‘มานาโซน-ไฟเยอร์แอเรียล’ ปรากฎเปลวเพลิงอันร้อนแรงและดุดันอย่างมหาศาลห่อหุ้มที่ปลายขาทันที หลังจากนั้นไม่นานขอบเขตของพลังเวทย์ก็เริ่มแผ่ขยายจนตอนนี้เปลวเพลิงได้คลุมทุกส่วนทั่วทั้งร่างกายของผมแล้ว
อากาศลุกไหม้เป็เปลวเพลิง..พื้นดินเริ่มหลอมละลาย มานาโซนเทคนิคการอาศัยพลังเวทย์จากธรรมชาติเพื่อเพิ่มความรุนแรงของเวทย์มนต์ปกติและสามารถใช้ได้ไม่จำกัดตำแหน่ง
“แค่นี้ยังไม่พอ..”
‘มานานโซน-เอนชานต์ไฟเยอร์’ เกิดแสงสีแดงห่อหุ้มที่ตัวซ้อนกับเปลวเพลิงของแอเรียล
เวทย์มนต์เอนชานต์หรือเวทย์มนต์เสริมสมรรถภาพ เดิมทีเป็เวทย์มนต์ที่ใช้ได้โดยไม่ต้องร่าย แต่ตำแหน่งที่เราเลือกที่จะเอนชานต์ได้จะมีแค่ตำแหน่งเดียวเท่านั้น ทว่า..เทคนิคมานานโซนถึงแม้จะบังคับให้ต้องร่าย แต่ว่ามันก็ได้ทำลายข้อจำกัดเื่ตำแหน่งนั้นทันทีจนตอนนี้ผมได้เอนชานต์มันทั่วร่างแล้ว
เปลวไฟอันร้อนแรงแต่แฝงแววแห่งความอบอุ่นและดุดันได้ห่อหุ้มทั้งตัวผมราวกับกำลังปกป้องตัวผมไว้
“นั่นมันอะไรน่ะ…!?”
"เวทย์ไฟไม่มีคาถาแบบนี้นิ..พลังจากอาร์ติเฟกซ์งั้นหรอ? ”
“ว้าวว..ไฟนั่นสวยจังเลย”
ผมสั้นสีขาวของเด็กหนุ่มราวกับสีของหิมะโบกพลิ้วและฟูขึ้นเล็กน้อยตามแรงขับดันของเปลวเพลิงอันงดงามนั่น ทำให้ผู้ชมในสนามต่างดูสิ่งนั้นด้วยความตกตะลึงและบางคนก็มองอย่างเคลิบเคลิ้มด้วยความลุ่มหลง
ผมรีบถีบพื้นพุ่งขึ้นไปหาศัตรูทันที…
‘เวทย์ไฟ-ซอร์ดเบลด’ ศัตรูเปลี่ยนถุงมือเป็ดาบแห่งเพลิงอีกครั้งเพื่อเตรียมรับมือผม
การปะทะกันอย่างรุนแรงได้เริ่มขึ้น
สะเก็ดไฟปลิวกระจายเต็มกลางอากาศ
เสียงะเิอย่างรุนแรง
เสียงหวีดหวิวของสายลม
เสียงบดขยี้กันของโลหะ
ความเร็วที่พร้อมจะเฉือดเฉือนทุกสิ่ง ได้ปะทะกับ กำลังที่พร้อมจะบดขยี้ทุกสิ่ง
“มะ..มองไม่ทัน"
“การต่อสู้ระดับนี้มันใช่ของเลเวล15จริงๆน่ะหรอ”
“บ้าน่า..”
