเขาตามผมมาจนถึงที่นั่น ผมพยายามหนีแต่ถูกไล่ต้อนจนมุม ผมหนีไปไหนไม่ได้ก็เลย...”
“ก็เลยผลักชั้นหนังสือให้ล้ม เพื่อจะได้หนีออกไป ใช่ไหม” ครูกีสรุป
“ครับ” ผมตอบเสียงเบา
ทันใดนั้น เมย์ก็ลุกขึ้น “ไม่จริงค่ะ! หนูต่างหากที่เป็คนสั่งให้ผลักชั้นหนังสือล้ม”
แม่ของเมย์รีบดึงแขนลูกสาวให้กลับไปนั่ง จุ๊ปากเป็เชิงห้ามปราม ครูกีและครูรินหันมามองเมย์ด้วยความสนใจ
“ตกลงว่าใครเป็ต้นคิดให้ล้มชั้นหนังสือกันแน่” ครูกีถาม เสียงของเขาทุ้มต่ำจนน่าขนลุก
“ผมครับ!” เฮกเตอร์โพล่งขึ้นมา “จริง ๆ แล้วเื่ทั้งหมดเริ่มที่ผม ณัฐวีร์ถูกจับเพราะช่วยผม ผมเลยโกรธและเป็คนสั่งให้ผลักชั้นหนังสือเองครับ”
“ไม่จริง หนูนี่แหละเป็คนสั่ง” เมย์เถียงสุดเสียง ยกมือขึ้นสูงจนแม่ของเธอต้องรีบดึงลงมา
“ฉันต่างหากที่เป็คนออกคำสั่ง” เฮกเตอร์ยืนยัน ดวงตาฉายแววความดื้อรั้น
“ฉันเป็ลูกพี่พวกเธอ ฉันต้องเป็คนสั่งสิ” เมย์แย้ง
“แต่ฉันไม่รับคำสั่งจากผู้หญิง” ผมพูดสวนไปบ้าง รู้สึกสนุกที่ได้เถียงกันว่าใครเป็คนสั่งให้พังห้องสมุด
“ทุกคนเงียบ” ครูกีเคาะโต๊ะเบา ๆ พวกเราหยุดเถียงกันทันที
ความเงียบปกคลุมทั้งห้องอีกครั้ง ครูกีหันไปทางเด็ก ม.6 ที่นั่งแข็งทื่อ “เขื่อนขันธ์ บอกมาเดี๋ยวนี้ว่าใครเป็คนผลักชั้นหนังสือ”
เขื่อนสะดุ้ง น้ำลายเหนียวคอ “ป... เป็เด็กผู้หญิงครับ ธ… เธอสั่งให้ผลักชั้นหนังสือ” เขาพูดเสียงสั่น ไม่กล้ามองหน้าครู
“เธอยังเอาหนังสือโยนใส่เท้าผมจนบวมด้วย” เขื่อนพูดพลางหันขวับไปทางเมย์ แต่เด็กหญิงกลับยิ้มมุมปากอย่างผู้ชนะ
เฉิงตูที่นั่งเงียบอยู่นานยืดตัวขึ้นก่อนจะพูดเสริม “ใช่ครับ... เธอเป็คนทำ”
ครูกีพยักหน้าช้า ๆ “แปลว่าพวกคุณถูกนักเรียนหญิง ม.1 ตัวเล็ก ๆ ทำร้ายจนาเ็สินะ”
ทั้งสองสบตากันก่อนจะยอมรับ “ค... ครับ”
ครูกีถอนหายใจ “งั้นคุณสองคนกลับไปได้ ขอโทษผู้ปกครองที่ทำให้เสียเวลาด้วยครับ” เขาลุกขึ้นไหว้ ผู้ปกครองของเขื่อนและเฉิงตูรับไหว้ด้วยความโล่งอก ก่อนจะรีบพาลูกชายออกจากห้องปกครอง โดยมีครูกีเดินตามออกไปเงียบ ๆ
ครูรินกลับมาจ้องพวกเราทั้งสามคน “ทีนี้… ครูจะลงโทษพวกเธอสามคนยังไงดี” น้ำเสียงของครูนุ่มนวล แต่กลับทำให้พวกเราขนลุก ผู้ปกครองที่เหลือมองหน้ากันอย่างประหม่า