ผู้ชมรอบโคลอสเซียมมองการต่อสู้นี้อย่างใจจดใจจ่อโดยไม่กระพริบตาแม้แต่น้อย
บางคนอ้าปากค้าง
บางคนส่งเสียงเชียร์โห่ร้องด้วยความบ้าคลั่ง
ทั่วทั้งสนามกำลังร้อนระอุด้วยความตื่นเต้นอย่างมหาศาลของผู้ชม
‘เวทย์ไฟ-อิมแพคพันซ์’
ผมหลบหมัดพิฆาตทันทีในสภาพเหงื่อตก พร้อมกับโจมตีกลับโดยอ้อมไปได้หลัง….แต่ว่าศัตรูก็ป้องกันหอกของผมได้โดยอ่านจากทิศทางพลังเวทย์
‘เวทย์ไฟ-ซอร์ดเบลด’ ถุงมืออีก 1ข้างของศัตรูเปลี่ยนเป็ดาบทันทีแล้วฟันจนปลายเส้นผมสีขาวของผมขาดกระจุย
“อึก!!” บ้า..เอ้ย…ตัวผมที่เพิ่มความเร็วเพิ่มขึ้นมาขนาดนี้แล้วก็ยังไม่ไหวอีกงั้นหรอ
ผมเปลี่ยนกลยุทธ์โดยใช้ความเร็วหลอกล่ออ้อมไปมา..เข้าจากทางด้านหน้า เมื่อศัตรูกำลังจะป้องกันผมได้อ้อมไปด้านหลังแล้วโจมตีใส่ทันที…การรุกรับผลัดกันไปมาอย่างดุเดือด
“มานาโซน-คาลิดอ…"
“ครั้งนี้ไม่ได้ผลหรอกน่า…”
‘เวทย์ไฟ-โซลิดวิง’ อาร์ติเฟกซ์ถุงมือของศัตรูได้เปลี่ยนเป็ปีกแห่งวิหคเพลิงแล้วเป่าเขตมานาโซนจนกระจุย
“อึก..” ตัวผมหน้าซีดทันที
“โถ่เอ้ย!” ผมรีบบินลงมายังพื้นสนาม แล้วหลบหมัดของศัตรูที่พุ่งตามลงมาบนพื้นสนามทันที
‘ตู้มมม!’ เสียงของกระเบื้องแหลกกระจุย..เศษหินจำนวนมากปลิวกระเด็น แต่ว่าผมไม่หวาดหวั่นพุ่งไปข้างหน้าโดยทะลวงพร้อมกับหลบเศษหินนั่น
เร็ว…ต้องเร็วกว่านี้ ผมเร่งความเร็วในการแกว่งหอกจนแทบจะกระชากขีดจำกัดของตัวเองในตอนนี้
อาร์ติเฟกซ์ของศัตรูเปลี่ยนเป็ดาบอีกครั้งเพื่อรับมือผม…ผมหลบการฟันของศัตรู โจมตีพุ่งเข้าไปแล้วะโถอยออก แล้วกลับเข้าไปใช้หอกแทงอีกครั้ง พร้อมกับร่ายสกิล
‘เวทย์ไฟ-คัตเตอร์สเปียร์’ ปรากฎคลื่นดาบรูปครีบฉลามพุ่งใส่ศัตรู แต่ว่าศัตรูเปลี่ยนดาบของตัวเองกลับไปเป็ถุงมืออีกครั้งแล้วต่อยคลื่นดาบรูปครีบฉลามจนแหลกกระจุย
‘มานาโซน-ไฟเยอร์โบลต์'
“บอกแล้วไงว่าไม่ได้ผล”
‘เวทย์ไฟ-โซลิดวิง’
“อะไรกัน!?” ศัตรูใที่ะุสายฟ้าเพลิงไม่ได้ถูกยิงใส่เธอ
ใช่..แล้วล่ะ ผมใช้พลังเวทย์จากอากาศสร้างไฟเยอร์โบลต์แล้วปล่อยใส่พื้นสนามรอบๆตัวเธอนั่นเอง
ปรากฎะุสายฟ้าเพลิงจำนวนมากยิงต่อเนื่องจากหลายทิศทางจากห่วงอากาศอันว่างเปล่าพุ่งใส่พื้นสนามรอบๆตัวเธอทันที จนกระเบื้องรอบๆแหลกกระจุย และเกิดฝุ่นควันจำนวนมาก
‘เวทย์ไฟ-ไลน์นิ่งไดรฟ์’ ปรากฎแสงน้ำเงินคลุมรอบตัวผมและอาวุธ….ผมถีบพื้นแล้วพุ่งเข้าไปตรงนั้นทันที
“อะไรกัน!…อึก!! อั๊ก..อ๊าาาา” เกิดเส้นเฉียงแฉลบผ่านไปมา..จนตัวเธอเริ่มเกิดาแ..เืสดๆเริ่มปรากฎออกมาจากร่างกายน้อยๆอันบอบบางนั่น ผมโจมตีเธอสลับไปมาท่ามกลางฝุ่นควันนั่น
ใช่แล้วล่ะจุดประสงค์ที่ผมใช้มานาโซนระดมยิง..นั่นไม่ใช่พลางทัศนวิสัยจากฝุ่นควันอย่างเดียว..แต่เพื่ออำพลางพลังเวทย์ด้วย เพราะบริเวณที่ใช้มานาโซน..สนามพลังเวทย์บริเวณนั้นจะปั่นป่วนชั่วคราวทำให้เดาทิศทางพลังเวทย์ที่เกิดจากสกิลของผมได้ยาก
ะุสายฟ้าเพลิงระดมยิงบริเวณรอบๆอย่างต่อเนื่อง..ทั้งมองไม่เห็นทัศนวิสัย และอ่านทิศทางของพลังเวทย์ไม่ได้ แน่นอนว่าถ้าทำไม่ได้ทั้งสองอย่าง ไม่ว่ายังไงก็ป้องกันการโจมตีไม่ได้แน่
“ย้าากกกกกกกก" ผมยกระดับรัวการโจมตีใส่อย่างต่อเนื่อง …จนสร้างาแให้ศัตรูจำนวนมาก
“ยะ..อย่าได้ใจให้มากนัก..”
‘เวทย์ไฟ-อิมแพคพันซ์’
ผมหลบหมัดนั่น..จากนั้นะโแล้วพุ่งแล้วใช้ปลายหอกแทงเข้าไปที่หัวไหล่..จนเืสดๆกระฉูดออกมา
“อ้าากก” ศัตรูใช้มือซ้ายจับที่หัวไหลขวาทันทีด้วยอาการเจ็บ
'เวทย์ไฟ-โซลิดวิง’ ถุงมือของศัตรูเปลี่ยนเป็ปีกแห่งวิหคเพลิงแล้วปั่นไปรอบๆ
“อึก..” ตัวผมที่รีบะโหลบออก..แต่หลบไม่ทันจึงโดนเฉือนคว้านที่บริเวณหน้าอกจนเป็แผลลึก..พร้อมกับคิดในใจว่า..ถ้าโดนเต็มๆเผลอๆตัวผมคงขาดเป็สองเสี่ยงแน่ๆ แต่ว่าผมไม่สนใจ..ยังไงผมก็ต้องชนะให้ได้
“ย้าาาากกกกกกกกกกกก” ผมคำรามเสียงเพื่อปัดเป่าความหวั่นไหวในใจ..พุ่งเข้าไปแลกการโจมตีที่เสี่ยงชีวิตกับศัตรูทันที
‘เวทย์ไฟ-คัตเตอร์สเปียร์’
‘ฉึก!’ เกิดรอยแผลลึกบนตัวศัตรูเช่นกัน
‘เวทย์ไฟ-โซลิดวิง’
‘ฉึก!’ ผมรีบหลบการโจมตีนั่น..แต่ว่าเพราะหลบออกไม่ได้หมด จึงทำให้ตัวผมเกิดาแลึกเช่นกัน
ท่ามกลางเศษเืและเศษเนื้อปลิวกระเด็น..ตัวผมและศัตรูที่ต่างเปียกไปด้วยเืที่ไม่รู้ว่าของใครเป็ของใคร….จนสุดท้าย
‘เวทย์ไฟ-ไลน์นิ่งไดรฟ์’ ผมเข้าสู่สถานะไลน์โหมดหลบการโจมตีของศัตรูแล้วะโถีบเข้าไปที่ใบหน้าของศัตรูแบบสุดแรงเกิดทันที..จนศัตรูลอยกระเด็น หลังจากนั้นผมรีบปาหอกใส่ซ้ำ
‘เบิร์สแลนซ์’ เกิดะเิอย่างรุนแรงจนศัตรูลอยกระเด็นไปไกล ..
เนื่องจากตอนอยู่ในสถานะไลน์โหมดนี้นอกจากจะลดจำนวนคำร่ายสกิลแล้วยังทำให้สกิลรุนแรงขึ้นด้วย
ตอนนี่แหละ!!…ผมรีบพุ่งไปเพื่อจะโจมตีศัตรูซ้ำอีกครั้งเพื่อทำให้ออกจากสนามแต่ทว่า…สิ่งที่ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้นกับตัวผม
“อึก…!!!” ตัวผมเข่าสุดลงกับพื้นทันที…พร้อมกับหายใจอย่างรุนแรง
แย่ล่ะ..ถึงขีดจำกัดแล้วงั้นหรอ…..ตัวผมใช้มานาโซนอย่างต่อเนื่อง และสาดสกิลอย่างหนักหน่วงมากมาย รวมทั้งใช้แรงต่อสู้ไม่หยุด แถมตอนนี้ก็ยังาเ็หนักด้วย ..ความเหนื่อยล้าอย่างหนักจากการต่อสู้อันดุเดือดที่ผ่านมาเริ่มปรากฎออกมาให้เห็นแล้ว
“โถ่เว้ยยยยย…” ผมพยายามใช้มือยันตัวเองให้ลุกขึ้นจากพื้นทันที..แต่ร่างกายไม่ยอมฟังคำสั่ง จึงทำได้แต่นั่งในสถาพย่อเขาแล้วเอามือยันพื้นไปแบบนั้น
"อะ…อา..อึก” ศัตรูที่อยู่ขอบสนามตัวสั่นเล็กน้อยพร้อมกับร่างกายชุ่มไปด้วยเืไม่ต่างจากผม…ค่อยๆยันตัวลุกขึ้นมา
“แฮ่ก..แฮ่ก..แฮ่ก ” เธอหายใจอย่างรุนแรง และพร้อมกับใบหน้าที่ปรากฎรอยรองเท้าสีดำของผม
“นะ..หนอยแน่..แก!!!" ตัวเธอโมโหอย่างหนักมาก..ในสภาพตัวชุ่มไปด้วยเื
“ยะ..แย่แล้วว” ตัวผมที่นั่งเขาทรุดอยู่หน้าซีดทันที…
“บังอาจทำใบหน้าสวยๆของฉันให้มีรอยรองเท้าได้นะ…!!!!!” ศัตรูมองมายังผมด้วยในหน้าเดือดดานสุดๆพร้อมกับเปล่งจิตสังหารอย่างรุนแรงมาที่ผมทันที
“ฉันจะไม่สนใจกฎของการแข่งนี่แล้ว..แต่ฉันจะฆ่าาาแกซะ”
พลังเวทย์ของเธอพุ่งสูงขึ้นในชั่วพริบตา…ปรากฎแสงสีแดงของพลังเวทย์และแรงลมอัดกระแทกอย่างมหาศาลพุ่งกระจายไปทั่ว
‘เวทย์ไฟ…’
ถุงมือทั้งสองข้างเปล่งแสงสีแดง และยกตัวเธอลอยขึ้นทันที
“เซเลน่า..เธอใช้ท่านั้นไม่ได้นะ!!!!!!!” เด็กผู้หญิงผมเหลืองชื่อเซซิเลียะโกล่าวเตือนขึ้นมาทันที..พร้อมสีหน้าใอย่างมาก
ตัวผมเหลือบมองไปทางผู้หญิงผมเหลืองตรงที่นั่งผู้ชมเล็กน้อย..หลังจากนั้นจึงมองไปยังศัตรูเบื้องหน้าทันที
ตอนนี้มือทั้งสองข้างของเธอกำลังถือลูกบอลไฟคล้ายอุกาบาตขนาดใหญ่อยู่